ขาแด้นซ์หลบไป “บอสแต้ว” องค์ลงเต้นสุดแรงในแอปฯสุดฮิต

0
34

ขาแด้นซ์หลบไป “บอสแต้ว” องค์ลงเต้นสุดแรงในแอปฯสุดฮิต

กำลังมาแรงบนโลกโซเชียล สำหรับแอปพลิเคชัน Tik Tok โดยการสร้างคลิปวิดีโอสั้นๆ ประกอบเพลง ทำเอาคนไทยแห่โหลดมาเล่นกันอย่างสนุกสนาน รวมถึงคนบันเทิงอย่าง “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” โดยนำเพลงประกอบละครเรื่อง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ที่เจ้าตัวรับบทนางเอก “แมงเม่า” มาใส่

คลิป

บวกท่าเต้นอินเนอร์เบอร์แรงที่ใครเห็นเป็นต้องสะดุ้ง พร้อมมีคำถามว่านี่ใช่สาวแต้วตัวจริงแน่นะ? ซึ่งก่อนหน้านี้แต้ว ณฐพร ขอแจงหลังคนไข้คลินิกทำฟันของพี่สาวโวยทำแล้วเหงือกไหม้ ชี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อยากให้กลับมาตรวจอีกรอบ มองเป็นเรื่องธุรกิจยอมรับทุกคำติ

เรียกว่ามีประเด็นให้ออกมาชี้แจงไม่หยุดเลยทีเดียว สำหรับนางเอกสาว แต้ว ณฐพร ที่เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์ก็มีเรื่องใหม่เข้ามาอีกแล้ว หลังมีผู้ใช้บริการคลินิกทำฟันที่พี่สาวของเจ้าตัวเป็นเจ้าของ และ สาวแต้ว เองก็เป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่ด้วย

ออกมาโพสต์ข้อความโวยว่า ไปทำฟันมาแล้วเหงือกไหม้ ล่าสุด (3 มิถุนายน 2561) สาวแต้ว ก็ออกมาชี้แจงว่า ตนเองก็เพิ่งเห็นคอมเมนต์ คิดว่าทุกอย่างต้องมีผิดพลาดบ้าง ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จริง ๆ แล้วถ้าเกิดความเสียหาย ก็สามารถเข้าไปพูดคุย ไปถามความรู้กับหมอได้ เพราะเราไม่ใช่หมอ ก็ไม่อยากจะตอบว่ามันร้ายแรงแค่ไหน เท่าที่อ่านน่าจะเป็นเรื่องของการฟอกสีฟัน ตนก็ไม่แน่ใจว่าขั้นตอนมีอะไรบ้าง ถึงออกมาเป็นแบบนี้ อยากให้กลับเข้าไปดูเพื่อเป็นการเช็กอัป

หลังเกิดเรื่องตนไม่แน่ใจว่าคลินิกได้ส่งข้อความไปหาคนนั้นเพื่อสอบถามแล้วหรือเปล่า แต่เราไม่อยากให้ใครมาคอมเพลน เพราะคลินิกนี้เป็นของพี่สาวแต้ว อยากช่วยประชาสัมพันธ์ให้ว่าอยู่ตรงนี้นะมาหาได้ ไม่แน่ใจด้วยว่าพี่สาวเห็นคอมเมนต์หรือยัง แต่ตนไม่อยากให้คอมเมนต์เคสเดียวมาตัดสินทั้งหมด แต่ก็เข้าใจว่านี่คือธุรกิจ เราต้องยอมรับในคำติ และด้วยความเป็นคลินิกของพี่สาว

