เผยเบื้องหลังที่หนักหนาสาหัส! กว่าจะสวยเฉิดฉายบนพรมแดงเมืองคานส์ ‘ชมพู่ อารยา’ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง (ชมคลิป)

0
351

เผยเบื้องหลังที่หนักหนาสาหัส! กว่าจะสวยเฉิดฉายบนพรมแดงเมืองคานส์ ‘ชมพู่ อารยา’ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง (ชมคลิป)

เฉิดฉายบนพรมแดงในงานเทศกาลภาพยนต์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส มาเป็นปีที่ 6 แล้ว สำหรับนางเอกซุปตาร์คนดัง ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ซึ่งในแต่ละวันที่ผ่านมานั้น คุณแม่ชมพู่ก็ไม่ทำให้แฟนคลับต้องผิดหวัง เธอจัดเต็มอย่างหนัก และสวยสุดๆ ในทุกลุค โดยที่ผ่านมาแฟนๆ ต่างตั้งหน้าตั้งตารอว่า ในแต่ละวันบนพรมแดงของแม่ชมจะมาในลุคไหน และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของคุณแม่ชมพู่แล้ว บนพรมแดงงานหนังเมืองคานส์ในปีนี้

ซึ่งงานนี้แม่ชมก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เธอมาในลุคหรูหรามีระดับราวกับเจ้าหญิงจากเทพนิยาย “Mesmerizing Belle” เดรสสีเหลืองฟูฟ่องจากแบรนด์ Giambattista Valli : Haute Couture Spring Summer 2017 และเครื่องประดับจาก Chopard ปิดฉากพรมแดง แบบที่ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยทีเดียว

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นางเอกซูเปอร์สตาร์ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต เตรียมเดินทางสู่พรมแดงเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ลอรีอัล ปารีส เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ระดับโลกให้กับคนไทยทั้งประเทศ ภายใต้แคมเปญ “L’Oreal Paris Cannes 2018 Beyond the Red Carpet” ทั้งนี้นางเอกสาวคนดังจะร่วมเดินพรมแดงเมืองคานส์ ในคืนวันที่ 8, 10, 11, 12 และ 13 พ.ค.นี้

โดย ‘ชมพู่’ กล่าวว่า “คานส์ปีนี้ฝากด้วยนะ(หัวเราะ) ตื่นเต้นเหมือนทุกปีค่ะ ถึงแม้จะมีบางอารมณ์ที่รู้สึกว่าชิลขึ้น แต่แน่นอนว่ามันก็มีเรื่องของความคาดหวัง ตัวเราเองก็ยังคาดหวังตัวเราเองว่าจะต้องทำดีขึ้นทุกๆ ปี ถามว่าตอนนี้พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์มั้ย ชมว่าไม่มีคำว่าร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ก็ถือว่าเป็นปีที่เตรียมตัวดีกว่าทุกๆ ปี อะไรหลายอย่างก็ค่อนข้างจะรู้ล่วงหน้า”

คานส์มีเซอร์ไพรส์ทุกปี เตรียมรับมือยังไงบ้าง?
“เรียกว่ารับมือกับเซอร์ไพรส์มาจนรู้ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีแพลนเอ แพลนบี แพลนซี คือต้องพยายามคิดถึงความเป็นไปได้ว่าปัญหาเฉพาะหน้าจะมีอะไรบ้าง สิ่งที่พะวงมีบ้าง แต่มีแพลนสำรองเตรียมไว้เสมอ แต่แน่นอนว่าแพลนเอคือเป็นแพลนที่ดีที่สุดที่อยากให้เกิดค่ะ”

หลายคนคาดหวังและตั้งตารอกับลุกส์แรกที่จะได้เห็น?
“จริงๆ ก็อยากให้มันดีทุกๆ ลุกส์ แต่ละลุกส์ก็ตั้งใจให้มีอะไรแปลกๆ แน่นอนว่าเราไปในนามของเมกอัพ ฉะนั้นในเรื่องของเมกอัพเพราะจะต้องเล่าเรื่องพอสมควร มีหลากหลายคาแร็กเตอร์ เพื่อให้คนที่ติดตามเขาสนุกไปกับเรา อย่างชมเดินทางคืนนี้ พรุ่งนี้ก็จะเดินเลย ถือว่าเวลาค่อนข้างกระชั้นเหมือนกัน แต่ก็เตรียมพร้อมสำหรับความกระชั้น”

