ครูปรีชา ควง ทนาย กอดคอร้องคาราโอเกะ พร้อมชูมือทำท่าไอเลิฟยู มั่นใจก่อนขึ้นศาลคดีหวย 30 ล้าน

0
86

ครูปรีชา ควง ทนาย กอดคอร้องคาราโอเกะ พร้อมชูมือทำท่าไอเลิฟยู มั่นใจก่อนขึ้นศาลคดีหวย 30 ล้าน

เตรียมเริ่มเดินหน้าพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล สำหรับคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ระหว่างครูปรีชา ใคร่ครวญ และร.ต.ท.จรูญ วิมูล ที่ต้องการพิสูจน์ความจริงว่าใครกันแน่คือ ‘เจ้าของหวย’ โดยในวันจันทร์ที่ 4 มิ.ย.2561 ศาลไต่สวนมูลฟ้องคดีนี้ แต่ล่าสุดเฟซบุ๊ก ทนายวรยุทธ ซึ่งเป็นทนายความของครูปรีชา ได้โพสต์คลิปก่อนต้องเดินทางไปขึ้นศาล

โดยภายในคลิปดังกล่าว ครูปรีชาและทนายกำลังกอดคอร้องเพลงคาราโอเกะด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แถมพอจบเพลงยังชูมือทำท่าไอเลิฟยูด้วย นอกจากนี้ยังระบุแคปชั่นว่า “ขอมอบเสียงเพลงนี้ให้กับทุกคนที่เป็นกัลยาณมิตรและปรารถนาดีต่อกันเรื่อยมานะครับผม” จับไมค์ร้องเพลงได้แบบนี้ บ่งบอกถึงความมั่นใจก่อนต้องเดินทางไปขึ้นศาล

วันนี้ (4 มิ.ย.) คดีหวย 30 ล้านสุดอลเวงของสังคม ระหว่าง ครูปรีชา ใคร่ครวญ และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล น่าจะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เนื่องจากศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้นัดสืบพยานครั้งแรกในวันนี้ ที่จะเป็นการเผชิญหน้าและเป็นตัวกำหนดทิศทางต่างๆ ของรูปคดีในอนาคต ขณะที่เมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

ทนายความฝ่ายร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์รูปภาพบรรยากาศการทำบุญ พร้อมมีการระบุข้อความว่า เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนไต่สวนคดี เช่นเดียวกับ นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความฝ่ายครูปรีชา ก็ได้โพสต์คลิปร้องเพลงคาราโอเกะแบบผ่อนคลายอยู่กับลูกความ แสดงความมั่นใจต่อหลักฐานต่างๆ ที่จะนำไปสู้คดีในชั้นศาล และเผยให้เห็นว่า ครูปรีชา ยังสดใสร่าเริงไม่ได้เครียดกับการขึ้นศาลครั้งนี้แต่อย่างใด

ขณะที่ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้อธิบายถึงคดีหวย 30 ล้าน ที่ศาลจังหวัดได้นัดสืบพยานครั้งแรกในวันนี้ โดยเชื่อว่าครูปรีชาต้องขึ้นเบิกความด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่าถูกรางวัลที่ 1 และมีการทำสลากหาย โดยมี ร.ต.ท.จรูญ ยักยอกไป ซึ่งทนายษิทรามีหน้าที่ซักค้านพยานฝ่ายครูปรีชา โดยการนำหลักฐานเข้าไปซักค้าน เพราะ ร.ต.ท.จรูญ

ยังไม่เป็นจำเลย ไม่สามารถนำพยานฝ่ายตัวเองมาสืบได้ หากครูปรีชาไม่ยอมรับเอกสารหลักฐานก็จะตกไป ซึ่งคลิปเสียงก็มีน้ำหนักในการทำลายความน่าเชื่อถือผู้ที่มีเสียงในคลิป โดยหากไม่ยอมรับก็เป็นหน้าที่ของทนายษิทราที่ต้องทำให้ศาลเชื่อให้ได้ ขณะที่คลิปเสียงดังกล่าวมีสาระสำคัญ 2 เรื่อง คือพูดถึงพนักงานสอบสวนจะพิมพ์คำให้การพยานซึ่งเป็นความลับในสำนวน

