หน่วยซีลหยุดค้นหา 13 ชีวิตชั่วคราว หลังฝนตก-น้ำท่วมปิดปากถ้ำหลวง

0
321

หน่วยซีลหยุดค้นหา 13 ชีวิตชั่วคราว หลังฝนตก-น้ำท่วมปิดปากถ้ำหลวง

หน่วยซีลหยุดค้นหา 13 ชีวิตชั่วคราว หลังฝนตก-น้ำท่วมปิดปากถ้ำหลวง แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ทั้ง 13 ชีวิตยังมีชีวิตอยู่ จากนี้เจ้าหน้าที่เตรียมปรับแผนเข้าช่วยเหลืออีกครั้ง จากกรณีมีเด็กนักฟุตบอลและโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปใน ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน วนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย

ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้ หน่วยซีล หรือ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ได้เข้าไปในถ้ำเพื่อหาร่องรอยและช่วยเหลือแล้วตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 25 มิ.ย.ช่วงเช้าวันที่ 25 มิ.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือหน่วยซีล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เดินทางเข้าไปภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน หมู่บ้านจ้องวัด ม.9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการค้นหานักฟุตบอลเยาวชน และผู้ฝึกสอนทั้ง 13 ชีวิตอย่างเต็มที่ โดยครอบครัวผู้สูญหายต่างเฝ้ารอและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดบริเวณปากถ้ำ

โดยเจ้าหน้าที่หน่วยซีลยังคงเดินหน้าค้นหา แต่ยังไม่พบตัวเด็ก เจอเพียงร่องรอยที่เชื่อได้ว่าทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตอนนี้ยังเจอปัญหา เนื่องจากในถ้ำยังมีน้ำท่วมเป็นช่วงๆ บางจุดถึงมิดหัว จึงอาจเป็นเรื่องยากหากพบตัวทั้ง 13 ชีวิตแล้วจะช่วยพาออกมาได้อย่างง่ายดาย

เบื้องต้นจึงประสานไปยังกรมชลประทาน ดูความเป็นไปได้ในการสูบน้ำออกจากถ้ำ เพื่อช่วยทั้ง 13 ชีวิตออกมา สำหรับความคืบหน้า เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า บริเวณเหนือถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน มีปล่องที่ทะลุออกมานอกถ้ำได้ เจ้าหน้าที่จึงใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจบริเวณเหนือถ้ำ

ก่อนเจอปล่องตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน โดยปล่องดังกล่าวมีระยะห่างจากโถงจุดแรกภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ประมาณ 800 เมตร แต่ภายในถ้ำจะมีเส้นทางที่คดเคี้ยวและระยะทางที่ยาวกว่านั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่จึงโยนอาหารและขนมลงไปในปล่องดังกล่าว

พร้อมกระดาษที่เขียนขอความว่า ถ้าเจอขนมให้หยุดรอหน่วยซีล กำลังเดินไปตามหาทาง 7 ก.ม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเตรียมสำรวจเส้นทางของปล่องที่อยู่เหนือถ้ำด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยซีลได้คัดเลือกมนุษย์กบ 4 นาย ซึ่งมีฝีมือดีและดำน้ำเก่ง

เพื่อเปิดปฏิบัติการดำน้ำเข้าไปค้นหาภายในถ้ำ พร้อมเร่งสูบน้ำระบายออกมา เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตก ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยตอนนี้อยู่ระหว่างปฏิบัติการค้นหาทั้ง 13 ชีวิต ล่าสุดเวลา 17.45 น.

เจ้าหน้าที่หน่วยซีลต้องยุติการค้นหาบริเวณโถงกลางในถ้ำหลวงฯชั่วคราว หลังน้ำเริ่มท่วมปิดปากถ้ำ ทำให้มีความเสี่ยงและอาจได้รับอันตราย แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ทั้ง 13 ชีวิตยังมีชีวิตอยู่ จากนี้เจ้าหน้าที่เตรียมปรับแผนเข้าช่วยเหลืออีกครั้ง

“ชัยพร ศิริไพบูลย์” ผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำ นักธรณีวิทยา เผยโอกาสรอดของทีมฟุตบอลเด็ก-โค้ช13ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย ชี้ในอดีตตนเคยเข้าไปสำรวจมาแล้ว จากกรณีมีเด็กนักฟุตบอลและโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน วนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ต่อมานายดำรงค์ หาญภักดีนิยม หัวหน้าวนอุทยานถ้ำหลวงฯ สำนักงานพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 รับแจ้งมีผู้ที่พากันเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลายคน แล้วไม่กลับออกมา โดยพบรถจักรยานรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ ล่าสุด วันนี้ (25 มิ.ย.) นายชัยพร ศิริไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำ นักธรณีวิทยา เคยปฏิบัติงานกรมทรัพยากรธรณี ได้ให้ข้อมูลว่า

ตนได้เคยขึ้นสำรวจถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน และพบว่า ทางกายภาพของถ้ำจะมีโถงพื้นต่ำ กับโถงพื้นสูงอยู่สลับกัน โดยจุดโถงพื้นทรายทาอยู่ด้ายซ้ายของปากถ้ำ ที่เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า ทั้ง 13 คน น่าจะอยู่จุดนั้น มีความสูงต่ำจากปากถ้ำ 6-8 เมตร ถ้าหากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอีก 1 เมตรจากฝนตกเมื่อคืน ทั้ง 13 คน ยังคงอยู่บนโถงเนินทรายได้ แต่ขณะเดียวกัน