“สิ่งที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ชมก็วางแผนไว้พอสมควร แล้วก็ต้องขอบคุณทุกคนเลยที่พอถึงช่วงเวลานี้ของปีก็ยังตั้งหน้าตั้งตารอและเชียร์กันอยู่ ความรู้สึกก็เหมือนไปออกรบ แบกความคาดหวังทั้งของตัวเองและของแฟนๆ ทุกคน ตั้งใจทำให้ดีที่สุดเพราะนี่คือมาตรฐานของตัวเรา ต่อให้ไม่มีใครกดดันแต่นี่ก็คือมาตรฐานของชมอยู่แล้ว”

ยังไม่ใช่ปีสุดท้ายที่จะไปคานส์ใช่ไหม?
“คือทำทุกวันให้เหมือนวันสุดท้ายค่ะ(หัวเราะ) ทุกงานที่ชมทำก็จะคิดแบบนี้ ยิ่งงานใหญ่ระดับนี้ก็ทำให้เหมือนว่าเราจะไม่ได้กลับมาอีก เพราะว่าอะไร เพราะว่านี่คือมาตรฐานของชมแค่นั้นเอง”

ปีนี้ขนกระเป๋าไปกี่ใบ?
“พอๆ กันกับทุกปี แต่ปีนี้ก็จะมีอุปกรณ์คุณแม่ลูกอ่อนไปด้วย อย่างเครื่องปั๊มนม กล่องโฟม อุปกรณ์เอานมกลับบ้าน เฉพาะอันนี้ก็ใบใหญ่ๆ หนึ่งใบแล้ว ชมก็จะปั๊มนมมาจากที่โน่น ลูกก็จะได้กินนมอิมพอร์ต(หัวเราะ)”

ก่อนออกมาสนามบินได้มีบอกน้องแฝดไหม?
“บอกค่ะ จริงๆ บอกเขาทุกวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ชมคิดว่าเขารู้ ไม่รู้ว่ามโนรึเปล่านะ ถามว่ามีอาการยังไง ไม่อยากพูดเลยเดี๋ยวร้องไห้(เสียงเครือและน้ำตาคลอ) ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ห่างเขานานขนาดนี้ อย่าบิลต์สิ เดี๋ยวร้อง(น้ำตาคลอ)”

หน้าที่หลักที่ให้ดูแลน้องสายฟ้าและน้องพายุคือใคร?
“จริงๆ ชมก็มีทีมพี่เลี้ยงเด็กที่ดีแหละ ได้พี่หน่องเจี๊ยบที่เคยดูแลชมมาก่อน แต่ว่าจริงๆ ก่อนที่เขาจะมาดูแลเรา เขาก็เลี้ยงเด็กมาเยอะ แล้วก็มีคนช่วยอีกหนึ่งคนเพราะว่าเราลูกแฝด ชมก็พยายามเลี้ยงเขาแบบว่าให้ทุกคนดูแลเขาได้ คลายกังวลไปได้เยอะ ตอนนี้ก็เหลือแค่เรื่องคิดถึงเนี่ยแหละ”

เพิ่งผ่านวันครอบรอบแต่งงาน 3 ปีมาหมาดๆ เป็นยังไงบ้าง?
“ไวเนอะ ไม่มีอะไรพิเศษเลยค่ะ เมื่อวานชมตื่นนอน แล้วพี่น็อตก็ถามว่าวันนี้วันอะไร ชมก็นึกว่าวันอะไรว้า อ๋อ…วันนี้ลูกครบ 8 เดือนไง เขาก็บอกไม่ใช่ ชมก็ตกใจหรือว่าวันเกิดนาง แต่นางเกิดเดือนสิงหาคม หรือนี่เดือนสิงหาคมแล้วเพราะมัวแต่เลี้ยงลูกลืมวันลืมเดือน(หัวเราะ) ทายไม่ออก จนนางต้องเฉลย คือชมลืมจริงๆ แต่พี่น็อตก็ไม่ได้นอยด์อะไรเพราะเขาก็รู้ว่าเราเป็นแบบนี้ อยู่ในโหมดวิถีแม่ลูกอ่อนมันก็ลืมไปหมด ส่วนของขวัญหรือฉลองอะไรนั้นไม่มีเลย คิดว่าเดี๋ยวรอกลับมาจากคานส์ค่อยจัดทีเดียวค่ะ”

