‘สรยุทธ’ ระลึกถึง ‘แม่ ‘ป่วยทรมาน10ปี พร้อมลั่นลำบากมาทั้งชีวิต เล่านาทีก่อนสิ้นลม

0
60

‘สรยุทธ’ ระลึกถึง ‘แม่ ‘ป่วยทรมาน10ปี พร้อมลั่นลำบากมาทั้งชีวิต เล่านาทีก่อนสิ้นลม

“สรยุทธ สุทัศนะจินดา” อาลัยรัก “แม่” ที่เพิ่งสิ้น โดยเล่าถึงความยากลำบาก ผู้หญิงคนเดียวต้องขายผลไม้เลี้ยงลูก 3 คนจนโต เผยเห็นแม่ป่วยพาร์กินสันเทียมทรมานนานกว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่เสียใจที่สุด พร้อมเล่านาทีก่อนแม่สิ้นลม เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนวันที่ 4 มิ.ย. “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” อดีตพิธีกรข่าวคนดัง ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว”

เพื่อไว้อาลัยคุณแม่ที่เพิ่งสิ้นไป หลังจากมีอาการป่วยมาอย่างยาวนานว่า พ่อผมสิ้นตั้งผมยังไม่รู้ความ ในความทรงจำของผมจึงมีแค่แม่ที่ทำหน้าที่ทั้งแม่และพ่อไปพร้อมกัน แม่ลำบากมาทั้งชีวิต ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่แม่สบาย ผู้หญิงตัวคนเดียวขายผลไม้เพื่อเลี้ยงลูก 3 คนจนโต ทั้งขายส่งขายปลีกจนแทบไม่มีเวลานอน ตอนหลัง จากค้าขายผลไม้สุดท้ายต้องมาขายของจุกจิก ชิ้นละบาทสองบาท

เพราะตึกแถวถูกเวนคืนสร้างทางด่วน วันไหนพอจะมีเวลาหยุดพักบ้าง แม่ก็ยังอุตส่าห์ขับรถพาลูกๆ ไปเที่ยวทะเล เวลาเดียวที่ผมรู้สึกได้ว่า แม่สบายใจคือการได้เห็นลูกๆ ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อถึงเวลาที่แม่ควรจะได้อยู่อย่างสุขสบาย เพราะลูกๆ เริ่มมีฐานะ มีกำลังจะดูแลให้แม่ได้ไปพักผ่อน ไปท่องเที่ยวรอบโลก แม่ก็กลับล้มป่วยเป็นพาร์กินสันเทียม ซึ่งเป็นอาการป่วยที่ทุกข์ทรมานมากว่า 10 ปี

นี่คือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุด ผมไม่เคยรู้ว่าแม่อยากให้ผมที่เป็นลูกชายคนเดียวบวช เพราะแม่ไม่เคยบอก เพิ่งมารู้จากญาติหลังจากผมลาสิกขาแล้วว่า เมื่อครั้งแม่ยังพูดคุยได้ แม่เคยบอกว่าอยากให้ผมบวช แต่ไม่ได้บอกเพราะเห็นผมงานยุ่งมาก ผมบวช 33 วันครั้งนี้ตั้งใจบวชให้แม่ ทุกเช้าทุกค่ำหลังสวดมนต์ทำวัตร ผมตั้งใจอธิษฐานจิตขออุทิศบุญกุศลให้แม่ และเจ้ากรรมนายเวรของแม่

ผมนึกถึงแต่หน้าแม่และความทุกข์ทรมานของแม่โดยคิดเองในใจว่า หากมีเจ้ากรรมนายเวร ขอโปรดหยุดทรมานแม่ผม แม่ผมทุกข์มากพอแล้ว แต่อีกใจก็แอบกลัวว่า หากเจ้ากรรมนายเวรท่านอโหสิกรรมให้แม่แล้ว แม่ผมอาจจะจากผมกับพี่น้องไป ซึ่งผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ผมดีใจที่แม่ปลาบปลื้มใจที่ผมได้บวชให้แม่ เพราะวันที่ผมรับกิจนิมนต์มารับบาตรและสวดมนต์ให้แม่ที่โรงพยาบาล

แม่ยกมือ แม่น้ำตาไหล แม้จะพูดไม่ได้ หลังจากนั้นทุกวัน 6 โมงเย็น แม่จะตื่นตาใสรอผมเฟสไทม์มาสวดมนต์ให้ฟัง วันที่ 3 มิถุนายน 2561 แม่อาการแย่ลง จากการติดเชื้อดื้อยาขั้นรุนแรง ก่อนหน้านี้แม่เคยติดเชื้อดื้อยาจนอาการทรุดมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งก่อนผมบวชวันเดียวที่พี่น้องไม่ได้บอกผม แต่ก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความดันตก

ปอดติดเชื้อจนคุณหมอรับว่าไม่น่าจะมีปาฏิหาริย์เหมือนที่ผ่านมา แม่ไม่รู้สึกตัวแล้ว ผมเดินเข้าออกห้องฉุกเฉินหลายครั้ง ตัดสินใจว่าจะพาแม่สวดมนต์ดีมั้ย ใจหนึ่งก็กลัวไม่ทันก่อนที่แม่จะจากไป แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้แม่จากไป สุดท้ายผมตัดสินใจจับมือแม่ที่ไม่รู้สึกตัวแล้วบอกกับแม่ว่า สวดมนต์พร้อมกับลูกนะแม่

