พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงใช้กระเป๋าทรงถือ ‘สานเสื่อกก’ สนับสนุนภูมิปัญญาในท้องถิ่นไทย

0
309

พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงใช้กระเป๋าทรงถือ ‘สานเสื่อกก’ สนับสนุนภูมิปัญญาในท้องถิ่นไทย

สำหรับคนไทยแล้ว คงรู้กันดีว่าพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์นั้น สนพระทัยในเรื่องแฟชั่นเป็นอย่างมาก และเซนส์ทางแฟชั่นของพระองค์ก็เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงทำให้ภาพจำของพระองค์คือ “เจ้าหญิงแฟชั่นของไทย” ไปโดยปริยาย และถึงแม้พระองค์หญิงฯ จะทรงเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI

แต่ก็ยังไม่ลืมสนับสนุนภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นไทย ด้วยการคอมพลีทลุคในวันชิลๆ ของพระองค์ด้วยกระเป๋าสานเสื่อกก จากแบรนด์ภัทรพัฒน์ ล่าสุด บิ๊ก – วัชรสิทธิ์ วิชญาณรัตน์ ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง ได้โพสต์ภาพถ่ายของเจ้าหญิงของชาวไทย ที่ทรงถือกระเป๋าสานเสื่อกก จากแบรนด์ภัทรพัฒน์ (PatPat) ในมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นผลผลิตจากการพัฒนาสินค้าจากชุมชน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

- Advertisement -

สำหรับ “ภัทรพัฒน์ PatPat” นั้น เป็นชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้าจากท้องถิ่น ที่มีทั้งสินค้าเกษตรกรรม ผลิตภัณฑ์จักสาน อาหารแปรรูป ฯลฯ หนึ่งในนั้นคือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นกก ที่นำมาแปรสภาพให้เป็นเส้น ย้อมสี แล้วทอ เพื่อนำมาเป็นของใช้ต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ กระเป๋าสานเสื่อกกที่พระองค์หญิงฯ ทรงถือนั่นเอง

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ประสูติแต่สุจาริณี วิวัชรวงศ์ อดีตนักแสดง (อดีตใช้ชื่อว่ายุวธิดา ผลประเสริฐ) เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530 เมื่อแรกประสูติมีพระนามว่า หม่อมเจ้าบุษย์น้ำเพชร มหิดล พระองค์มีพระเชษฐาร่วมพระมารดา 4 องค์ ได้แก่ จุฑาวัชร, วัชรเรศร, จักรีวัชร และวัชรวีร์ วิวัชรวงศ์

มีพระภคินีและพระอนุชาร่วมพระชนก คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ตามลำดับ หลังจากการหย่าร้างของพระบิดาและพระมารดา อดีตหม่อมสุจาริณีพร้อมพระโอรสได้ย้ายไปพำนักยังต่างประเทศในปี พ.ศ. 2539 ส่วนหม่อมเจ้าบุษย์น้ำเพชรตกอยู่ในการดูแลของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

ได้รับพระราชทานพระนามใหม่ว่า หม่อมเจ้าจักรกฤษณ์ยาภา มหิดล ขณะมีพระชันษา 10 ปี พระองค์ประทับร่วมกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถราวสองปี ที่ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล

ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระองค์ขึ้นเป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548 พระองค์สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจิตรลดา ต่อมาได้สำเร็จการศึกษาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง)

ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.93 และทรงได้รับรางวัลนิสิตดีเด่นประจำปีการศึกษา 2551 ด้วยมีผลการการเรียนอันน่าพึงใจ หลังจากนี้พระองค์ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศฝรั่งเศส ณ สถาบันเอโกล เดอ ลา ฌอมป์ซินดิกัล เดอ ลา กูตูร์ปารีเซียง พระองค์เรียกแทนพระองค์เองว่า “ท่านหญิง”

ด้วยมีพระยศเดิมเป็นหม่อมเจ้ามาก่อน พระองค์มีพระสหายน้อยคน ทรงประทานสัมภาษณ์ว่า “…ท่านหญิงมีเพื่อนน้อย แต่ทุกคนดีมีคุณภาพ” ระหว่างที่ทรงศึกษา ณ โรงเรียนจิตรลดา พระสหายจะเรียกพระองค์ว่า “ตึก” เพราะทรงสวมรองเท้าส้นตึกซึ่งเป็นที่นิยมมากในขณะนั้น พระองค์หญิง กล่าวว่าพระองค์เป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็ว

