เผยโดนัท 8 ยี่ห้อดัง ไขมันทรานส์สูงเกินเกณฑ์ WHO แนะเลี่ยงบริโภค พร้อมเร่ง อย. ออกมาตรการบังคับผู้ผลิต (รายละเอียด)

0
100

เผยโดนัท 8 ยี่ห้อดัง ไขมันทรานส์สูงเกินเกณฑ์ WHO แนะเลี่ยงบริโภค พร้อมเร่ง อย. ออกมาตรการบังคับผู้ผลิต (รายละเอียด)

นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยผลทดสอบไขมันทรานส์และพลังงาน ในโดนัทรสช็อกโกแลต พบ 8 ยี่ห้อมีปริมาณไขมันทรานส์สูงเกินเกณฑ์ WHO แนะเลี่ยงบริโภค พร้อมเร่ง อย. ออกมาตรการบังคับผู้ผลิต จากโดนัทรสช็อกโกแลตที่นำมาทดสอบทั้งหมดจำนวน 13 ตัวอย่างพบว่า มี 8 ยี่ห้อที่มีปริมาณไขมันทรานส์สูงเกินกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ คือ ควรพบไขมันทรานส์ในอาหารได้สูงสุดไม่เกิน 0.5 กรัม/ หน่วยบริโภค ได้แก่

1. ซับไลม์โดนัท (Sublime Doughnuts โดนัท ดาร์กช็อกโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 4.5913 กรัม/ ชิ้น
2. ฟู้ดส์แลนด์ (Foodland โดนัทช็อกโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 3.0484 กรัม/ ชิ้น
3. ดังกิ้น โดนัท (Dunkin Donuts ช็อกโกแลต ฟลาวเวอร์) มีปริมาณไขมันทรานส์ 2.7553 กรัม/ ชิ้น
4. เทสโก้ โลตัส (โดนัทรวมรส ช็อกโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 1.7449 กรัม/ ชิ้น

5. บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (โดนัทชอคโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.9560 กรัม/ ชิ้น
6. มิสเตอร์ โดนัท (Mister Donut ChocRing Classic) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.8690 กรัม/ ชิ้น
7. เอ็น.เค.โดนัท (NK Donut ริงจิ๋ว ช็อกโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.8626 กรัม/ ชิ้น
8. ยามาซากิ (Yamazaki โดนัทช็อกโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.7542 กรัม/ ชิ้น

ส่วนอีก 5 ยี่ห้อที่เหลือมีปริมาณไขมันทรานส์อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่
1. คริสปี้ครีม (Krispy Kreme Doughnuts ช็อกโกแลต ไอซ์ เกลซ) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.2067 กรัม/ ชิ้น
2. เบรดทอล์ค (BreadTalk โดนัทช็อกโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.2029 กรัม/ ชิ้น
3. แซง-เอ-ตัวล (Saint ETOILE โดนัทช็อกโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.1272 กรัม/ ชิ้น
4. เฟลเวอร์ ฟิลด์ (Flavor Field โดนัทช็อกโกแลต) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.0824 กรัม/ ชิ้น
5. แด๊ดดี้ โด (Daddy Dough ดับเบิ้ล ช็อค) มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.0729 กรัม/ ชิ้น

รวมทั้งยังพบว่าโดนัทส่วนใหญ่ให้พลังงานสูงด้วยเช่นกัน เฉลี่ยที่ประมาณ 256 กิโลแคลอรี่ ซึ่งยี่ห้อที่ให้พลังงาน/ ชิ้นมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ
1. แซง-เอ-ตัวล ให้พลังงาน 320 kcal/ ชิ้น
2. ยามาซากิ ให้พลังงาน 313 kcal/ชิ้น
3. ฟู้ดส์แลนด์ ให้พลังงาน 312 kcal/ชิ้น
4. ซับไลม์โดนัท ให้พลังงาน 301 kcal/ ชิ้น
5. เฟลเวอร์ ฟิลด์ ให้พลังงาน 298 kcal/ชิ้น

รศ.ดร.จันทร์เพ็ญ วิวัฒน์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การบริโภคไขมันทรานส์เป็นประจำหรือเกินกว่า 2.2 กรัม/ วัน สามารถเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL: low-density lipoprotein) และลดระดับไขมันดี (HDL) ลง ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจและความดัน รวมทั้งสามารถทำให้มีการอักเสบของผนังหลอดเลือด ซึ่งทำให้หลอดเลือดตีบง่ายขึ้นได้ จึงขอแนะนำผู้บริโภคเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันดังกล่าว

