ฟังกันชัดๆ”ประยุทธ์”พบปะผู้ปกครองของ #ทีมหมูป่า พูดเข้ากับเหตุการณ์ คุยเรื่องการแก้ปัญหาการเกษตรให้ฟัง!

0
256

ฟังกันชัดๆ”ประยุทธ์”พบปะผู้ปกครองของ #ทีมหมูป่า พูดเข้ากับเหตุการณ์ คุยเรื่องการแก้ปัญหาการเกษตรให้ฟัง!(ชมคลิปท้ายข่าว)

“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ติดตามการค้นหาโค้ชและเด็กนักฟุตบอลหมูป่าฯ 13 ชีวิต พร้อมให้กำลังใจผู้ปกครอง ขออย่าท้อแท้หมดหวัง ตั้งจิตภาวนาเจ้าป่าเจ้าเขาคุ้มครอง มั่นใจทุกคนปลอดภัย “ผู้ว่าฯ เชียงรายวาง 4 แผนค้นหา เร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำเปิดทางหน่วยซีล ใจชื้น “บิ๊กแป๊ะ” นำทีมตชด.ขึ้นเขาพบโพรงลึก 40 เมตร

โรยตัวลงไปเจอโถงกว้าง เตรียมขยายผลหาทางเชื่อมจุดเป้าหมาย “จีน” ขนอุปกรณ์ไฮเทคเสริม “อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ” ให้ 1 แสนชาวบ้านชี้จุดเข้าหาเด็กๆ ได้ เมื่อวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย,

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ., นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ ขึ้นเครื่องจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เดินทางไปที่ จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินการและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช

ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมถึงให้กำลังใจผู้ปกครองของทั้ง 13 คน โดยพล.อ.ประยุทธ์สวมเสื้อเหลืองลายฝีพระหัตถ์ในหลวง รัชกาลที่ 10 พร้อมผ้าพันคอจิตอาสาที่ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นเมื่อถึง จ.เชียงราย

พล.อ.ประยุทธ์เดินทางด้วยรถยนต์มาที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และเข้ารับฟังบรรยายสรุปจากนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ถึงการระบายน้ำออกจากถ้ำ การสำรวจโพรงถ้ำ ตลอดจนการขุดเจาะทันที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการรับฟังบรรยายสรุปการทำงาน พล.อ.ประยุทธ์

ได้แสดงความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของกระแสไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำ โดยให้มีระบบตัดไฟอัตโนมัติป้องกันกระแสไฟรั่ว เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และเด็ก “ให้ระบายน้ำออกหลายๆ ท่อ หลายๆ เครื่อง ขาดเหลืออะไรบอกมา รัฐบาลเต็มที่ เรื่องนี้ถือเป็นภัยพิบัติเร่งด่วน จะมีการประสานงานกับทางการพม่าให้การช่วยเหลือเกี่ยวกับการลดระดับน้ำ

เพื่อไม่ให้ไหลเข้าถ้ำด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ นายกฯ ยังได้เดินไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยระบุว่า รู้ว่าใจถึงทุกคน แต่อะไรที่พ้นพื้นไปแล้วมันต้องระวัง ขอให้ปลอดภัย บนยอดเขาสูง หากอันตรายอย่าไปดันทุรังลงไป ตนไม่ได้กังวลกับการทำงาน แต่กังวลกับเวลา กับผู้ที่เขาหลงอยู่ข้างใน นั่นเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด

“มาวันนี้มาให้กำลังใจ ไม่ได้อยากเป็นภาระใคร ผู้ว่าฯ ห้ามหยุดงาน ห้ามมารับผม ทุกคนทำตามหน้าที่ ผมก็อยากมาดูพื้นที่ ไม่ได้อยากมามีข่าวอะไรให้เห็น ความจริง ไม่อยากบอกด้วยซ้ำว่าจะมา แต่ผมจัดเวลามา เพราะมีงานเยอะพอสมควร การมาครั้งนี้เพื่อมาให้กำลังใจ ไม่ได้มาเพื่อการเมืองหรือหาเสียง” นายกฯ ระบุ

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินไปดูการทำงานภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน พูดคุยสอบถามการทำงานกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเดินออกมาพบผู้ปกครองเด็กและโค้ชทั้ง 13 คน โดยนั่งพูดคุยให้กำลังใจ นำความห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแจ้งให้กับผู้ปกครองรับทราบ “เหตุการณ์นี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งของประเทศ

ทำให้เห็นน้ำใจของคนไทยและจากต่างประเทศที่เข้าให้การช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ขอให้ทุกคนมีความหวัง อย่าท้อแท้ ขอให้เชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนจะปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กทุกคนได้ ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ผู้ปกครองดี ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและศรัทธาตัวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเชื่อมั่นรัฐบาล

