‘ซิลวี่’ แนะวิธีตอบหากโดนทักว่าอ้วนขึ้น ใครเจอแบบนี้มีระวังให้ดีมีหนาวแน่

0
117

‘ซิลวี่’ แนะวิธีตอบหากโดนทักว่าอ้วนขึ้น ใครเจอแบบนี้มีระวังให้ดีมีหนาวแน่ (ชมคลิปท้ายข่าว)

นักร้องเสียงทรงพลังจากเวทีเดอะสตาร์ และล่าสุดจากเวทีคุณภาพเดอะว้อยซ์ ซิลวี่ ภาวิดา มอริจจิ ที่เจ้าตัวกลับมาทวงบัลลังก์ศิลปินอีกครั้งแล้ว เพราะตอนนี้มีคนรู้จักและติดต่องานของเธอมากขึ้น และล่าสุดเธอได้แนะนำวิธีการตอบคำถามหากโดนถามว่าอ้วน โดนเธอสอนตอบแบบอย่างโหดเลยทีเดียว

พูดก็พูดเถอะ! ความสวย ความมั่นของแบบนี้มันอยู่ที่ใจล้วนๆ ตราบใดที่เจ้าตัวโซพาว อะไรก็มาหยุดความฮอตไว้มิได้ เหมือนดั่งที่สาวซิลวี่ว่าไว้ บนแคปชั่นภาพสุดแซ่บว่า “ให้คนอื่นตำหนิได้ แต่ห้าม!! วิจารณ์ตัวเอง รักร่างกายและรักรูปร่างตัวเอง ถ้าเราไม่รัก ใครจะไปรัก #bodylover #ขาใหญ่แล้วไง #ตูดใหญ่แล้วไง #ฉันรักหุ่นของฉัน #หนูเป็นสาวแล้ว”

“อยากเป็นกำลังใจ และเป็นแรงบันดาลใจ ให้สาวร่างใหญ่ทุกคน กล้าที่จะแต่งตัว กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ถามว่าเมื่อก่อนเรากล้าไหม ก็ไม่!! แต่ทุกวันนี้ เราคิดว่า ถ้าเรารักตัวเรา เราก็จะมีความสุข แค่มั่นใจก็สวยแล้วเว้ยยยยยยยย!!!!! :)” โลกเรามันหมุนไว ชีวิตก็สั้น อะไรๆ ก็จะผ่านเราไปเร็วเสมอ รู้ตัวอีกทีก็อายุมากขึ้นแล้ว อย่ามัวแต่เขินอาย ลุกมามั่นใจ มีความสุขกับตัวเอง มองโลกบวกๆ เพื่อตัวเอง มาสวยเลิศๆ แบบสาวซิลวี่กันดีกว่าค่ะ ว่าแล้วสะบัดผ้าไปทะเลด๊วนนน!

โด่งดังเป็นที่รู้จักจากเวทีประกวดร้องเพลง เดอะสตาร์ปีที่ 7 อย่าง “ซิลวี่ ภาวิดา” นักร้องหน้าคมจากภาคใต้ที่มีเสียงร้องทรงพลัง และความสามารถคับแก้ว แต่เนื่องจากตอนเข้าวงการแรกๆเธอมีหุ่นที่ค่อนข้างอวบ ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักถึงเรื่องรูปร่าง เธอจึงหันมาดูแลตัวเองจนสามารถลดความอ้วนได้ ในเวลาเพียงไม่นาน ทำให้เธอกลายเป็นคนที่มีรูปร่างที่เป๊ะขึ้น จนหลายคนต้องออกปากชม