มีตนพรีเซ็นเตอร์ก็เลยกลายเป็นประเด็นขึ้นมา เมื่อเกิดความเสียหาย ก็ต้องมานั่งพูดคุยและแก้ไขปัญหากัน ไม่มีใครอยากให้เกิด เดี๋ยวคงต้องไปถามพี่สาวว่าอะไรยังไง ส่วนงานพรีเซ็นเตอร์ที่เคยมีข่าวว่าหลุดไป ตอนนี้ก็ยังเหนียวแน่นอยู่ แต่ความเข้าใจผิดตรงนั้น อาจจะเกิดจากการที่ช่วงนั้นมีการทำแคมเปญออนไลน์ มีการเอาป้ายลงก็อาจจะเข้าใจไปอย่างนั้นได้

แต่ ณ ตอนนี้เราก็มีสัญญากับแบรนด์ดังกล่าวอยู่ แต่หลังจากที่มีข่าวทางเจ้าของแบรนด์จะว่ายังไง ตนไม่ทราบ เพราะเขาคุยกับคุณแม่ ก็แค่อธิบายว่าอะไร ยังไงเฉย ๆ แต่เราก็ยังทำงานกันปกติ ช่วงที่มีข่าวเราก็ถ่ายตัวไวรัลอยู่เลย ข่าวที่ออกมาไม่ได้มีผลกับงานเลย ส่วนธุรกิจอาหารเสริมที่ทำอยู่ก็ไปคนละกลุ่มกับที่เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ ไม่ชนกันแน่นอน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะปีชงหรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ ถึงทำให้นางเอกสาว “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” เจอแต่ดราม่าหนักๆ นับตั้งแต่กรณีของแบรนด์อาหารเสริมที่เจ้าตัวทำ ไปจนถึงกรณีล่าสุดกับการที่ถูกชาวโซเชียลโยงประเด็นนางเอกชื่อดังอักษรย่อ ต. ถูกปลดจากงานพรีเซ็นเตอร์ในประเทศญี่ปุ่น เพราะรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีความคล้ายคลึงกัน

โดยงานนี้นอกจากนางเอกสาว “แต้ว ณฐพร” จะออกมาชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีมูลความจริงและไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นกับตัวเธอแล้วนั้น เจ้าตัวก็ยังบอกด้วยว่า ปกติเวลาเธอจะรับงานอะไร เธอจะดูสัญญาให้ชัดเจน ซึ่งไม่น่าจะมีทางเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอน ถามถึงข่าวอักษรย่อ ต.โดนถอดพรีเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น คนก็คิดว่าเป็นเรา ? “ก็ไม่มีอะไรค่ะ เพิ่งได้อ่านก็ไม่คิดว่าเป็นเรา เพราะว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

ตกใจไหมมีข่าวออกมาแบบนี้ ? “ตกใจตรงที่ว่าทำไมถึงมีข่าวมากกว่าค่ะ” พอได้ข่าวแล้วเราคิดว่าเป็นเราไหม ? “เอ่อ…คือ นางเอก ต. ก็ดูเหมือนเป็น แต่ว่าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ค่ะ มันไม่ใช่เรื่องราวของเราเลย” เหมือนว่าสินค้าของเราตัวหนึ่ง ไปคล้ายกับสินค้าของญี่ปุ่นก็เลยถูกถอด ? “ไม่มีค่ะๆ ก็คือเวลาเราทำอะไรเราก็ดูแน่นอนอยู่แล้วเรื่องสัญญา เราเป็นคนที่ทำงานแล้วดูเรื่องสัญญาละเอียดมาก ไม่น่ามีเรื่องแบบนี้มา”

แสดงว่าพรีเซ็นเตอร์ทุกอย่างยังอยู่ครบเหมือนเดิมใช่ไหม ? “ก็ยังอยู่ค่ะ ยังอยู่ ก็ยังทำงานปกติค่ะ” กลัวจะมีผลกระทบกับงานไหม ? “ไม่มีเลยค่ะ” ช่วงนี้เหมือนเราจะถูกจับจ้องเรื่องพรีเซ็นเตอร์เยอะ เราซีเรียสไหม ? “ไม่ค่ะ คือแต้วว่ามันเป็นช่วงที่มีข่าว แล้วก็จะเป็นการตั้งคำถามของสังคม มันก็ถูกต้องแล้วที่อาจจะต้องออกมาชี้แจง ว่าอะไรถูก อะไรผิด