หากทั้ง 13 คนไม่ได้อยู่โถงเนินทรายนี้ ถัดโถงน้ำที่ท่วม ซึ่งเป็นจุดรอยต่อ ยาวประมาณ 800 เมตร เป็นโถงสูงเช่นกัน ซึ่งในช่วงน้ำท่วม ทั้ง 13 ชีวิต อาจปีนป่ายหนีน้ำไปอยู่ที่สูงได้เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ ยังระบุอีกว่า ความสูงด้านในถ้ำมีระยะประมาณ 400-500 เมตร และด้วนเป็นถ้ำอายุหลายร้อยปี มีซากฟอสซิลที่ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ ส่งผลให้อากาศออกซิเจนน้อย

แต่กระแสน้ำที่ไหลผ่าน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซค์ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งวิธีการสูบน้ำทำได้ แต่ต้อง ติดตั้งหัวเครื่องจักรดีเซล เดินเครื่องอยู่ปากถ้ำ แล้วใช้วิธีต่อสายยางยาวเพื่อสูบน้ำ สามารถทำได้ แต่ห้ามติดตั้งหัวเครื่องจักรภายในถ้ำเด็ดขาด ไม่เช่นนั่นจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

ส่วนโอกาสรอดชีวิตของ 13คน ผู้เชี่ยวชาญมีความมั่นใจว่า หากทั้ง 13 คนอยู่บนโถงสูง เพื่อหนีน้ำ และหาอากาศหายใจ มีโอกาสรอดชีวิตสูง แต่ถ้าหาก ไปหลบในโถงพื้นต่ำ ซึ่งในถ้ำมีโถงพื้นต่ำอีกหลายจุด ที่น้ำไม่ท่วม จะมีโอกาสเสี่ยงทั้ง 13คนสลบ จากการสูดคาร์บอนไดออกไซค์เข้าไปจำนวนมาก เพราะในถ้ำ คาร์บอนไดออกไซค์ จะลอยจากพื้นสูงระดับเข่าจนถึง2 เมตร

ซึ่งแต่ละโถง คาร์บอนไดออกไซค์ลอยสูงไม่เท่ากัน แต่ทั้งนี้ เชื่อว่า ตามสัญชาติญาณคนเพื่อเอาตัวรอด จะปีนหาที่สูง เพื่อหนีน้ำและหาอากาศหายใจ ส่วนตัวยังเชื่อว่า 13ชีวิต ยังปลอดภัยแต่อาจจะอ่อนเพลียเพราะขาดอาหาร นอกจากนี้ สัญญาณที่ดี หน่วยซีลนำออกซิเจนพกพาและอาหารเข้า ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ลุ้นช่วย 13 ชีวิต
จากกรณีมีเด็กนักฟุตบอลและโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 คน

หายเข้าไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน วนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมานายดำรงค์ หาญภักดีนิยม หัวหน้าวนอุทยานถ้ำหลวงฯ สำนักงานพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 รับแจ้งมีผู้ที่พากันเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลายคน แล้วไม่กลับออกมา โดยพบรถจักรยานรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ

ช่วงเช้าวันที่ 25 มิ.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือหน่วยซีล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าไปภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน หมู่บ้านจ้องวัด ม.9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการค้นหานักฟุตบอลเยาวชน และผู้ฝึกสอนทั้ง 13 ชีวิตอย่างเต็มที่ โดยครอบครัวผู้สูญหายต่างเฝ้ารอ

และติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดบริเวณปากถ้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยซีลว่า ได้ใช้พลั่วขุดหาช่องทางภายในถ้ำแล้ว แต่เมื่อเจาะทะลุอุโมงค์เข้าไปก็ยังไม่พบเด็กและผู้ฝึกสอน ทั้งนี้ คาดว่าเด็กๆ จะเดินหนีน้ำเข้าลึกไปอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างแกะรอยติดตามอย่างมีความหวัง

ล่าสุดช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เหมือนมีสัญญาณที่ดีของปฏิบัติการครั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยซีลได้ออกมานำเครื่องออกซิเจนแบบพกพาเข้าไปภายในถ้ำ พร้อมอาหารจำนวนหนึ่ง สร้างความลุ้นระทึกให้กับญาติของทั้ง 13 ชีวิตที่เฝ้ารอปาฏิหาริย์จากปฏิบัติการครั้งนี้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาทั้ง 13 ชีวิตในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ด้านรองผู้ว่าฯเชียงรายสั่งการให้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วย

ทั้งนี้ แฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “สถานีตำรวจภูธรแม่สาย“ ได้อัพเดตสถานการณ์ติดตามค้นหาเด็ก 13 คนที่สูญหายเข้าไปภายในถ้ำหลวงเป็นระยะ โดยมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจ และขอให้เจ้าหน้าที่เจอเด็กทั้งหมดโดยเร็ว กันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบมีการแชร์ความคิดเห็นของสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เป็นการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่โดยระบุว่า

“ให้เดินเข้าไปในถ้ำ ขึ้นหินสูงประมาณ 1 ระดับแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงเข้าไปลึกๆนะคะ ลึกประมาณเกือบ 150 หรือ 200 เมตร ทางสูง ขึ้นๆ อาจจะเจอน้องๆ ปีนอยู่บนเหยียบและน้องบนก้อนหิน สูงประมาณ 3 เมตร หัวมีช่อง ส่วาง คลายๆแสง บางคนร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้วคะ รีบเขาไป นะคะ พอจะมองได้เท่านี้ จุดธูป 36 ดอก ขอขมา ผลไม้ 5 อย่าง เพิ่มเติ่มอีกนิด เลี้ยวซ้ายแล้วมองด้านขวาเยอะๆนะคะ” พร้อมกับระบุว่า อย่างน้อยให้เจ้าหน้าที่ลองเข้าไปดูตามเจ้าของความคิดเห็นนี้แนะนำมา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here