โซเชียลชื่นชม! พระเอกหล่อขั้นเทพ ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ ทำตัวติดดิน ปูเสือนั่งกินข้าวแบบบ้านๆ (ชมคลิป)

0
55

โซเชียลชื่นชม! พระเอกหล่อขั้นเทพ ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ ทำตัวติดดิน ปูเสือนั่งกินข้าวแบบบ้านๆ (ชมคลิป)

 

เป็นอีกหนึ่งพระเอกที่หลายๆคนยกว่า หล่อระดับเทพเจ้า สำหรับ “โดม ปกรณ์ ลัม” ที่ล่าสุดได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ จ.ร้อยเอ็ด

พร้อมโพสต์คลิปขณะกำลังทานอาหารบ้านๆบนเสื่อพร้อมแคปชั่นว่า “ง่ายๆบ้านๆ นี่แหละผม ใช่เลย” ทำเอาแฟนคลับเข้ามาคอมเมนท์ว่า น่ารักไม่ถือตัวและไม่หยิ่งเลย แต่งานนี้ก็มีชาวเน็ตแอบแซวการแต่งตัวของหนุ่มโดมว่าจัดเต็มสุดๆ ไม่ห่วงอากาศร้อนแต่อย่างใด

เปลือยมุมมองความคิดกับผู้ชายเกินลิมิต “โดม-ปกรณ์” ถ้าเอ่ยชื่อของผู้ชายคนนี้ “โดม” ปกรณ์ ลัม เชื่อว่าทุกคน คงจะมีคำจัดกัดความ ถึงผู้ชายคนนี้อย่างมากมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละมุมมองความคิดของคนนั้นๆ แต่ใครกันเล่า ถึงจะรู้ซึ้งถึงตัวตนของผู้ชายคนนี้ จึงชวนโดมมาพูดคุยและกระเทาะมุมมองการใช้ชีวิต อัพเดทผลงาน งานเพลงชุดล่าสุด

ผลงานหลักๆ ของผม ก็น่าจะเป็นเพลงนะ เป็นอัลบั้มที่ 10 ในชีวิตแล้ว ใช้ชื่อว่า 6was9 (ซิกส์ วอส ไนน์) ห่างหายไปพอสมควร แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ห่างไปมากนะ เพียงแต่ว่าปรับโหมดไปร้องเพลงละครซะเยอะ เพราะผมไปเล่นละคร ก็ได้รับมอบหมายให้ร้องเพลงละครด้วย ตัวเพลงที่ร้องก็เป็นสไตล์เพลงละครเลย

โดยที่คำว่าห่างหาย คือห่างจากการทำเพลงสไตล์และในรูปแบบของตัวเอง ครั้งนี้ก็กลับมาเต็มๆ กับอัลบั้มชุดที่ 10 แล้วผมเพิ่งปล่อยซิ้งเกิ้ลแรกไป ชื่อเพลงว่า “ชนะด้วยหัวใจ” อัลบั้มเต็มก็น่าจะประมาณเดือน สิงหาคมนี้ การร่วมงานกับ “กอล์ฟ” รุ่งโรจน์ ผลหว้า จาก วง Y not7 ผมมีโอกาสได้ไปเจอกับพี่โปรดิวเซอร์ คือพี่กอล์ฟ ( Y not7 )

งานที่กอล์ฟเคยโปรดิวให้ก็อย่างปาล์มมี่ (อีฟ ปานเจริญ ) บวกกับว่าผมเอง ก็ชอบงานของพี่กอล์ฟ ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่ผมเปิดบริษัท มีห้องอัด ที่นี่อิสระในการทำงาน มันเลยเกิดมากขึ้น บวกกับคนที่มีความคิด พอผมชอบงานพี่กอล์ฟสมัยก่อน แล้วก็หายกันไป ต่างคนต่างทำงาน ต่างเก็บเกี่ยวประสบการณ์

พอมาเจอกันใหม่ มันประหลาดตรงที่ รสนิยมทางดนตรี เหมือนกับเราไปเก็บเกี่ยวอะไรมาคล้ายๆกัน เราน่าจะทำเพลงออกมาในแบบไหน ถามว่ามีการปรับจูนยากไหมกว่าจะลงตัว บอกเลยไม่ยากนะ งานแรกออกมาเพลง “ชนะด้วยหัวใจ” เป็นเพลงสไตล์อิเล็กทรอนิกร็อก เข้มข้นเลย

พูดถึงเพลง “ชนะด้วยหัวใจ” หน่อยต้องการสื่อสารอะไรถึงคนฟัง ผมรู้สึกว่า ผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ ปกรณ์ ลัม เดินทางมาบนถนนบันเทิง 34 ปี เกิดมาปุ๊บ ผมก็อยู่ในวงการบันเทิงเลย คนก็เห็นผมตั้งแต่เล็กๆ จนเข้าวัยกลางคนแล้ว เพราะฉะนั้นผมอยากจะบอกทุกๆ คน ผ่านเพลงว่าเราเรียนรู้และผ่านอะไรมาบ้าง แต่ใช่ว่า เราจะรู้ทุกเรื่องนะ