ผมอยากให้ทุกคนปลอดภัย ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก” พล.อ.ประยุทธ์บอกกับผู้ปกครองเด็กทีมหมูป่าฯ’บิ๊กตู่’มั่นใจช่วยสำเร็จ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ พูดคุย ผู้ปกครองบางคนได้ร้องไห้และเช็ดน้ำตาอยู่ตลอดเวลา และในจังหวะหนึ่งมีผู้ปกครองของเด็กคนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า “ช่วยลูกหนูด้วย”

โดยนายกฯ กล่าวว่า ตนเข้าใจทุกคน เราพยายามที่จะช่วยอย่างดีที่สุด แต่ก็มีอุปสรรคเรื่องของน้ำและดินโคลน และขอให้ทุกคนช่วยกันบนบานศาลกล่าวขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยคุ้มครองทุกคน นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้พูดคุยกับผู้ปกครองเด็กถึงเรื่องการเกษตร เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้ปกครองคลายความเครียดลง พร้อมระบุว่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ

โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยแรงศรัทธา จะต้องสำเร็จ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นห่วง การเดินทางมาวันนี้ด้วยความห่วงใย และนายกฯ ไม่ต้องการสร้างภาระให้ใคร สิ่งสำคัญคือขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วย เพราะแต่ละหน่วยมีคุณภาพที่แตกต่างกัน

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน ซึ่งในวันหน้าจะต้องมีการฝึกกู้ภัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์แบบนี้ เราต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาส สร้างมาตรฐาน ยกระดับเรื่องนี้ “คาดว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ส่วนโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะก่อให้เกิดการแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย สิ่งสำคัญวันนี้คือโอกาสที่ประเทศมีความสงบ มีมาตรฐานของเรา

รู้ว่าทุกคนตั้งใจแต่ขอให้เป็นหนึ่งเดียว สร้าง Impact ให้ต่างประเทศเห็นมาตรฐานของเรา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว ถามว่า สถานการณ์ตอนนี้จะต้องเพิ่มเติมส่วนใดบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเพิ่มเติม แต่ความยากง่ายในการช่วยเหลือนั้น มีน้ำเป็นอุปสรรค ทำให้หน่อยซีลไม่สามารถเข้าไปได้ และในพื้นที่เป็นน้ำโคลน อย่างไรก็ตาม

ทหารได้สำรวจด้านบนภูเขาหมดแล้วเพื่อหาปล่อง และมีการเบี่ยงเบนทางน้ำ ซึ่งทำได้พอสมควร ดังนั้นจึงต้องลดระดับน้ำจากด้านบนลงมา และลดระดับน้ำใต้ดินที่จะเข้าถ้ำด้วย “วันนี้พอใจเจ้าหน้าที่ เพราะได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งการระบายน้ำ การเข้าไปค้นหา พร้อมวางแผนร่วมกันภายใต้ศูนย์บัญชาการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

มีหน่วยงานเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง จึงถือเป็นการทำงานแบบประชารัฐ คือรัฐกับประชาชน วันนี้ขอให้ทุกคนช่วยกัน ขอเทพเทวดาทั้งหมด ขอให้ฝนอย่าตกอีกเลย ให้ฟ้าเปิดเถอะ ขอให้ทุกคนมีความสุข คิดว่าประสบความสำเร็จแน่นอน ขอให้ ทุกอย่างเรียบร้อย ขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ด้วยใจ ด้วยแรงรัก ศรัทธา และห่วงใย

ใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านทรงติดตามทุกข่าว ดังนั้น การเสนอข่าวอะไรไป ท่านทอดพระเนตรหมด และยังพระราชทานคำแนะนำกลับมาด้วย ในนามของรัฐบาล ขอให้ทุกคนช่วยกันแล้วจะสำเร็จ ขอให้คิดแต่สิ่งดีๆ” นายกฯ กล่าว ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาโค้ชและเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ทั้ง 13 คน ซึ่งเป็นวันที่ 7 นั้น

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ เชียงราย แถลงช่วงเช้าว่า แนวทางการทำงานในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ แผน 1 คือเข้าค้นหาทางปากถ้ำโดยเร่งสูบน้ำ ซึ่งปริมาณสูบน้ำ เราเท่าทุนอยู่ เช้านี้ได้เครื่องสูบน้ำจากกรุงเทพฯ เพิ่มอีก 40 ตัว หากไม่มีปัญหาจะทำงานได้เยอะพอสมควร, แผน 2 ที่เจาะตามโพรงต่างๆ เจาะอยู่ 3 โพรงใหญ่

มีโพรงหนึ่งอาจมีโชค วันนี้จะเอาเครื่องสแกนหย่อนเข้าไปสำรวจ ส่วนเรื่องที่คาดการณ์กันว่าน้องๆ อาจไปทางขวา เราไม่ได้นิ่งนอนใจ หากสแกนเจอทีมจะเข้าไปเช่นกัน วาง 4 แผนเข้าค้นหา ผู้ว่าฯ จ.เชียงรายกล่าวว่า ส่วนแผน 3 ด้านข้างปลายถ้ำระเบิดน้ำได้เพิ่มขึ้น น้ำต้นทุนลดไปบ้าง, แผน 4 รมว.มหาดไทยสั่งการว่าเราจะทะลวงจากด้านล่างขึ้นไปได้หรือไม่

