หน้าโล้นไร้เมคอัพ “อั้ม พัชราภา” ยอมโชว์หน้าสด เพราะ “แสนดี” เป็นเหตุ

0
110

เป็นนางเอกแถวหน้าของเมืองไทยที่ไม่ว่าจะแต่งหน้าทำผมแบบไหน แม่ก็เอาอยู่เสมอค่ะ สำหรับซุปตาร์ตัวแม่ “อั้ม พัชราภา” ที่แม้ปีนี้อายุอานามจะเข้า 40 ปีเต็มแล้วแต่ก็ยังคงสวยเป๊ะไม่สร่าง โดยเฉพาะลุคล่าสุดที่สาวอั้มแปลงโฉมเป็นสาวผมม้าและมัดผมดังโงะ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่เพราะเจ้าตัวยังถึงขั้นออกปากว่าจำตัวเองไม่ได้

ดูเด็กลงไปหลายปีจนแฟนคลับแห่ไปกด Like อินสตาแกรมของเธอแบบไม่ขาดสายเลยทีเดียว นอกจากความสวยและฝีมือด้านการแสดงจะไม่เป็นสองรองใครแล้ว อีกหนึ่งนิสัยของสาวอั้มที่หลายคนต่างชื่นชมก็คือเธอเป็นคนรักสัตว์มากค่ะ ถึงขั้นเปิดอินสตาแกรมไว้ประกาศตามหาสุนัขที่พลัดหลงกับเจ้าของ และที่บ้านเธอก็เลี้ยงสุนัขไว้หลายตัวด้วย

ล่าสุดอั้มก็ได้โพสต์ภาพคู่กับสุนัขตัวโปรดชื่อว่า “เจ้าแสนดี” และเขียนแคปชั่นถึงรูปนี้ว่า “แสนดีสะกิดแขน เลยต้องเอาใจถ่ายรูปกับนางหน่อย เดี๋ยวจะงอนพังบ้านอีก แม่หน้าสดก็ต้องยอม” นอกจากจะเป็นโมเมนต์ดีๆ ระหว่างซุปตาร์กับสัตว์เลี้ยงแล้ว คนยังโฟกัสที่ลุคอยู่กับบ้านของสาวอั้มด้วย เพราะแม้จะหน้าสด แต่งตัวและรวบผมแบบง่ายๆ

- Advertisement -

แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดีกรีความสวยของเธอลดลง เรียกว่าสวยใสแบบไร้เครื่องสำอางของจริงเลยล่ะค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้ซุปตาร์ตัวแม่ ‘อั้ม-พัชราภา’ สวยแบ๊วลุกส์หน้าม้า-สนุกได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ช่วงนี้เรียกว่าเดินสายออกงานเป็นว่าเล่น สำหรับซุปตาร์ตัวแม่ ‘อั้ม’พัชราภา ไชยเชื้อ

ล่าสุดก็มาร่วมงานเปิดตัวแคมเปญ “2018 FiFA WORLD CUP RUSSIA” แคมเปญล่าสุดจาก ViVo ในฐานะแอมบาสเดอร์ด้วยลุกส์ผมหน้าม้าที่แปลกตา โดยอั้มเผยหลังถูกถามว่าชอบดูฟุตบอลไหมว่า “อั้มก็ดูได้ แต่ผู้หญิงก็ดูไม่ค่อยเป็น แต่พอเห็นเขาเฮ เราก็เฮตาม ถามว่าเชียร์ทีมไหนในใจมั้ย ต้องบอกตรงๆ ว่าไม่มีเลย ดูตามนักฟุตบอลหล่ออยู่แล้ว (หัวเราะ) คนไหนหล่อก็ตามไปดูคนนั้นค่ะ”

อั้ม พัชราภา เข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยเริ่มต้นจากการประกวด MissHack 1997 หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม สาวแฮ็คส์นั่นเอง ซึ่งอั้มได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นสาวแฮ็คส์คนแรก ของเวทีประกวดนี้ และอั้มอยู่ภายใต้การดูแลของชายแฮ็คส์ ซึ่งเป็นฝ่ายโปรโมชันของแฮ็คส์ในขณะนั้น ต่อมาอั้มได้เรียนแอ็คติ้งกับ ต้อย ชาติชาย แก้วสว่าง ,

