พ่อค้ากาดหลวงเชียงใหม่ ขึ้นป้ายผ้าสะท้อน ‘สภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่’ จนไม่มีคนมาจับจ่ายซื้อของ

0
264

เผยที่มาป้ายผ้าสะท้อน ‘สภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่’ พ่อค้ากาดหลวงเชียงใหม่ โวยไม่มีคนมาจับจ่ายซื้อของ ‘แท้จริงเป็นภาพเก่าเมื่อ 2 ปีก่อน’ แจ้ง ปชช.อย่าเข้าใจผิด

ล่าสุด หนุ่มโพสต์ภาพป้ายผ้า “ไม่มีลูกค้า ไม่มีเงินจ่ายลูกน้องแล้วครับ” ในตลาดวโรรส เชียงใหม่ ขอโทษไม่ได้ตรวจสอบ หลังพบเป็นภาพเก่าที่ถูกส่งต่อกันมา เผย แค่ไม่อยากเห็นเศรษฐกิจบ้านเกิดเป็นเช่นนี้… จากกรณีข่าวป้ายในตลาดวโรรส หรือกาดหลวง เชียงใหม่ มีข้อความว่า “ไม่มีลูกค้า ไม่มีเงินจ่ายลูกน้องแล้วครับ” ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ธนวรรธน์ จรณชัยวัจน์ ผู้โพสต์ ได้ออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นภาพเก่า ว่า

“ผมต้องขออภัยพี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องชาวเชียงใหม่เกี่ยวกับกรณีภาพเก่า ตลาดวโรรส ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ผมเอามาจากเพื่อนในกลุ่มไลน์ที่เรียนสถาบันเดียวกัน โดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เจตนาของผมเพียงแค่สำนึกรักบ้านเกิด เพราะผมเกิดและโตที่นี่ เพียงแค่ไม่อยากเห็นเศรษฐกิจบ้านเกิดของผมเป็นเช่นนี้เท่านั้น จึงขออภัยมา ณ ที่นี้…”

- Advertisement -

สืบเนื่องจาก จากกรณีที่มีสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสตภาพถ่ายของป้ายผ้าโดยเขียนข้อความระบุว่า “ไม่มีลูกค้า ไม่มีเงินจ่าย ลูกน้องแล้วครับ” ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายจากถนนวิชยานนท์ ย่านตลาดวโรรส จ.เชียงใหม่ พร้อมข้อความในโพสตว่า ตลาดวโรรส (กาดหลวงบ้านเราถึงขนาดนี้แล้วหรือ??? สวัสดีไทยแลนด์ นั้น ทำให้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความนี้กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระแสต่างๆ นานาเกี่ยวกับเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงใหม่

ในช่วงเย็นวันนี้ (10 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวได้ทำการลงพื้นที่สำรวจในย่านดังกล่าว พบว่าไม่พบป้ายผ้าดังกล่าวจึงได้สอบถามข้อมูลกับผู้ที่ประกอบอาชีพในระแหวกนั้น ทั้งพ่อค้าแม่ค้า คิวสามล้อถีบ และพนักงานขายในร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งให้ข้อมูลตรงกันว่าไม่เคยเห็บป้ายผ้าที่มีข้อความแบบนี้มาก่อน ซึ่งตนทำงานที่นี้อยู่ตลอด

ขณะที่ทางแม่ค้ารายหนึ่งในย่านดังกล่าวที่ได้เห็นภาพที่ทางผู้สื่อข่าวให้ดู ก็เล่าให้ฟังว่า ป้ายผ้าที่เห็นนี้เป็นของร้านจำหน่ายเสื้อร้านหนึ่งที่เปิดกิจการในย่านนี้ ซึ่งตนเคยเห็นมานานแล้วเมื่อประมาณ 2 ปี ที่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นมีกระแสว่า “เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แม้แต่ร้านเชียงใหม่ใจดียังขายของไม่ได้เลย” ซึ่งคนที่ทำป้ายก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านเชียงใหม่ใจดีเลย และทำให้คนที่เห็นป้ายนึกว่าร้านเชียงใหม่ใจดีเป็นผู้ทำป้าย

