เก็บอาการไม่อยู่ “UrboyTJ” หลังต้อง “แร็ปจีบสาว” แบบถึงเนื้อถึงตัว

0
33

เก็บอาการไม่อยู่ “UrboyTJ” หลังต้อง “แร็ปจีบสาว” แบบถึงเนื้อถึงตัว

 

เป็นอีกหนึ่งรายการที่มีแฟนคลับติดตามกันเหนียวแน่น สำหรับรายการ I Can See Your Voice Thailand (นักร้องซ่อนแอบ) ซึ่งเป็นรายการให้แขกรับเชิญซึ่งเป็นศิลปินชื่อดัง มาค้นหานักร้องปริศนา 1 คนเพื่อมาร้องเพลงฟีทเจอริ่งร่วมกัน จากนักร้องปริศนา 7 คน

โดยที่ไม่รู้ว่านักร้องปริศนาคนใดเสียงเพราะ หรือเสียงเพี้ยน ด้วยความช่วยเหลือของแก๊งนักสืบ และต้องคัดว่าใครเสียงเพราะ ใครเสียงเพี้ยน และคนที่เลือกนั้นจะเสียงเพราะหรือเสียงเพี้ยน ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นรายการเดียวในประเทสที่มีประเด็นให้ชาวเน็ตได้พูดคุยกันทุกอาทิตย์

แขกรับเชิญจะคัดนักร้องปริศนาที่คิดว่าเสียงเพี้ยนออกในแต่ละรอบ (โดยนักร้องปริศนาที่ถูกคัดออกจะเฉลยเสียงของตัวเอง ว่าเสียงเพราะหรือเสียงเพี้ยน) จนกว่าจะเหลือนักร้องปริศนาคนสุดท้ายที่จะได้สิทธิ์ร้องเพลงฟีทเจอริ่งกับแขกรับเชิญ

ล่าสุดเป็นคลิปที่ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับการมาของ “UrboyTJ” (ยัวร์บอยทีเจ) งานนี้สร้างเสียงฮือฮาในห้องส่งมากๆ กับการโชว์ลีลาร้องแร็ปกันสด

โดยการแร็ปครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นการแร็ปจีบสาวแบบถึงเนื้อถึงตัว ซึ่งงานนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นการแร็ปที่แทนที่ผู้หญิงจะอายหรือเขิน

แต่กลับเป็นฝ่ายยัวร์บอยทีเจนั้นแหละที่เขินเอง แหมเอาเป็นว่าวินาทีนั้นจะเป็นอย่างไรและรายการจะสนุกสนานแค่ไหนเราไปชมกัน

โดยบัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนชื่อและรูปแบบช่วงแรกเป็นช่วง หลักฐานนักร้อง แต่เดิมซึ่งทางรายการจะปล่อยเบาะแสต่างๆ เช่นเบาะแสบุคคล เบาะแสดารา การแสดง หรือคลิปสั้นๆ ให้กับนักร้องปริศนา

ถึงแม้จะเป็นศิลปินไฟแรงที่มีผลงานเพลงฮิตต่อเนื่อง แต่หนุ่มฮิปฮอป Urboy TJ เองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้านานถึงสองปี ซึ่งเขาได้นำความรู้สึกตอนที่รู้สึกอ่อนแอมาทำเพลง รังเกียจกันไหม ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ล่าสุด ทีเจ ได้กลับมาพร้อมเพลง รังเกียจกันไหม เพลงนี้มีที่มาอย่างไร

ทีเจ : เพลงนี้เป็นเรื่องจริงที่เจอกับตัวเองครับ จากอาการขี้เหงาขี้น้อยใจ คิดมาก เอาทุกอย่างมารวมกันจนสมองทำงานไม่หยุดและนอนไม่หลับ เพลงนี้ก็ทำออกมาเป็นตัวแทนของผมเองและปล่อยในวันที่ 20 สิงหาคมที่เป็นวันเกิดของตัวเองครับ

ตอนที่เขียนเพลง คุณมีความรู้สึกอะไรบ้าง
ทีเจ : ตอนนั้นผมเป็นโรคซึมเศร้าครับ ก็ต้องอยู่คนเดียวและไม่มีใครคุยด้วย เลยรู้สึกแย่และเหงาเลยทำเพลงนี้ออกมา ผมเป็นโรคซึมเศร้ามาสองปีแล้วครับ ตอนนั้นผมอยู่คนเดียวในห้องอัดตอนตีสี่และเหงามาก แต่ไม่มีใครคุยกับเรา ก็เลยคิดไปว่าเขารังเกียจเราหรือรำคาญหรือเปล่า ก็เลยเกิดเป็นเพลงนี้ครับ

การทำงานเพลงมีส่วนช่วยบำบัดโรคซึมเศร้าบ้างไหม
ทีเจ : ไม่ได้ใช้เลยครับ เพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่เพลงก็เป็นพื้นที่ให้ผมระบายความรู้สึกครับ เวลารู้สึกแย่ก็เขียนเพลง เวลารู้สึกดีก็เขียนครับ แต่เพลงก็ไม่ได้ช่วยอาการดีขึ้นโดยตรงครับ แต่มันก็มีผลกับอารมณ์อย่างเช่นเวลาเพลงเศร้าก็เศร้ากว่า

คุณมีวิธีอย่างไร ในการจัดการอารมณ์ตัวเองเมื่อมีอาการซึมเศร้า
ทีเจ : พยายามไม่อยู่คนเดียว ผมก็จะพยายามออกไปหาเพื่อน หรือไม่ก็ชวนเพื่อนมาหาหรือมาทำเพลงแต่งเพลงกันในห้องอัดครับ

