แห่ย้ายฝั่ง-เชียร์แน่น! ‘สันธนะ’ บุกทำเนียบฯ พบ ‘บิ๊กตู่’ หอบหลักฐานคนในรัฐบาลทุจริต ลั่นถึงมือ! “เอกสารสำคัญ อันตรายต่อชีวิตตนมาก” (ชมคลิป)

0
91

‘สันธนะ’ บุกทำเนียบ ขอพบ ‘บิ๊กตู่’ ยื่นเอกสารคนในรัฐบาลทุจริต

แห่ย้ายฝั่ง-เชียร์แน่น!

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการสันติบาล เดินทางมาขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานสำคัญที่พบว่าบุคคลในรัฐบาลทุจริต โดยจะรอให้นายกฯส่งคนของนายกฯ หรือทหารที่ไว้ใจได้มารับหนังสือเพราะเป็นเอกสารสำคัญที่อันตรายต่อชีวิตตน เนื่องจากเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับบุคคลในรัฐบาล

เมื่อถามว่า เกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงใน คสช.หรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า

ตอนนี้ตนขอไม่พูดอะไรมาก ขอให้ได้ยื่นเอกสารกับท่านก่อน

เมื่อถามว่า ทำไมจึงคิดว่าชีวิตจะไม่มีความปลอดภัย พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า

ขนาดพูดที่ตลาดใหม่ดอนเมืองยังมากันเยอะแยะ แล้ววันนี้มาถึงขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลมีความน่าเชื่อถือแค่ไหนนั้นตนทำงานมาขนาดนี้ รู้จักมากี่รัฐบาล กี่นักการเมือง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่

ถามว่าคิดไปเองใช่หรือไม่ที่บอกว่าจะไม่ปลอดภัย พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า

ใช่ ตนคิดไปเอง เพราะชีวิตตนโดนยิงมาแล้วตั้งกี่ครั้ง ตนก็มีวิธีการของตน เพราะตนไม่ได้ทำงานแบบพวกท่าน ทั้งนี้ ไม่ได้กังวลว่าจะกระทบต่อตำแหน่งทางธุรกิจในตลาด แต่ห่วงชีวิตตัวเองมากกว่า เพราะมีลูกน้องอีกหลายคนที่ต้องดูแล

ท่านจะลงเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า

ตนเคยเข้าไปทำงานการเมือง แต่การเมืองไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่คาแร็กเตอร์เรา ตนเป็นคนแบบนี้ พูดจาแบบนี้ นักการเมืองที่ไหนจะคบตน ดังนั้น ตัดประเด็นนี้ไปได้เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 10.30 น. พ.ต.ท.สันธนะ ได้ข้ามถนนเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกฯผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเรียบรัฐบาล (ฝั่งกพ.) โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการหารือเพื่อให้นายกฯรับข้อเสนอ แต่สุดท้ายนายกฯก็ไม่ได้มีการส่งทหารมารับหนังสือของพ.ต.ท.สันธนะแต่อย่างใด โดย พ.ต.ท.สันธนะ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ตนขอให้นายกฯส่งทหาร 2 คน รถ 1 คัน และคนติดตามของตน รวม 5 คน ไปรับเอกสารลับดังกล่าวมาให้นายกฯ เนื่องจากวันนี้ตนไม่ได้นำเอกสารมา แต่ท่านก็ไม่รับข้อเสนอ ตนขอมากไปหรือ แค่นี้ท่านก็ให้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้มีลูกเล่นอะไร แต่ทำไมต้องเอาเอกสารติดรถมาด้วย และหลังจากนี้อย่ามาแจ้งข้อกล่าวหา หรือคดีอาญากับตนว่าตนมาสร้างความวุ่นวาย

