แบรนด์แฟชั่นชื่อดัง ‘หลุยส์ วิตตอง’ ลงทุนจ้าง ‘หมอผี-SHAMAN’ ถึง 6 หลัก เพื่อทำพิธีไล่ฝน

0
49

แบรนด์แฟชั่นชื่อดัง ‘หลุยส์ วิตตอง’ ลงทุนจ้าง ‘หมอผี-SHAMAN’ ถึง 6 หลัก เพื่อทำพิธีไล่ฝน

หลุยส์ วิตตอง แบรนด์แฟชั่นชื่อดัง ลงทุนจ้าง “หมอผี-SHAMAN” เพื่อทำพิธีไล่ฝน เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Pagesix รายงานว่า แบรนด์แฟชั่นชื่อดังอันดับต้นๆของโลก หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ได้ลงทุนจ้าง หมอผี (Shaman) หมอผีนิรนามไม่เปิดเผยชื่อชาวบราซิล ให้บินมาที่ฝรั่งเศส เพื่อทำพิธีไล่ฝนในงานแฟชั่นโชว์ที่จะจัดขึ้นทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

โดยก่อนหน้านี้บริษัทแม่ของ หลุยส์ วิตตอง อย่าง LVMH คัดค้านเรื่องการเชิญหมอผีมาทำพิธีไล่ฝน ด้วยเหตุผลที่ระบุว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะได้บทเรียนมาจากแฟชั่นโชว์ของ Dior ครั้งก่อน ที่งานพังไม่เป็นท่าเพราะเจอพายุฝนกระหน่ำ จนทำให้บรรดาผู้ร่วมงานต้องนั่งท่ามกลางความชื้นแฉะ และกางร่มไปตลอดงาน รวมถึงบรรดานายแบบนางแบบที่ต้องออกมาเดินกันท่ามกลางฝนที่โปรยปราย ดูไม่ค่อยน่าปลื้มใจนัก

ด้วยประสบการณ์ดังกล่าว หลุยส์ วิตตอง จึงต้องหาวิธีในการรับมือเนื่องจากสถานที่จัดงานเป็นสถานที่กลางแจ้ง ทางเดียวที่จะควบคุมพลังเหนือธรรมชาติได้ คือต้องพึ่งไสยศาสตร์ เพราะตอนนี้ยังไม่มีเทคโนโลยีไหนที่สามารถทำให้มนุษย์ควบคุมดินฟ้าอากาศได้ “เรามีงานศิลปะที่ต้องโชว์ ทางแบรนด์จึงไม่มีทางเลือกนอกจากจ้างหมอผีมาไล่ฝน และมันก็ได้ผล”

เคท ยัง (Kate Young) สไตล์ลิตส์ชื่อดัง หมอผี – ค่าจ้าง 6 หลักต่อพิธีกรรม 1 ชุด และยังมีข่าวลือว่า เขาคนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังอากาศแจ่มใสในงานแต่งงานของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิลด้วย 

หลุยส์วิตตอง (Louis Vuitton) และย่อว่า แอลวี (LV) เป็นบริษัทเครื่องแต่งกายตามสมัยนิยมซึ่งนายหลุยส์ วิตตอง ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1854 และเป็นเจ้าของยี่ห้อ หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton ลุยวิตตง) อักษรย่อแอลวีดังกล่าวปรากฏบนผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของบริษัทซึ่งมีตั้งแต่กระเป๋าหรูหรา สินค้าทำจากหนังสัตว์ ไปจนถึงสินค้าพร้อมใส่ รองเท้า นาฬิกา เครื่องทองของประดับ แว่นตา และหนังสือ

ปัจจุบัน ลุยวิตตงเป็นบริษัทด้านเครื่องแต่งกายตามสมัยนิยมชั้นนำแห่งหนึ่งของโลก ผลิตและขายสินค้าของตนเองทางร้านที่ตนเป็นเจ้าของ ผ่านห้างสรรพสินค้า และผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ นอกจากนี้ ยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง ยังได้รับการขนานนามว่ามีราคาแพงที่สุดติดต่อกันหกปี (ค.ศ. 2006 ถึง 2012) ด้วย

ประวัติ ก่อตั้งขึ้นในสงครามโลกครั้งที่สอง หลุยส์ วิตตอง ก่อตั้งโดย “หลุยส์ วิตตอง” ในปี ค.ศ.1854 ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสโดยปี ค.ศ.1885 บริษัท ได้เปิดร้านสาขาแรกในกรุงลอนดอน จากที่มีการเลียนแบบอย่างต่อเนื่องของหลุยส์ วิตตองแล้ว วิตตองจึงสร้างรูปแบบใหม่ คือผ้าใบดามิเยร์ ในปี ค.ศ.1892 หลุยส์ วิตตอง ได้เสียชีวิต และฝ่ายบริหารของบริษัท ได้ส่งมอบกิจการให้กับลูกชายของเขา

