‘พระเอกชื่อดัง’ อัพเดทอาการคุณพ่อ สมองทำงานไม่ปกติ พร้อมเผยอยากเหมาเจ็ทพาพ่อไปญี่ปุ่น

0
136

‘พระเอกชื่อดัง’ อัพเดทอาการคุณพ่อ สมองทำงานไม่ปกติ พร้อมเผยอยากเหมาเจ็ทพาพ่อไปญี่ปุ่น

พระเอกดัง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เปิดใจในงานดิเอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์ เติร์ด แอนนิเวอร์ซารี่ ไดนิ่ง ณ ชั้นฮีลิกซ์ การ์เด้น ชั้น 5 ดิ เอ็มควอเทียร์ อัพเดทอาการพ่อ สมองทำงานไม่ปกติแล้ว อยากจะเหมาเจ็ตพาพ่อไปญี่ปุ่น “ตอนนี้คุณพ่อของผมท่านเดินเองไม่ได้ ดังนั้นเวลาท่านจะไปที่ไหนไกลๆ เราก็จะต้องพาท่านนั่งรถเข็นตลอด

และรถเข็นก็จะต้องเป็นรถเข็นเฉพาะที่สามารถนำขึ้นรถตู้ได้ ดังนั้นถ้าหากท่านจะต้องเดินทางจริงๆ เราจะเลือกไปที่ใกล้ๆ มากกว่า เนื่องจากว่าคุณพ่อท่านจะหงุดหงิดหากนั่งรถนานๆ รวมถึงการเข้าห้องน้ำขับถ่ายเราก็ต้องหมั่นดูแลอยู่สม่ำเสมอด้วย” “เอาจริงๆ ผมก็เคยคิดนะว่าจะพาคุณพ่อนั่งเครื่องบินไปหาญาติที่ญี่ปุ่น แต่พอคุยกับคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่า

จริงๆ ใจเราเองอยากพาเขาไป แต่ใจเขาจริงๆ เขาอาจจะไม่อยากไปแล้วก็ได้ คืออย่าไปคิดแทนคนป่วยให้มาก ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็ต้องคอยบอกตัวเองอยู่ตลอดว่าบางอย่างมันเป็นไปตามอายุ ตามวัยจริงๆ อย่าไปฝืนธรรมชาติหรือฝืนสิ่งที่เขาเป็น แค่เข้าใจเขาและอย่าคาดหวังกับเขามากก็พอ” “ผมก็เคยถามครับ ซึ่งบางครั้งท่านก็บอกว่าไป แต่ถามอีกทีก็ไม่ไปแล้ว

- Advertisement -

ดังนั้นเรื่องเที่ยวส่วนใหญ่เราจะพาท่านไปพัทยามากกว่า เพราะมีบ้านของคุณน้าอยู่ที่นั่น ซึ่งมันค่อนข้างสะดวกสบาย แต่สำหรับการไปญี่ปุ่นก็อย่างที่บอกครับ อาจจะยากหน่อย ถ้าหากจะไปจริงๆ คงต้องเหมาเจ็ตไปแทน” อายุมากกันทุกคน เดินทางไปมาหากันลำบาก เผยพ่อสมองทำงานไม่ปกติแต่แข็งแรง “เคยคุยกับหลานของคุณพ่อที่เขาเดินทางมาหาตลอดนะครับ

รวมถึงญาติที่เป็นน้องชายท่าน แต่ด้วยความที่ต่างคนต่างก็อายุมาก ดังนั้นเรื่องการเดินทางมันเลยค่อนข้างลำบาก เพราะคุณพ่อผมเป็นคนกลาง ซึ่งพี่ชายคนโตของท่านถึงแม้จะป่วยแต่ก็ยังแข็งแรงอยู่ ส่วนน้องชายก็อยู่คนละเมืองกัน ฉะนั้นถ้าหากมีข่าวคราวหรืออะไรที่จะคุยกัน เร่ก็ใช้วิธีถ่ายรูปถ่ายวีดีโอให้ท่านดูแทน” “พ่อก็คงคิดถึงญี่ปุ่นครับ เพราะจริงๆ การใช้ภาษาของคุณพ่อตอนนี้

ท่านก็ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักแล้ว เขาเรียกว่าอาการภาษากลับ เนื่องจากสมองทำงานไม่ปกติ และคนป่วยก็จะนำเอาภาษาที่เป็นภาษาแรกของเขากลับมาใช้ ส่วนภาษาอื่นๆ ก็จะค่อยๆ จางหายไป ดังนั้นถ้าถามว่าเวลาคุยกันเราคุยยังไง ส่วนตัวผมเอง ผมก็จะคุย ไทยบ้าง อังกฤษบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง ปนๆ กัน ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านกับผมใครจะงงก่อน แต่เราก็ถือว่าเป็นการสร้างเสียงหัวเราะให้กับท่านครับ”

