ยิ้มสู้เข้าพบตำรวจ! ‘เบลล่า’ ควง ‘มะปราง’ พร้อม ‘ทนายเจมส์’ เข้าให้ปากคำอาหารเสริมโฆษณาเกินจริง (คลิป-รายละเอียด)

0
168

ยิ้มสู้เข้าพบตำรวจ! ‘เบลล่า’ ควง ‘มะปราง’ พร้อม ‘ทนายเจมส์’ เข้าให้ปากคำอาหารเสริมโฆษณาเกินจริง (คลิป-รายละเอียด)

เบลล่า ราณี พร้อมด้วยมะปราง วิรากานต์ เสณีตันติกุล และทนายเจมส์ เข้าพบตำรวจ ปคบ.ชี้แจงกรณีเกิดกระแสข่าวโฆษณาสินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินจริง ภายหลังนางสาวราณี แคมเปน หรือ เบลล่า พร้อมด้วยนางสาววิรากานต์ เสณีตันติกุล หรือ มะปราง นักแสดงช่อง3 เข้าให้ปากคำกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กว่า1ชั่วโมง

น.ส.ราณี กล่าวว่า เหตุผลที่มาในวันนี้ตนอยากเข้าพบมาเพื่อให้ข้อมูล และแสดงความจริงใจ โดยมาในฐานะพยาน เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายมีการนำภาพของตัวเองไปใส่ถ้อยคำโฆษณาเกินจริง ทำให้รู้สึกกังวลจึงต้องเข้าพบตำรวจ ส่วนตัวรับหน้าที่ประชาสัมพันธ์ และรักษาภาพลักษณ์ของบริษัทเท่านั้น

- Advertisement -

ซึ่งด้านการตลาดตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะอำนาจจะเป็นของบริษัท หลังจากนี้หากผลตรวจจากอย.พบว่าผลิตภัณฑ์เข้าข่ายผิดกฎหมายจริง จะมีการดำเนินคดีกับทางบริษัทหรือไม่ขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ ทั้งนี้เรื่องสัญญาการส่วนแบ่งผลประโยชน์กับทางบริษัทไม่สามารถเผิดเผยได้เนื่องจากเป็นเงื่อนไขทางธุรกิจ

ด้านพ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปคบ. กล่าวว่าคดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนคำให้การของเบลล่าและการดำเนินคดีซึ่งเบื้องต้นจะต้องสอบถามเจ้าหน้าที่อย.ว่าส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และคำโฆษณานั้นตรงกันหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอผลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินคดีกับบุคคลใด แต่หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็จะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ระบุว่า แม้ผลิตภัณฑ์ ‘บีเคิฟ’ จะมีการขออนุญาติและสินค้ามี อย. ถูกต้อง แต่การโฆษณาโดยใช้คำว่า ‘ชงผอม’ อาจเข้าข่ายอาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริงผิด ซึ่งจะมีบทลงโทษ ตามพ.ร.บ.อาหาร 2522 มาตรา 40 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร อันเป็นความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงมีความผิดฐานโฆษณาไม่ขออนุญาต ซึ่งมีโทษปรับ 5,000 บาท

วันที่ 16 พ.ค.ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เบลล่า-ราณี และ มะปราง วิรากานต์ เสณีตันติกุล เจ้าของ บริษัท 99 นิวพลัส วัน จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ‘บีเคิฟ’ พร้อมด้วยทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้เดินทางมาเพื่อชี้แจงกรณีที่การโฆษณาเกินจริง

และความผิดฐานไม่ขออนุญาตโฆษณา โดยมี พ.ต.อ. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้กำกับการ กองกำกับการ 4 ปคบ. สอบปากคำด้วยตัวเอง ซึ่งดาราสาวขอให้ปากคำเบื้องต้นกับตำรวจก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อไป โดยก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ระบุว่า แม้ผลิตภัณฑ์ ‘บีเคิฟ’ จะมีการขออนุญาติและสินค้ามี อย. ถูกต้อง

