ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งทุกฝ่าย แจ้งเตือนประชาชน เตรียมรับมือ น้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก

0
113

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งทุกฝ่าย แจ้งเตือนประชาชน เตรียมรับมือ น้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก

นายปวิน ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ มีหนังสือด่วนแจ้งไปถึง นอภ.และ อปท. ให้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง พร้อมแจ้งเตือนประชาชน สถานการณ์อุทกภัย จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 (219/2561) เตือนฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 8-11 มิ.ย.61

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศแจ้งเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8-11 มิ.ย.61) ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 61 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 8-11 มิ.ย.61 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

- Advertisement -

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากสภาวะอากาศ โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 8-9 มิ.ย.61 ภาคเหนือ : เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออก : ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และ ภาคใต้ : เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ในช่วงวันที่ **10-11 มิ.ย.61** ภาคเหนือ : แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง : นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
ภาคตะวันออก : นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมาจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง และประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งของภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียนดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น

นอกจากนี้ พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 06:00 น.วันนี้ (9มิ.ย.61)- 06:00 น.วันพรุ่งนี้(10มิ.ย.61) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรง สำหรับพายุดีเปรสชัน (Depression Storm) คือพายุหมุนเขตร้อนประเภทหนึ่งที่มีความเร็วที่จุดศูนย์กลางไม่สูงมากนัก ความเร็วลมไม่เกิน 61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีอำนาจการทำลายล้างไม่สูงมากนัก โดยมีความเร็วน้อยกว่าพายุโซนร้อน ซึ่งมีความเร็วลมตั้งแต่ 62 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 117 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและพายุไต้ฝุ่นที่มีความเร็วตั้งแต่

118 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปพายุดีเปรสชันนั้นเป็นพายุหรือพายุฝนที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด เป็นพายุที่มีกำลังอ่อนที่สุดในบรรดาพายุที่มีชื่อเรียกทั้งหลาย ความเร็วของลมใกล้บริเวณศูนย์กลางของดีเปรสชันไม่เกิน 33 น็อต หรือ 61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่สร้างอันตรายรุนแรงมากนัก แต่สามารถทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้ม เสาไฟฟ้าหักโค่นและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเสียหายได้

โดยทั่วไปจะทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและสามารถตกหนัก ลมกรรโชกแรงและทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ โดยทั่วไปแล้วพายุดีเปรสชั่นสามารถทำให้เกิดฝนตกหนักในระดับ 100 มิลลิเมตร ภายใน 12 ชั่วโมง และสามารถตกติดต่อกันได้หลายวัน ดังนั้นเมื่อพายุพัดผ่านไปแล้วเรามักจะพบน้ำท่วม ดินถล่ม ดินภูเขาเกิดการสไลด์ตัว ถนนขาด เป็นต้น

พายุดีเปรสชันนั้นถ้าเกิดขึ้นใกล้ชายฝั่ง เมื่อขึ้นฝั่งแล้วก็มักจะสลายตัวได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่ถ้าเกิดในทะเลลึกหรือห่างชายฝั่งมาก ผสมกับแรงกดอากาศที่แตกต่างกันหรือมีพายุขนาดเล็กอื่นๆอยู่ใกล้ จะสามารถก่อตัวให้ใหญ่ขึ้นและแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุโซนร้อนและพายุไต้ฝุ่นซึ่งมีความเร็วสูงกว่าและอำนาจทำลายล้างสูงมากกว่าได้ในที่สุด

สาเหตุการเกิดพายุฤดูร้อน พายุฤดูร้อนก่อตัวจากเมฆคิวมูลัสก่อน เมื่อเมฆคิวมูลัสขยายตัวขึ้นและมีกระแสลมแนวตั้งแรงขึ้นก็จะขยายตัวสูงใหญ่เป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส ซึ่งเป็นเมฆพายุฟ้าคะนอง การเกิดเมฆพายุฟ้าคะนองในบรรยากาศต้องมีเงื่อนไข คือ – อากาศร้อนและมีความชื้นมาก – อากาศไม่มีเสถียรภาพ (ไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ คือ อากาศมีการลอยตัวขึ้น)

– มีปัจจัยที่ก่อให้เกิดการลอยตัวขึ้นของอากาศ เช่น อุณหภูมิสูงที่พื้นดิน มวลอากาศเคลื่อนตัวสูงขึ้นเมื่อพัดผ่านภูเขาหรือมีการปะทะกันของมวลอากาศที่แตกต่างกัน ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยตอนบน จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุม ทำให้มีอุณหภูมิสูงและได้รับความชื้นจากลมตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมใต้ซึ่งพัดจากอ่าวไทย ขณะเดียวกันถ้ามีบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน

ซึ่งเป็นมวลอากาศเย็น หรือบางครั้งมีคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนมาเสริม จะก่อให้เกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน และมวลอากาศร้อนชื้นที่ปกคลุมประเทศไทย ซึ่งจะทำให้เกิดการยกตัวของอากาศขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ก่อให้เกิดพายุฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรืออาจมีลูกเห็บตกมาด้วย ประเทศไทยตอนบนจึงมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนได้มาก ส่วนภาคใต้ก็มีโอกาสเกิดได้แต่น้อย

ลักษณะอากาศก่อนเกิดพายุฤดูร้อน – อากาศร้อนมาหลายวัน และในวันที่จะเกิดพายุฤดูร้อนอากาศจะร้อนอบอ้าวมากขึ้น – ลมสงบ – ท้องฟ้ามัว ทัศนวิสัยไม่ดี – มีเมฆทวีมากบึ้นในท้องฟ้า ลักษณะที่ฝนจะตกมีมากขึ้น – ลมเริ่มพัดแรงขึ้นในทิศทางใดทางหนึ่ง มีลักษณะเป็นลมกระโชกเป็นครั้งคราว – เมฆก่อตัวหนาแน่นอย่างรวดเร็ว และมีฟ้าแลบ และมีฟ้าคะนองในระยะไกล

ความรุนแรงและผลกระทบ ความรุนแรงของพายุเกิดจากความแตกต่างกันของอุณหภูมิของอากาศร้อนและอากาศเย็นที่ปะทะกัน ความรุนแรงนี้จะปรากฎออกมาในลักษณะของพายุลมแรง ฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ผลกระทบมีดังนี้ – แผ่นป้ายโฆษณาและต้นไม้ยักโค่นล้ม – บ้านเรือนที่ไม่แข็งแรงพังทลาย กระเบื้องหลังคาหลุดปลิวเป็นอันตรายต่อผู้คน

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเกิดพายุฤดูร้อน 1. ในขณะปรากฏพายุฝนฟ้าคะนอง หากอยู่ใกล้อาคาร หรือ บ้านเรือนที่แข็งแรง และปลอดภัยจากน้ำท่วม ควรอยู่แต่ภายในอาคาร จนกว่าพายุฝนฟ้าคะนองจะยุติลง ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก 2. การอยู่ในรถยนต์ จะเป็นวิธีการที่ปลอดภัยวิธีหนึ่ง แต่ควรจอดรถให้อยู่ห่างไกลจากบริเวณที่น้ำอาจท่วมได้

3. อยู่ห่างจากบริเวณที่เป็นน้ำ ขึ้นจากเรือ ออกห่างจากชายหาด เมื่อปรากฏพายุฝนฟ้าคะนอง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากน้ำท่วม และฟ้าผ่า 4. ในกรณีที่อยู่ในป่า ในทุ่งราบ หรือในที่โล่ง ควรคุกเข่าและโน้มตัวไปข้างหน้า แต่ไม่ควรนอนราบกับพื้น เนื่องจากพื้นเปียกเป็นสื่อไฟฟ้าและไม่ควรอยู่ในที่ต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ ไม่ควรอยู่ในที่โดดเดี่ยวหรืออยู่สูงกว่าสภาพสิ่งแวดล้อม

5. ออกให้ห่างจากวัตถุที่เป็นสื่อไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ลวด โลหะ ท่อน้ำ แนวรั้วบ้าน รถแทรกเตอร์ จักรยานยนต์ เครื่องมืออุปกรณ์ทําสวนทุกชนิด รางรถไฟ ต้นไม้สูง ต้นไม้โดดเดี่ยวในที่แจ้ง 6. ไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ ฯลฯ และควรงดใช้โทรศัพท์ชั่วคราว นอกจากกรณีฉุกเฉิน

7. ไม่ควรใส่เครื่องประดับโลหะ เช่น ทองเหลือง ทองแดง ฯลฯ ในที่แจ้ง หรือ ถือวัตถุโลหะ เช่น ร่ม ฯลฯ ในขณะปรากฏพายุฝนฟ้าคะนอง นอกจากนี้ ควรดูแลสิ่งของต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรง และปลอดภัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะสิ่งของที่อาจจะหักโค่นได้ เช่น หลังคาบ้าน ต้นไม้ ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here