เตือนทุกภาค 4-7 มิ.ย. ฝนตกเพิ่มหนักขึ้น กรมชลประทาน-ประชาชน เตรียมรับมือน้ำท่วม

0
107

เตือนทุกภาค 4-7 มิ.ย. ฝนตกเพิ่มหนักขึ้น กรมชลประทาน-ประชาชน เตรียมรับมือน้ำท่วม

สถานีอุตุนิยมวิทยาสุโขทัย กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น

โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง อนึ่ง พายุดีเปรสชันปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง

- Advertisement -

มีศูนย์กลางอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 250 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือ พายุนี้มีแนวโน้มว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนขึ้นสู่เกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 5-7 มิ.ย. 61 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทย มีฝนเพิ่มมากขึ้น

และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันจันทร์ ถึงเวลา 06.00 น. วันอังคาร

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ฝั่งอ่าวไทย) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งอันดามัน) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ระนอง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำอุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 4-7 มิถุนายน 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ขณะที่ กรมชลประทาน ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ว่า วันที่ 4-7 มิถุนายน ทั่วทุกภาคของประเทศ จะมีฝนตกหนัก และฝนตกเพิ่มขึ้น จึงมีการเน้นย้ำไปยัง “โครงการชลประทาน” ทั่วประเทศให้ติดตามสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา

และสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบคโฮ รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำไว้ประจำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับพายุดีเปรสชัน (Depression Storm) คือพายุหมุนเขตร้อนประเภทหนึ่งที่มีความเร็วที่จุดศูนย์กลางไม่สูงมากนัก ความเร็วลมไม่เกิน 61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีอำนาจการทำลายล้างไม่สูงมากนัก โดยมีความเร็วน้อยกว่าพายุโซนร้อน ซึ่งมีความเร็วลมตั้งแต่ 62 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 117 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและพายุไต้ฝุ่นที่มีความเร็วตั้งแต่

118 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปพายุดีเปรสชันนั้นเป็นพายุหรือพายุฝนที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด เป็นพายุที่มีกำลังอ่อนที่สุดในบรรดาพายุที่มีชื่อเรียกทั้งหลาย ความเร็วของลมใกล้บริเวณศูนย์กลางของดีเปรสชันไม่เกิน 33 น็อต หรือ 61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่สร้างอันตรายรุนแรงมากนัก แต่สามารถทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้ม เสาไฟฟ้าหักโค่นและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเสียหายได้

โดยทั่วไปจะทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและสามารถตกหนัก ลมกรรโชกแรงและทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ โดยทั่วไปแล้วพายุดีเปรสชั่นสามารถทำให้เกิดฝนตกหนักในระดับ 100 มิลลิเมตร ภายใน 12 ชั่วโมง และสามารถตกติดต่อกันได้หลายวัน ดังนั้นเมื่อพายุพัดผ่านไปแล้วเรามักจะพบน้ำท่วม ดินถล่ม ดินภูเขาเกิดการสไลด์ตัว ถนนขาด เป็นต้น

พายุดีเปรสชันนั้นถ้าเกิดขึ้นใกล้ชายฝั่ง เมื่อขึ้นฝั่งแล้วก็มักจะสลายตัวได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่ถ้าเกิดในทะเลลึกหรือห่างชายฝั่งมาก ผสมกับแรงกดอากาศที่แตกต่างกันหรือมีพายุขนาดเล็กอื่นๆอยู่ใกล้ จะสามารถก่อตัวให้ใหญ่ขึ้นและแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุโซนร้อนและพายุไต้ฝุ่นซึ่งมีความเร็วสูงกว่าและอำนาจทำลายล้างสูงมากกว่าได้ในที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here