แต่การโฆษณาโดยใช้คำว่า ‘ชงผอม’ อาจเข้าข่ายอาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริงผิด ซึ่งจะมีบทลงโทษตามพ.ร.บ.อาหาร 2522 มาตรา 40 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร อันเป็นความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงมีความผิดฐานโฆษณาไม่ขออนุญาต ซึ่งมีโทษปรับ 5,000 บาท

เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ถูก อย. ตรวจสอบว่าใช้โฆษณาเกินจริง อีกทั้งยังเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่อีกด้วย สำหรับอาหารเสริมลดน้ำหนัก Be curve โดยล่าสุดนางเอกสาว “เบลล่า ราณี แคมเปน” ก็ได้ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนในฐานะหุ้นส่วนของบริษัทให้ฟังว่า ตอนนี้ทาง “มะปราง วิรากานต์ เสณีตันติกุล” ที่เป็นอีกหุ้นส่วนของบริษัทได้เข้าไปชี้แจงกับทาง อย. และ สคบ. เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทุกอย่างก็ไม่ได้มีปัญหา ส่วนทางด้านตัวเธอยังไม่ได้มีการเรียกให้เข้าไปชี้แจงข้อมูลเพิ่มอะไร ด้านที่ถูกมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะธุรกิจเธอขายขาด พร้อมยืนยันทุกอย่างทำอย่างถูกต้องและโปร่งใส ปลอดภัยแน่นอน ส่วนที่ถูกมองว่าหรือเพราะหมอดูเคยทักจะเจอข่าวฉาวกว่าพระเอกคู่จิ้น “โป๊ป ธนวรรธน์” เจ้าตัวได้ตอบว่า ทุกอาชีพต้องมีอุปสรรคหมด ตัวเธอเองไม่ได้มองถึงเรื่องตรงนี้

ถามถึงประเด็นที่ทาง อย. ออกมาเผยว่าผลิตภัณฑ์ของเราใช้โฆษณาเกินจริง เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ? “ถ้าสำหรับเรื่องนี้เบลขอชี้แจงก่อนนะคะ เพราะก็มีอะไรหลายๆ อย่างเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดหรือคาดเคลื่อนบ้าง อย่างที่เบลเคยให้สัมภาษณ์ว่าผลิตภัณฑ์นี้ มะปรางและเบลเป็นหุ้นส่วนกัน เริ่มต้นจากการที่บริษัทของปรางมีสินค้าแล้วได้ชวนเบลมาร่วมทำธุรกิจร่วมกันในส่วนของการจัดจำหน่าย มีการแบ่งงานกันชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งของตัวเบลทำในเรื่องของการประชาสัมพันธ์สินค้า ด้านมะปรางจะเป็นส่วนของการบริหารจัดการธุรกิจ วาวแผนต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของการตลาดด้วย โดยมะปรางจะเป็นคนดูในเรื่องตรงนี้ทั้งหมด”

“อย่างที่เบลบอก เบลค่อนข้างมั่นใจว่าเบลมีพาร์ทเนอร์ที่ดี เบลไว้วางใจและให้เกียรติการทำงานของมะปราง เบลว่าปรางมองเรื่องนี้ให้เบลทุกอย่างอยู่แล้ว ก่อนที่เบลจะตกลงใจทำธุรกิจ เบลต้องดูอยู่แล้วว่าสินค้ามี อย. จริง และได้ทดลองสินค้าเองก่อนด้วย เพราะจะได้รู้ว่าจะมีผลอะไรต่อผู้บริโภคไหม และถ้าสินค้ามีปัญหาจริง เบลไม่กล้าทำตรงนี้หรอกค่ะ เบลยึดหลักในเรื่องของคุณภาพของสินค้า และ อย. ต้องถูกต้องตามกฎหมาย”

