แต่ละคนไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ 3 คนสุดท้ายจากมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ซีซั่น 2 ชีวิตจริงกับในรายการต่างกันมาก (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
741

แต่ละคนไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ 3 คนสุดท้ายจากมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ซีซั่น 2 ชีวิตจริงกับในรายการต่างกันมาก (ชมภาพ-รายละเอียด)

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ 2 (MasterChef Thailand 2) รายการแข่งขันทำอาหารยอดนิยม ที่นอกจากจะได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ มียอดแฮชแทกทวิตเตอร์อันดับที่ 1 ข้ามคืนมาแล้ว เรตติ้งของรายการตอนล่าสุดยังได้ไปถึง 5.1 ซึ่งสูงกว่าละครหลังข่าวบางเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับ 3 คนสุดท้ายของรายการ คือ เดียว-คมสันต์, เฟิส-ธนภัทร และ ลัท-นลัท ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นคนเหนือทั้งหมด

สำหรับ เดียว คมสันต์ จบคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาศิลปะไทย ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์ ทั้งจัดดอกไม้ และงานศิลปะต่างๆ โดยเจ้าตัวชื่นชอบในการทำอาหาร และเข้าร่วมรายการเพราะอยากให้พี่ภาคภูมิใจ ทั้งนี้ในรายการ เดียวจะถนัดทำขนมหวาน และได้เรียกตัวเองแบบน่ารักๆ ว่า “เจ้าหญิงแห่งวงการขนมหวาน”

- Advertisement -

ในช่วงแรกของรายการเดียวถือว่าเป็นม้ามืด แต่เสียหลักช่วงกลางรายการที่เจอโจทย์ของคาวบ่อยครั้ง แต่เจ้าตัวก็ทำการบ้านอย่างหนัก จนสามารถผ่านเข้ามาเป็น 3 คนสุดท้ายได้ อินสตาแกรม @deaw_komsunwongsa

ลัท นลัท หนึ่งสาวเดียวที่เข้าสู่รอบสุดท้ายได้ จบการศึกษาจากสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันทำอาชีพขายของออนไลน์ เคยศึกษาการทำขนมเบื้องต้นที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

อีกหนึ่งตัวเต็งในรายการ ที่แสดงฝีมือตั้งแต่ช่วงต้นของรายการ และได้เป็นหัวหน้าทีมในการแข่งขันด้วย มีความถนัดทางด้านขนมหวาน และเกือบตกม้าตายเมื่อเจอโจทย์อาหารคาว แต่เจ้าตัวก็มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำเมนูต่างๆ จนเข้าสู่ 3 คนสุดท้ายได้เช่นกัน อินสตาแกรม @na_lat

เฟิส ธนภัทร ชาว จ.น่าน จบการศึกษาจากโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา จ. น่าน ปัจจุบันทำอาชีพค้าขายลูกชิ้นปิ้ง โดยตนช่วยครอบครัวประกอบอาชีพ ตัดสินใจมาแข่งขันเนื่องจากตั้งใจต่อยอด เปิดร้านอาหารของตนเอง

นอกจากนี้ยังเคยร่วมงานกับเชฟชื่อดัง เจ้าตัวถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งของรายการ เนื่องจากในรายการเคยถูกรับเลือกให้เป็นจานที่ดีที่สุดหลายครั้ง และสามารถเข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้ายได้ตามที่หลายคนคาดเดาไว้ อินสตาแกรม @tanapatsuyao

ประสบความสำเร็จอย่างงดงามสำหรับรายการ “มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์” ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัดที่สามารถทำเรตติ้งได้ถล่มทลายโด่งดังไปทั่วประเทศ จนมีกระแสเรียกร้องให้ทำต่อทันทีล่าสุด “หนุ่ม” กิติกร เพ็ญโรจน์ บิ๊กบอสเจ้าของรายการไม่รอช้าเดินหน้าลุย “มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2” ต่อทันทีพร้อมการันตีว่าจะความอลังการความสนุกขึ้นเป็นทวีคูณพร้อมเงินรางวัล 1 ล้านบาท ซึ่งหนุ่มกล่าวว่า