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 8 พฤษภาคม ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการ สังกัดตำรวจสันติบาล ที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง แถลงถึงกรณีที่โทรศัพท์หา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า จริงๆ ไม่อยากแถลงโต้รายวัน อยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติคืนสู่สภาวะปกติ แต่เมื่อเขาไม่หยุด ทางรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ )หวังดีกับตนมาก ออกมาเตือนตนว่าอย่าเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ตนก็เลยอยากขอบคุณ

“อยากบอกน้องว่า ผมก็คือประชาชนคนหนึ่ง วันนี้วันสุดท้ายที่จะเรียกน้อง จากนี้คุณคือ ผบ.ตร. บอกผ่านไปในฐานะประชาชน ผมจึงออกมาพูดอย่างลูกผู้ชายว่า ท่าน ผบ.ตร.สมัยเป็น รอง ผบ.ตร.ปี 58 แล้วกำลังถูกเสนอเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป สมัยนั้นท่าน กระหน่ำโทรมาหาผม แต่ผมไม่ได้รับสาย ” พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว และว่า เมื่อผมโทรย้อนกลับไปจึงรู้ว่าเป็นท่าน ท่านยังเรียกชื่อกันแป๊ะ กับพี่ต่อ นัดคุยกันที่สำนักงานของท่าน เพื่อให้ช่วยติดต่อคนคนหนึ่งเพื่อจัดการอะไรบางอย่าง ตนติดต่อให้คุยกัน จากนั้นท่านเป็น ผบ.ตร. ท่านทำงานมานาน 2 ปีเศษ ก็คงเหนื่อย ในการทำงานองค์การระดับนี้คงเหนื่อย เลยลืมอะไรไปบ้าง ตนจะทบทวนให้

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมตอนนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ต้องโทรหา พ.ต.ท. สันธนะ กล่าวว่า

จะมีการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ขั้นตอนต้องเสนอ ชื่อ รองผบ.ตร.เข้าไป แล้วรองผบ.ตร.แต่ละคนก็มีคุณสมบัติ และต้องไม่มีปัญหา ตนก็ช่วยจัดการ ไม่มีข้อปัญหา แล้วก็ได้เป็น ผบ.ตร.สมใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทวงบุญคุณ ผบ.ตร.หรือ พ.ต.ท. สันธนะ กล่าวว่า

ผมเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดา จะกล้าไปทวงอะไร แต่ถ้า 3 ฝ่ามือ หรือ 3 นายพลนี้ยังไม่หยุด หรือไม่ให้คนอื่นมาเล่นแทน ต่อไปก็ต้องเข้าไปหากันบ้าง ที่ไหนก็ได้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการบุกค้นตลาด เรื่องผลประโยชน์นี้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงินสูง ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเพราะตน ทั้งๆที่ตนก็นิ่งเฉยแล้ว แต่เรื่องนี้มันเข้าสู่ระบบกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ทำให้พี่ๆ ได้รับความเสียหาย ไม่พอใจตนเป็นอย่างมาก จึงมีความแค้นและมุ่งมาหาตน ทั้งนี้ ตนต้องกราบขอโทษเฮียเส็ง หรือนายสุชาติ โชว์วิวัฒยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ที่ความหวังดีของตนกลายเป็นประสงค์ร้าย ทำให้เกิดความเสียหายต่อตลาด ตนเคารพนับถือเฮียเส็งเหมือนผู้น้อยเคารพผู้ใหญ่ โดยไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ขอยกมือไหว้ขอโทษผู้ค้าทุกคน อย่างไรก็ตาม เฮียเส็งกับหุ้นส่วนเพิ่งเข้ามาดูแลตลาดเพียง 2 ปี และมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ที่เจ้าของเก่าเสียไป จึงไม่พอใจ