เปลี่ยนวิถีชีวิตการกินของเรา แรกๆ มันยากค่ะ แต่ทุกอย่างอยู่ที่ใจจริงๆ หาแรงบรรดาลใจให้เจอที่จะทำให้เราอยากลดน้ำหนักจริงๆ อยากสวยอยากหุ่นดีจริงๆ ถ้าเราเจอแล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น เอาละ การที่เราลดการกิน แต่อยู่เฉยๆ มันจะช่วยอะไรได้? หยุดขี้เกียจค่ะ เดินมันเข้าไป วิ่งมันเข้าไป ว่ายนเำมันเข้าไป เต้นกระโดดจอกกิ้งวิดพท้นซิทอัพ อะไรก็ได้ที่ทำให้เราเหนื่อยเราทรมาน นั่นแหละค่ะ ถูกทางละ

หาฟิตเนสเข้าเลยค่ะ หรือไปวิ่งที่สวน อะไรก็ได้ อย่าขี้เกียจ และที่สำคัญ เหนื่อยมากๆจะหิวค่ะ กินได้นะ แต่อย่าพลั้ง กินเกินตัว แนะนำว่าออกกำลังกายเสร็จอยากแข็งแรงต้องสลัดเท่านั้น ให้ใส่น้ำสลัดได้หน่อยนึงแต่ถ้าใครกินผักเก่งมาก โนน้ำสลัดเลยค่ะ ไม่มีได้ยิ่งดี แนะนำว่าทูน่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินได้ดีเยี่ยม แต่อย่าพลั้งค่ะทุกคน จะบอกว่ากินผักแต่ก็ต้องปริมาณน้อยอยู่ดีนะคะ ไม่ใช่กินผักๆๆๆๆและจุให้เต็มกระเพาะ นั่นก็ไม่ช่วยหรอกค่ะ ค่าเท่าเดิม

แรกๆ ใครที่ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนเป็นกิจวัตรประจำวัน ตื่นเช้า ถ่าย กินข้าว ฟิตเนส นอน ทำไปเรื่อยๆ จะรู้สึกได้ว่าน้ำหนักลดลง อ่อ แนะนำให้ชั่งน้ำหนักทุกวันค่ะ ทุกวันจริงๆ ก่อนเล่นฟิตเนส และหลังเล่นฟิตเนส ชั่งตลอดเวลา ห้ามกลัวน้ำหนัก เดี๋ยวมันเลยเถิด ช่วงแรกถ้ากิจวัตรประจำวันเป๊ะแล้ว จะลง เยอะมาก น้ำหนักจะลงอย่างเห็นได้ชัด อย่าดีใจค่ะ เพราะลงได้ง่ายมาก ก็ขึ้นได้ง่ายมากเหมือนกัน

เช่น.. ลง7กิโลแรก ก็เด้งขึ้นมา 7กิโลหลัง (ตัวเองนี่แหละ) และก็ต้องเสียเวลาลดใหม่ ใจต้องนิ่งค่ะ ใครที่ลดน้ำหนักด้วยการอดข้าวเย็นอย่างเดียว วิธีนี้ได้ผลไหม คำตอบคือได้ผลค่ะ แต่ เราอยากมีน้ำหนักที่ลดลงแต่แขน ขา และพุง ที่เพละไขมันย้อยหรอคะ? ถ้าไม่อยาก ออกกำลังกาย ใครที่ไม่รู้ว่าจะกระชับแขน ขา และพุงยังไง เซิร์ชอินเตอร์เน็ตเลยค่ะถ้าไม่มีเทรนเนอร์ส่วนตัว แล้วทำตามท่าที่สามารถช่วยได้ ถ้าทำแล้วเจ็บ มาถูกทางแล้วค่ะ

มาถึงการบรรยายขึ้นสุดท้าย ถ้าใจนิ่งมากแล้ว ลงมามากแล้ว สามารถยับยั้งการกินของตัวเอง เปลี่ยนวิธี เลือกกิน กินให้น้อยลงได้แล้ว จนน้ำหนักไม่ลงแล้ว นี่แหละคะ จุดยาก เพราะสุดท้ายแล้วน้ำหนักเราจะลงยากขึ้น เพราะแรกๆที่มันลงเยอะ คือไขมันทั้งหมดที่เราสะสมมาตลอดที่ไม่เคยออกกำลังกาย จนมันไม่ค่อยมีจะออกแล้วเพราะออกกำลังกายเป็นประจำ อย่าท้อค่ะ ขอให้ทำไปเรื่อยๆ

