‘เวียร์-โป๊ป’ หลบไป! ‘โน้ส อุดม’ เล่นไอจีครั้งแรก ประเดิมภาพหวานคู่ ‘เบลล่า’ (ชมคลิป-รายละเอียด)

0
101

‘เวียร์-โป๊ป’ หลบไป! ‘โน้ส อุดม’ เล่นไอจีครั้งแรก ประเดิมภาพหวานคู่ ‘เบลล่า’ (ชมคลิป-รายละเอียด)

ได้ทีเฮียเล่นใหญ่มาก! ออกตัวว่าปลื้ม“เบลล่า ราณี แคมเปน” จากละครยอดฮิต “บุพเพสันนิวาส”สำหรับนักเดี่ยวไมโครโฟน ชื่อดัง “โน้ส อุดม แต้พานิช” ล่าสุดเจ้าตัวมีอินสตาแกรมหรือไอจีเป็นของตัวเองอันแรก ที่เล่นเอง ก็จะเห่อๆ หน่อย และภาพแรกที่โพสต์คือภาพที่เบลล่าเช็ดปากให้อย่างหวาน โอ๊ย!ตายแล้วพระเอกตัวจริงอย่าง “เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ” กับ พระเอกในจอ อย่าง “พี่หมื่นโป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” หลบแป๊บนะคะ เฮียโน้สหวานแย่งซีนมากจริงๆ

เคยแซวไว้ว่าถ้าเบลล่าเลิกเวียร์เมื่อไหร่จะจีบเบลล่าทันที ล่าสุดโน้ส อุดมมีไอจีตัวเองจริงๆ อันแรก ที่เล่นเอง แหม! อวดภาพหวานภาพแรกของตัวเองกับเบลล่า พร้อมท่อนเพลงสั้นๆว่า “ห่างไกลกันยังเฝ้ารอ ใกล้กันฉันก็หวั่นไหว” แล้วแท็กชื่อเบลล่าไปด้วย แหม! เวียร์ โป๊ป ยังต้องหลบในเวลานี้ เฮียมาเต็มจริงๆ ใครอยากฟอลโล่ตาม เข้าไปในไอจีดาราชื่อ udomofficial ได้เลยจ้า

เพราะตอนนี้เฮียกดติดตามคนไปสองคนคือ เบลล่ากับตูน บอดี้สแลม ส่วนคนที่ฟอลโล่โน้สเกือบสองหมื่นแล้ว แต่ความหวานเฮียที่ได้ใกล้ชิดแม่หญิงการะเกด ยอดหวานหลักล้านมาก อิอิ หมื่นโน้สเห่อเบลล่าหรือไอจีมากกว่ากันน้า ทำเอา โน้ส อุดม แต้พานิช ถึงกับต้องรีบเปิดไอจี ของตัวเอง เลย ทั้งที่ไม่เคยมีไอจีมาก่อน โดยเจ้าตัว ทำคลิปชี้แจง ผ่านเฟซบุ๊ก เดี่ยว พร้อมข้อความว่า

“ปุกาด!! อุดม มีไอจีเป็นของตัวเองแล้วครับ” โดย ในคลิปอธิบายความว่า เพราะไปเจอว่า เบลล่า ราณี นางเอกสาวในดวงใจ หนุ่มโน้ส ขณะนี้ และ ตูน อาทิวราห์ หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องในดวงใจ ไปติดตามฟอลโลว์ไอจีของโน้ส อุดม “ผมพยายามจะบอกว่า ผมไม่มีไอจี เมื่อเค้าไปตามไอจีนั้นแล้ว ผมก็เลยต้องตามไปดูไอจีนั้นด้วย ดีฮะ มีรูปผม อัพเดตชีวิตผม หลายรูปผมก็ไม่มี เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ตอนแรกผมตกใจ โทรไปบอกเพื่อนๆ ทุกกระทรวง ทบวง เพื่อนก็ให้กำลังใจ