“ทุกวันนี้พ่อแข็งแรงครับ คุณหมอบอกว่าแข็งแรงดี แต่อาจจะกินเยอะไปหน่อย ดังนั้นหลักๆ แล้วอาจจะต้องคุมเรื่องการทาน เรื่องแคลลอรี่ และขนมต่างๆ เพราะท่านชอบกินขนมกินของหวานมาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นผมกับแม่ต้องคอยสลับกันเตือนตัวเอง ไม่ให้เอาขนมให้ท่านกิน”

เจาะลึกเส้นทางการเข้าสู่วงการของพระเอกหนุ่มสุดฮอต “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ซึ่งกว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ในวันนี้ เจ๊บอกเลยว่า “ไม่ง่ายเลยจริงๆ” เพราะเหตุใด และผลงานที่สร้างชื่อเสียงมาแล้ว มีอะไรบ้างนั้น วันนี้ เจ๊ดำตับเผ็ช จัดให้คะ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ชื่อเล่น “แบรี่” เกิดวันอังคารวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ที่จังหวัดขอนแก่น

โดยชื่อจริงมารดาบุญธรรมเป็นผู้ตั้งให้ เป็นคำประสมระหว่าง ณ+เดชน์ มีความหมายว่า “ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด” ส่วนชื่อเล่นเดิมบิดาชาวออสเตรียตั้งให้ว่า “แบร้นด์ (Brand)” แต่เนื่องจากอ่านออกเสียงค่อนข้างยาก ครอบครัวของเขาจึงเรียกเพี้ยนมาเป็น แบรี่ หมายถึง “สิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า”

เส้นทางการเข้าวงการ

เมื่อปี พ.ศ. 2551 ผู้จัดการนักแสดง “ศุภชัย ศรีวิจิตร” ได้ไปเยี่ยมบ้านของ “ศุกลวัฒน์ คณารศ” ที่ขอนแก่น และพบณเดชน์ซึ่งอาศัยในหมู่บ้านเดียวกันโดยบังเอิญ จึงร้องขอต่อ สุดารัตน์ ให้บุตรบุญธรรมเข้าร่วมเป็นนักแสดงในสังกัด ซึ่งเธอก็ยินยอม

โดยก่อนหน้านั้นศุภชัยได้รู้จักกับอาจารย์ของณเดชน์ รวมทั้งเคยเห็นภาพณเดชน์จากอินเทอร์เน็ตมาบ้าง แต่เนื่องจาก ณเดชน์ ยังมีอายุเพียง 15 ปี และกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.4 เขาใช้เวลาฝึกบุคลิกภาพและความสามารถต่าง ๆ ด้านการแสดงเป็นเวลา 2 ปีก่อนที่จะพาเข้าสู่การทำงานในวงการ ปัจจุบัน ณเดชน์มีบ้านของตัวเองที่กรุงเทพมหานครแล้ว

ในตอนแรก ณเดชน์ ไม่มีความคิดอยากที่จะเป็นนักแสดง เพราะเคยมีอคติส่วนตัวต่อวงการบันเทิงไม่ชอบดูละคร แต่ด้วยคำแนะนำของสุดารัตน์และศุภชัยจึงได้เข้าสู่วงการ ดารานักแสดงทางฝั่งฮอลลีวูด ที่แม้ ณเดชน์ มีภาพลักษณ์ที่สนุกสนานร่าเริง แต่เคยให้สัมภาษณ์ว่า “บางครั้งมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ต้องการพบปะผู้คน และต้องปรับตัวในการเข้าสู่วงการบันเทิงมาก”

เมื่อเข้าเป็นนักแสดงในสังกัดของ “เอ ศุภชัย” แล้ว “ณเดชน์” จึงเริ่มงานด้านการเดินแบบเป็นครั้งแรกในงานการกุศลของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วจากนั้นก็เริ่มมีผลงานถ่ายแบบให้กับนิตยสารหลายฉบับ โดยครั้งแรกที่ทำงานในวงการบันเทิง ณเดชน์ อายุ 17 ปี และผลงานแรกที่ปรากฏแพร่ภาพทางวิทยุโทรทัศน์คือภาพยนตร์โฆษณาหมากฝรั่ง