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เคยเสนอข่าวว่าอยู่ในระหว่างการยกร่างประกาศ ที่กำหนดห้ามนำส่วนประกอบอาหารที่มีไขมันทรานส์มาผลิตอาหาร หรือห้ามเติมไฮโดรเจน ลงในกระบวนการผลิตน้ำมัน (กระบวนการ Hydrogenation) ซึ่งคาดว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ภายในเดือนเมษายน 61 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีประกาศออกมา จึงเรียกร้อง อย. เร่งพิจารณาการออกประกาศดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บางคนอาจเคยได้ยินชื่อไขมันทรานส์บ้าง แต่ปัจจุบันหากใครไม่รู้จักไขมันทรานส์ ควรทำความรู้จักให้ดี เพราะเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ได้มีข่าวเผยแพร่ออกมาว่าในที่สุดองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration (FDA)) ได้ระบุว่า น้ำมันซึ่งผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (partially hydrogenated oils (PHOs)) ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของไขมันทรานส์สังเคราะห์ไม่ปลอดภัยในการผลิตอาหาร

และให้เวลา 3 ปีแก่ผู้ผลิตอาหารในการกำจัดไม่ให้ผลิตภัณฑ์ใช้ PHOs การตัดสินใจของ FDA ครั้งนี้ได้รับการคาดหวังว่าจะช่วยลดโรคหลอดเลือดหัวใจและป้องกันชาวอเมริกันหลายพันคนจากการตายด้วยโรคหัวใจวายในแต่ละปี ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้หลายคนสนใจไขมันทรานส์ขึ้นมาทันที การขจัด PHOs ครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่พบไขมันทรานส์ในอาหารอีกต่อไป ยังมีไขมันทรานส์ในรูปที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติพบได้ในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม

และไขมันทรานส์ยังพบได้ในระดับเล็กน้อยในน้ำมันที่ใช้เป็นอาหารชนิดอื่น เนื่องจากหลีกเลี่ยงไม่ได้เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการผลิต นอกจากนี้หลังจาก 3 ปี ถ้าผู้ผลิตรายใดต้องการใช้ PHOs ในการผลิตอาหารต้องขออนุญาตจาก FDA ก่อน
ก่อนหน้านี้ในปี 2556 FDA ได้ระบุเบื้องต้นแล้วว่า PHOs ไม่ปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหาร

และในปี 2549 ได้กำหนดให้ผู้ผลิตอาหารในสหรัฐอเมริกาต้องระบุปริมาณไขมันทรานส์ที่ฉลากข้อมูลโภชนาการ (nutrition facts) ของผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันได้รับอนุญาตให้ระบุในฉลากข้อมูลโภชนาการว่ามีปริมาณไขมันทรานส์เป็น 0 กรัมได้ถ้าผลิตภัณฑ์มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบน้อยกว่า 0.5 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (per serving) ดังนั้นควรสังเกตส่วนประกอบ (ingredients) ในอาหารบนฉลาก

เช่น ว่ามี PHO เป็นส่วนประกอบหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนั้นมีไขมันทรานส์ในปริมาณเล็กน้อย ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน เพราะไขมันทรานส์ในปริมาณน้อยอาจสะสมเป็นปริมาณมากได้ถ้ายิ่งรับประทานมาก ดังนั้นเรามาทำความรู้จักไขมันทรานส์กัน ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกายและช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค และแคโรทีนอยด์ (carotenoids) สามารถพบไขมันได้ทั้งอาหารที่มาจากสัตว์และพืช

เมื่อรับประทานไขมันเท่าที่จำเป็น ไขมันจะช่วยให้เกิดการเจริญเติบโตที่เหมาะสมและช่วยรักษาสุขภาพให้ดี ในขณะที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร ไขมันจะให้รสชาติ ความคงตัวแก่อาหาร และช่วยให้รู้สึกอิ่ม นอกจากนี้ไขมันยังเป็นแหล่งพลังงานและสารอาหารที่สำคัญของทารกและเด็กในช่วงอายุถึง 2 ขวบ เนื่องจากร่างกายต้องการไขมันในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน ไขมันส่วนเกินที่รับประทานเข้าไปจึงไปสะสมที่เนื้อเยื่อไขมัน