ในระยะ 4-5 ปีมานี้ต้องยอมรับว่าคนไทยรู้จักเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสมากขึ้น เพราะ การที่ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ได้ไปเดินพรมแดง ในฐานะทูตความงาม ของเครื่องสำอางค์ระดับโลกอย่าง “ลอรีอัล” ในระยะ 4-5 ปีมานี้ต้องยอมรับว่าคนไทยรู้จักเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสมากขึ้น

เพราะ การที่”ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ได้ไปเดินพรมแดง ในฐานะทูตความงาม หรือ Brand Ambassador ของเครื่องสำอางค์ระดับโลกอย่าง “ลอรีอัล” ซึ่งเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลักของงานมาตั้งแต่ปี 1997 หรือ 20 ปีมาแล้ว เทศกาลภาพยนต์เมืองคานส์จัดขึ้นต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 70 ปีในช่วงเดือนพฤษภาคม “คานส์”

จึงเป็นจุดศูนย์กลางของคนในแวดวงภาพยนตร์จากทั่วโลก ไฮไลท์ของงานคือ “การเดินพรมแดง” เพราะนอกจากจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกแล้ว ยังหมายถึงการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ต่อคนในวงการภาพยนตร์ทั้งระดับชั้นแนวหน้าและคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามอง ความหมายของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

การเดินพรมแดงของคานส์ คือ เกียรติยศสูงสุดของผู้มีภาพยนตร์ที่ถูกคัดเลือกให้ฉายในปีนั้น ๆ กลุ่มคนเดินพรมแดงที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ที่มีผลงานภาพยนคร์ได้ฉายรอบปฐมทัศน์ในวันที่จัดงานซึ่งหนังที่ฉายในคานส์ทุกเรื่อง ถือว่าฉายเป็นรอบ เวิร์ลพรีเมียร์ คนไทยที่คว้ารางวัลปาล์มทองคำ ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เป็นคนแรก คือ อภิชาติพงศ์ วิระเศรษฐกุล จากภาพยนตร์เรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ในปี 2010

แต่คุณทราบหรือไม่ว่า “การเดินพรมแดง” ยังมีช่วงเวลาที่เป็นประวัติศาสตร์ นั่นคือ การเปิดพรมแดงให้แขกระดับวีไอพี ที่ถูกเชิญมาโดยเฉพาะ เช่น ตัวแทนของแบรนด์ที่ให้การสนับสนุน จะก้าวเดินลงจากรถลีมูซีนสู่พรมแดงทีละคน พร้อมการขานชื่อ คนไทยคนแรกที่เดินพรมแดง ในช่วง “Exclusive Moment”ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2013 คือ “อารยา เอ ฮาเก็ต” ในฐานะทูตความงามของ “ลอรีอัล”

โดยแขกวีไอพีเหล่านี้จะปรากฎตัวในชุดราตรีเฉิดฉาย พร้อมประกาศชื่อนามสกุล ประเทศ และแบรนด์ที่เป็นตัวแทน จากนั้นจึงจะเปิดพรมแดงให้ ศิลปิน ดารา นักแสดง ผู้กำกับที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลเดินเข้าสู่งาน นักแสดงไทยที่มีโอกาสเดินพรมแดง เพราะมี “ผลงานภาพยนตร์” ได้ฉายในเทศกาลเมืองคานส์ปี 2013 คือ “หญิง รฐา โพธิ์งาม” และ “ปู วิทยา ปานศรีงาม” จากภาพยนตร์ เรื่อง “ Only God Forgives” ที่มีพระเอกเจ้าของรางวัลออสการ์ปีล่าสุด “ไรอัน กอสลิง” เป็นนักแสดงนำ

การเดินพรมแดงปีที่ 6 ในฐานะทูตความงาม แบรนด์ “ลอรีอัล” ของ “ชมพู่ อารยา” ได้รับการยกย่องจาก Vogue อเมริกา ว่า สามารถรับมือกับความท้าทายของแฟชั่นได้ทุกรูปแบบ และสร้างนิยามใหม่ของชุดคลุมท้อง หลังปรากฎตัวในชุดราตรีผ้าไหมเกาะอกสีขาวสั่งตัดพิเศษ ของ Ralph &Russo ที่ผสานเข้ากับผ้าคลุมไหล่ประดับด้วยขนนกและคริสตัลอย่างลงตัวและหรูหรา

