Facebook เตรียมทำสกุลเงินดิจิทัลของตัวเอง หลังฟอร์มทีมเร่งศึกษาเทคโนโลยี Blockchain

0
229

Facebook เตรียมทำสกุลเงินดิจิทัลของตัวเอง หลังฟอร์มทีมเร่งศึกษาเทคโนโลยี Blockchain

เว็บไซต์ข่าวด้านเทคโนโลยีหลายแห่งในต่างประเทศให้ข้อมูลตรงกันว่า สื่อโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook อาจจะพิจารณาพัฒนาคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือสกุลเงินดิจิทัลของตัวเอง ล่าสุด Facebook ให้ข้อมูลว่า ทีมงานจำนวนหนึ่งกำลังศึกษาการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Blockchain

11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา อเล็กซ์ เฮลธ์ (Alex Heath) นักข่าวสายเทคโนโลยีประจำเว็บไซต์ Cheddar ได้เปิดประเด็นดังกล่าว โดยบอกว่า Facebook อาจจะเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลเป็นของตัวเองเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้จำนวนกว่า 2 พันล้านรายทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองโดยเฉพาะ ถึงขนาดที่แหล่งข่าวใกล้ชิดอเล็กซ์ระบุว่า พวกเขาจริงจังกับการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองกันมากๆ

- Advertisement -

เชื่อกันว่า เดวิด มาร์คัส (David Marcus) จะเป็นผู้นำทีมบุคลากรจำนวนไม่เกิน 12 คน ศึกษาและวิจัยงานในแผนก Blockchain ประจำบริษัท Facebook เพื่อสำรวจถึงความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีรูปแบบนี้ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น โดยมาร์คัสเคยดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Paypal และบอร์ดบริหาร Coinbase ผู้ให้บริการเทรดเงินคริปโตเคอร์เรนซีมาก่อน โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารแผนกแชต Messaging ของ Facebook

ล่าสุดหลังมีกระแสข่าวที่ว่านี้ Facebook ได้ร่อนแถลงการณ์ถึงเว็บไซต์เทคโนโลยีหลายแห่งรวมถึง The Verge โดยระบุว่า “เฉกเช่นที่บริษัทอื่นๆ ได้ทำ (ศึกษาเทคโนโลยี Blockchain) Facebook กำลังศึกษาและสำรวจวิธีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งทีมเล็กๆ นี้จะทำหน้าที่สำรวจการใช้ประโยชน์รูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย และ​ ​ณ ตอนนี้เรายังไม่พร้อมจะให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม”

หากในอนาคต Facebook พาตัวเองเข้าสู่สังเวียนคริปโตเคอร์เรนซีหรือดิจิทัลโทเคนจริง สิ่งที่พวกเขาทำก็อาจจะดูย้อนแย้งกับแนวทางการประกาศแบนห้ามผู้ให้บริการรายใดซื้อโฆษณาโปรโมตเงินสกุลดิจิทัลในช่วงมกราคมที่ผ่านมา

เฟซบุ๊ก เปิดนโยบายการซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มข้อใหม่สำหรับพัฒนาความซื่อสัตย์และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทางการเงินออกมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม ใจความสำคัญอยู่ที่การห้ามเพจและผู้ใช้งานซื้อโฆษณาโปรโมตโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลอกลวงผู้บริโภค โดยเฉพาะบิตคอยน์ (Bitcoin) และสกุลเงินดิจิทัลตระกูลคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ทุกชนิดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อผู้ใช้งาน

เนื้อหาของข้อห้ามการซื้อโฆษณาสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน (Prohibited Financial Products and Service) ข้อที่ 29 ระบุว่าตัวโฆษณาจะต้องไม่โปรโมตผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เป็นไปในเชิงหลอกลวง หรือเข้าข่ายรูปแบบการส่งเสริมการขายที่หลอกลวงผู้บริโภค เช่น การเทรดแบบ Binary Option, การเสนอขายเหรียญดิจิทัลในระยะเริ่มต้นของโปรเจกต์สตาร์ทอัพต่างๆ (Initial Coin Offering: ICO) และสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีทุกชนิด

เนื้อหาของข้อห้ามการซื้อโฆษณาสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน (Prohibited Financial Products and Service) ข้อที่ 29 ระบุว่าตัวโฆษณาจะต้องไม่โปรโมตผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เป็นไปในเชิงหลอกลวง หรือเข้าข่ายรูปแบบการส่งเสริมการขายที่หลอกลวงผู้บริโภค เช่น การเทรดแบบ Binary Option, การเสนอขายเหรียญดิจิทัลในระยะเริ่มต้นของโปรเจกต์สตาร์ทอัพต่างๆ (Initial Coin Offering: ICO) และสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีทุกชนิด

ตัวอย่างโพสต์ที่เข้าข่ายการหลอกลวงผู้บริโภคที่ขัดกับนโยบายข้อที่ 29 ได้แก่

– “เร่ิมเทรดแบบ Binary Option วันนี้ รับฟรีไปเลยโบนัสลดความเสี่ยง 10 เทรด!”

– “คลิกเพิ่มเติมเพื่อศึกษาคริปโตเคอร์เรนซีที่ช่วยทำธุรกรรมให้ใครก็ได้บนโลกนี้”
– “ICO รูปแบบใหม่! ซื้อโทเคนรับส่วนลดทันที 15%”
– “ใช้เงินบำนาญของคุณซื้อบิตคอยน์สิ!”

เฟซบุ๊กให้เหตุผลของการออกนโยบายในข้อนี้ว่าต้องการให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานทุกราย เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ให้บริการและบริษัทจำนวนไม่น้อยที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล, ICO และการเทรดแบบ Binary Option ด้วยความไม่โปร่งใส และเป็นอาชญากรไซเบอร์แฝงตัวมา

ซึ่งการออกกฎการห้ามซื้อก็เป็นไปเพื่อการรักษาผลประโยชน์และสิทธิ์ให้แก่ตัวผู้ใช้งานทุกราย ทั้งนี้เฟซบุ๊กยังเผยอีกด้วยว่าเตรียมจะนำนโยบายนี้ไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัท เช่น Audience Network และ Instagram

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here