ไม่รวยจริงกินไม่ได้! ส่องมื้ออาหารหรูหรารายวันของดาราสาว ‘ปันปัน สุทัตตา’ (ชมภาพ)

0
200

ไม่รวยจริงกินไม่ได้! ส่องมื้ออาหารหรูหรารายวันของดาราสาว ‘ปันปัน สุทัตตา’ (ชมภาพ)

นับเป็นนักแสดงสาวที่กล้าพูด กล้าเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่แอ๊บแอ้ สำหรับสาว “ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์” ที่ชีวิตเวลาว่างดูมีความสุขกับการรับประทานอาหาร ด้วยความเป็นคนเปิดเผยเลยไม่จำเป็นต้องกั๊กอะไร แม้แต่มื้ออาหารหรูเกือบรายวัน ที่ทำให้สาว “ปันปัน” แฮปปี้ โดยเฉพาะมื้ออาหารญี่ปุ่นสุดโปรดปรานจานเด็ด ที่รังสรรค์ความงามลงบนจาน

แต่หากไม่รวยจริง อะไรจริง ก็คงทำไม่ได้แน่นอนหรอกนะ “ปันปัน สุทัตตา” โพสต์ภาพในอินสตาแกรมส่วนตัว กับมื้ออาหารสุดหรู หน้าตาดูดี ที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความสุข เห็นกินหรูหราบ่อยครั้ง แต่อย่าคิดว่าอาหารทั่วไปจะกินไม่ได้ เพราะเวลาอยู่ในกองถ่าย บะหมี่แห้ง ธรรมดาทั่วไป ปันปัน ก็กินได้สบายๆ บรรยากาศอาหารหรูมันเป็นยังไงไปดูกันเลย

วันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา ณ ลานหน้าตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส อโศก นักแสดงสาว ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ ให้สัมภาษณ์หลังมาร่วมงานบวงสรวงละคร 2 เรื่อง “รูปทอง” และ “สัมผัสรัตติกาล” ถึงกรณีที่เป็นหนึ่งในดารานักแสดงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกสอบปากคำโฆษณาสินค้าผลิตภัณฑ์ “เมจิก สกิน” ที่ไม่ผ่านอย.

โดย ปันปัน เผยว่า “อย่างที่ทุกคนเห็นในข่าวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับปัน คือเขาติดต่อมาทางผู้จัดการส่วนตัวให้เราลงรูปรับรีวิวเหมือนที่ปันทำปกติเลย คือรับงานแล้วก็ถ่ายรูปลงไอจีปกติตามสัญญาที่บอกก็คือ 15 วันลบค่ะ แค่นั้นเลย” ไม่ได้ตรวจสอบก่อนว่ามีที่มายังไง? “สินค้าตัวนี้ตอนที่เขาเอามาให้ก็แจ้งมาว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดมาสักพักแล้ว เราเห็นเลขอย.ข้างกล่อง”

“ด้วยความที่เป็นผู้บริโภคปกติก็ไม่ได้มีความรู้ตัวเลขอย.ว่าถูกต้องยังไง ก็รับปกติเลย พอวันหนึ่งมีข่าวว่าสินค้าที่เรารีวิวเป็นของปลอม ก็ตกใจค่ะ เราเชื่อว่าไอจีของเราก็มีอิมแพคเยอะเพราะมีคนดูคนติดตามค่อนข้างมาก ขอโทษด้วยนะคะสำหรับการไม่ไตร่ตรองสินค้าที่โฆษณาออกไปให้ดี ทำให้อาจจะมีอะไรขึ้นมากมาย ผิดที่ทางเราด้วยที่เราไม่ดูให้ดีค่ะ สำหรับบริษัทนี้ปันรับรีวิวสินค้าให้เขาเท่าที่รู้น่าจะสองตัวนะคะ”

ตำรวจจะเรียกดาราหลายคนไปสอบปากคำ? “พร้อมเข้าไปเลยค่ะ ยินดีให้สอบปากคำและให้ความร่วมมือทุกอย่าง อย่างที่บอกปันทราบแค่เขาติดต่อมาให้ลงรูป เราก็ลงรูปตามที่เขาบอกแค่นั้นเลยค่ะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดต่อมาทางผู้จัดการส่วนตัวแล้ว เห็นโทร.มาแต่ตำรวจยังไม่ได้เรียกเข้าไป หลังจากนี้ถ้าจะรับรีวิวสินค้าอีกคงต้องตรวจสอบมากขึ้น”