ชุดเปิดตัวของ “ชมพู่ อารยา” เธอให้สัมภาษณ์ว่าจงใจให้เกิดการ “ขโมยซีน” ในการเดินพรมแดงซึ่งเธอทำได้สำเร็จอย่างงดงาม ย้อนกลับเมื่อปีที่แล้ว “ชมพู่ อารยา” ได้รับยกย่องจาก Huffington Post Canada ให้เป็น”ราชินีผู้มีสไตล์” เทียบเท่า “เบลก ไลฟ์ลี” นักแสดงและนางแบบชื่อดัง และ “อัชวายา ไร” นักแสดงชื่อดังชาวอินเดียที่มามีชื่อเสียงในฮอลลีวูด

โดยปี 2016 “ชมพู่ อารยา” เปิดตัวในลุค “ควีนส์ ออฟ คาสน์”ด้วยชุดราตรีสีชมพู ของ Ralph& Russo จากนั้นในวันต่อๆไปเธอก็เลือกสวมใส่ชุดของดีไซเนอร์ชื่อดังเช่น Versace , Giambattista ,Zuhair Murad และ Jean Paul Gautier ในปี 2015 เว็ป Red Carpet Fashion Awards ให้ชุดของ Ashi Studio ที่ “ชมพู่ อารยา”สวมใส่ติด 1 ใน 10 ชุดยอดเยี่ยมของเซเลปที่สวมใส่ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

เช่นเดียวกับปี 2014 เว็ป Red Carpet Fashion Awards วิจารณ์ชุดราตรีสีดำของ “Kaufmanfrnco” ที่”ชมพู่ อารยา”สวมใส่ว่า สวยงามแบบไร้ข้อจำกัดของกาลเวลา แต่มีข้อเสนอแนะให้เธอสวมรองเท้าส้นสูงให้มากขึ้น 1-2 นิ้ว หากย้อนกลับไปปีแรกที่ “ชมพู่ อารยา” เดินพรมแดงเมืองคานส์ในปี 2013 เธอได้รับคำชมจากเว็ป Sugar Daily ว่าโดดเด่นที่สุดในบรรดาทูตความงาม 5 คนของ”ลอรีอัล”ในปีนั้น โดยเธอสวมชุดราตรีผ้าซาตินตัดต่อผ้าทูลล์ จาก Zac Posen

อะไรคือ “จุดขาย” ของ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ต้องยอมรับว่า “ความเป็นแฟชั่นนิสต้า” “ความมีวินัย” และ “ความเป็นมืออาชีพ” ของ “ชมพู่ อารยา” ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็น “พรีเซนเตอร์” ชั้นแนวหน้า นอกจากการเป็นทูตความงามของลอรีอัล 5 ปีติดต่อกัน หลังการเดินพรมแดงปีแรกในปี 2013

ปีถัดมาเธอก็ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของรถยนต์หรูอย่าง “เบนซ์” โดยเจ้าของแบรนด์ ให้เหตุผลว่า “ชมพู่ อารยา” เป็นดาราเซเลบริตี้สาวผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ และมีภาพลักษณ์เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดง ด้านแฟชั่น และด้านธุรกิจ

ใน Instagram @chomismaterialgirl ขณะนี้มีผู้ติดตามราว 7,200,000 คน จี้ติดซูเปอร์สตาร์หญิงอันดับ 1 ของไทย “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่มียอดผู้ติดตาม 7,900,000 คน ต้องยอมรับว่าวันนี้ “ชมพู่ อารยา” ได้ขึ้นชั้น “พรีเซนเตอร์” ที่มีความโดดเด่นระดับอินเตอร์แล้ว หลังสร้างสมโปรไฟล์ที่โดดเด่นในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาตลอด 5 ปี

สำหรับ “ลอรีอัล” นอกจากขายภาพลักษณ์ของ “ทูตความงาม” แล้ว “การเพิ่มยอดขายสินค้า” ก็เป็นภารกิจที่ต้องผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย ปีนี้ “ลอรีอัล” ใช้ ลุค “MYSTERIOUS MAGIQUE” ในการขายเครื่องสำอางค์ให้ได้ลุคแบบ “ชมพู่ อารยา” หลังจากปีที่แล้วประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับ ลุค “ Queen of Cannes”

ส่วนผลงานด้านการแสดงของ”ชมพู่ อารยา” ในวัย 36 ปี ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หลังจากรับบท “เรยา” ตัวละครผู้มีสีสันด้านมืด ในละครชื่อดัง “ดอกส้มสีทอง” เมื่อปี 2554 เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงหลังย้ายสังกัดจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 มาสู่ช่อง 3 ใครจะรับไม้ต่อจาก “อารยา เอ ฮาร์เก็ต”