และต้องทำไปเรื่อยๆจริงๆเพื่อให้ได้น้ำหนักที่คงที่ ไม่งั้น ถ้าเราเผลอกินหรือเผลอขี้เกียจออกกำลังกายเมื่อไหร่ น้ำหนักเราเด้งกลับมาแน่ๆรับประกัน 100เปอร์เซ็นต์ คอนทินิวกิจวัตรประจำวันที่ทำมาต่อไปทุกวัน ทำไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่เราพอใจ แล้วค่อยผ่อนออกกำลังกายเป็นอาทิตย์ละ3ครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้ แต่ยังต้องควบคุมการกินอยู่ดี ยากค่ะ แต่ถ้าสำหรับคนที่เกิดมาอ้วนอยู่แล้วเหมือนซิล ถ้าซิลทำได้ ทุกคนก็ทำได้ เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

ปล. แนะนำให้เบิร์นวันที่ 1000แคลอรี่ขึ้นไป แต่เริ่มต้นจาก 300 แคล ถ้าหัวใจคงที่แล้วกับการออกกำลังกายค่อยๆเพิ่มการเบิร์นขึ้นนะคะ ทุกคนทำได้ค่ะ สู้ๆ แล้วนี่คือบรรยายจากเรา ซิลวี่ จริงๆนะคะ อยากให้ทุกคนได้ลองทำ ก่อนจะพูดว่ายาก ทำไม่ได้ พยายามก่อน เซย์โนทูยาลดความอ้วนและศัลยกรรม เซย์เฮลโหลทูฟิตเนส แอนด์ร่างกายที่เฟิร์มกันดีกว่า สู้ไปด้วยกันค่า

ดาราพาเหรดลดหุ่นสุดสะดิ้ง ในทศวรรษหลังๆ เทรนด์ลดความอ้วนเป็นกระแสสังคมที่หนุ่มสาวให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะสาวๆ อยากหุ่นสวยตามเทรนด์ดารา นางแบบ แม้กระทั่งดาราไทยบางคนก็ยังอยากหุ่นดีตามเทรนด์เกาหลีด้วยซ้ำ ซึ่งก็มีดาราหลายคนที่เคยอ้วนมาก่อน และพยายามลดน้ำหนัก จนดูดีขึ้นมาผิดหูผิดตา โดยเฉพาะสาว (เคย) ร่างท้วม “ซิลวี่ เดอะสตาร์” ซึ่งเธอลดน้ำหนักได้ถึง 18 กก. จนตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 58-60 กก.

เธอเล่าว่า “เดือนแรกลดน้ำหนักได้ถึง 7 กก. แต่ไม่ทันไรก็ขึ้นมาใหม่ 7 กก.เท่าเดิม สิ่งแรกเราต้องมีแรงบันดาลใจและมีวินัยในการกิน” หากใครได้พบเธอในตอนนี้ก็คงอดทักไม่ได้ว่าหุ่นดี และสวยขึ้นเป็นกอง เหมือนกันกับสาวร่วมค่ายรุ่นพี่ “แก้ม เดอะสตาร์” ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยมีร่างอวบอ้วน แต่อยู่ในวงการไม่เท่าไหร่ก็สามารถลดหุ่นได้สวยเช้ง บวกกับส่วนสูง 171 ซม. จึงทำให้ผอมดูดีขึ้นทันตา สวยทันสาวเกาหลี วงเกิร์ลเจนเนอเรชั่น ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจลดหุ่น