“กระแสตอบรับรายการมาสเตอร์เชฟฯ ถือว่าดีมากๆ ซึ่งรายการประเภทอาหารแต่มีเรตติ้งสูงขนาดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก แม้ว่าจะมีกระแสดีหรือไม่ดีผสมผสานกันไป แต่สุดท้ายแล้วภาพรวมที่ออกมาคนดูก็ชื่นชมรายการ จนทำให้เกิดกระแสเรียกร้องอยากให้ทำต่อ ซึ่งทางช่อง 7 ก็เร่งเห็นว่ารายการกระแสดีเลยให้ทำต่อทันที สำหรับรายการ มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ ซีซัน 2

โดยรวมแล้วก็ยังคงการนำเสนอเหมือนเดิม คือการแข่งขันการทำอาหารผสมผสานกับเรื่องของดราม่าผู้เข้าแข่งขันเพราะคิดว่าตอนนี้เดินมาถูกทางและคนดูก็ชอบด้วย ซึ่งการนำเสนอก็จะออกมาเป็นลักษณะของคอนเซ็ปต์ที่ว่า “คอมเมนต์จริง ตรงไปตรงมา ด่าจริง เจ็บจริง”

นอกจากนี้ในซีซัน 2 เกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบก็จะเลือกคนให้กว้างขึ้นอาจจะมี 40 ขึ้นและยังอยากได้คนที่มีความเป็นบ้านๆ เพิ่มด้วยและที่สำคัญเพื่อไม่เกิดความเหลื่อมล้ำกันจนเกินไปเมื่อได้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบตามที่ทางรายการตั้งไว้แล้วก็จะให้ทุกคนเข้าคอร์ส “มาสเตอร์คลาส” เรียนเพิ่มเติมกับเชฟมืออาชีพพร้อมได้รับคำแนะนำเรื่องต่างๆเพื่อให้ทุกคนได้รู้เท่าเทียมกัน

ส่วนเรื่องของพิธีกรและกรรมการก็ยังคงเป็นชุดเดิมคือ “ป๊อก” ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ และ 3 กรรมการ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์,ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล ,เชฟเอียน พงษ์ธวัช ตอนนี้ถือว่าลงตัวมากในเรื่องของการรับส่งและเป็นที่ยอมรับของคนดูด้วย กับเรื่องของความหนักใจเรื่องของการทำงานก็ไม่ค่อยหนักใจ

เพราะประสบการณ์จากซีซันแรกค่อนข้างที่จะช่วยได้เยอะมากๆแต่คงจะหนักใจเรื่องของลูกเล่นมากกว่าจะต้องหาลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขึ้นแต่ก็พอที่จะมีแนวทางไว้บ้างแล้ว สำหรับเรื่องของการลงทุนซีซัน 2 ก็ยังตั้งไว้ประมาณ 70 ล้านบาทเพราะอยากที่จะทำให้มันออกมาดีกว่าเดิม นอกจากนี้ก็ได้ทำการย้ายสตูดิโอถ่ายใหม่ด้วยเพราะอยากที่จะทำให้สตูดิโอสามารถถ่ายได้ 360 องศาเลยเพื่อความยิ่งใหญ่อลังการ

หลังประสบความสำเร็จจาก มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย “เฮลิโคเนีย เอชกรุ๊ป” ทุ่มเงิน 70 ล้านบาททำรายการ Masterchef Junior Thailand การแข่งขันทำอาหารเด็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่ง “หนุ่ม”กิติกร เพ็ญโรจน์ บิ๊กบอส บริษัท เฮลิโคเนีย เอชกรุ๊ป เผยว่า

“หลังจากประสบความสำเร็จจากการทำ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ผลตอบรับถือว่าดีมากๆ ทั้งกระแสและเรตติ้ง ตอนนี้ทางเราก็จะก้าวไปอีกก้าว หรืออีกหนึ่งกลุ่มคือการแข่งขัน มาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ โดยเด็กที่จะเข้ามาแข่งขันจะมีอายุระหว่าง 8-13 ปี