เพลงนี้คุณได้ โฟร์ 25hours และ เอฟู Demolab มาร่วมงานด้วย การทำงานเป็นอย่างไรบ้าง
ทีเจ : เพลงนี้พี่โฟร์มาช่วยอัดกีต้าร์ไฟฟ้าให้ครับ พี่เอฟูก็มาช่วยเรื่องดนตรีเครื่องสายในเพลงและมีพี่ เจ มณฑล มาช่วยมิกซ์เสียงและส่งไป Mastering ที่อเมริกาครับ เพลงนี้ใช้เวลาครึ่งปีในการทำครับ เริ่มเขียนตอนต้นปี แล้วมาทำขั้นตอนสุดท้ายในช่วงเดือนมิถุนายนครับ

ทำไมคุณถึงเลือกร่วมงานกับ เจ มณฑล ในซิงเกิ้ลนี้
ทีเจ : เพลงนี้มันไม่ได้ฮิปฮอปจ๋าขนาดนั้นครับ มันมีความเป็นอาร์แอนด์บี มีความเป็นคันทรี่จากกีต้าร์โปร่งและกีต้าร์ไฟฟ้า เลยอยากให้พี่เขามิกซ์ให้ เพราะเขาเคยทำงานกับพี่ฮิวโก้และพี่เป้อารักษ์แล้วผมชอบงานเขามาก พอส่งงานไปให้เขาฟังเขาก็โอเคครับ เขาเลยทำให้ครับ

การทำงานกับคุณเจ เป็นอย่างไรบ้าง
ทีเจ : เขาเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงและทำงานเป็นเวลามาก วิธีเดียวที่จะติดต่อเขาได้คือเฟสบุ๊คครับ เขาไม่รับโทรศัพท์ ไม่เล่นไลน์หรือโซเชี่ยลใดๆเลย เขาจะทำงานแค่เจ็ดโมงเช้าถึงสี่ทุ่มเท่านั้น ซึ่งจะไม่สามารถติดต่อเขานอกเวลางานได้เลย เขาจะตัดโซเชี่ยลออกไปเลย นิสัยของเขาและผมจะคล้ายกันครับ เพราะเป็นคนโลกส่วนตัวสูงทั้งคู่และเวลาทำงานจะจริงจังมากเช่นกันครับ

ทำไมถึงเลือกทำเอ็มวีเป็นสีขาวดำ
ทีเจ : เอ็มวีที่ทำออกมาเป็นสีครับ แต่ผมชอบโทนขาวดำมากกว่าเพราะตอนทำเพลงเห็นทุกอย่างเป็นสีขาวดำหมด เลยให้เขาตัดเวอร์ชั่นขาวดำออกมา พอให้ทุกคนดูเขาก็ชอบกันเพราะมันได้อารมณ์หดหู่กว่าการเป็นสีครับ

กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
ทีเจ : ดีมากครับ ก็สองล้านวิวเร็วมาก และติดชาร์ตเกือบทุกที่ด้วย ก็ขอบคุณมากครับ

เวลาขึ้นโชว์แฟนๆจะเห็นทีเจแต่งตัวมีเอกลักษณ์ทุกครั้ง คุณได้เลือกเสื้อผ้าเวลาขึ้นแสดงเองหรือไม่
ทีเจ : เลือกเองครับ เพราะผมเป็นคนชอบแต่งตัวก็จะมีความสุขเวลาได้ใส่ชุดใหม่ หรือแต่งตัวใหม่ๆเวลาขึ้นคอนเสิร์ตครับ แต่ไม่ใช่คนสะสมเสื้อผ้าเท่าไหร่ ชอบสะสมกล้องมากกว่า คือตอนแรกไม่คิดจะถ่ายเลย แต่พี่โอ๊ตเขาชอบถ่ายเลยขอลองกล้องเขา พอถ่ายก็สนุกมากตอนนี้ก็เลยเข้ากลุ่มพ่อบ้าน Leica กับพี่ๆเขาแล้วครับ (หัวเราะ)

ก่อนหน้าคุณก็ได้ร่วมฟีทเพลง “อย่าเพิ่งใจร้าย” ที่ประสบความสำเร็จมาก การทำงานกับวง The Mousses เป็นอย่างไร
ทีเจ : วง The Mousses น่ารักมากครับ ล่าสุดก็ไปคอนเสิร์ต Genie Free fanday ทางวงเองก็ได้เซอร์ไพรส์วันเกิดผมบนเวทีด้วยครับ ตอนทำงานกับพี่ๆเขาผมก็ไปคุยกับวงเขาที่สตูดิโอเลยครับ ก็พูดคุยกับโปรดิวเซอร์และพี่แอร์ที่เขาอยากให้เรามาช่วยแต่งและฟีทเจอริ่ง พอคุยคอนเซ็ปต์ต่างๆใช้เวลาสักพักก็ได้เวลาเขียนจริง

อีกหนึ่งเพลงที่คุณร่วมงาน คือเพลง มีแฟนแล้ว ของ โอ๊ต ปราโมทย์ การทำงานเพลงนี้เป็นอย่างไร
ทีเจ : ก็สนุกดีครับ เพราะสนิทกับพี่โอ๊ตมากอยู่แล้ว เพลงนี้ผมเขียนเองและโปรดิวซ์เองด้วยเพราะพี่เขาอยากทำเพลงด้วยกันหนึ่งเพลง ตอนช่วงต้นปีเรายังไม่สนิทก็เลยไม่รู้จะเขียนเพลงอะไรที่จะผสมผสานตัวตนของเราได้อย่างลงตัว พอมีโอกาสได้กินข้าวได้ไปเที่ยวด้วยกัน เลยได้คอนเซ็ปต์เพลงนี้ออกมาซึ่งพี่เขาก็ชอบมาก ก็เลยได้ทำออกมาครับ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here