พบรอยเท้าเพิ่ม หน่วยซีลระดมทีมดำน้ำ ส่ง ฮ.บินสำรวจ ทางเข้าทุกจุด

0
210

พบรอยเท้าเพิ่ม หน่วยซีลระดมทีมดำน้ำ ส่ง ฮ.บินสำรวจ ทางเข้าทุกจุด

จากกรณีนักฟุตบอลทีมหมูป่า ที่ประกอบด้วยเยาวชนอายุ 11-16 ปี 12 คน และผู้ฝึกสอนวัย 25 ปี ที่เดินทางไปเที่ยวภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย หายตัวไปตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 23 มิ.ย. คาดว่าอาจจะติดอยู่ในถ้ำ เนื่องจากฝนตกจนน้ำใต้ดินดันขึ้นมาปิดทางเข้า-ออก และในถ้ำดังกล่าวมีลำธารไหลขนานไปตลอดความลึก

ซึ่งคาดว่าจะลึกถึง 3 ก.ม. จนต้องระดมเจ้าหน้าที่และชุดนักประดาน้ำออกค้นหา ซึ่งพบเพียงรองเท้า และกระเป๋าอุปกรณ์กีฬา ตามที่เสนอไปก่อนหน้านี้ ความคืบหน้า เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 25 มิ.ย. พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.นสร.หรือหน่วยซีล เปิดเผยว่า รับคำสั่งจากพล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผบ.กร. ให้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยซีล จาก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ไปจ.เชียงราย

- Advertisement -

เพื่อช่วยค้นหาทีมฟุตบอลเด็กพร้อมโค้ช รวม 13 คน จึงได้จัดกำลัง จากนสร. 17 นาย นำโดยน.อ.อนันต์ สุราวรรณ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ พร้อมอุปกรณ์การค้นหา ขึ้นเครื่องบินของทางกองทัพเรือถึงจังหวัดเชียงราย เวลา 01.45 น. จากนั้นประชุมวางแผนกับเจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เพื่อกำหนดทิศทางและ วิธีการในการเข้าไปช่วยเหลือให้เร็วที่สุด

พล.ร.ต.อาภากร กล่าวว่า การค้นหาต้องเดินเท้าเข้าไปในถ้ำระยะทางประมาณ 3 ก.ม. พบแต่รองเท้าของเด็กๆ และร่องรอยสัญลักษณ์ที่ผนังถ้ำบางส่วน แต่ยังไม่สามารถเข้าไปลึกกว่านั้น เพราะมีน้ำท่วมลึก โดยเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ซึ่งต้องเตรียมความพร้อม แบ่งเจ้าหน้าที่เป็น 4 ชุด ชุดแรกเป็นชุดที่เข้าพื้นที่สำรวจ ชุด 2-4 เป็นชุดสนับสนุน เนื่องจากในถ้ำไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ ยืนยันจะทำสุดกำลังความสามารถ ช่วยเหลือให้น้องๆ ทุกคนปลอดภัย

เจอรอยเท้า-ยันรอดชีวิต เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ดำน้ำและเจาะทรายเข้าไปถึงโพรงถ้ำซึ่งอยู่ห่างจากปากถ้ำ 2-3 ก.ม. แต่ก็ยังไม่พบเด็ก พบเพียงรอยเท้าที่มีลักษณะเหมือนเด็กๆ พยายามตะกุยขึ้นคาดว่าเด็กๆ จะเดินหนีน้ำเข้าลึกไปอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างแกะรอยติดตามตัวอย่างมีความหวัง เวลา 11.30 น. พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผบ.มทบ.37 จ.เชียงราย

กล่าวว่า คาดว่าทั้งหมดเดินเข้าไปลึก ประกอบกับเกิดฝนตก ทำให้น้ำท่วมปิดทางเข้าออก ช่วงแรกทางเจ้าหน้าที่ใช้ชุดทีมประดาน้ำของกู้ภัยเข้าไปค้นหาแต่ไม่ชำนาญ และมีน้ำขุ่น จึงให้ทีมซีล เข้ามาเสริม ขณะนี้มีการตั้งกองอำนวยการร่วม โดยมีทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการทำงาน ประกอบด้วย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล รส.) จ.เชียงราย กกล.รส.มทบ 37