ว่ามึงควรมีไอจีเป็นของตัวเองได้แล้ว ผมถือโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ทำไอจีของตัวเอง มีไอจีเป็นของตัวเองครั้งแรกเลย” ปรากฏว่า รูปแรก ในไอจี คือ รูปกำลังมุ้งมิ้งกับสาวเบลล่า พร้อมแคปชั่นว่า “ห่างไกลยังเฝ้ารอ ใกล้กันฉันก็หวั่นไหว @bellacampen” โดยมีคนแห่มากดติดตามไอจี udomofficial ของ โน้ส อุดม จำนวนมาก แค่วันเดียวเกือบแสนแล้ว ขณะที่ตามคาด โน้ส อุดม ก็ฟอลโล่ว์ แค่ 2 คน ตอนนี้ คือ สาวเบลล่า กับ หนุ่มตูน

ทุกคนรู้จัก “โน๊ต” อุดม แต้พานิช กันแบบชนิดที่เราไม่ต้องอธิบายเกี่ยวกับตัวตนของเขามากนัก เพราะเขาคือตลกจมูกโต ที่เป็น Standup Comedian เบอร์ 1 ของเมืองไทย และสนิทสนมกับคุณแม่ทองสุข แม่แท้ๆ ของตัวเองมากที่สุด หากใครที่เป็นแฟนคลับตัวจริงคงพอเดาทางถูกว่าถ้าโน๊ต อุดม เริ่มออกสื่อนั่นก็หมายความว่าภารกิจ “คืนความสุข” ของเขากำลังจะกลับมา..เขาหายไปไหน เขาหายไปทำอะไร เขาเลิกกับผู้หญิงคนนั้นหรือยัง

เขาจะทำอาชีพนี้ไปจนตายหรือเปลี่ยนไปทำนา ในวันที่โน๊ต อุดมอายุใกล้ 50 กับชีวิตที่แสนลงตัว ช่วงนี้คุณกับคุณแม่ทองสุขสบายดีไหม “สบายดีจ้ะ ชีวิตช่วงนี้เป็นช่วงที่ชอบมาก มันดูทุกอย่างลงตัว ทั้งเรื่องชีวิต การเงิน การงาน ชีวิตคนเราจะต้องการอะไรอีก ไม่เป็นหนี้ สุขภาพดี คนรอบตัวมีความสุข และได้ทำงานที่เรารัก ส่วนคุณแม่ ถ้าเข้าชิง เขาน่าเป็นผู้หญิงที่มีความสุขติดอันดับโลก ไม่ป่วยเลย สุขภาพจิตดี ได้ออกกำลัง ได้ไปเติมขาให้กับเพื่อน มีกลุ่มเพื่อนของเขา ก่อนวันหวยออก ก็จะออกไปเอาท์ติ้ง ไปเก็บเลขเด็ด วงจรชีวิตเขาลงตัว

ตื่นเช้าได้ทำอาหารให้ลูกและพนักงานที่บริษัทอย่างต่ำ 8 อย่าง เขาเลยเป็นคนสูงวัยที่ไม่ว่างเปล่า มีกิจกรรมทำตลอด” ผ่านเดี่ยว 10 ไปประมาณ 2 ปีแล้ว คุณหายไปไหนมา ทำแบบนี้บางคนมองว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด
“ไม่มีกลยุทธ์อะไรทั้งนั้น มันก็เป็นแบบนี้มาทุกเดี่ยว ผมรู้สึกว่าทำงานแล้วต้องใช้เงิน ผมไม่ได้มีเป้าหมายว่าต้องร่ำรวยมหาศาล

หรือมีเงินในบัญชีเท่านี้แล้วจะมีความสุข คิดแค่ว่าทำงานมา ได้เงิน แล้วก็เอาเงินไปใช้ ให้แม่ ให้น้อง ใช้ส่วนที่เราอยากใช้ ท่องเที่ยว เดินทาง ระบบนิเวศของผมเป็นแบบนี้คือ “ทำเดี่ยว ได้เงิน ท่องเที่ยว แล้วก็เดี่ยว” เหมือนชาวนานั่นแหละ พอหมดฤดูเก็บเกี่ยว ก็เย็บปักถักร้อย มีการละเล่น เถิดเทิง”เปรียบตัวเองว่าทำงานเหมือนชาวนา แต่ผลตอบแทนของคุณมันต่างจากผลตอบแทนของชาวนาหลังขายข้าวมากนะ