ทำให้เรามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ไขมันยังสามารถดีหรือไม่ดีต่อสุขภาพหัวใจขึ้นอยู่กับชนิดของไขมันที่เรารับประทาน ในอาหารสามารถพบไขมันได้ 3 ชนิดหลัก ได้แก่ ไขมันอิ่มตัว (saturated fat) ไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fat) และไขมันทรานส์ ไขมันอิ่มตัวมีส่วนประกอบหลักคือกรดไขมันอิ่มตัว แหล่งใหญ่ของไขมันชนิดนี้คืออาหารที่ได้จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์และนม แต่ยังสามารถพบส่วนใหญ่ในอาหารทอด แหล่งอื่น

ได้แก่ ชีสไขมันสูง ส่วนที่ติดมันของเนื้อสัตว์ นม ครีม บัตเตอร์ ไอศครีม ผลิตภัณฑ์ไอศครีม น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ไขมันชนิดนี้ไม่ดีต่อสุขภาพเพราะสามารถเพิ่มระดับ LDL (คอเลสเตอรอล (cholesterol) ชนิดเลว) ในเลือด ดังนั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ไขมันไม่อิ่มตัวมีส่วนประกอบหลักคือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีโครงสร้างชนิดซิส (cis) แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (monounsaturated fat) และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (polyunsaturated fat)

แหล่งของไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ อาโวกาโด (avocado) ถั่วและเมล็ดพืช (อัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ พีแคน (pecans) ถั่วลิสง เมล็ดสน (pine nuts) ฟักทอง ทานตะวัน เมล็ดงา) น้ำมันมะกอก น้ำมันพืช (น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันเมล็ดคำฝอย น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดฝ้าย) เนยถั่ว (peanut butter) ไขมันไม่อิ่มตัวดีต่อสุขภาพหัวใจเพราะไม่เพิ่มระดับ LDL และจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพถ้ารับประทานในระดับปานกลาง

ไขมันทรานส์มีส่วนประกอบหลักคือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีโครงสร้างชนิดทรานส์ (trans) แหล่งของไขมันชนิดนี้ คือ พบได้ในปริมาณเล็กน้อยตามธรรมชาติในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์และนม สัตว์เหล่านี้จะผลิตไขมันทรานส์ในกระเพาะและลำไส้ นอกจากนี้ไขมันทรานส์ยังได้จากการสังเคราะห์ระหว่างกระบวนการผลิตอาหาร โดยเกิดจากกระบวนการเติมไฮโดรเจน (hydrogenation) เข้าไปในน้ำมันพืช ทำให้น้ำมันพืชแข็งตัวมากขึ้น PHOs ใช้โดยผู้ผลิตอาหารเพื่อยืดอายุอาหาร

และเพิ่มความคงตัวของรสชาติ และ PHOs ยังมีราคาถูก ดังนั้นจึงมีอาหารหลายชนิดใช้ PHOs (ไขมันทรานส์) เป็นส่วนประกอบ เช่น เนยขาว (shortenings) มาการีน (โดยเฉพาะมาการีนที่แข็งตัวมากขึ้น) คุกกี้ อาหารว่าง (snack foods) อาหารทอด และขนมอบ ไขมันทรานส์เหมือนไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลทำให้ระดับ LDL สูงขึ้นในเลือด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

แต่ไขมันทรานส์เพิ่มความร้ายกาจเป็นสองเท่าเนื่องจากยังลดระดับ HDL (คอเลสเตอรอลชนิดดีต่อสุขภาพ) ในเลือดอีกด้วย ทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น ไขมันที่ดีต่อสุขภาพหัวใจนอกจากไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ ไขมันโอเมก้า 3 (omega-3 fat) ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ไขมันชนิดนี้สามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด

สามารถพบไขมันชนิดนี้ได้ในปลา (แซลมอน แมกเคอเรล แฮร์ริ่ง ซาร์ดีน ทูน่าพันธุ์ครีบยาว (albacore tuna) และเรนโบว์เทราต์) เต้าหู้และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง วอลนัท flaxseed และน้ำมัน flaxseed น้ำมันคาโนลา ดังนั้นเราจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีระดับไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และคอเลสเตอรอลต่ำเพื่อรักษาสุขภาพหัวใจ อย่าลืมว่าโรคหัวใจเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในคนทั่วโลก

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here