เตือนประชาชาชนระวัง ‘เส้นทางระหว่างวัดพระธาตุดอยสุเทพ’ ต้นไม้ล้มในป่า เสาสายไฟแรงสูงหักโค่น

0
29

เตือนประชาชาชนระวัง ‘เส้นทางระหว่างวัดพระธาตุดอยสุเทพ’ ต้นไม้ล้มในป่า เสาสายไฟแรงสูงหักโค่น

เมื่อเวลา 10.30 น. เกิดเหตุต้นไม้ล้มในป่า ทำให้ดึงสายเสาไฟแรงสูงหักโค่น จำนวนสี่ต้น โดยล้มในป่า 3 ต้น และยังมีที่ล้มขวางถนน 1 ต้น ทำให้รถสัญจรไม่ได้ บริเวณสวนควินิน เส้นทางระหว่างวัดพระธาตุดอยสุเทพ ถึงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จากเกตุการณ์คาดการเนื่องจากเกิดฝนตกพายุลมแรงนอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆพื้นที่ ที่เจอเหตุการณ์ ต้นไม้หักพัก ฝนตกหนัก เกิดความเสียหายต่างๆ

รวมถึงน้ำท่วมซึ่งหลายๆจังหวัดช่วงฝนตกหนักน้ำท่วมทำชาวบ้านได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เหตุการณ์น้ำท่วมหรือ การเกิดอุทกภัยน้ำท่วม นั้นสามารถแยกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1) สาเหตุจากธรรมชาติ ได้แก่ ฝนตกหนัก น้ำท่าล้นตลิ่ง และอิทธิพลน้ำทะเลหนุน – ฝนตกหนัก การเกิดอุทกภัยโดยทั่วไปมีสาเหตุสำคัญมาจากปริมาณฝนตกหนักมากเกินความสามารถในการระบาย 1) สาเหตุจากธรรมชาติ ได้แก่ ฝนตกหนัก น้ำท่าล้นตลิ่ง และอิทธิพลน้ำทะเลหนุน

– ฝนตกหนัก การเกิดอุทกภัยโดยทั่วไปมีสาเหตุสำคัญมาจากปริมาณฝนตกหนักมากเกินความสามารถในการระบาย- ฝนตกหนัก การเกิดอุทกภัยโดยทั่วไปมีสาเหตุสำคัญมาจากปริมาณฝนตกหนักมากเกินความสามารถในการระบาย- น้ำท่าล้นตลิ่ง ในปี 2538 ปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านกรุงเทพมหานครลงสู่อ่าวไทย มีปริมาณมากเกินกว่าความสามารถของแม่น้ำเจ้าพระยาจะรับไว้ได้

ทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่ง หรือในลุ่มน้ำโขงในฤดูน้ำหลาก จังหวัดต่างๆ ที่อยู่ตามแนวชายแดน เช่น หนองคาย นครพนม มุกดาหาร จะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำโขงล้นตลิ่งในบริเวณที่มีตลิ่งต่ำ ทำให้เกิน้ำท่วมเป็นประจำ- อิทธิพลน้ำทะเลหนุน จากปากแม่น้ำขึ้นไปตามลำน้ำ ทำให้น้ำหลากในแม่น้ำระบายลงสู่อ่าวไทยได้ช้าลง เป็นเหตุให้น้ำท่วมขังยาวนานขึ้น

2) สาเหตุจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่การตัดไม้ทำลายป่า การพัฒนาชุมชนการทำลายคันป้องกันน้ำท่วมและ การสูบน้ำบาดาล – การตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ปริมาณน้ำฝนไม่สามารถดูดซึมโดยลำต้น ใบ และรากได้ สำหรับบริเวณที่โล่งการไหลบ่าของน้ำผิวดินเร็วขึ้นเพราะไม่มีต้นไม้คอยชลอน้ำ ซึ่งทำให้อัตราการไหลสูงสุดของน้ำสูงขึ้น นอกจากนี้ฝนยังมีโอกาสที่จะชะเอาหน้าดินไปด้วย

ซึ่งจะทำให้ความขุ่นของน้ำและตะกอนที่มากับน้ำมีมากขึ้นตามไปด้วย – การพัฒนาชุมชน พื้นที่ชุมชนเมืองส่วนใหญ่จะมีผิวพื้นที่น้ำฝนซึมผ่านได้ยาก ทำให้น้ำฝนไหลไปสู่คลองระบายมากขึ้น ต่างกับพื้นที่ชนบทที่ฝนสามารถไหลซึมลงไปใต้ดินได้ รวมทั้งการพัฒนาชุมชนที่ไม่ถูกหลักวิชาทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำเลวลง โดยการกีดขวางทางไหลของน้ำ

ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกนอกพื้นที่ชุมชนได้ก่อให้เกิดสภาพน้ำท่วมขัง นอกจากนั้นในพื้นที่ชุมชนส่วนใหญ่มักจะมีการสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองซึ่งเป็นการก่อสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ทำให้ขนาดของลำน้ำแคบลง แล้วยังมีการทิ้งสิ่งปฏิกูลลงลำน้ำทำให้ลำน้ำตื้นเขินอีกด้วย – การทำลายคันป้องกันน้ำท่วร ราษฎรที่อาศัยอยู่นอกคันป้องกันน้ำท่วมมักจุทำลายคันป้องกันน้ำท่วม