“(หัวเราะ) เราโชคดี ถ้าเราเป็นชาวนา มันก็มีผู้ผลิตหลายเจ้า หลายประเภท ปลูกข้าวหลายอย่าง มีข้าวไรท์เบอรี่ ข้าวปลอดสาร แต่ผลิตภัณฑ์ของเรามีคู่แข่งไม่มาก เลยได้ผลตอบแทนที่พอจะทำให้เราอยู่ไปได้” ระยะห่างของเดี่ยวแต่ละครั้ง ที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะออกมาเดี่ยว หรือยังไม่ออกมาเดี่ยว มันเป็นเพราะอะไร เกี่ยวกับวัตถุดิบไม่พร้อมหรือเปล่า

“มันต้องเริ่มจากความรู้สึกข้างในก่อนว่าอยากจะเล่าอะไรออกมา แล้วความคิดนั้นมันสุกงอม ตกตะกอนแล้วหรือยัง มีคนเคยบอกให้ทำปีละครั้ง หรือสองครั้งมันก็อาจจะมีคนดู แต่ถ้าข้างในมันไม่ได้อยากเล่า มันก็ทำไม่ได้ มันต้องมีเรื่องอยากเล่าถึงจะทำได้ดี ไม่ใช่เหมือนเด็กเรียนการร้องเพลงแล้วทำท่าดึงมือเข้า ดึงมือออก แต่เขาไม่ได้เชื่อในเพลงนั้น ผมก็เป็นแค่คนที่ต้องเชื่อกับมันก่อนแล้วถึงจะถ่ายทอดได้ดี”

เดี๋ยวกำลังจะมีเดี่ยว 11 มีความกดดันไหม เพราะคนดูต้องคาดหวังว่าเข้าไปแล้วต้องขำกว่าเดิม สนุกกว่าเดิม สะใจกว่าเดิม “สารภาพแบบไม่อายเลยว่ากดดัน และไม่มีครั้งไหนที่ไม่กดดัน และเราต้องแบกความกดดันนั้นไว้ทั้งสองบ่า และมันเป็นความกดดันที่โรงเรียนไม่มีสอน อยากได้คำตอบแต่ไม่มีโรงเรียนมาบอก ประมาณว่า “อย่าทำอะไรที่มันดูพยายามมากไป กับการที่ทำอะไรเหมือนเดิมที่เขาชอบกันอยู่แล้ว แล้วดูเหมือนไม่พัฒนาเลย”

มันเป็นเส้นบางๆ ที่เราต้องจัดการและทำให้พอดี ต้องดูไม่พยายามเกินไป แต่ก็ต้องไม่ดูเหมือนไม่ได้พัฒนาอะไรเลย แล้วบางทีมันก็ไม่รู้จะไปทางไหน” ฟังดูสาหัสสากรรจ์มาก แล้วมีวิธีจัดการกับความสาหัสเหล่านั้นอย่างไร “ยังแก้ไม่ได้ สุดท้ายมันก็เหมือนการทำ Thesis วันสุดท้ายก็ได้งานออกมา ผมก็ต่อสู้กับมันอยู่ แต่มันเป็นสิ่งที่คนทำงานศิลปะต้องเจอ แล้วผมมีความยากอีกอย่างคือ คนดูเราไม่ได้มีแค่กลุ่มๆ เดียว อย่างนักร้องเพลงร็อคก็จะมีคนดูเป็นกลุ่มร็อค

แต่ผมมีหลายกลุ่ม ผมเลยต้องทำเรื่องราวของผมไม่ให้สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง เป็นสิ่งที่ผมต้องจัดการให้ดี” พอพูดเรื่อง “สุดโต่ง” ทุกครั้งในเดี่ยวฯ จะต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง แต่ในช่วงเวลานี้บ้านเมืองเราแบ่งสีกันชัดเจน แล้วคุณจะยืนอยู่ตรงจุดไหน และเลือกนำเสนอโชว์อย่างไรให้คนในงานไม่ตีกัน