เรามาสวดทำวัตรเย็นด้วยกัน แล้วผมก็เริ่มสวดมนต์ทำวัตรเย็นแปลอย่างช้าๆ อย่างที่เคยสวดในวิหารต่อหน้าพระ บางช่วงที่มีคำที่ใช้แตกต่างกันของผู้ชายกับผู้หญิง ผมก็สวดของผมก่อน และก็บอกแม่ว่าท่อนนี้ของแม่นะ จนจบบททำวัตรเย็น ผมก็สวดบทนมัสการพระอรหันต์ 8 ทิศ ความดันแม่ยังตกลงเรื่อยๆ ในใจผมกลัวว่า จะสวดไม่จบ

ระหว่างนั้นแม่กลับรู้สึกตัวกลืนน้ำลายอยู่พักหนึ่ง ผมสวดบทถวายพรพระ พาหุง มหากาฯ กระทั่งบทภะวะสัพฯ จนจบ พี่สาวกับน้องสาวเอ่ยกับแม่ว่าสาธุ อึดใจนั้นเอง เครื่องสัญญาณชีพก็ส่งเสียงดัง ผมเหลือบตาขึ้นไปเห็นชีพจรลงมาอยู่ที่ 0 …ไม่ต้องเจ็บไม่ต้องทรมานอีกแล้ว หลับให้สบายนะหม่าม้า.

ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่สำหรับวันนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง 13 ปี 4 เดือน กับพวกฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์ กรณีที่ถูกกล่าวหายักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ ‘คุยคุ้ยข่าว’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท กว่า 138 ล้านบาท

ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายสรยุทธ และจำเลยร่วม ทั้งหมดแล้ว ซึ่งได้ยื่นหลักทรัพย์เงินสด และบัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาท โดยศาลเห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งประกันต่อไป ทั้งนี้ศาลคดีทุจริตฯ ได้ออกหมายขังจำเลยทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายสรยุทธ ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษ

สำหรับประวัติของ “สรยุทธ” คนข่าวชื่อดัง จบการศึกษานิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) เมื่อปี 2530 โดยเริ่มเป็นนักข่าวที่หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เป็นนักข่าวสายรัฐสภา ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าข่าวการเมือง และเลื่อนเป็นหัวหน้าข่าวในปี พ.ศ. 2537

กระทั่งปี พ.ศ. 2540 ได้เลื่อนเป็น บก.ข่าว และจัดรายการวิเคราะห์ข่าว เป็นจุดเริ่มต้นงานด้านจอโทรทัศน์ของเจ้าตัว ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 เปิดสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี สรยุทธได้รับหน้าที่พิธีกรรุ่นแรกของเนชั่น จัดรายการโทรทัศน์ อาทิ  “คมชัดลึก” และ “เก็บตกจากเนชั่น” ทำงานร่วมกับ “กนก รัตน์วงศ์สกุล”

ก่อนเจ้าตัวจะถูกทาบทามจากทางช่อง 3 ให้มาจัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ในปี พ.ศ. 2546 จึงตัดสินใจลาออกจากเนชั่น มาร่วมงานกับทางช่อง 3 เป็นพิธีกรรายการเรื่องเล่าเช้านี้ รวมทั้งได้ร่วมงานกับทางช่อง 9 ในรายการ ถึงลูกถึงคน จนเป็นที่นิยมสร้างชื่อเสียงให้กับทางช่องและเจ้าตัวเป็นอย่างมาก จากความสำเร็จของ เรื่องเล่าเช้านี้ และ ถึงลูกถึงคน

ดันสรยุทธเป็นคนข่าวแถวหน้าของประเทศไทย และได้รับโอกาสจากช่อง 9 ให้ทำรายการใหม่ “คุยคุ้ยข่าว” ขึ้น โดยจัดรายการร่วมกับ คู่เพื่อนซี้ในตอนนั้น “กนก รัตน์วงศ์สกุล” จัดตั้ง บริษัท ไร่ส้ม  จำกัด ขึ้นมา พร้อมกับเพื่อนอีก 3 คนที่เคยได้ร่วมงานกันมาก่อน สรยุทธรับหน้าที่พิธีกรได้ถึงเพียงสิ้นปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเกิดคดีความเรื่อง

บริษัท ไร่ส้ม ยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ ‘คุยคุ้ยข่าว’ และเป็นจุดที่ทำให้เพื่อนซี้อย่าง “กนก รัตน์วงศ์สกุล” ต้องแยกกันเพราะไม่ได้ทำงานร่วมกันแล้ว ทั้งนี้เมื่อต้นปี พ.ศ. 2559 ศาลอาญามีคำพิพากษา จำคุก สรยุทธและพวก 13 ปี 4 เดือน ข้อหาร่วมกันเป็นจำเลย

กรณียักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ คุยคุ้ยข่าว ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท กว่า 138 ล้านบาท โดยเจ้าตัวได้ยื่นหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท เพื่อประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ โดยห้ามออกนอกประเทศ พร้อมทั้งรายงานตัวทุก 30 วัน ซึ่งจากการตัดสินดังกล่าว มีการเรียกร้องให้ สรยุทธ

ยุติบทบาทหน้าที่ทางจอทีวีทุกอย่างทันที โดยเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรม อำลาบทบาทหน้าที่พิธีกรเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2559 สำหรับชีวิตส่วนตัวของสรยุทธ ได้สมรสกับ เพียงจันทร์ ว่องวิชชุเวทย์ ไม่มีทายาท ชีวิตคู่เป็นไปอย่างเรียบง่ายและไม่หวือหวา

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here