“ตอนนี้เราอยากจะสร้างมาตรฐานสินค้าขึ้นไป ด้วยการที่เราส่งสินค้าไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบสารที่อยู่ในสินค้า เพื่อให้มีทุกอย่างยืนยันว่าถูกต้อง” ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเรียกเราเข้าไปชี้แจงบ้างหรือยัง ? “ถ้าในส่วนของเบลยังไม่ได้มีการเรียกเข้าไปชี้แจงอะไรเลยนะคะ ยอมรับว่าตอนแรกที่เห็นข่าวก็แอบตกใจนิดหนึ่ง แต่ส่วนตัวของเบล ทั้งเบอร์คุณแม่ และผู้จัดการได้เช็คหมดแล้ว ยังไม่มีติดต่อเข้ามาเลยค่ะ เบลก็ได้เช็คไปทางมะปรางว่ามีหรือเปล่า มะปรางก็ยืนยันว่าไม่มี”

หากทางเจ้าหน้าที่ขอให้เราเข้าไปชี้แจงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมไปไหม ? “เบลยินดีค่ะ คือถ้ามีติดต่อเข้ามา เบลยินดี เต็มที่เลยค่ะ ส่วนที่บอกว่าเบลจะเข้าไปชี้แจงภายในสัปดาห์นี้นั้น เบลต้องขอยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาเลยค่ะ แต่ถ้าหากทางเจ้าหน้าที่อยากจะให้เข้าไปชี้แจง เบลยินดี 100 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ ก่อนหน้านี้เป็นทางบริษัทที่ได้เข้าไปแล้ว รวมถึงตัวมะปรางด้วย ได้เข้าไปในส่วนของ อย. และ สคบ. แล้วค่ะ”

ตัวสินค้าของเราได้กระทบกับข่าวก่อนหน้านี้ที่ออกมาไหม ? “สำหรับของตัวเบลไม่ได้กระทบ ณ จุดนั้นนะ อย่างที่บอกว่าสินค้าสามารถตรวจสอบทุกอย่างได้ และถึงแม้จะเป็นข่าวว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ เบลขอยืนยันว่าธุรกิจของเบลเป็นแบบขายขาด นั่นหมายถึงตัวแทนรับสินค้า 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อจ่ายจำหน่ายออกไป ซึ่งทางนี้เบลได้ส่งไปที่ สคบ. ให้ สคบ. ตรวจสอบ และยืนยันว่าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจแบบขายขาด”

เหมือนทางตัวแทนได้นำรูปเราไปทำโฆษณาสินค้าเกินจริง เรามีได้คุยกับเขาไหม ? “ในส่วนของโฆษณานะคะ เบลกับมะปรางได้ถ่ายทำโฆษณาและส่งไปให้ทางบริษัทได้ทำการตลาดต่อไป ซึ่งมะปรางจะเป็นคนดูในเรื่องตรงนี้ค่ะ เท่าที่เบลได้คุยกับปราง ปรางก็บอกว่ามีตัวแทนบางท่านมีการตัดต่อ ต่อเติม หรือเพิ่มข้อความลงไป โดยทางบริษัทก็ได้มีการตักเตือนไปแล้ว ทางบริษัทไม่มีการสนับสนุนโฆษณาเกินจริงค่ะ ตรงนี้ต้องขอชี้แจงก่อน และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานด้วยค่ะที่ให้คำแนะนำเป็นอย่างดีมากๆ”

เราได้มีมาตรการลงโทษสำหรับตัวแทนที่ยังไม่หยุดนำรูปไปโฆษณาเกินจริงยังไงบ้าง ? “เบื้องต้นเราได้ทำการตักเตือนไปแล้วค่ะ ทุกอย่างเป็นไปตามเอกสารของบริษัทเลยค่ะ นั่นก็คือจะตักเตือนก่อน 1 ครั้ง แล้วดูผลว่าต่อไปจะเป็นยังไง” ทั้งๆ ที่สินค้าเราผ่าน อย. แล้ว แต่ อย. กลับเป็นคนพูดเรื่องที่สินค้าเราโฆษณาเกินจริงขึ้นมาเอง ? “อันนี้เป็นทางบริษัทได้เข้าไปชี้แจงกับทาง อย. เรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้เรื่องทุกอย่างได้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว”