นิตยสาร”แพรว” ได้สัมภาษณ์ “พลพัฒน์ อัศวประภา” ดีไซเนอร์แบรนด์ Asava ผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นไทย โดยให้ทัศนะว่า คนที่จะไปเดินพรมแดงเมืองคานส์ ต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง นอกจาก”ความสวย”แล้ว ต้องมี “ทัศนคติ” และมี “รสนิยม”ที่ค่อนข้างเป็นสากล เพราะต้องประชันกับดาราจากทั่วโลก ซึ่ง “ชมพู่ อารยา” มีคุณสมบัติครบทุกข้อ ในความเห็นของดีไซเนอร์ชื่อดังคนนี้ มี 3 คนที่มีศักยภาพพอที่จะรับไม้ต่อจาก “ชมพู่ อารยา”ในอนาคต

คนแรก คือ “ปู ไปรยา ลุนเบิร์ก” ที่ขณะนี้ถือว่าโดดเด่นมากทั้งในแง่ทัศนคติ และงานช่วยเหลือสังคม เพราะเป็นทูตสันถวไมตรีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR คนแรกของอาเซียน ในบทบาทนางแบบ เธอได้เดินแบบแบรนด์ “ดอลเช แอนด์ กาบบาน่า”ในงานมิลาน แฟชั่นวีค ที่อิตาลีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และร่วมเดินพรมแดงงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำประจำปี 2017

คนที่สอง คือ “ญาญ่า อุรัสยา สเปอร์บันด์ เพราะแม้จะเป็นนักแสดง แต่เมื่ออยู่แคทวอล์คก็สามารถถ่ายทอดความมั่นใจ และมีความเป็นซูเปอร์โมเดลสูง ล่าสุด ญาญ่าเพิ่งได้รับเชิญจากแบรนด์ “หลุยส์ วิตตอง” ให้ไปชมแฟชั่นที่ประเทศญี่ปุ่น คนสุดท้าย ที่ดีไซเนอร์ชื่อดังเห็นศักยภาพ คือ “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” เพราะเคยผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้ายเวทีประกวดนางงามจักรวาลมาแล้ว

แต่มีข้อจำกัดเดียว คือ “ชั่วโมงบิน” ยังน้อยเมื่อเทียบกับ “ปู ไปรยา” และ “ญาญ่า อุรัสยา” ต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี สร้างสมประสบการณ์ พัฒนาความคิด ปรับทัศนคติ ให้มีรสนิยมแบบสากล โดยต้องมีทีมงานที่ดีช่วยสนับสนุน 20 ปีที่”ชมพู่ อารยา” โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงชีวิตของเธอมีการเติบโตและจังหวะชีวิตที่น่าสนใจ ผ่านทั้งการเป็นนางเอก นางร้าย พิธีกร พรีเซนเตอร์ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ จนถูกเรียกว่า “ตัวแม่” กว่าจะ “โก อินเตอร์” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

“ชมพู่ อารยา” เคยประกาศว่า ไม่กลัวแก่ เพราะคนที่กลัวแก่คือ คนที่ไม่ได้ใช้เวลาที่ผ่านมาอย่างคุ้มค่า จึงแก่แบบไม่มีคุณภาพ แต่ตัวเธอเลือกลงมือทำทุกอย่าง เพราะมี “Passion” หรือ แรงขับเคลื่อน เธอให้สัมภาษณ์เปิดใจว่า “ตอนนี้นอกจากเรื่องลูก ก็ไม่รู้จะอยากขออะไรอีกแล้วในชีวิต” เราอยากมีลูก อยากเป็นแม่ แต่คนไม่เชื่อ เขาจะชอบคิดว่าเราอยากทำงาน

คืองานก็อยากทำ แต่ลูกก็มีได้ เราทำงานมาตั้งแต่เด็กเลยนะ…ตอนนี้เราอยากเปลี่ยนบริบทให้กับชีวิตแล้ว” การเดินพรมแดงเมืองคานส์ในปีนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ชมพู่ อารยา” ได้เปลี่ยนบริบทของชีวิตแล้วแต่ยังคงรักษาความเป็นมืออาชีพ และความเป็น “ซูเปอร์สตาร์” โดยก้าวผ่านข้อจำกัดของกาลเวลาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here