ในปี ค.ศ.1896 “จอร์จ วิตตอง” ได้เปิดตัวกระเป๋าผ้าใบรูปแบบใหม่ คือ ผ้าใบมอนอแกรม  ในปี ค.ศ.1913 วิตตองได้เปิดร้านค้าใหม่ในช็องเซลีเซ เป็นร้านค้าสินค้าทางท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานั้น ร้านยังเปิดในนิวยอร์ก มุมไบ วอชิงตัน ดี.ซี. ลอนดอน อะเล็กซานเดรีย และบัวโนสไอเรส

ในปี ค.ศ.1936 จอร์จ วิตตอง ได้เสียชีวิต และลูกชายของเขา “แกสตัน-หลุยส์ วิตตอง” คาดว่าจะได้ควบคุมบริษัทแทนพ่อของเขา ความร่วมมือ ในสงครามโลกครั้งที่สอง หลุยส์ วิกตองได้เข้าร่วมมือกับระบอบนาซี ในช่วงเยอรมันยึดครองของฝรั่งเศส หนังสือฝรั่งเศสหลุยส์วิตตอ ฝรั่งเศสซากา ประพันธ์โดยนักข่าวฝรั่งเศส

ชื่อ “สเตฟานี บอน วิซินิตี้” และเผยแพร่โดย “ปาริเซียน เอดิชั่นส์ เฟยาร์ด”  บอกว่าสมาชิกของครอบครัววิตตอง ช่วยงานรัฐบาลหุ่นเชิดที่นำโดยนายจอมพลฟิลิปป์ เพเตน และเพิ่มความมั่งคั่งให้กับพวกเขา จากการทำธุรกิจกับชาวเยอรมัน ครอบครัววิตตองตั้งโรงงานเพื่อผลิตสิ่งประดิษฐ์อันน่ายกย่องให้กับเพเตน ซึ่งรวมถึงประติมากรรมมากกว่า 2,500 ชิ้น

แคโรไลน์ บาบูลล์ โฆษกของสำนักพิมพ์เฟยาร์ด กล่าวว่า “พวกเขาไม่ได้โต้แย้งอะไรในหนังสือ แต่พวกเขากำลังพยายามที่จะฝังมันโดยแกล้งทำเป็นมันไม่ได้อยู่” การตอบสนองต่อการเปิดตัวของหนังสือเล่มนี้ในปี ค.ศ.2004 โฆษกของ LVMH กล่าวว่า “นี่คือประวัติศาสตร์โบราณ หนังสือเล่มนี้ครอบคลุมช่วงเวลาที่ครอบครัวทำงานและนานก่อนที่มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ LVMH

เรามีความหลากหลาย อดทนกับทุกสิ่ง ที่ควรจะเป็นในบริษัทสมัยใหม่”  และโฆษกของ LVMH ยังกล่าวเหน็บแนมกับนิตยสาร Le Canard enchaîné ว่า “เราไม่ได้ปฏิเสธข้อเท็จจริง แต่ที่น่าเสียใจที่ผู้เขียนวิซินิตี้ได้พูดเกินจริง เรายังไม่ได้สร้างแรงกดดันใดๆกับใคร ถ้าผู้สื่อข่าวต้องการตรวจสอบด้วยตัวเอง มันก็จะดีกับตัวผม

ในช่วงเวลานี้หลุยส์วิตตองเริ่มนำเอาหนังมาใช้ในผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ซึ่งมีตั้งแต่กระเป๋าและกระเป๋าถือขนาดเล็กไปจนถึงกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ บริษัทได้ปรับปรุงลายผ้ามอนอแกรมในปี ค.ศ.1959 เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลให้กับกระเป๋า เป็นที่เชื่อกันว่าในปี ค.ศ.1920 การปลอมแปลงได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่จะดำเนินต่อไปในศตวรรษที่ 21 ในปี 1966

กระเป๋าพาพิลลอนได้เปิดตัว (กระเป๋าทรงกระบอกที่ยังคงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน) โดยปี ค.ศ.1977 มีรายได้ประจำปีไม่เกิน 70 ล้านฟรังก์ (48 ล้านบาท) หนึ่งปีต่อมาได้เปิดร้านครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียวและโอซะกะ ในปี ค.ศ.1981 ริษัทได้ร่วมมือกับ อเมริกาส์คัพ เพื่อสร้างหลุยส์วิตตองคัพ สำหรับการแข่งขันเรือยอชท์

หลังจากที่หลุยส์ วิตตอง ขยายสาขาในเอเชียด้วยการเปิดสาขาในกรุงไทเปในประเทศไต้หวันในปี ค.ศ.1983 และในกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ในปี ค.ศ.1984 ในปี ค.ศ.1985 สายหนังอีพิ ถูกนำมาใช้ เหตุการณ์สุดท้ายในศตวรรษที่ 20 มีการเปิดตัวบรรทัดมินิมอนอแกรม ในปี ค.ศ.1999 และในปี ค.ศ.2000 ได้เปิดร้านแรกในแอฟริกา ที่กรุงมาร์ราคิช ประเทศโมร็อกโก