ทำให้ปริมาณน้ำหลากทะลักเข้าไปในพื้นที่ชุมชน ถึงแม้ว่าหน่ายราชการที่เกี่ยวข้องจะทำหน้าที่ดูแลรักษาคันป้องกันก็ตาม  การเตรียมความพร้อมก่อนน้ำท่วม การรับมสำหรับน้ำท่วมครั้งต่อไปควรปฏิบัติดังนี้ 1. คาดคะเนความเสียหายที่จะเกิดกับทรัพย์สินของคุณเมื่อเกิดน้ำท่วม 2. ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการอพยพ

3. เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดจากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย 4. เตรียมเครื่องรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉิน แหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอรี่สำรอง 5. ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เป็นต้น เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน และทราบแหล่งทรายที่จะนำมาใช้

6. นำรถยนต์และพาหนะไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วมถึง 7. ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับการประกันความเสียหาย 8. บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และเก็บไว้ตามที่จำง่าย 9. รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหารที่ต้องการใช้ภายหลังน้ำท่วมไว้ในที่ปลอดภัยและสูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง

10. ทำบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่าทั้งหมด ถ่ายรูปหรือวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน 11. เก็บบันทึกรายการทรัพย์สิน เอกสารสำคัญและของมีค่าอื่นๆ ในสถานที่ปลอดภัยห่างจากบ้านหรือห่างจากที่น้ำท่วมถึง เช่น ตู้เซฟที่ธนาคาร หรือไปรษณีย์ 12. ทำแผนการรับมือน้ำท่วม และถ่ายเอกสารเก็บไว้ในที่สังเกตได้ง่าย และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ

วิธีการปฏิบัติหลังการเกิดอุทกภัย หลังอุทกภัย เมื่อระดับน้ำลดลงจนเป็นปกติ การบูรณะซ่อมแซมสิ่งต่าง ๆ จะต้องเริ่มต้นทันที่งานบูรณะต่าง ๆ เหล่านี้จะประกอบด้วย 1. การขนส่งคนอพยพกลับยังภูมิลำเนาเดิม  2. การช่วยเหลือในการรื้อสิ่งปรักหักพัง ซ่อมแซมบ้านเรือนที่หักพัง และถ้าบ้านเรือนที่ถูกทำลายสิ้น ก็ให้ได้รับความช่วยเหลือในการจัดหาที่พักอาศัยและการดำรงชีพชั่วระยะหนึ่ง

3. การกวาดเก็บขนสิ่งปรักหักพังทั่วไป การทำความสะอาดบ้านเรือน ถนนหนทางที่เต็มไปด้วยโคลนตม และสิ่งชำรุดเสียหายที่เกลื่อนกลาดอยู่ทั่วไปกลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว  4. ซ่อมแซมบ้านเรือนอาคาร โรงเรียนที่พักอาศัย สะพานที่หักพังชำรุดเสียหาย และที่เสียหายมากจนไม่อาจซ่อมแซมได้ ก็ให้รื้อถอนเพราะจะเป็นอันตรายได้

5. จัดซ่อมทำเครื่องสาธารณูปโภค ให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด เช่น การไฟฟ้า ประปา โทรเลข โทรศัพท์
6. ภายหลังน้ำท่วมจะมีซากสัตว์ตาย ปรากฏในที่ต่าง ๆ ซึ่งจะต้องจัดการเก็บฝังโดยเร็ว สัตว์ที่มีชีวิตอยู่ซึ่งอดอาหารเป็นเวลานาน ให้รีบให้อาหารและนำกลับคืนให้เจ้าของ  7. ซ่อมถนน สะพาน และทางรถไฟที่ขาดตอนชำรุดเสียหายให้กลับสู่สภาพเดิม เพื่อใช้ในการคมนาคมได้โดยเร็วที่สุด

8. สร้างอาคารชั่วคราวสำหรับผู้ที่อาศัย เนื่องจากถูกอุทกภัยทำลายให้อยู่อาศัยเป็นการชั่วคราว  9. การสงเคราะห์ผู้ประสบอุทกภัย มีการแจกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และอาหารแก่ผู้ประสบภัย ความอดอยาก ความขาดแคลนจะมีอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งควรจะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยบรรเทาทุกข์หรือมูลนิธิ และอีกประการหนึ่ง  10. ภายหลังอุทกภัย เนื่องจากสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จะทำให้เกิดเจ็บไข้และโรคระบาดได้

การป้องกันอุทกภัยน้ำท่วม – ติดตามสภาวะอากาศ ฟังคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา – ฝึกซ้อมการป้องกันภัยพิบัติ เตรียมพร้อมรับมือ และวางแผนอพยพหากจำเป็น – เตรียมน้ำดื่ม เครื่องอุปโภค บริโภค ไฟฉาย แบตเตอรี่ วิทยุกระเป๋าหิ้วติดตามข่าวสาร – ซ่อมแซมอาคารให้แข็งแรง เตรียมป้องกันภัยให้สัตว์เลี้ยงและพืชผลการเกษตร

– เตรียมพร้อมเสมอเมื่อได้รับแจ้งให้อพยพไปที่สูง เมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และฝนตกหนักต่อเนื่อง – ไม่ลงเล่นน้ำ ไม่ขับรถผ่านน้ำหลากแม้อยู่บนถนน ถ้าอยู่ใกล้น้ำ เตรียมเรือเพื่อการคมนาคม – หากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ป้องกันโรคราด ระวังเรื่องน้ำและอาหาร ต้องสุก และสะอาดก่อนบริโภค – การนำถุงทรายมาทำเขื่อน เพื่อป้องกันน้ำท่วม หลังอุทกภัย เมื่อระดับน้ำลดลงจนเป็นปกติ การบูรณะซ่อมแซมสิ่งต่างๆ จะต้องเริ่มต้นทันที่งานบูรณะต่างๆ เหล่านี้จะประกอบด้วย

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here