แล้วก็ทำสิ่งที่ผิดให้มันถูกต้อง เรื่องผลกระทบที่หลายๆคนเป็นห่วงก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ นอกจากข่าวที่มันไม่เป็นความจริง” แฟนคลับหรือครอบครัวให้คำแนะนำอย่างไรบ้างไหม ? “ก็มีตั้งแต่การตัดสินใจในการทำอะไรทุกอย่างเลยค่ะ อย่างงานพรีเซ็นเตอร์เป็นงานที่เรารับอยู่แล้ว แต่ในเรื่องการทำธุรกิจที่เพิ่งทำเมื่อ 5-6 เดือนที่แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ช่วยตัดสินใจ”

ตั้งแต่มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์ต่างๆ เราก็โดนกระแสเยอะเหมือนกัน เราระมัดระวังมากขึ้นไหม ? “ไม่นะคะ คือมันก็เป็นการทำงานที่ต้องเรียนรู้ไปด้วย เราก็เหมือนกับค่อยๆ เรียนรู้แล้วก็แก้ไขไป ไม่ได้ระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษ มีคำถามอะไรเราก็ออกมาตอบเท่านั้นเอง”

เหมือนปีนี้เป็นปีชงสำหรับดาราไหม ? “เรียกว่าสำหรับเรา เราเบาแล้วนะ ทุกอย่างมีขั้นตอนที่เราต้องทำให้ถูกต้องแค่นั้นเอง ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานอะไรเลย” ทุกวันนี้หวาดระแวง หรือกังวลไหม ? “เรียกว่าไม่ได้กังวลตั้งแต่แรกดีแล้วค่ะ”

เหมือนเป็นจุดด่างพร้อยของเราไหม เพราะเราไม่เคยมีข่าวไม่ดี ? “ไม่ค่ะๆ สิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่ได้ว่าเป็นจุดด่างพร้อย แต่มองว่าเป็นสิ่งที่เราเลือกเข้ามาเดินและรู้สึกว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ได้คิดว่าตัดสินใจผิด มองว่าเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำที่เราได้มาเรียนรู้ธุรกิจตรงนี้ รวมทั้งเป็นข้อดีของทุกๆ คนด้วยที่จะได้รับสิ่งที่ปลอดภัย และถูกต้องค่ะ”

ก่อนแต้วจะทำธุรกิจหรือเป็นพรีเซ็นเตอร์อะไร นอกจากศึกษากฎหมาย เรื่องดวงเราเชื่อไหม ? “ไม่ๆ ค่ะ ยังไม่ขนาดนั้นค่ะ ถ้ามีพรีเซ็นเตอร์ติดต่อมา เราก็ต้องดีใจอยู่แล้ว คงไม่ได้ไปดูดวงอะไร ดูที่ว่าเราชอบสินค้าตัวนี้ไหม เราสามารถเป็นตัวแทนนำเสนอได้ไหมอะไรแบบนี้มากกว่า”

ปีนี้โดนเยอะ ไปทำบุญไหม ? “แต้วว่าก็จะเข้าวัดบ้างค่ะ (หัวเราะ) แต่ว่าคงไม่ได้เข้าเพราะเรื่องอะไรแบบนี้หรอกค่ะ” ช่วงนี้กำลังตกแต่งบ้านหนักมาก ? “ใช่ค่ะ บ้านเสร็จแล้ว เหลือแค่ซื้อของเข้าบ้านนิดหน่อย ซึ่งความจริงแล้วล่าช้าไปมากเลยค่ะ ทำมา 2 ปี เข้าปีที่ 3 แล้ว คนอาจจะคิดว่าหลังใหญ่มากแต่ไม่เลย เล็กนิดเดียว ที่ล่าช้าเพราะเราทำเอง บางที่ไม่ต่อเนื่อง ติดฝนบ้างและหลายๆ อย่าง