และได้แนะนำให้พาไปรู้จักกับผู้ใหญ่ที่ไฟว์สตาร์ ซึ่งตอนนั้นกำลังจะเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง เสือ โจรพันธุ์เสือ ชายแฮ็คส์จึงพาอั้มเข้าไปแคส แต่ว่าตอนนั้นบุคลิกของอั้มยังไม่เหมาะกับบทจึงไม่ได้โอกาส ต่อมาชัด แทนกาย ก็พาอั้มเข้าไปที่บรอดคาซท์ แต่จังหวะละครตอนนั้นยังไม่ลงตัว และต่อมาก็มาพบกับแก้ว พรีเมียร์

จากนั้นแก้วจึงแนะนำให้อั้มไปเป็นนักแสดงช่อง 7 โดยการนัดทางช่องให้ เพื่อนำอั้มไปลงเทป และส่งไปให้คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ดูเพื่อพิจารณา และอั้มจึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อั้มเริ่มมีบทบาทในวงการบันเทิง โดยผลงานชิ้นแรกคือแสดง MV “ไม่ใช่คนในฝัน” ของศิลปิน “ต้น อาภากร”

และในปีเดียวกัน มีผลงานละครเรื่องแรกกับทางช่อง 7 คือ “มณีเนื้อแท้” คู่กับ คงกระพัน แสงสุริยะ หลังจากนั้น อั้ม ก็มีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศ. 2541 เธอมีละครถึง 3 เรื่องคือ อีสา-รวีช่วงโชติ, ชวนฝันพนันรัก และคู่เขยคู่ขวัญ ก่อนตอกย้ำความแรงของดาวรุ่งดวงใหม่ด้วยละคร 4 เรื่องรวดในปีพ.ศ. 2542

ได้แก่ ลูกหว้า, รักสองภพ, พลับพลึงสีชมพู และแม่นาค ต่อมาในปีพ.ศ. 2543 บท “เจ้าแม้นเมือง” ในละคร “รากนครา” ก็ส่งให้เธอโด่งดังมากขึ้นไปอีก แต่บทบาทที่ทำให้คนดูจดจำเธอนั่นก็คือบท “เปีย” ในละครเรื่อง “คมพยาบาท” ปีพ.ศ. 2544 เป็นการพลิกมารับบทร้ายครั้งแรกของเธอ

ซึ่งละครประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ชื่อเสียงของอั้มถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้นและเป็นการแจ้งเกิดเต็มตัวของเธอ เป็นนางเอกที่คนเริ่มจับตามองในขณะนั้น ต่อมาในปีพ.ศ. 2546 อั้มได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่อง “เฟค โกหกทั้งเพ” ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ และละครเรื่อง “โซ่เสน่หา” ในบท “ปราลี”

หญิงสาวที่รับจ้างตั้งท้อง ทำให้เธอได้รับรางวัล ท็อปอวอร์ด 2003 และยังได้รับรางวัลชมเชย จาก Asian Television Awards 2004 ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และในปีพ.ศ. 2548 กับบท “ปาริฉัตร” ในละคร “เพลิงพายุ” ละครที่มีเนื่อหาเข้มข้นร้อนแรง

ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นยังพูดถึงบอกว่า จะรีบกลับไปดู บวกกับกระแสวิพากย์วิจารณ์ของสื่อถึงการแต่งตัวของอั้มที่ไม่เหมาะสมในละคร ส่งผลให้ละครเรื่องนี้กลายเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในปีนั้น และทำให้อั้มกลายมาเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการ มีผลงานละคร อีเว้นท์ โฆษณา ออกมาไม่ขาด ปีพ.ศ. 2552

อั้มพลิกบทกลับมาเล่นร้ายอีกครั้งในบท “อรอินทร์” ในละคร “เมียหลวง” ที่ต้องประชันฝีมือกับ ธีรภัทร สัจจกุล และ ปิยธิดา วรมุสิก ซึ่งละครเรื่องนี้ดังเป็นกระแสและถูกพูดถึงอย่างมาก ส่งผลให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากสยามดารา สตาร์ส ปาร์ตี้ 2009 และปีเดียวกันกับบท “แจ๋ว” ในละคร “แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา”

เป็นละครแนวโรแมนติกคอเมดี้ ซึ่งเรื่องนี้เธอก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ว่าแสดงบทตลกได้น่ารัก ฮา และเป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัล นางเอก HOT แห่งปี จากทีวีอินไซด์ ฮอท อวอร์ด 2009 และรางวัล นักแสดงหญิงยอดนิยม จากคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 7 อีกด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here