“ต้องขอเอกสารรับรองให้ได้ว่ามีอย.เรียบร้อยมั้ย สินค้าเป็นยังไงมีส่วนผสมอะไร ถามว่าพอมีเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สินค้าของเราเองมั้ย สินค้าของปันมีอย.ถูกต้องทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่ได้มีการสวมรอยอะไรทั้งสิ้น ปันว่าสองเรื่องนี้ต้องแยกกันค่ะ สิ่งที่เราทำเองกับที่เขาจ้างเราลงรูป มันอาจจะเป็นคนละเรื่องกัน”

จะเลิกรับรีวิวสินค้าไปเลยไหม? “อาจจะไม่ได้เลิกรับค่ะ ปกติก็ไม่ได้รับทุกอย่างนะ มีคนติดต่อมาเยอะมาก ทางนั้นเขามีคนรู้จักและเคยจ้างคนที่อยู่รอบๆ ตัวเราไปก็ติดต่อผ่านๆ คนมาเราก็เลยรับค่ะ ต้องเลือกให้ดีมากขึ้น ต้องมีเอกสารทุกอย่าง เราก็รู้สึกแย่เพราะมีคนได้รับผลกระทบเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ ด้วยความสินค้าไม่มีอย.อาจจะเกิดผลอะไรมากมาย”

“ส่วนตัวได้รับผลกระทบอะไรมาถึงเราบ้าง เท่าที่ทราบมาโดยรวมทุกคนมีความเห็นไม่โอเคสำหรับดาราหรือใครที่จะโปรโมตสินค้าเกินจริง หรือโปรโมตสินค้าที่เป็นอันตรายให้กับผู้คน เรื่องนี้ก็ต้องระวังกันมากขึ้นเพราะสินค้าออนไลน์ในตลาดตอนนี้มีเยอะมาก เราก็ต้องดูให้ดี ส่วนการคัดกรองรับรีวิวสินค้ายังไงก็ให้ผู้จัดการเป็นคนดู เอกสารแนบต้องเป็นของจริง”

“เวลารับก็ต้องดูให้ละเอียดไม่อยากให้เกิดอันตรายกับผู้คนแล้ว ที่สำคัญแม่ค้าต้องมีจรรยาบรรณพอ ถ้ามีข่าวเรื่องนี้แล้วเขายังปลอมเอกสารอยู่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ถามว่าเข็ดในการรับรีวิวสินค้ามั้ย ไม่ได้เข็ดนะคะ เราพลาดเองที่ไม่ดูให้ดี เขาไม่ได้จ้างเราคนเดียว จ้างหลายคนและเห็นว่าเป็นสินค้าในตลาดอยู่มานานแล้วและมีแม่ค้าตัวแทนเยอะ ซึ่งเราไม่รู้จริงๆ นึกว่าทุกอย่างถูกต้องแล้ว”

จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีไหม? “ไม่ๆ หนูไม่ฟ้องค่ะ แต่เขาจะฟ้องหนูมั้ย หนูไม่รู้ อยากฝากถึงคนที่ทำสินค้าปลอม เข้าใจค่ะว่าการทำธุรกิจก็คือการที่เราอยากหาเงิน แต่สุดท้ายจรรยาบรรณอยู่ที่ตัวเรา กฎแห่งกรรมก็มีจริง ทำอะไรออกไปแล้วส่งผลกระทบถึงผู้บริโภค สุดท้ายมันก็วนเข้าหาตัวคุณเอง จะทำอะไรก็ต้องไตร่ตรองให้ดี นึกถึงคนอื่นอย่านึกถึงแต่ตัวเองเพราะผลกระทบมันมีจริงมันไม่ดี อยากให้ตระหนักจุดนี้ด้วย”

จะเรียกว่าเป็นโชคดีของนักแสดงวัยรุ่นสมัยนี้หรือไม่ ค่าที่โลกเราก้าวมาไกล ความคาดหวังต่อนักแสดงให้เป็นบุคคลต้นแบบของสังคมลดระดับลง นักแสดงไม่ต้องงดงามราวผ้าพับไว้ ทำผิดได้ ทำพลาดเป็น และแม้ฟังก์ชั่นการสื่อสาร 2 ทางจากโซเชียลมีเดียจะทำให้เวลานักแสดงถูก ‘คุ้ย’ จากคนในสังคม แต่ก็เป็นกระดานเดียวกันที่จะมีคนเห็นต่างเข้ามาแสดงความเห็นและแลกมุมมอง