“ทุกเดี่ยวที่ทำมาก็เป็นแบบนี้ แต่เรามีวิธีคิด 2 อย่างคือ “ท้อแท้” กับ “ท้าทาย” เรารู้สึกกับมันยังไง คือถ้าเราเลือกคิดแบบท้อแท้ เราก็จะคิดว่าแต่ละสีไม่ธรรมดา ไม่ยุ่งกับเขาดีกว่า แต่ถ้าเราคิดว่าท้าทาย เราก็แตะเขาได้แล้วทำอย่างไรให้เขาไม่เคืองเรา เอาไปผสมกับเพลง หรือเล่าเรื่องอะไรแล้วเคลือบสารที่เราอยากบอกไว้ข้างใน มันสนุกตรงนั้น เดี่ยวทุกครั้งการเมืองมันขึ้นๆ ลงๆ ผมโชคดีที่ไม่ได้เอียงไปทางไหน ผมล้อเขาทุกคน มีบางคนบอกว่าผมพูดแทนเขา

แต่ผมก็รู้เท่าพวกเขาแหละ ไม่ได้รู้มากไปกว่าพวกเขา” พอดีเดี่ยว 11 มันอยู่ในช่วงรัฐบาลคืนความสุข ที่เรารู้กันว่า ใครมีอำนาจสูงสุด แล้วแบบนี้ต้องมีการคัดกรองมุกกันก่อนไหม หรือจะต้องมีทหารเข้าไปร่วมเป็นหนึ่งในผู้ชมเดี่ยวฯ “(หัวเราะ) มีลูกน้องถามว่า “เฮีย ถ้าไปล้อทหารแล้วเขาเรียกเฮียไปปรับทัศนคติ เฮียจะทำยังไง ? ”

ผมก็ตอบกับลูกน้องว่าผมอยากโดนเรียกไปปรับทัศนคติมากเลย อยากรู้เขาปรับกันยังไง ชาวบ้านก็คงอยากรู้ว่าเขาพูดอะไรกัน ทำไมคนที่ออกมาถึงเรียบร้อย บทสนทนาในนั้นมันน่าสนใจ ผมอยากได้ยิน แต่ผมเชื่อว่าเขาไม่ทำร้ายร่างกายแน่ๆ เพราะคนระดับนั้นไม่น่าจะเอาวิธีเหล่านั้นมาใช้ แต่บทสนทนาที่เขาพูดมันน่าสนใจ คนออกมาอยู่กับร่องกับรอยหมด (หัวเราะ)”

มีผู้ชมส่วนหนึ่งไม่ได้เข้าไปเอาขำอย่างเดียว แต่ตั้งใจเข้าไปเอาความสะใจ ในฐานะเจ้าภาพของงานคุณว่ามันจริงไหม แล้วมันจะยังง่ายอยู่ไหมกับการพูดจากระทบคนอื่น “ผมว่าหัวใจของ Standup Comedy คือการพูดสิ่งที่อยู่ในใจคน เขาชอบที่เราพูดแทนเขา เพราะเขาไม่มีโอกาสพูด หรือไม่เขาก็อยากได้ยินสิ่งนั้น นั่นแหละคือหัวใจของอาชีพนี้ เขาอยากจะหัวเราะกับชีวิตของตัวเขาเอง”

“เรื่องพูดกระทบคนอื่นมันคือศิลปะ ที่คุณจะไปล้อเขาอย่างไรไม่ให้เขาโกรธคุณ มันเป็นศิลปะขั้นสูง ที่ผมกำลังเรียนรู้มันอยู่ ไม่ใช่ว่าผมชำนาญ แต่ถ้าไม่ให้ล้อใครเลย มันก็ทำอาชีพนี้ไม่ได้ เหมือนตำส้มตำขายแต่ไม่มีพริก ไม่มีกระเทียม ไม่มีปลาร้า มันคงต้องไปทำอย่างอื่นแล้วละ” เดี่ยวฯ แต่ละครั้งมันมีความแตกต่างกันไหม เพราะดูเหมือนมันจะเป็นแพทเทิร์นเดียวกัน มีร้องเพลง มีปรบมือ มีเรื่องการเมือง มีเรื่องเสียดสีสังคม