ไทรเด้นท์ รีแคลเดนท์ คู่กับ “พัชราภา ไชยเชื้อ” ต่อมาในปี พ.ศ. 2553 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้มีการคัดเลือกนักแสดงขึ้น โดย “ณเดชน์” ผ่านการคัดเลือกให้เข้ามาเป็นนักแสดงหน้าใหม่ เพื่อร่วมแสดงในละครโทรทัศน์ “เงารักลวงใจ” เป็นเรื่องแรก และในปี พ.ศ. 2554 ได้มีผลงานละครที่สร้างชื่อเสียงคือ ดวงใจอัคนี , เกมร้ายเกมรัก

ส่งผลให้ณเดชน์ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำเสนอในภาพยนตร์โฆษณาสินค้าเพิ่มขึ้นมากมาย จากผลงานโฆษณาที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของณเดชน์ รวมทั้งชื่อเสียงในการแสดงละครคู่กับ “อุรัสยา เสปอร์บันด์” ทำให้ได้นำเสนอภาพยนตร์โฆษณาต่างๆ ร่วมกันหลายเรื่อง จนกระทั่งถูกเรียกให้เป็น “พระนางคู่ขวัญ”

ซึ่งผลงานหลากหลายประเภทเป็นจำนวนมาก เมื่อปี พ.ศ. 2555 มีผลงานแสดงละครเรื่อง “ธรณีนี่นี้ใครครอง” แสดงร่วมกับ “อุรัสยา เสปอร์บันด์” อีกครั้ง นอกจากงานแสดงแล้ว ณเดชน์ยังได้มีส่วนร่วมกำกับภาพยนตร์กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงคาน ซึ่งเป็นผลงานการกำกับครั้งแรก และปีเดียวกันนี้ ณเดชน์ได้มีงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตคือ “คู่กรรม” รับบทเป็น “โกโบริ” ทหารญี่ปุ่น

ซึ่งณเดชน์ได้เข้าเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเพื่อการพูดภาษาไทยให้มีสำเนียงเหมือนชาวญี่ปุ่น แสดงร่วมกับ “อรเณศ ดีคาบาเลส” นักแสดงหน้าใหม่ ในปี พ.ศ. 2557 “ณเดชน์” ได้รับเลือกให้แสดงในละครเรื่อง “รอยฝันตะวันเดือด” จากละครซีรีส์ชุด “The Rising Sun” รับบทเป็นคนญี่ปุ่นชื่อ “ริว” แสดงคู่กับคู่ขวัญ “อุรัสยา เสปอร์บันด์” และยังได้ร้องเพลงประกอบละครร่วมกัน

ในเพลง “แล้วเราจะได้รักกันไหม” ซึ่งเพลงนี้ติดอันดับสูงสุดที่ 1 จากการจัดอันดับของซี้ดเอฟเอ็มในชาร์ตของ ซี้ดเอฟเอ็ม ชาร์ตท็อป 20 และละครซีรีส์ชุดนี้ยังได้รับรางวัล สเปเชียล อวอร์ด จากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2558 แสดงละครเรื่อง “ลมซ่อนรัก” การพบกันครั้งแรกกับ “แต้ว ณฐพร” และยังได้รับบทฝาแฝดเรื่องแรกของณเดชน์อีกด้วย

และปลายปีเดียวกันณเดชน์มีละครเรื่อง “ตามรักคืนใจ” แสดงนำร่วมกับ “นิษฐา จิรยั่ง” ในปี พ.ศ. 2560 แสดงละครเรื่อง“เล่ห์ลับสลับร่าง” คู่กับคู่ขวัญ “อุรัสยา เสปอร์บันด์” ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทที่ท้าทาย และยากมากสำหรับณเดชน์ เพราะต้องสลับร่างเล่นเป็นผู้หญิง แต่ถือว่าณเดชน์ ตีบทได้แตกมาก ทำให้คนชื่นชอบ และชื่นชมในความสามารถของ ณเดชน์ และญาญ่า

ในเรื่องนี้ ในปี พ.ศ. 2561 “ณเดชน์” และนางเอกคู่ขวัญ “อุรัสยา เสปอร์บันด์” จะมีละครคู่กันอีกครั้งในเรื่อง “ลิขิตรัก” เป็นละครโทรทัศน์ไทยแนวโรแมนติก อิงจากบทประพันธ์เรื่อง มณีหยาดฟ้า ของนิดา สร้างโดย บริษัท ทอง เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด และ ณเดชน์ ยังได้ถูกวางตัวเป็นพระเอกในละครเรื่อง “ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว” คู่กับนางเอกสาว “แมท ภีรนี”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here