สำหรับ ประวัติความเป็นมาของตลาดวโรรส ที่ตั้งตลาดวโรรสในปัจจุบันเดิมทีเป็นที่ข่วงเมรุ หรือที่ปลงพระศพและเป็นที่เก็บพระอัฐิของเจ้าเชียงใหม่ทั้งหลาย แต่หลังจากที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว (รัชกาล ที่ 5) ได้เสด็จกลับมาเยี่ยมจังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้มีพระราชดำริให้ย้ายพระอัฐิไปบรรจุไว้ที่วัดสวนดอกและได้รวบรวมเงิน

ส่วนพระองค์และเงินจากเจ้าอินทวโรรสฯ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สมัยนั้นมาลงทุนสร้างตลาดขึ้นในบริเวรข่วงเมรุนั้น และได้พระราชทานชื่อว่า “ตลาดวโรรส” ตามพระนามของเจ้าอินทวโรรส และชาวบ้านก็ได้เรียกกันในชื่อว่า “กาดหลวง” (ซึ่งอาจจะหมายความว่า ตลาดใหญ่หรือว่าตลาดของเจ้าหลวงก็ได้) หลังจากเจ้าดารารัศมีสิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ. 2476 เจ้าแก้วนวรัฐ

เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้ตั้งบริษัทขึ้นมาจัดการบริหารตลาดวโรรส โดยมีชื่อว่าบริษัท เชียงใหม่พาณิชย์ จำกัด และได้เป็นบริษัทของเจ้านายในสกุล ณ เชียงใหม่ตลอดมา จนถึงเมื่อเกิดสงครามเอเชียอาคเนย์ขึ้น เจ้านายบางท่านจึงได้โอนขายหุ้นบางส่วนให้ห้างหุ้นส่วนอนุสาร เชียงใหม่ เพื่อเข้าไปช่วยพัฒนาและบริหารงานตลาดให้มีความทันสมัยมากขึ้น

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ทางผู้ถือหุ้นก็ได้มอบหมายให้ ศ. อัน นิมมานเหมินท์ แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริษัทออกแบบต่างชาติเข้ามาทำการค้นคว้าและออกแบบ สร้างตลาดวโรรสให้เป็นตลาดเต็มรูปแบบและมีความทันสมัย โดยพัฒนาคู่กับตลาดต้นลำไยที่อยู่ข้างกัน โดยเริ่มดำเนินการในปีพ.ศ. 2492 และทำให้ทั้งสองตลาดนี้เจริญเฟื่องฟูและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันใน วงกว้าง

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่และทำให้ทั้งสองตลาดนี้วอดวายไปเสียหมด ถือเป็นการสิ้นสุดของตลาดวโรรสในยุคแรก หลังจากนั้นทางเจ้านายสกุล ณ เชียงใหม่ก็ไม่ได้มีความประสงค์จะลงทุนทำตลาดอีกต่อไปจึงได้โอนขายให้ทั้ง หมดให้แก่ห้างหุ้นส่วนอนุสารเชียงใหม่ และบริษัทอนุสาร จำกัด ทางบริษัทจึงได้มอบหมายให้ ศ. อัน นิมมานเหมินท์ ผู้ออกแบบตลาดในครั้งแรก

เป็นผู้ออกแบบตลาดขึ้นมาใหม่โดยทำเป็นตลาดแนวสูงเพื่อการใช้พื้นที่ให้คุ้ม ค่าสูงสุด โดย ศ. อัน ได้ศึกษาดูงานจากตลาดต่างประเทศ ทั้งที่มาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง และได้สร้างตลาดให้ตรงกลางโปร่งโล่งและมีโครงหลังคาแบบฟันเลื่อยเพื่อให้รับ แสงสว่างธรรมชาติได้เต็มที่พร้อมกับมีการระบายอากาศให้ถ่ายเทตลอดเวลา ซึ่งในสมัยนั้นตลาดวโรรสนับเป็นตลาดที่สวยงามและทันสมัยที่สุดของจังหวัด เชียงใหม่และภาคเหนือ

มาถึงเชียงใหม่ทั้งที ถ้าไม่ได้มาที่ “กาดหลวง” หรือ “ตลาดวโรรส” ก็ คงจะเหมือนขาดอะไรไป เพราะกาดหลวงแห่งนี้ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีประวัติอันยาวนานมานับร้อยปี ใครไปใครมา รวมถึงคนเชียงใหม่เอง ก็จะต้องมาจับจ่ายหาซื้อข้าวของกันยังกาดหลวงแห่งนี้

ตลาดโวรรสแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานมาก เดิมทีที่ตั้งปัจจุบันแห่งนี้เป็นที่ข่วงเมรุ หรือที่ปลงพระศพและเป็นที่เก็บพระอัฐิของเจ้าเชียงใหม่หลายพระองค์ หลังจากที่พระชายาเจ้าดารารัศมีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ มีพระราชดำริให้ย้ายพระอัฐิไปไว้ที่วัดสวนดอก และได้รวบรวมเงินส่วนพระองค์และเงินจากเจ้าอินทวโรรสฯ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในสมัยนั้น

มาสร้างตลาดขึ้นในบริเวณข่วงเมรุนี้ และได้พระราชทานชื่อว่า “ตลาดวโรรส” ตามพระนามของเจ้าอินทวโรรส ชาวบ้านจึงเรียกกันต่อๆ มาในชื่อ “กาดหลวง” ซึ่งนอกจากจะหมายความถึงตลาดใหญ่แล้ว ก็อาจจะหมายถึงตลาดของเจ้าหลวงด้วยก็ได้ ภายในตลาดวโรรสแห่งนี้ เปิดขายกันตั้งแต่เช้าตรู่เรื่อยไปจนกระทั่งดึกดื่นเที่ยงคืน มีสินค้า อาหารการกินต่างๆ มากมาย

นับเป็นศูนย์รวมทางการค้าขนาดใหญ่ของเชียงใหม่ ถ้าหากใครนึกอยากหาของฝากจากเชียงใหม่ประเภทที่เรียกว่าเป็นของกิน ของอร่อยแล้วล่ะก็ ให้รีบพุ่งตัวมาที่ตลาดวโรรสแห่งนี้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ไส้อั่ว หมูยอ น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู แหนม กาละแม ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้แห้ง ใบชา อาหารแห้ง รับรองว่ามาที่เดียวได้ครบทุกอย่างแน่นอน และเมื่อมาถึงในตลาดถ้าใครไม่ได้แวะซื้อน้ำพริกหนุ่ม หมูทอด

ไส้อั่วเจ้าดังประจำตลาดอย่าง “ร้านป้าบุญศรี” หรือ “ร้านดำรงค์” ก็คงต้องบอกว่ายังมาไม่ถึงซะทีเดียว ทั้งสองร้านนี้ตั้งอยู่ติดกันที่บริเวณชั้น1 ของตลาด จัดว่าเป็นร้านดังประจำตลาดเลยทีเดียว เพราะบรรดานักท่องเที่ยวหรือแม้กระทั่งคนในพื้นที่เองก็ยังมาหาซื้อน้ำพริก หนุ่ม ไส้อั่วและหมูทอด กันทั้งนั้น ถ้าจะให้ครบสูตรก็ต้องกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ รับรองว่าอร่อยจนต้องติดใจกันทั่วหน้าแน่นอน

ส่วนใครที่อยากซื้อผลไม้เมืองหนาวสดๆ ที่ตลาดวโรรสก็มีเช่นกัน แต่ที่เห็นจะแปลกตาสำหรับเราอยู่ซักหน่อยก็คงจะเป็น “เซียมท้อ” ผลไม้เมืองหนาวที่มีวางขายอยู่อย่างมากมาย เมื่อได้ลองซื้อมาชิมแล้วก็ต้องบอกว่าอร่อยดีทีเดียว เพราะเนื้อของเซียมท้อจะหวานๆ มันๆ แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย อีกทั้งเป็นตลาดเดียวที่มีบันไดเลื่อนตรงกลางตลาด (ปัจจุบันใช้งานไม่ได้แล้ว)

ตัวตลาดวโรรสใหม่นี้เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2515 และได้เป็นที่จับจ่ายใช้สอยของประชาชนชาวเชียงใหม่และผู้มาเยือนมาตลอด จนถึงปัจจุบันนี้ เพราะมีรูปป้ายร้านติดอยู่ด้วย และก็ไม่รู้ว่าทำไหมถึงมีคนกลับมาแชร์ภาพนี้กันอีก ส่วนตัวตนยอมรับว่าช่วงนี้อาจจะขายสินค้าได้ไม่ได้ค่อย แต่ก็ขายได้ อาจเนื่องด้วยระยะนี้มีฝนตกบ่อยประกอบกับไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายของซื้อของมากเท่ากับช่วงอื่นๆ