แต่ผมอยากบอกว่า ผมพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไปเรื่อยๆ อยู่กับทุกๆ วันอย่างเข้าใจ เพลงชนะด้วยหัวใจ ไม่ได้ใช้สำบัดสำนวนอะไรที่ฟังดูยากนะ แต่เราจะเล่าด้วยคำที่ตรงไปตรงมา เนื้อหาคือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คือการชนะใจตัวเอง ฟังดูเป็นปรัญชาหน่อยๆ นะ แต่ว่ามันเป็นปรัญชา ที่เป็นสัจจะธรรม ผมรู้สึกว่าทุกๆ สิ่งไมมีอะไรแน่นอน

ซึ่งถ้าเราเข้าใจถึงแก่นของมัน เราก็จะนิ่งนะ เหมือนกับชื่อของอัลบั้ม 6was9 คือ 6 เคยเป็น 9 จริงๆ แล้วมันเป็นวิธีคิดว่าทุกสิ่งมันมี 2 ด้าน เป็นวัฏจักร อะไรก็ตามที่ดีอยู่ แต่ก็อย่าชะล่าใจ แต่ถ้าหากในตอนนี้ทุกอย่างดูมืดมน ใจเย็นๆ อดทนไว้ สักพักมันจะก็จะสว่างไสว เหมือนกับที่เราต้องเอาชนะใจตัวเอง ในความท้อแท้ เพลงนี้เป็นเพลงให้กำลังใจ ปลุกใจ

ขอให้ทุกๆ คนมองว่าอุปสรรคมันเป็นเรื่องเล็ก พระอาทิตย์ที่ร้อนแรง เผาเราอยู่อีกไม่กี่ชั่วโมงมันก็ตกลงแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษ เมทัล สุขขาว หวานใจมาช่วงแต่งเนื้อเพลงด้วย อย่างที่บอก คือต้องระดมหลายคนหลายความคิด เมทัล เองก็มาช่วยในด้านการเขียนเนื้อเพลง เขียนกันถึง 3 คนสุดท้าย ออกมาก็ยังไม่ลงตัว คือตัวคอนเซ็ปต์เพลงเนี่ย

คือเริ่มมาจากผมคืออยากเล่าถึง 6was9 อยากให้เพลงตัวนี้ เป็นตัวแทนของพระอาทิตย์สายลม คือผมพยายามอยากอธิบายมุมๆ นี้ให้ทุกคนฟัง แต่มันก็ออกมาไม่ดี จนผมต้องมาเขียนเอง สุดท้ายก็นั่งแล้วเอาเพลงมาขึ้นกระดาน แล้วก็เหมือนเล่นเกมเติมช่องว่างกัน เมทัลนี่สำคัญเลย ช่วยตอนท่อนฮุกของเพลงมันมีอยู่ว่า “เอาชนะตัวเราเอง” ผมเลยคิดว่ามันใช่เลยคำนี้ ถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญ

การเดินทางในฐานะของผู้บริหารค่ายเพลง ไอคอนนิค เรคคอร์ด เกือบ 2 ปีแล้วนะ ถามว่าส่วนตัวผมเครียดไหม เครียดนะ คือกดดัน ด้วยสิ่งที่มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย การทำค่ายเพลง ในมุมมองของนักธุรกิจนะ น่าจะเป็นการลงทุน ที่น่าจะโง่ที่สุดในตอนนี้ เพราะตัวเพลงมันขายตัวเองไม่ได้ คือตอนนี้ ก็ทำใจยอมรับ ซึ่งผมก็อยู่ในวงการเพลงมานาน ผมก็จะรู้ว่ามันขายตัวเองไม่ได้ แต่ก่อนคือแค่เพลงดังก็สำเร็จ

คือถ้าพูดง่ายๆ ก็คือการทำเพลง จะให้ตั้งแต่ 1 ถึง 10 มันนานมากจากสมัยก่อน สมัยก่อนมันง่ายกว่านี้เยอะ เดี๋ยวนี้เพลงมันแชร์กันได้ เป็นปัญหาหนักเหมือนกันในสมัยนี้ ส่วนในเรื่องของการคุ้มทุน ยังนะ มันยากมาก เสียอย่างเดียว ยังไม่มี แต่ยังไม่ถอย ให้กำลังใจน้องๆ ในค่ายอย่างไร บอกทุกๆ อย่างเลยว่า มาทำงานร้องเพลงวันนี้ ไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้ น้องจะดัง

คือมันยากมาก คือสิ่งที่ดีที่สุด คือการซ้อม การตั้งใจในการทำเพลง คือต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด คือพยายามคุยกับวงใหม่ๆ น้องๆ ก็บอกมาว่าก็ตั้งใจ ยืนอยู่ในจุดของเราให้ได้ ต้องมีพื้นที่ของเราเองมั่นใจให้ได้ว่าเราทำได้ คือเราต้องเอาความจริงมาคุยกัน วันนี้แนวเพลงของโดมยังเหมือนเดิมใช่ไหม อิเล็กทรอนิกแน่นอน คือจริงๆ ผมก็เป็นคนก่อตั้ง โนโลโก้มาเลยนะ มีความร็อกอยู่บ้าง

