เปิดฉากงาน ‘มหกรรมวิทย์ฯ ระดับภูมิภาคอย่างยิ่งใหญ่’ เริ่มแรกที่เชียงใหม่ ระหว่าง 4-10 มิ.ย.นี้

0
187

เปิดฉากงาน ‘มหกรรมวิทย์ฯ ระดับภูมิภาคอย่างยิ่งใหญ่’ เริ่มแรกที่เชียงใหม่ ระหว่าง 4-10 มิ.ย.นี้

เมื่อ 14.00 น.วันที่ 4 มิถุนายน 61 ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่  นางสุวรรณี คำมั่น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระดับภูมิภาค” โดยมี นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กล่าวรายงาน นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยภายในงานมีการนำเทคโนโลยีทั้งระบบไฟฟ้า ระบบดูดาวจากสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบบเทคโนโลยีช่วยเหลือเกษตรกรให้ก้าวสู่ยุค 4.0 ศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียง การนำสิ่งประดิษฐ์จากภูมิปัญญาของชาวบ้าน

- Advertisement -

มาให้นักเรียนได้ศึกษาและต่อยอดในแนวทางวิทยาศาสตร์ โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นในห้วงระหว่างวันที่ 4 – 10 มิถุนายน 2561 เพื่อมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และนิทรรศการจากทั้งในและต่างประเทศ หวังจุดพลังสร้างบันดาลใจนำไปต่อยอดความคิดสู่อนาคต ตั้งเป้าขยายฐานผู้ร่วมงานทั่วประเทศ เพิ่มศักยภาพให้แก่เยาวชนพร้อมก้าวสู่ Thailand 4.0

นางสุวรรณี คำมั่น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีและของประเทศ โดยในการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติในส่วนกลางเมื่อปี 2560 มียอดผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,106,724 คน เมื่อคิดเป็นร้อยละของผู้เข้าชมจากภูมิภาคต่างๆ แบ่งได้

ดังนี้ ภาคกลางร้อยละ 66.14 ภาคตะวันออกร้อยละ 13.08 ภาคเหนือร้อยละ 10.93 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 8.53 และภาคใต้ร้อยละ 1.32 จากข้อมูลพบว่าผู้เข้าชมที่มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาจากภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ มีจำนวน ผู้เข้าชมจากภูมิภาคต่าง ๆ ค่อนข้างน้อยโดยเฉพาะภาคใต้ เนื่องจากอุปสรรคจากระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและเกิดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น เพื่อเป็นการขยายโอกาสการเรียนรู้ในภูมิภาค กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จึงได้ดำเนินการจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระดับภูมิภาค” (National Science and Technology Fair 2018, Regional)

รวม 4 ภูมิภาค โดยเริ่มที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นแห่งแรก  สำหรับครั้งที่ 2 จะจัดที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 13-19 มิ.ย. 2561 ครั้งที่ 3 จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 11-17 ก.ค. 2561 และครั้งที่ 4 อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 18 – 24 ส.ค. 2561 ซึ่งมีกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

และนวัตกรรมผ่านนิทรรศการที่น่าสนใจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก เยาวชน และผู้เข้าร่วมงานได้พัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางความรู้ ความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัย และเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับเยาวชนไทยให้ก้าวไปสู่ Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

dav

“งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระดับภูมิภาค ตั้งเป้าผู้เข้าชมงานประมาณ 8 แสนคน จากทั้ง 4 ภูมิภาค โดยแต่ละแห่งเด็กๆ และเยาวชน จะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่น่าสนใจมากมาย นับเป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในภูมิภาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ช่วยเปิดประสบการณ์ในโลกของวิทยาศาสตร์และเผชิญกับความ ท้าทายใหม่ๆ ของเทคโนโลยี

โดยการจัดงานมหกรรมวิทย์ฯ ภูมิภาคครั้งนี้ สอดรับกับนโยบาย “วิทย์สร้างคน” ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่จะปลูกฝังทัศนคติที่ดีและกระตุ้นการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งนับเป็นนโยบายหลักที่กระทรวงฯ มุ่งขับเคลื่อนเพื่อให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับเยาวชนคนไทย อันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความแข็งแกร่งของประเทศได้ในอนาคต”

สำหรับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีประวัติการก่อตั้งเริ่มแต่สมัยรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ซึ่ง คณะอนุกรรมการวางนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยมี ศ.ดร.ชุบ กาญจนประกร เป็นประธานอนุกรรมการ และ ศ.ดร.สง่า สรรพศรี เป็นรองประธาน ได้เสนอแนะให้จัดตั้ง กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน แต่ยังไม่ได้ข้อยุติก็เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเสียก่อน

รัฐบาลชุดถัดมาของพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ได้ดำเนินการจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน โดยประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา มีผลตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2522 ในภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มีผลเมื่อ 4 เมษายน พ.ศ. 2535และมีการจัดตั้งหน่วยงานเพิ่มเติมอีกหลายหน่วยงาน ดังนี้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษ ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดตั้งในปี พ.ศ. 2535 อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยรับโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ยุบไป

องค์การจัดการน้ำเสีย จัดตั้งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ตามพระราชกฤษฎีกา เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานด้านสาธารณูปการ ทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการจัดการน้ำเสียและดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องในเขตพื้นที่จัดการน้ำเสีย สำนักงานสิ่งแวดล้อมภูมิภาค จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2533 เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและความต้องการที่แท้จริงของท้องถิ่นอันนำไปสู่การแก้ไข

และปฏิบัติให้ได้ผลอย่างแท้จริง โดยตั้งที่จังหวัดสงขลาเป็นแห่งแรก และในปี พ.ศ. 2536 ได้ขยายไปตั้งใน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดชลบุรี หน่วยงานที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดตั้งขึ้นเมื่อ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

พ.ศ. 2534 ที่มีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน เป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระและความคล่องตัวสูงโดยไม่ผูกพันไว้กับกฎระเบียบการปฏิบัติของราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยมีจุดประสงค์ให้เป็นองค์กรที่ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความชำนาญในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้เจริญก้าวหน้า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อ 30 มกราคม พ.ศ. 2538

เพื่อเป็นหน่วยงานที่สร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้แก่เยาวชนและประชาชนโดยทั่วไป ต่อมาในสมัยรัฐบาลพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ให้ทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสอดคล้องกับงานที่มากขึ้น ทำให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีบทบาทที่ชัดเจนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 พันธกิจ เสนอแนะนโยบาย จัดทำยุทธศาสตร์และแผนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ริเริ่ม เร่งรัด ผลักดันและดำเนินการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ สร้างคนดีและเก่งในทุกระดับ รวมทั้งสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้แพร่หลายและเป็นที่ยอมรับ สร้างระบบสนับสนุนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถสร้างปัญญา เข้าถึงความรู้ใหม่ๆ และนำภูมิปัญญาไทยมาใช้ผสมผสานกันได้
สนับสนุนให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี

และสร้างนวัตกรรมให้แก่ภาคการผลิตและบริการ รวมทั้งบริการสังคมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน หน่วยงานในสังกัด หน่วยงานระดับกรม 4 หน่วยงาน
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หน่วยงานในกำกับของกระทรวง 3 หน่วยงาน ซึ่งจัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ รัฐวิสาหกิจ 2 หน่วยงาน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ องค์การมหาชน 7 หน่วยงาน สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here