และในที่สุดการประมูลที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี โต๊ะเครื่องแป้ง ที่ได้รับการออกแบบโดยชารอน สโตน ถูกขายพร้อมกับเงินที่ได้รับนั้นไปบริจาคให้กับมูลนิธิวิจัยโรคเอดส์ 2001 ถึง 2011 ร้านหลุยส์วิตตองในใจกลางเมืองฮ่องกง โดยปี ค.ศ.2001 สตีเฟน สโปรส ร่วมมือกับมาร์ค เจคอบส์ ออกแบบกระเป๋าวิตตองรุ่นจำนวนจำกัด

ที่ให้ภาพกราฟฟิตีที่เขียนขึ้นในรูปแบบอักษรย่อ จาคอบส์ยังได้สร้างสร้อยข้อมือที่มีเสน่ห์ ซึ่งเป็นชิ้นแรกของเครื่องประดับจากแอลวี ภายในปีเดียวกัน ในปี ค.ศ.2002 ได้มีการเปิดตัวคอลเลกชั่นนาฬิกาแทมเบอร์  ในช่วงปีนี้อาคารแอลวี ในโตเกียว ย่านกินซ่าถูกเปิดหลุยส์วิตตองในบริกแกท, ลีดส์, สหราชอาณาจักร ในปี ค.ศ.2004 หลุยส์ วิตตองได้ฉลองครบรอบ 150 ปี

แบรนด์ยังคงเปิดตัวร้านค้าในนิวยอร์ก เซาเปาลู เม็กซิโกซิตี กังกุน และโจฮันเนสเบิร์ก นอกจากนี้ยังได้เปิดร้านค้าทั่วโลก และแห่งแรกในเซี่ยงไฮ้ จนถึงปี ค.ศ.2005  หลุยส์ วิตตอง เปิดร้านแห่งใหม่ในช็องเซลีเซ ในปารีส ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกันชื่อ เอริค คาร์ลสัน และได้เปิดตัวคอลเลกชั่นนาฬิกาอย่าง “สปีดี้” ในปี ค.ศ.2010

หลุยส์ วิตตอง เปิดร้านที่หรูหราที่สุดในกรุงลอนดอน ในช่วงต้นปี ค.ศ.2011 หลุยส์ วิตตองได้ว่าจ้าง คิม โจนส์ ในฐานะ “Men Ready-to-Wear Studio และ Style Director” เขากลายเป็นนักออกแบบชั้นนำของเสื้อผ้าบุรุษ ในขณะที่ทำงานภายใต้การกำกับบริษัทของมาร์ค เจคอบส์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน ค.ศ.2011 หลุยส์ วิตตอง เปิดตัวเกาะเมสัน แห่งแรกในสิงคโปร์

ซึ่งเป็นแห่งแรกที่เปิดให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  2012 สู่การนำเสนอ เมื่อวันที่กันยายน ค.ศ.2013 บริษัทได้ว่าจ้างดาร์เรน สปาซีอานี เพื่อเป็นผู้จัดเก็บอุปกรณ์เสริม  เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ.2013 บริษัทยืนยันว่า นิโคลัส เกสเคียร์ ได้รับการว่าจ้างให้มาแทนที่มาร์ค เจคอบส์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของคอลเลกชั่นของผู้หญิง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ.2014 เอดวร์ด ชไนเดอร์ ได้กลายเป็นหัวหน้าฝ่ายสื่อประชาสัมพันธ์และข่าวประชาสัมพันธ์ที่หลุยส์ วิตตอง ภายใต้เฟรเดริก วิงค์เลอร์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการด้านการสื่อสารและเหตุการณ์ของหลุยส์ วิตตอง ในปีคศ. 1858 หลังจากเปิดร้านของตัวเองมาได้ 4 ปี เค้าได้ออกแบบ “หีบใส่ของ” ในแบบของตัวเอง แทนที่จะใช้วัสดุที่เป็นหนัง

เขากลับเลือกใช้แคนวาส ซึ่งมีน้ำหนักที่เบากว่า ทนทาน สามารถกันน้ำและกลิ่นได้อีกต่างหาก และที่สำคัญเขาได้ออกแบบให้หีบใส่ของนั้นเปลี่ยนรูปร่างจากทรงโดม กลายเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ซึ่งทำให้เวลาขนย้ายในการเดินทางนั้นสะดวกขึ้นมาก ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟหรือเรือไอน้ำก็ตาม จนได้รับการกล่าวขานว่า Vuitton’s trunk นั้นคือ modern luggage ในเวลานั้น

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here