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย และมูลนิธิหน่วยกู้ภัยต่างๆ สันนิษฐานว่าเด็กๆ รู้วิธีเอาตัวรอดจากน้ำท่วมได้ เพราะมีบางคนเคยเข้าไปเที่ยวในถ้ำ และมีประสบการณ์การเอาตัวรอดจากน้ำท่วม ซึ่งถ้ำหลวงฯ มีความยาว 7 ก.ม. ภายในมีเนินคล้ายสันดอนที่สูงกว่าระดับน้ำในถ้ำ “ขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามดำน้ำเอาดินโคลนออก เพื่อเปิดปากถ้ำให้กว้าง

นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งขึ้นไปบนภูเขา เพื่ออุดน้ำที่จะไหลมาเติมภายในถ้ำด้วย แต่ฝนก็ยังตกต่อเนื่องบนเทือกเขารอยต่อระหว่างไทย-เมียนมา  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พยายามดูแลคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน และอยากขอความร่วมมืองดจุดธูปเทียนใกล้พื้นที่บริเวณปากถ้ำ เพราะจะทำให้เกิดควันลอยเข้าไปในถ้ำส่งผลให้อากาศ หรือออกซิเจนในถ้ำน้อยลง

ซึ่งตอนนี้ได้นำเครื่องเติมอากาศของปภ. เข้าไปในถ้ำ เพื่อเติมอากาศให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใน และยังจัดตั้งหน่วยแพทย์ โดยความร่วมมือระหว่าง ร.พ.เชียงราย กับร.พ.ค่ายเม็งรายมหาราช นอกจากนี้ ทาง มทบ.37 ยังจัดชุดครัวสนาม สำหรับประกอบอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมถึงวางระบบการสื่อสารทางทหาร เนื่องจากในพื้นที่จะติดต่อลำบาก” พล.ต. บัญชากล่าว

ฮ.เจอปล่องถ้ำ-ส่งอาหารให้ เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยซีลเริ่มสับกำลังส่งชุดที่ 2 เข้าไปค้นหา โดยมีรายงานว่า จุดที่หน่วยซีลดำผ่านโพรงน้ำที่ลึกประมาณ 5 เมตร และกว้างประมาณ 15 เมตรไปยังอีกฝั่งหนึ่งของโพรงซึ่งคาดว่าเด็กๆ จะใช้หลบน้ำจนสำเร็จแต่ไม่พบเด็กๆ แต่พบรอยเท้าขึ้นไปตามช่องทางถ้ำที่มีลำธารไหลขนานกันมา ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ากลุ่มเด็กๆ

และโค้ชได้เดินไปทางนั้นเพราะไม่สามารถกลับออกมาทางเดิมได้ โดยทางดังกล่าวมีระยะทางไกลประมาณ 7 ก.ม. และคนท้องถิ่นระบุว่าเป็นทางตันโดยปลายทางเป็นหน้าผา โขดหิน และป่าไม้หนาทึบ แต่คาดว่าผู้ที่ติดอยู่ภายในถ้ำตัดสินใจเดินตามเสียงน้ำที่ไหลเพื่อหวังจะพบปลายทางแทนการออกทางเดิม

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำเฮลิคอปเตอร์เข้าไปสำรวจด้านบนเทือกเขาดอยนางนอน เพื่อหาช่องทางสูบน้ำออกจากโพรงบางจุดหรือหย่อนอาหาร น้ำดื่ม ลงไปได้ รวมถึงหาปลายทางของถ้ำระยะทางประมาณ 7 ก.ม. อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและอากาศปิดรวมทั้งสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาทั่วบริเวณทำให้ไม่สามารถปฏิบัติการได้โดยสะดวก และใช้การส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยซีลเข้าไปทางเดิม โดยนำอาหารและน้ำเข้าไปด้วยต่อไป

ช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่หน่วยซีลยังคงเดินหน้าค้นหา แต่ยังไม่พบตัวเด็ก โดยเจอร่องรอยที่เชื่อว่าทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ แต่เนื่องจากในถ้ำยังมีน้ำท่วมเป็นช่วงๆ บางจุดถึงมิดหัว จึงเป็นเรื่องยากหากพบตัวทั้ง 13 ชีวิตแล้วจะช่วยพาออกมาได้อย่างง่ายดาย เบื้องต้นจึงประสานไปยังกรมชลประทาน ดูความเป็นไปได้ในการสูบน้ำออกจากถ้ำเพื่อช่วยทั้ง 13 ชีวิตออกมา