แต่ไม่ได้มีปัญหากับผู้รับเหมานะคะ อย่างการเลือกของก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเป็นของดีมาก เราพยายามเลือกชิ้นหลักๆ ที่เราชอบ เราไม่ได้ตั้งงบไว้ ก็ดูตามงบ ตามกำลังของเราด้วยค่ะ จะมีแม่นี่แหละค่ะคอยเบรก ถามว่าใครเป็นคนเคี่ยวให้เสร็จ ก็จะผลัดกันกับแม่ เพราะเป็นสองคนที่ช่วยกันทำ

คุณแม่บอกตอนนี้ทุ่มกับห้องฟิตเนส ? “มันเกิดจากการที่เรารู้สึกว่ามีข้ออ้างในการออกกำลังกายก็เลยทำสักหน่อย จะได้อ้างไม่ได้แล้ว ก็ไม่ได้ทุ่มอะไรกับห้องฟิตเนสมาก มีเฉพาะอุปกรณ์ที่เราได้ออกกำลังกาย ตอนนี้อุปกรณ์เท่าที่มียังไม่ครบ ยังขาดอีกนิดหน่อย” แพลนไว้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้ยาวเลยไหม หรือตั้งใจใช้เป็นเรือนหอด้วย ?
“ห้องไม่พอค่ะ (หัวเราะ) ไม่ค่ะ

จริงๆ ตั้งใจเป็นบ้านของเรานี่แหละค่ะ ทำให้คุณพ่อคุณแม่เรา บ้านแต้วจะเป็นสไตล์เรียบง่ายเลยค่ะ เราเอาที่สะดวกและชอบค่ะ” เห็นว่าต้นก็ป่วย ไม่ค่อยสบายด้วย ? “ไม่มีอะไรเลย คืออัพสตอรี่เฉยๆ เขาป่วย เจ็บคอ ตัวร้อนนิดหน่อยและเขาไม่ชอบไปหาหมอ ก็เลยพาเขาไปหาหมอ” เขาเหมือนอ้อนเราด้วยไหม ? “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ดูไม่ออก เราคิดว่าเขาคงป่วยจริงแหละ ไม่อ้อนหรอกมั้งเพราะป่วยจริง”

ไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน ? “ใช่ค่ะ ไม่ค่อยมีเวลาเจอ แต้วก็ไม่ได้ถึงกับงานหนักมาก ก็มีวันว่างแต่ว่าเวลาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยตรงกัน เพราะพี่ต้นทำงานจันทร์ถึงศุกร์ และว่างเสาร์อาทิตย์ ส่วนแต้วถ่ายละครพฤหัสบดีถึงอาทิตย์ และเขายังทำดีเจทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ด้วย  ตอนเย็นเขาก็ไม่ว่างเลย เรียกว่าทั้งอาทิตย์แทบจะไม่ได้เจอกันเลย ก็จะมีช่วงดึกๆ ที่เขาแวะมาหาที่บ้านแป๊บหนึ่ง หรือไม่ก็เฟซไทม์นิดหน่อย”

ต่างคนต่างทำงานเหนื่อยจนทำให้ไม่ได้เจอกัน มีช่วงงอแงกันไหม ? “ไม่งอแงแล้วล่ะ คบกันมานานแล้ว ไม่งอแงเลยค่ะ ก็จะเป็นบ่นๆ ไม่ได้ซีเรียส เพราะมันเป็นช่วงหนึ่งเดี๋ยวมันก็ผ่านไป” จะมีหาเวลาไปเที่ยวกระชับความสัมพันธ์ไหม ? “ไม่ต้องกระชับแล้วมั้ง (หัวเราะ) โอเคถ้าว่างก็ไปค่ะ ไม่ได้ถึงกับฟิกซ์วันเลย เราก็มีแพลนเที่ยวไว้ล่วงหน้าค่อนข้างไกลเหมือนกัน”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here