แก้มเผยว่า “ไม่ได้อดอาหาร เพียงแต่ลดการกินแป้งมื้อเย็น ช่วงแรกที่เข้ามาในวงการน้ำหนัก 70 กว่าโล แต่พออยู่มาเรื่อยๆ ลดเหลือ 66-67 โล จนมาถึง 50 กว่าโล” แต่ที่ต้องตะลึงตามๆ กัน คือสาวอวบจากบ้าน AF1 “ซีแนม” น้ำหนักลดฮวบ 22 กก.จนผอมลงผิดตา จากน้ำหนัก 76 เหลือประมาณ 53-54 กก. ทำเอาหลายคนเมาท์กันว่าเธอติดยา หรือเป็นโรคอนาร็อกเซียรึเปล่า แต่เธอออกมายืนยันว่า

“สิ่งที่เน้น คือ การควบคุมอาหารการกิน ใน 6 เดือนแรกแนมจะงดจริงๆ ไม่กินข้าว ไม่กินน้ำตาล ขนมก็ไม่กินเลย จะกินแต่เกาเหลา หรือขนมปังโฮลวีต และออกกำลังกายวันละ 3-4 ชั่วโมงเป็นประจำ” ซีแนมยังเคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ลดน้ำหนักมาแล้วด้วย เช่นเดียวกับท็อป ดารณีนุช เธอคือผลงานชิ้นโบแดง ของสถาบันลดน้ำหนักชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นพรีเซ็นเตอร์ลดน้ำหนัก ใน 45 วัน ลดได้ 15 กก.

รวมถึง เกริก ชิลเลอร์ และดารา นักแสดงอีกหลายคน ก็เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ลดน้ำหนักจากสถาบันเดียวกันนี้ ด้วยความเชื่อว่าผอมแล้วจะสวยเหมือนดารา นักร้องในหน้าจอทีวี หรือนางแบบแฟชั่นโชว์ที่เดินสง่างามบนแคตวอล์กด้วยหุ่นผอมเพรียว ก็ทำให้หนุ่มสาวอวบอ้วนหลายคนสู้ขาดใจที่จะลดความอ้วนเอาอย่างดาราดังที่ชื่นชอบ หากมองโลกกว้างกว่าแค่ในสังคมไทย ในต่างประเทศก็เคยมีผลกระทบจากการลดความอ้วนจนเกินพอดี

เมื่อไม่นานมานี้มีนางแบบแคตวอล์กนางหนึ่ง ต้องเสียชีวิตด้วยการเสพติดความผอม และยังมีอีกหลายกรณีที่การยึดติดความผอมจนเกินไป กลับกลายเป็นสิ่งทำร้ายตัวเอง อ้วน…ไม่อ้วน มันอยู่ที่…? อ้วน อ้วน อ้วน อ้วน อ้วน ใครๆ ก็หาว่าเธอน่ะอ้วน หน้าอกหน้าใจหน้าท้อง จับไปมีแต่ไขมันล้วนๆ คนโน้นคนนี้ชอบบอก ให้ตัวเธอนั้นไปลดความอ้วน เพลงยังคงสะท้อนทัศนคติเกี่ยวกับความอ้วน แม้ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยทัศนคติกับคนอ้วนก็ยังดูไม่ดีในสายตาคนทั่วไป

แม้กระทั่งในเฟซบุ๊ก ยังมีแฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า “สมาคมนิยมสาวหุ่นดี” ที่มีคนมากมายเข้ามากดไลค์กว่า 23,000 คน ในหน้าเพจมีการโพสต์รูปสาวหุ่นดี น่าเซี้ยะ ซึ่งมีคนมากดไลค์และแสดงความเห็นหื่นๆ ส่วนรูปสาวๆ ทั้งหลาย มีทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า ก่อนโพสต์จึงต้องมีการเขียนแนะนำตัวเอง “ฝากเนื้อ ฝากตัวด้วยนะคะ” ก็จะมีหนุ่มๆ มาคอมเมนต์ยินดีต้อนรับด้วยวาจาพาเสี่ยวกันไป