“มันเหมือนเพลงในแต่ละอัลบั้ม เพลงในนั้นมันก็มีเพลงรักสมหวัง รักไม่สมหวัง เขาจากไป เราอยากได้เขาคืนมา เพลงสู้ชีวิต มันก็ประมาณนี้ แต่ความแตกต่างมันอาจจะเป็นความเปลี่ยนแปลงทางวุฒิภาวะของนักร้องคนนั้น เหมือนเราฟังคาราบาวในยุคแรกๆ มันก็จะมีเพลงเมดอินไทยแลนด์ อะไรแบบนั้น แล้วอยู่มาวันหนึ่งพี่แอ๊ดก็ทำเพลงทะเลใจ เพลงนี้มันจะทำตอนยุคแรกไม่ได้นะ

มันเป็นการเปลี่ยนแปลงวุฒิภาวะทางความคิด ส่วนเดี่ยวแต่ละครั้งต่างกันไหม มันก็จะเป็นโครงสร้างประมาณนี้ อุดมมาเล่า ถ่ายทอดประสบการณ์ ทัศนคติของเขากับสิ่งที่เขาเจอ สิ่งที่เขาได้เรียนรู้ สิ่งที่เขาอยากแชร์” ถ้านับจากครั้งแรกนี่มันก็ 20 ปีมาแล้ว แสดงว่านี่ก็เป็นเดี่ยวที่จะแสดงว่าวุฒิภาวะทางความคิดของคุณเติบโตขึ้นไปอีกระดับหนึ่งละสิ

“มันจะโชว์ความไม่เติบโตละสิ มันเหมือนพอคุณอายุมากขึ้น แต่คุณก็ไม่ได้รู้อะไรมากขึ้นหรอก และที่อาการหนักคือ “แม่งไม่รู้อะไรเลยนี่หว่า” ผมมาเข้าใจในหนังสือหลายๆ เล่มที่ผมอ่าน เมื่อคนอายุเยอะจะรู้สึกว่าเอาเข้าจริงแล้วเราไม่รู้อะไรเลย นี่คือสิ่งที่ผมกำลังประสบอยู่” มีคนสนใจเรื่องความรักของคุณมาก ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง

“ตอนนี้โสด โสดมาได้ 3-4 ปีแล้ว แต่ตอนนี้พอใจกับชีวิตแบบนี้มากที่สุด ไม่ดิ้นรน ไม่ไขว่คว้า มันเลยช่วงเวลานั้นมาแล้ว ส่วนหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อ อันนี้ผมไม่รู้ ให้ธรรมชาติจัดสรรคู่มา ถ้ามีมาก็ไม่ปฏิเสธ ยินดี แต่ถ้าให้ไปไล่แชท ตามจีบใคร มันไม่มีพลังงานด้านนั้นเหลืออยู่เลย” อยู่แบบนี้ไม่เหงาเหรอ เพราะคนไม่มีแฟน มันต่างจากคนมีแฟนนะ

“ผมเคยแต่งเพลงให้สิงโต นำโชคแต่มันไม่ได้อยู่ในอัลบั้มของเขาเพราะมันไม่เข้ากับเพลงอื่น ชื่อเพลงว่า “สองคนเหงากว่า” เนื้อเพลงบอกว่าอยู่คนเดียวว่าเหงา แต่บางครั้งอยู่สองคนเหงากว่า การอยู่ในห้องคนเดียวมันรู้สึกว่าห้องๆ นี้ขาดใครไปสักคนหนึ่ง แต่วันที่คุณเอาใครคนหนึ่งเข้ามาเติม แต่ถ้าคนนั้นไม่ใช่ คุณจะรู้สึกว่าห้องๆ นั้นมีคนเกินมา 1 คน บางครั้งนอนเตียงเดียวกันแต่ฝันคนละอย่าง อยู่กับคนที่ปรึกษาไม่ได้ แชร์ไม่ได้ หรือว่ารสนิยมไม่ตรงกัน แบบนั้นเหงากว่า”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here