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า บริเวณเหนือถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน มีปล่องที่ทะลุออกมานอกถ้ำได้ จึงใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจบริเวณเหนือถ้ำ ก่อนเจอปล่องตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน โดยปล่องดังกล่าวมีระยะห่างจากโถงจุดแรกภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ประมาณ 800 เมตร แต่ภายในถ้ำจะมีเส้นทางที่คดเคี้ยวและระยะทางที่ยาวกว่านั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่จึงโยนอาหารและขนมลงไปในปล่องดังกล่าว พร้อมกระดาษที่เขียนข้อความว่า ถ้าเจอขนมให้หยุดรอหน่วยซีล กำลังเดินไปตามหาทาง 7 ก.ม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเตรียมสำรวจเส้นทางของปล่องที่อยู่เหนือถ้ำด้วย

ตั้งศูนย์ช่วยชีวิตในถ้ำ

เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว นายภาสกร บุญลักษม์ รองผวจ.เชียงราย ผบ. เหตุการณ์ แถลงผลการปฏิบัติการว่า เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ อำนวยความสะดวกด้านการค้นหาอย่างเต็มที่และสถานการณ์ล่าสุดคือเรายังคงต้องแข่งกับเวลา โดยทางจากกรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ หรือหน่วยซีลของทหารเรือได้เดินทางเข้าไปในถ้ำเป็นระยะทางประมาณ 3 ก.ม. แล้วดำน้ำจนผ่านโพรงกว้างที่อยู่ภายในได้แล้ว จากนั้นสำรวจภูมิประเทศนาน 30 นาที และส่งชุดสนับสนุนที่ 2 เข้าต่อไป ทั้งนี้ การเข้าไปถึงจุดดังกล่าวไม่ราบเรียบ มีโขดหิน สูงต่ำและต้องผ่านน้ำ ทางศูนย์จึงจัดเครื่องสูบน้ำสนับสนุน 4 เครื่อง

นายภาสกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ระดับน้ำภายในสูงขึ้นเพราะฝนตกลงมา ซึ่งทำให้กังวลเพราะการต้องเข้าไปจะยิ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้ถังออกซิเจนและใช้ความสามารถ ซึ่งหากว่าทีมค้นหาสามารถเจอผู้ประสบเหตุก็คงต้องเอาคนแข็งแรงออกมาก่อน แล้วจะตั้งกองบังคับการภายในถ้ำเพื่อช่วยเหลือเรื่องการดำรงชีพของคนภายใน ส่งอาหาร น้ำดื่ม ฯลฯ แล้วนำตัวออกมาให้เร็วที่สุดต่อไป ทั้งนี้ ก็กำลังรอความหวังว่าจะพบเจอคนแรกก่อนเพื่อจะได้เร่งให้การสนับสนุนช่วยเหลือต่อไป

นายภาสกรกล่าวอีกว่า เชื่อว่าเด็กๆ เข้าไปอยู่บริเวณสามแยก พบรอยมือ รอยเท้าที่บ่งชี้ว่ามีการเดินเข้าไปภายใน และจากการสอบถามนักสำรวจชาวต่างชาติและคนท้องถิ่นที่เคยเข้าไปก็ระบุว่าเป็นทางตันที่ไม่มีทางออกโดยมีระยะทางเข้าไปประมาณ 7 ก.ม. ดังนั้นก็คาดการณ์ว่าจากระยะเวลาค้นหาทำให้หน่วยซีลและเด็กๆ น่าจะอยู่ห่างกันออกไปประมาณ 2 ก.ม.

แต่เป็นระยะทางภายในถ้ำที่ไม่เหมือนพื้นที่ราบภายนอก ตามเส้นทางก็มีทั้งพื้นหินดินขึ้นลงและน้ำ อย่างไรก็ตาม ยังคงมั่นใจว่าคนที่เข้าไปโดยเฉพาะเด็กๆ ยังมีชีวิตอยู่ เพราะเป็นนักกีฬาและมีทักษะอยู่แล้ว ส่วนปล่องที่พบด้านเหนืออุทยานฯนั้นอาจเป็น จุดที่เด็กๆ เดินผ่านไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จะหาวิธีการเพื่อใช้ช่วยเหลือเด็กๆ กรณีพบว่าผ่านจุดนั้นต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ยังคงส่งชุดค้นหาเข้าไปอย่างต่อเนื่อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here