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคม และโฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงเทรนด์การลดความอ้วนในสังคมไทยว่า มันขึ้นอยู่กับปัจจัยจากตัวบุคคล และกระแสสังคม จะเห็นว่าทศวรรษที่ผ่านมา ภาพดารานางแบบหุ่นผอมบาง มักจะสวยในสายตาของคนทั้งโลก อัตลักษณ์ทางเพศมีความคาดหวังว่าอยากผอม และในความเป็นจริงก็ทำได้ เมื่อความคาดหวังกับความเป็นจริงไปพร้อมกันก็เป็นสิ่งที่ดี

“ผ่าตัด ดูดไขมัน ตายคาเตียงก็เคยมีมาแล้ว คนที่สนใจด้านนี้มากเกินไป จึงเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อได้ง่ายๆ การใช้อาหารเสริม กาแฟที่อ้างว่ามีสรรพคุณช่วยลดหุ่น เผาผลาญไขมัน หรือศูนย์บริการสถาบันลดน้ำหนัก ต้องเสียเงินกับค่าคอร์ส คอร์สหนึ่งราคาหลายหมื่นบาท เขาใช้เงินเป็นแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก อาจจะบอกว่าเสียเงินเท่านั้นเท่านี้ แล้วทำตามโปรแกรม มีเทรนนิ่ง บริหารเฉพาะส่วนในแต่ละวันที่จัดให้ก็จะสามารถลดน้ำหนักได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

อย่างการเอาดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ลดความอ้วน ถือเป็นจุดขายทางการตลาด บางคนเขายอมเสียเงิน 7 หมื่น เพราะเขามั่นใจว่าจะลดได้จริง เป็นการขายอนาคต บางคนเข้าคอร์สแค่ 2 เดือนแรก ถ้ากลับมากินไม่เลือกก็เหมือนเดิม มันไม่มีความหมาย เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับจิตใจและร่างกายของเรา ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าเป็นคนประเภทไหน หรือต้องใช้เงินบังคับ”

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยเป็นหมูน้อย แมวน้ำ พะยูนเกยตื้นในสายตาใครต่อใคร หากเราตั้งใจแน่วแน่ว่าจะลดความอ้วนอย่างจริงจัง แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็คงไม่ยากเกินความพยายาม เพราะการออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเริ่มต้นออกกำลังกายนี่ซิ ยากกว่า! โรคคลั่งความผอม ด้วยทัศนคตินิยมคนหุ่นดีในมุมมองของคนทั่วไป ก็อาจทำให้คนอ้วนต้องทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ซึ่งวัยรุ่นผู้หญิงบางกลุ่มมักจะมีความรู้สึกไม่พึ่งพอใจในรูปร่างของตัวเอง ทั้งที่ในสายตาคนอื่น จะมองว่าไม่ได้อ้วน แต่เมื่อย้ำคิดย้ำทำหนักเข้า อาจก่อเกิดเป็นโรค “คลั่งความผอม” ตามมา โรคคลั่งความผอม หรือEating Disorder นั้น ตามข้อมูลทางการแพทย์ ระบุว่าอาการของโรค แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ อนาร็อกเซีย ( Anorexia) คนที่มีอาการปฏิเสธที่จะกินอาหาร

เพื่อรักษาระดับน้ำหนักของตนเองให้คงที่ หรือให้น้อยลงกว่าเดิม และบูลิเมีย (Bulimia) คือคนที่กินอาหารผิดปกติเป็นช่วง ๆ แล้วเกิดความรู้สึกผิดต่อตัวเอง เลยพยายามหาทางลดความอ้วนด้วยวิธีการผิดๆ เช่น ตั้งใจอดอาหาร ล้วงคอ อาเจียน ใช้ยาระบาย ยาขับปัสสาวะหรือออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อลดน้ำหนัก

คลิป

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here