พ.ต.อ.สันธนะ กล่าว

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเฮียเส็งเลย แต่ผมก็มาด้วยความจริงใจ แต่ก็เกิดเรื่องแบบนี้ได้ในที่สุด การบุกค้นตลาดเกิดจากความไม่พอใจผม เขาเลือกค้นตลาดเพราะมีประเด็นเกาะกระแสได้ พี่ๆ เขาก็ต้องการให้ตนเข้าไปกราบขอขมา แต่ผมเป็นคนกระด้างก็ไม่ได้เดินทางไป แต่สำหรับพี่ๆ แล้ว น้องคนนี้มีแต่ครับอย่างเดียว”

พ.ต.ท.สันธนะ ยังกล่าวว่า

ตนรู้ว่าหลังจากนี้ใครจะมาดูแลตลาดต่อ แต่มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากพูดถึง ส่วนการยกเลิกสัญญากับกรมธนารักษ์นั้น มันยังมีขั้นตอนทางกฎหมายอีกเยอะ มีขั้นตอนในศาลปกครองอยู่ ส่วนเรื่องจะเข้าค้นบัญชี กรอบรูปและนามบัตรตนในห้องทำงานชั้น 2 อาคารพลาซ่าริมน้ำ ก็ต้องเรียนว่าเป็นห้องที่ตนไม่ได้อยู่แล้ว ก็ได้ทิ้งขยะไปเท่านั้น ไม่รู้ทำไมถึงจะไปตรวจสอบเอกสารเหล่านี้

“ผมขอกล่าวถึง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. สำหรับพล.ต.อ.วิระชัยนั้น เป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงเรียกกำลังได้มากขนาดนี้ ผมรู้จักผู้ใหญ่ 3 คนที่จะรออบรมคุณอยู่ อีกทั้งพล.ต.ท.วิระชัย รุ่นนรต.37 รุ่นเดียวกับน้องชายคนเล็กของผม ส่วนพล.ต.ท.สุรเชษฐ์นั้น ผมนับนิ้วยังไม่รู้เลยว่ารุ่นไหน ผมกับเขาไม่เห็นฝุ่นกัน”

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า

ตนเกิดที่แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน อยู่ในพื้นที่เดียวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จบโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก จบเหล่าเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 33 ตอนเด็กเคยไปอยู่บ้านหลังหนึ่งตรงสี่แยกเทเวศร์ บ้านที่เวลามีเทศกาลสำคัญๆ นายทหารจะเข้าประตูข้างกัน แต่ตนมีกุญแจไขประตูหน้าบ้าน ตนเคยอยู่กองปราบปรามสามยอด รู้จักกับสารวัตรนายหนึ่งที่ตนเรียกว่าพี่ ตอนนี้อายุ 70 กว่าปีแล้ว เป็นผู้ยิ่งใหญ่ฝั่งธนบุรี การมาจับครีมกระปุกแบบนี้ ตนไม่เคยทำ ตนเคยอยู่ในจุดที่มันมากกว่านี้ แต่ที่เข้ามาเพราะห่วงใยตลาด

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการบุกค้นตลาด เรื่องผลประโยชน์นี้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงินสูง ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเพราะตน ทั้งๆที่ตนก็นิ่งเฉยแล้ว แต่เรื่องนี้มันเข้าสู่ระบบกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ทำให้พี่ๆ ได้รับความเสียหาย ไม่พอใจตนเป็นอย่างมาก จึงมีความแค้นและมุ่งมาหาตน ทั้งนี้ ตนต้องกราบขอโทษเฮียเส็ง หรือนายสุชาติ โชว์วิวัฒยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ที่ความหวังดีของตนกลายเป็นประสงค์ร้าย ทำให้เกิดความเสียหายต่อตลาด ตนเคารพนับถือเฮียเส็งเหมือนผู้น้อยเคารพผู้ใหญ่ โดยไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ขอยกมือไหว้ขอโทษผู้ค้าทุกคน อย่างไรก็ตาม เฮียเส็งกับหุ้นส่วนเพิ่งเข้ามาดูแลตลาดเพียง 2 ปี และมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ที่เจ้าของเก่าเสียไป จึงไม่พอใจ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here