ตอนนี้ยังมีอะไรกังวลอีกไหม ? “สำหรับตัวเบล เบลก็ไม่ได้กังวลอะไร วันนี้ได้ออกมาชี้แจงก็สบายใจมากขึ้นแล้วแหละ และอยากให้ทุกคนเข้าใจในรูปแบบของธุรกิจด้วย เบลเป็นคนที่ยึดเรื่องของความถูกต้อง ความโปร่งใส และชัดเจนอยู่แล้ว เบลอยากให้ทุกๆ ธุรกิจที่เบลทำ หากเบลได้ลงมือทำแล้วคือเบลตั้งใจทำจริงๆ และเราก็อยากทำให้ทุกอย่างมันออกมาถูกต้อง โปร่งใส”

แต่ทางเจ้าหน้านี้ให้สัมภาษณ์ว่า ยังรอเบลล่าเข้าไปชี้แจงอยู่ ? “เบลยืนยันอีกครั้งหนึ่งค่ะ เบลไม่ได้รับการติดต่อเข้ามาเลย แต่ถ้าทางเจ้าหน้าที่ต้องการจะให้เบลเข้าไป หรือชี้แจงอะไร เบลยินดีค่ะ” ก่อนหน้านี้เคยมีหมอดูออกมาทักว่าเราจะมีข่าวฉาวกว่า โป๊ป ธนวรรธน์ อีก คนเลยมองว่ามันดูประจวบเหมาะกับที่ธุรกิจเราโดนแฉพอดี ? “เบลมองว่าทุกอย่าง หรือทุกๆ อาชีพก็คงมีอุปสรรคค่ะ สำหรับตัวเบลไม่ได้มองเรื่องนี้ในแง่นั้นค่ะ”

“เบลมองในแง่ว่าตอนนี้เราต้องร่วมกันตอบคำถามให้กับผู้บริโภคมากกว่าค่ะ ซึ่งอันนี้มันไม่ได้มีปัญหากับทางธุรกิจของเบล แต่มันเป็นการสร้างคำถามให้กับธุรกิจทุกประเภทที่อยู่ในตลาดตอนนี้ค่ะ เพื่อต้องการดูมาตรฐานของสินค้า เบลขอยืนยันเลยนะคะว่าเบลทำธุรกิจด้วยความจริงใจ ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง มันเป็นอะไรที่เบลสบายใจที่จะทำ ทุกอย่างตรวจสอบได้ ตอนนี้ทาง สคบ. ก็รับเรื่องแล้วนะคะ เดี๋ยวจะขอรอเป็นเรื่องเอกสารออกมาโดยตรงค่ะ เรื่องขอ อย. ก็เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลือเรื่องของกรมวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่จะมาร่วมยืนยันว่าสินค้าปลอดภัยและตรงตามที่บอก”

ขนาดครั้งนี้เราว่าเราระมัดระวังแล้ว หากมีครั้งต่อไปเราต้องตรวจสอบให้มากขึ้นกว่าเดิมไหม ? “เบลมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีกับทั้งตัวเบลเองที่จะเรียนรู้มากยิ่งขึ้น และรวมถึงคนที่ทำธุรกิจก็ได้เรียนรู้มากขึ้นว่าหลังจากนี้คงต้องตรวจสอบอะไรให้เรียบร้อยและการที่จะบอกต่อผู้บริโภค อย่างตัวเบลเองก็พยายามที่จะใช้ความจริงใจและความถูกต้องค่ะ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here