นอกจากเรื่องของอาหารการกินในตลาดแล้ว ตลาดวโรรสยังมีสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ที่ด้านหลังตลาดจะเป็นแหล่งรวมผ้าและอุปกรณ์การตัดเย็บ สินค้าประดิษฐ์ประดอยต่างๆ ในส่วนนี้ให้บรรยากาศคล้ายตลาดพาหุรัดในกรุงเทพเลย เพราะร้านขายผ้าจะตั้งอยู่ติดๆ กัน และที่บริเวณชั้นบนของตลาดก็ยังมีร้านค้าอีกมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป

รวมถึงเสื้อผ้าพื้นเมืองต่างๆ ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้อีกสารพัดชนิด ถ้าจะบอกว่า มีตั้งแต่สากเบือยันเรือรบ ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะสินค้ามีมากมายนับไม่ถ้วน และด้วยเหตุนี้เองตลาดวโรรสจึงเป็นศูนย์กลางของรถสองแถวสายต่างๆ มากมาย คนเชียงใหม่ที่อยู่ต่างอำเภอก็นิยมมาจับจ่ายซื้อของกันที่นี่ ดังนั้นถ้าใครที่จะเดินทางไปยังอำเภอต่างๆ ของเชียงใหม่ก็สามารถมาเริ่มต้นที่คิวรถข้างตลาดได้สบายๆ

เวลาทำการ : ตัวตลาดด้านใน เปิดทำการตั้งแต่ 4.00 น. – 19.00 น.บริเวณรอบตลาดเปิดประมาณ 7.00 น.- 24.00 น. ช่วงเวลาแนะนำ : ในช่วงเช้าจนถึงเย็นจะเหมาะกับการมาเดินเลือกซื้อของกิน ของฝาก ส่วนช่วงค่ำจะเป็นตลาดขายอาหารพื้นเมือง ถ้าหากต้องการชิมอาหารเมืองอย่างที่คนเชียงใหม่นิยมกัน แนะนำให้มาในช่วงเย็นถึงช่วงค่ำๆ

ไฮไลท์ : ของฝากจากเชียงใหม่ และอาหารการกินแบบพื้นเมือง กิจกรรม : เลือกซื้อของฝาก และชมวิถีชีวิตของชาวเชียงใหม่ จุดเด่น: ตลาดวโรรส เปิดขายกันตั้งแต่เช้าตรู่ เรื่อยไปจนกระทั่งดึกดื่นเที่ยงคืน เป็นตลาดใหญ่อันเก่าแก่ของเชียงใหม่ที่รวมรวบสินค้าต่างๆ ไว้มากมาย จุดด้อย: บริเวณตลาดวโรรสหาที่จอดรถยาก ไม่แนะนำให้นำรถยนต์ส่วนตัวมา

ถ้าหากเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะได้จะสะดวกกว่ามาก ข้อสรุป: ตลาดวโรรส จัดเป็นตลาดใหญ่แห่งหนึ่งของเชียงใหม่ เป็นแหล่งรวมสินค้าต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวมักจะมาหาซื้อของฝากกัน โดยเฉพาะสินค้าอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อจำพวกไส้อั่ว แหนม น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู ผลิตภัณฑ์ผัก ผลไม้แปรรูป

นอกจากนี้ยังมีแหล่งรวมอาหารพื้นเมืองราคาถูกอีกมากมาย วิธีการเดินทาง จากสะพานนวรัฐ เมื่อขับรถข้ามสะพานมาแล้วให้ขับรถตรงไปตามถนนท่าแพ จนมาถึงสี่แยกตัดกับถนนช้างม่อยตัดใหม่ ซึ่งมีวัดแสนฝางตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน ให้เลี้ยวขวาและขับตรงไปจนถึงสี่แยกที่มีซุ้มประตูจีน เลี้ยวขวาเข้าถนนช้างม่อย

ขับไปอีกเล็กน้อยจะเห็นตลาดวโรรสอยู่ทางด้านขวามือ หรือถ้ามาจากถนนเลียบคู่เมือง โดยเส้นทางถนนช้างม่อยขับเรื่อยมาจนผ่านซุ้มประตูจีนแล้วจะเห็นตลาดวโรรสอยู่ทางด้านขวามือ รถสองแถวแดงซึ่งเป็นรถรับจ้างไม่ประจำทางสามารถโบกเรียกรถได้จากทุกที่ในเมืองเชียงใหม่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here