และทรงกล่าวว่าครั้งหนึ่งเคยมีสุภาพบุรุษเคยมาจีบพระองค์ถึงสามคนโดยที่ไม่ทราบว่าพระองค์เป็นใคร ทั้งนี้ทรงมี “สเป็ก” ส่วนพระองค์ ทรงกล่าวว่า “เรามี Type ของผู้ชายที่เราชอบ คือ ชอบคนที่คิดบวก แล้วเป็นคนที่ชอบเรา รักเราที่เป็นตัวเรา ไม่ใช่เป็นเจ้าหญิง แล้วต้องดูแลตัวเรา ไม่ใช่หมายถึง เรื่องเงินทอง แต่ดูแลเรื่องจิตใจ

แล้วไม่ทำร้ายกัน…และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน” และ “เราไม่จำเป็นต้องเลือกคนที่รวยที่สุดในจักรวาล หรือเลือกคนที่เป็นเจ้าหรือมีฐานันดรอะไร…” พระองค์ได้รับการจัดอยู่ในลำดับที่ 16 โดยนิตยสารฟอบส์ในเยาวราชนิกุลที่ทรงได้รับความนิยมมากสุดในโลกยี่สิบอันดับ ในปี พ.ศ. 2556 เว็บไซต์ askmen ได้จัดอันดับพระองค์ว่าเป็นเจ้าหญิงที่โดดเด่นที่สุด

อันดับที่ 7 และพระองค์ได้รับรางวัล “แฟชั่นไอคอน” จากนิตยสาร นูเมโร ไทยแลนด์ ในปีเดียวกัน วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557 พระองค์หญิงได้ทรงโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ้กส่วนพระองค์ ว่าทรงคบหากับชายชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว ด้วยทรงต้องการสยบข่าวลือที่ว่าพระองค์เสกสมรสแล้ว พระองค์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยได้เป็นตัวแทนประเทศไทย

ไปร่วมแข่งขันในการแข่งขันกีฬาแบดมินตันซีเกมส์ 2005 ประเภททีมหญิง ที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยได้รับรางวัลเหรียญทอง และอีกหลายรายการ นอกจากกีฬาแบดมินตัน พระองค์ยังทรงสนพระทัยกีฬาขี่ม้าตั้งแต่พระชันษา 9 ปี ด้วยขี่ตามพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ต่อมาพระองค์ได้กลับมาสนพระทัยจนเป็นนักกีฬาขี่ม้าดังกล่าว

ซึ่งชนะเลิศในรายการไทยแลนด์แชมเปียนชิพคิงส์คัพ 2012 และทรงตั้งพระทัยที่จะคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในซีเกมส์ 2013 ในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ทรงลงแข่งขันขี่ม้าประเภทศิลปะบังคับม้าประเภททีม วันที่ 14 ธันวาคม พระองค์ลงแข่งรอบชิงชนะเลิศทรงทำคะแนนรวม 53.810 คะแนน จบอันดับที่ 10 ในการแข่งขัน

ทรงเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2014 โดยเข้าแข่งขันกีฬาศิลปะการบังคับม้าประเภททีม ลงแข่งขันเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557 ร่วมกับ เฉลิมฉาน ยศวิริยะพาณิชย์, รวิสรา เวชากร และภคินี พันธาภา ส่วนพระองค์ได้คะแนน ร้อยละ 58.079 รวมคะแนนเฉลี่ยทีมไทยอยู่อันดับที่ 7 ด้วยคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 62.711

ด้านศิลปกรรม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ได้รับเชิญจากห้องเสื้อปิแยร์บาลแมง ให้จัดแสดงผลงานการออกแบบเสื้อผ้า จำนวน 39 ชุด ในงานแสดงเสื้อผ้าปารีสแฟชั่นวีค (Paris Fashion Week : Spring/Summer 2008) ที่โอเปร่า การ์นิเย กรุงปารีส เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2550

โดยเสื้อผ้าที่จัดแสดงทรงผสมผสานระหว่างเครื่องแต่งกายแบบชาวตะวันตก กับรูปแบบผ้านุ่งไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ตัดเย็บโดยช่างจากวิทยาลัยในวังหญิง ทั้งนี้ทรงมียี่ห้อเสื้อผ้าส่วนพระองค์คือ “สิริวัณณวรี” (Sirivannavari) และมียี่ห้อของแต่งบ้านส่วนพระองค์ชื่อ “สิริวัณณวรีเมซอง” (Sirivannavari Maison) ทั้งนี้สินค้าบางส่วนของพระองค์ได้รับการจดลิขสิทธิ์โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศเพื่อมิให้เกิดการละเมิดหรือลอกเลียน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here