เป็นอีกช่องทางหนึ่ง การใช้เครื่องสแกนผนังถ้ำ ทฤษฎีเป็นไปได้หมด แต่การปฏิบัติต้องคิดกันหนัก เพราะเครื่องจักรหนักไม่น้อยกว่า 2 ตัน และต้องวางเครื่องให้มั่นคงได้ระดับในสภาพภูมิประเทศเช่นนี้ รวมถึงอุปกรณ์ที่จะยกวางเครื่องมือ “ที่จะหารือวันนี้ คือเรื่องสูบน้ำ ถ้ายังอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราจะปรับแผน 2 ให้มีราคาเท่ากับแผน 1 หรือไม่

หรือจะมีวิธีให้ที่ทำให้แผน 2 เจาะแล้วเจอได้เลยหรือไม่ ซึ่งเรามีโอกาสเพียงครั้งเดียว” ผู้ว่าฯ จ.เชียงรายกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนวันพฤหัสฯ ต่อเนื่องเช้าวันศุกร์ เจ้าหน้าที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 40 แรงม้า พร้อมไดรโว่ (เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก) อีก 2 ชุด สูบน้ำออกทางรูไปสู่ด้านนอก

และไดรโว่อีกชุดก็สูบผ่านเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 40 แรงม้า พอเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่อีกเครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกมา รวมบริเวณหน้าถ้ำตอนนี้มีเครื่องสูบขนาดใหญ่อยู่ 2 เครื่อง โดยต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในถ้ำว่า ระดับน้ำจากโถงที่ 2 มาโถงที่ 1 และโถงที่ 3 ซึ่งยังเข้าไปไม่ได้

ลดลงมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม การติดตั้งเครื่องมือสำหรับเจาะตาน้ำช่วงแรกเป็นการเจาะในแนวทแยง แต่เจาะได้ประมาณ 70 เมตร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่พบตาน้ำ จึงเปลี่ยนเป็นเจาะตามแนวดิ่ง เจาะได้ประมาณ 30 เมตร มีปัญหาระบบไฟฟ้า จึงต้องหยุดชั่วคราว เพื่อเปลี่ยนเครื่องปั่นไฟ เวลา 08.00 น.

เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนยังคงเร่งช่วยระดมสูบน้ำออกจากถ้ำในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แต่ปริมาณน้ำในถ้ำที่มีเป็นจำนวนมากประกอบกับยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำยังไม่พร่อง โดยบางเวลามีระดับเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ชุดซีลยังไม่ทะลุเข้าไปยังโถงด้านในสุดที่เรียกว่าพัทยาบีช หรือหาดพัทยา

ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าเด็กทั้ง 13 คนพักอยู่ได้ เนื่องจากน้ำที่ท่วมปิดปากทางลอดยังมีระดับสูงไม่มีพื้นที่ให้ทางชุดซีลได้หายใจ ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งให้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรธรณี นำเครื่องเจาะน้ำขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 10 ตัน เข้าไปขุดทางปลายน้ำทางด้านดอยผาหมี

เพื่อนำน้ำออกอีกทางหนึ่ง อีกด้านก่อนหน้านี้ เวลา 07.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตชด.ภ.3, พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อย ตชด.ที่ 327, เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองร้อยกู้ชีพ (ค่ายนเรศวร),

ตำรวจสื่อสาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เดินเท้าสำรวจโพรงถ้ำที่ค้นพบ เมื่อวาน (28 มิ.ย. 61) จำนวน 3 โพรง เพื่อหาเส้นทางเชื่อมภายในถ้ำในการค้นหาเด็กนักฟุตบอลหมูป่าฯ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ กล่าวว่า การปฏิบัติงานของชุดพล.ต.อ.จักรทิพย์

จะนำกล่องช่วยเหลือ 20 กล่องลงไปในปล่องถ้ำต้นน้ำเพื่อให้ลอยไปตามกระแสน้ำ โดยมีแผนที่มาร์กจุด เพื่อให้ลอยน้ำออกมา จะได้ช่วยเหลือให้ตรงจุด โดยเจ้าหน้าที่ได้เขียนข้อความไว้ในกระดาษว่า “ถ้าได้รับของแล้วรีบตอบกลับนะ ด่วน! ว่าอยู่ตรงไหนของแผนที่ ทุกคนจะรีบเข้าไปช่วย” รวมทั้งยังมีอาหารแห้ง นม ขนมปังหลายชิ้น และน้ำดื่ม

ได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น 2 คน ร่วมสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่คณะเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน ในการปฏิบัติการระบายน้ำออกจากพื้นที่บริเวณโดยรอบถ้ำหลวงฯ อย่างมีประสิทธิภาพและเร่งด่วน รวมถึงการประเมินความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือลำดับถัดไป

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here