มันก็เลยเป็นแบบว่าเรียกรวมกันได้เลยคือ อิเล็กทรอนิกร็อก เด็กรุ่นๆ ใหม่ๆ ฟังแต่เพลงแบบนี้อยู่แล้ว คือทุกๆ คน ต้องรู้อยู่แล้วว่าโดม ต้องเป็นเพลงแบบนี้ มีคนเคยถามว่าจะอยู่กับเพลงแนวนี้ไปนานขนาดไหน เพราะเลือกแล้ว อยู่แบบนี้ตลอด ยืนขาแข็งเลย มาถึงละครล่าสุด “เสน่หาสัญญาแค้น” ริงๆ กับโพลีพลัส ผมเคยร่วมงานมาแล้ว 2 เรื่อง

แต่ผมไม่เคยร่วมงานกับพี่โอ๋ (กฤษฎา เตชะนิโลบล) มีแต่คนบอกว่าพี่โอ๋โหดร้าย แต่จริงๆ แล้ว พี่เขาเป็นคนน่ารัก แล้วก็ทึ่งกับความละเอียดในการทำงานของพี่โอ๋มากๆ ในเวลาทำงาน พี่โอ๋ไม่เคยบอกว่า ผมต้องเล่นอย่างไร แต่พี่เขาจะพูดให้ผมเข้าใจมากกว่า คือพี่เขาจะอธิบายแล้ว ปล่อยพื้นที่ให้ผมเล่นเอง แล้วถ้าทำไม่ดี จะบอกให้ทำใหม่ มันจะแตกต่างจากเรื่องที่เล่นมา

เรื่องนี้มันเล่นยากมาก มันจะดูคล้ายๆ หนังฝรั่ง คือจากเป็นผู้ชายดีๆ ก็กลายเป็นผู้ชายที่มีปมต่อตัวเอง คือแบบว่า พอแต่งงานเสร็จขับรถออกมา มีผู้หญิงเมาเดินตัดหน้ารถแฟน แล้วรถคว่ำ แฟนเลยตาย จากนั้นก็กลายเป็นคนที่เก็บตัวเพื่อวางแผนทุกอย่าง หลอกล่อผู้หญิงคนนี้ออกมาเพื่อแก้แค้น กับการร่วมงาน เจนี่ อัศวเหม เป็นอย่างไรบ้าง

เจอกันนานแล้วนะ ตั้งแต่เด็ก เพราะเข้าวงการมาไล่ๆ กัน ตอนนั้น เจนี่ก็น่าจะประมาณ 14 แล้ว ผมเริ่มร้องเพลงตอนอายุ 15 แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะร่วมงานกัน แต่พอมาตอนนี้ ได้ร่วมงานกัน ผมว่าเจนี่ แรกๆ ก็จะห่วงว่าเราจะเล่นได้ไหม แต่ผมว่านะ เจนี่ จะเซียนมากกับการแสดง คือแบบว่าผลงานเขาดีเลยแหละ (ต้องจูนกันนานไหมในการเข้าฉาก) คือไม่มีเลยแหละ เราจะไม่มีการจูนหากัน เพราะเจนนี่เล่นแบบเหมือนจริงมาก คือผมก็แค่ทำให้รู้สึกว่ามันจริงๆ

แจกแจงข่าวมากองสายจนผู้กำกับไม่พอใจหน่อย คือผมก็ต้องยอมรับเลยว่าสายจริงบ้าง เพราะบางทีงานเราตอนกลางคืน แล้วพอกองนัดเช้า มันก็ไม่ทัน แต่ทุกคนก็เข้าใจ ทุกอย่างก็ราบรื่น คือเขาใจว่าต้นทุนเขามายังไง ตัวตนของผู้ชาย ชื่อ “โดม-ปกรณ์” ค้นหาคนแบบ “โดม” คือผมเป็นคนที่มี 2 ด้าน เวลาอยู่กับเพื่อน ก็จะเป็นมุมแบบว่าสนุกเฮฮา บ้าบอ ตลก เฮฮา หลุดๆ สนุกสนาน

แต่อีกด้านหนึ่ง คือ ชีวิตส่วนตัวจะเยอะหน่อย เป็นคนค่อนข้างพักผ่อน ไปต่างจังหวัดมากกว่ากรุงเทพฯ คือมันทำให้เราได้เปิดมุมใหม่ๆ จริงๆ ก็เป็นคนลุยๆ มาก ถ้าคนได้รู้จักผมเป็นสายแบบว่าฮาร์ทคอมาก ก็มีมุมรักสงบ ไม่ชอบโซเซียลนะ เพราะฉะนั้นจะไม่ค่อยเห็นผมลงหรอกในเว็บโน่นนี่ว่ามีปาร์ตี้

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here