ส่วนเรื่องโปรดักชั่นการทำมาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ กล้าการันตีเลยว่า จะเป็นรายการทำอาหารเด็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศเพราะงบฯ ที่ใช้ในการทำไม่แตกต่างจากการทำมาสเตอร์เชฟผู้ใหญ่เลย โดยตั้งงบฯ ไว้ประมาณ 70 ล้านบาทโปรดักชั่นทุกอย่างเทียบเท่าของผู้ใหญ่ แถมยังมีอุปกรณ์เสริมในเรื่องของการแข่งขันนอกจากอุปกรณ์แข่งขันของผู้ใหญ่เข้ามาเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับเด็กด้วย”

บอสหนุ่มเผยอีกว่า “รูปแบบการแข่งขันเหมือนกับของผู้ใหญ่ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Team Challenge, Mystery box (กล่องปริศนา), Invention test (บททดสอบความคิดสร้างสรรค์) Pressure test (บททดสอบความละเอียดและความแม่นยำ)และการทำมาสเตอร์เชฟ จูเนียร์

คืออยากให้ทุกคนเห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะเด็กไทยที่มีวามรู้เรื่องอาหารไทย เวลามาแข่งจะมีการสอดแทรกศิลปะการทำอาหารไทยด้วย แต่อาหารอย่างอื่นก็ยังคงมีเช่นกัน ส่วนเรื่องกรรมการยังเป็น 3 กรรมการ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์, ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล และ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย และ ป๊อก ปิยธิดา รับหน้าที่พิธีกรเหมือนเดิม”

หนุ่ม กิติกร เพ็ญโรจน์ แห่งเฮลิโคเนีย เอชกรุ๊ป ผู้ผลิตรายการ MasterChef Thailand ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมากวาดเรตติ้งทั่วประเทศไป 5.1 ในกรุงเทพ 6.0 อีกทั้งยังติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 3 ของโลกด้วย! ล่าสุดก็อยากเชิญชวนน้อง ๆ หนู ๆ ทั่วประเทศ ที่มีอายุระหว่าง 8-13 ปี มีใจรักการทำอาหาร มาสนุก ซ่าในครัวร่วมกัน ใน MasterChef Junior Thailand พร้อมชิงเงินรางวัล 500,000 บาท

สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2561 โดยการส่งคลิปวิดีโอแนะนำตัวเอง พร้อมเหตุผลที่รักในการทำอาหาร และเหตุผลที่อยากเป็น MasterChef Junior ที่สำคัญถ่ายคลิปการทำอาหารประเภทใดก็ได้ พร้อมพรีเซนต์จานอาหารของน้อง ๆ เอง ส่งมาที่ Facebook : MasterChef Thailand หรือโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่ 09 0898 9000 นอกจากนี้จะมีการเปิดให้มาออดิชั่นด้วยตัวเอง วันที่ 9 มิถุนายนนี้ ที่ Horeca Square ชั้น 4 อาคาร CW TOWER

สำหรับรายการ MasterChef Junior Thailand หนุ่ม กิติกร กล่าวว่า “คนที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่เด็ก ๆ ที่มาแข่งขัน แต่เป็นกรรมการซึ่งเป็นชุดเดิม ทั้ง เชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล, ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์, เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย และป๊อก ปิยธิดา ซึ่งคาดว่า เชฟป้อม จะเป็นคนที่ถูกเด็ก ๆ ท้าทาย

เพราะหากเป็นผู้ใหญ่ เชฟป้อมจะสามารถจิกกัดได้ แต่หากเป็นเด็กระดับประถม หากไปจิกแบบนั้นอาจจะร้องไห้ และเด็กยังมีความซนด้วย กรรมการทุกคนจะสามารถควบคุมเหล่าเด็ก ๆ ได้หรือไม่ และนี่คือสิ่งที่เราอยากเห็น เพราะสุดท้ายแล้วความท้าทายจะมาอยู่ที่กรรมการแทน และไม่ต้องบอกว่ารายการมีสคริปท์เลย เพราะเด็กไม่ท่องสคริปท์”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here