ถ้าเปิดเผยออกมาจะผิดวินัยถูกให้ออกจากราชการและดำเนินคดีในมาตรา 157 ส่วนเสียงที่คล้ายครูปรีชา ถ้าสมมติว่าเป็นเสียงครูปรีชาจริง ก็จะถูกดำเนินคดีฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ส่วนอีกประเด็นเรื่องจ่ายเงินผู้อำนวยการกองสลาก 5,000 บาท ซึ่งต้องสืบให้ได้ว่ามีการรับเงินจริงหรือไม่ หากจริงคนรับเงินก็ผิดฐานรับสินบน คนให้เงินก็ผิดฐานให้สินบน

ทั้งนี้ การร้องละเมิดอำนาจศาลเกี่ยวกับผู้ที่เผยแพร่คลิปตอนนี้มีอยู่ 2 สำนวน สำนวนแรกเป็นการร้องทนายษิทรา กรณีนำคลิปเสียงซึ่งคัดมาจากศาล แต่กลับนำมาเปิดในคอมพิวเตอร์และถ่ายภาพโพสต์ในเฟซบุ๊กให้อีกฝ่ายรับสารภาพ ซึ่งเป็นการเปิดเผยพยานหลักฐานที่ยังไม่สืบพยาน ส่วนอีกกรณี ที่ผู้เผยแพร่อีกรายซึ่งนำคลิปมาเปิดเสียงคล้ายครูปรีชา

โดยครูปรีชาร้องว่าคลิปดังกล่าวเป็นชุดเดียวกับที่อยู่ในศาล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าทั้ง 2 อย่างถือเป็นการละเมิดหรือไม่ ส่วนตัวละครสำคัญที่ยังไม่มีใครได้พบ อย่าง “เจ๊เซี๊ยม” จะเดินทางมาเป็นพยานหรือไม่ มองว่าสามารถเป็นไปได้ แต่หากฝั่งครูปรีชามองว่า คนที่มีเสียงในคลิปหากนำมาเบิกความอาจให้การขัดกัน ก็อาจนำพยานรายอื่น เช่น คนเห็นหวยตกที่เคยมีข่าวมาเบิกความทดแทน

ส่วนจะมีน้ำหนักน่าเชื่อถือหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้พิพากษา โดยผู้ที่ไม่มีชื่ออยู่ในสำนวนตำรวจก็สามารถไปเพิ่มได้ ไม่ถือว่าเป็นพยานงอกหากรู้เห็นจริง ซึ่งตนเชื่อว่ามีเซอร์ไพรส์แน่นอน เพราะเป็นการต่อสู้กันเรื่องของศักดิ์ศรีไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จากกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน

ซึ่งเป็นทนายความของร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในคดีหวย 30 ล้าน เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ลังตรวจพบว่าแผ่นซีดีคลิปเสียงของนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา 4,500 คลิปใน 1 แผ่น ซึ่งได้ทำการขอคัดลอกมาจากศาลจังหวัดกาญจนบุรีเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ได้หล่นหายไปเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าน่าจะหล่นหายตอนไปเดินซื้อของภายในตลาดแห่งหนึ่ง

ในพื้นที่อ.กระทุ่มแบน ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายปรีชา เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ก็ไม่ได้หวั่นไหวหรือเป็นกังวล พร้อมอยากฝากบอกไปถึงคนที่อาจจะเก็บได้หรือมีซีดีคลิปเสียงดังกล่าวไว้ในครอบครองว่า หากอยากจะนำคลิปเสียงเหล่านั้นมานำเสนอ ก็ขอให้ทำไปตามสบาย เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคนที่สามารถกระทำได้

แต่ก็อย่าให้เป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งหากมีการนำมาเผยแพร่จริง ก็จะได้มีการตรวจสอบว่าคลิปนั้น เป็นเสียงของตนจริงหรือไม่ และใครเป็นคนทำขึ้นมา เรื่องเหล่านี้ตนไม่หนักใจและไม่เป็นกังวลแต่อย่างใด นายปรีชา เปิดเผยต่อว่า ส่วนเรื่องของหนังสือคดีหวย 30 ล้านที่ตนเป็นคนเขียนนั้น ขณะนี้ตนเขียนเล่มแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคำถูกคำผิด

รวมถึงสำนวนที่ใช้ว่าถูกต้องหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน ไม่น่าจะเกิดเดือน มิ.ย.นี้ น่าจะได้อ่านกันอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ในหนังสือเล่มแรกจะเป็นเรื่องราวตั้งแต่ที่ตนถูกลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท จนกระทั่งถึงตอนที่ตนถูกดำเนินคดีและถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม ซึ่งในหนังสือนี้จะไม่มีการโจมตีหรือให้ร้ายใครอย่างแน่นอน เป็นเพียงการบอกเล่าประสบการณ์และวิธีการรับมือเมื่อเกิดคดีความของตน

ว่ามีวิธีการรับมือและอยู่ร่วมกับปัญหาอย่างไรเท่านั้น  ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา กล่าวถึงกรณีมีการนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่อได้ออกมาเผยแพร่ คลิปเสียงการสนทนาของชายสองคน ซึ่งอ้างว่าคล้ายเสียงของนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือแผน และนายปรีชา ที่คุยกันเรื่องหวย 30 ล้าน ว่าคลิปเสียงน่าจะเป็นขบวนการตัดต่อออกมา

ระหว่างตนกับนายแผน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของศาลหมดแล้ว รอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด นายปรีชา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เวลานี้ตนไม่ได้อยู่บ้านของตัวเอง แต่มาอยู่บ้านแม่หลายวันแล้ว หากเสร็จธุระก็จะนัดสื่อให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ส่วนกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ซึ่งเป็นทนายความของร.ต.ท.จรูญ วิมูล

และนายอัจฉริยะปล่อยออกมานั้น น่าจะเป็นการตัดต่อคลิป ซึ่งตนขอปฏิเสธคลิปดังกล่าว “เชื่อว่าคลิปที่นำมาปล่อยน่าจะเป็นขบวนการ ผมขอปฏิเสธเรื่องทั้งหมด รอให้ศาลตัดสินออกมาจะดีกว่า เพราะอยู่ในขบวนการศาลเป็นผู้ชี้ว่าลอตเตอรี่เป็นทรัพย์ของผู้ใด ใครเป็นเจ้าของแท้จริง ขอให้สังคมอดใจรออีกไม่นานจะทราบว่าหวยออกที่ใคร” ครูปรีชา กล่าว ด้าน ร.ต.ท.จรูญ

กล่าวว่า จะให้สบายใจคงเป็นไปไม่ได้ เพราะปัญหายังไม่ชัดเจนแต่ก็ต้องทำใจ เมื่อเรื่องมันเป็นเช่นนี้ต้องรอขั้นตอนของศาลอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องคลิปที่มีการนำเผยแพร่นั้น ตนไม่ทราบและไม่ออกความเห็น ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนายฐนุกร ซึ่งก็ไม่พบว่ามีผู้ใดอยู่บ้านแต่อย่างไร ก่อนหน้านี้ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง รมว.ศึกษาธิการ

ให้ปลด “ครูปรีชา” ออกจากการเป็นครูสอนนักเรียน พร้อมตั้งคณะกรรมสอบวินัย ปมเป็นผู้ต้องหาคดีหวย 30 ล้านบาท นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยื่นหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ใช้อำนาจ ให้ ครูปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาญจนบุรี เขต 8 หยุดปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งมี พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รับเรื่อง นายอัจฉริยะ กล่าวว่า นายปรีชาอยู่ในฐานะสมควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียนและสังคม แต่กลับไม่ประพฤติปฎิบัติตนให้อยู่ในทำนองครองธรรม

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาจนศาลได้ออกหมายจับ อันไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีคำสั่งให้ดำเนินการตั้งคณะกรรมสอบสวนวินัย พร้อมกับมีคำสั่งให้พักราชการนายปรีชา หรือโยกย้ายให้ปฎิบัติหน้าที่อื่นตามความเหมาะสมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนนักเรียน รวมถึงให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here