หมายความว่า แม้นักแสดงจะโดนจวกยับจากความพลาดพลั้ง (ที่สังคมเห็นว่าผิด) แต่จะคงมีพื้นที่กลางๆ ไว้ให้ -ไม่ว่าใครก็ตาม- ได้ลองพิสูจน์ตัวเอง ถ้าพูดถึงนักแสดงวัยรุ่นที่มีภาพลักษณ์แก่น เซี้ยว เปรี้ยว ซ่า เผชิญมรสุมข่าวทั้งร้ายและดี แต่ยังคงมีผลงานอย่างต่อเนื่องและทำงานตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน ชื่อของ ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ อาจติดอยู่ในลิสต์รายชื่อนั้น

ผลงานชิ้นแรกของเธอในวัย 4 ขวบคือโฆษณาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก จากนั้นชีวิตก็ถูกฝึกให้เคยชินกับการรอคิวเข้าไปแคสต์งาน เพื่อนวัยเด็กกลุ่มหนึ่งคือพี่ๆ ในกองถ่าย ยังคงแซวจนถึงทุกวันนี้กับเรื่องที่เธอฉีกสร้อยคอกลางกองเพราะอึดอัดกับมัน งานหน้าจอที่ทำให้เธอเป็นที่คุ้นตาคือโฆษณาคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง และหลังจากนั้นก็ดังเป็นพลุแตกจากซีรีส์วัยรุ่นยอดฮิต ฮอร์โมน เดอะซีรีส์ มีรางวัลการันตีคุณภาพการแสดง อาทิ

รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 21 สาขาผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง ลัดดาแลนด์ คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 9 สาขาผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง ลัดดาแลนด์ รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 23 สาขาผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย

รางวัลรองชนะเลิศของสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 6 สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง เมย์ไหน…ไฟแรงเฟร่อ หลายผลงานหลากรางวัล ปันปันคว้ามาได้ก่อนอายุจะถึง 20 ปีด้วยซ้ำ เธอผ่านวันทำงานมานักต่อนัก หนักเกินหน้าเพื่อนร่วมวัยไปหลายช่วงตัว แต่ทำไมเวลาพูดถึงนักแสดงวัยรุ่นคนนี้ ข่าว(ฉาว)มักจะดังกลบงานเสมอ

ในวัย 20 ปี เธอมองตัวเองในวัยเด็กอย่างไร? ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอมีอะไรจะบอกกับเด็กผู้หญิงคนนั้น ขณะที่หลายคนอาจกังวลกับแรงเสียดทานในวงการมายาที่ประเดประดังทั้งจากคนทำงานด้วยกันจนถึงท่านผู้ชมทางบ้านที่มีทั้งคนรักและผู้คนที่ไม่ถนัดในการทะนุถนอมดารา ทำไมเธอจึงกล้าๆ พูดว่า “ไม่เสียใจ (regret) อะไรเลยจากการเข้ามาในวงการนี้”

ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง หลักๆ ตอนนี้ปันปันเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ (นานาชาติ) ชั้นปีที่ 3 กำลังเวิร์คช็อปเตรียมถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่ในปีนี้ ชื่อ รูปทอง ทางช่อง GMM 25 ค่ะ เข้าวงการนี้ตั้งแต่ 4 ขวบจนถึงตอนนี้ก็ 20 ปีแล้ว มันเริ่มต้นอย่างไร ตั้งแต่เด็กๆ จะถ่ายโฆษณา จำได้ว่าตอนอยู่อนุบาล พี่ที่เขาคอยมองหาเด็กๆ มาบอกพ่อแม่ว่าลองเอาน้องไปถ่ายงานดูไหม

เราก็ลองไป โฆษณาชิ้นแรกน่าจะเป็นแป้งหรือยาสีฟันเด็กนี่แหละ จำไม่ได้ชัดๆ แต่พอมีโอกาสได้งานโฆษณาเราก็เข้าโมเดลลิ่ง จำได้ว่าตอนเด็กๆ ไปแคสต์งานเยอะมาก (เน้นเสียง) ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็ยังแคสต์ไปเรื่อยๆ จนอายุประมาณ 13 ปี ก็มีโฆษณาตัวหนึ่งเกี่ยวกับคลินิกเสริมความงาม ซึ่งเป็นตัวที่คนเริ่มจำเราได้ หลังจากนั้นมาเราก็เริ่มได้เล่นภาพยนตร์

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here