ที่ ‘คานส์’ ไม่ได้มีแต่ ‘ชมพู่’ นักแสดงหนึ่งเดียวของไทย ‘ออกแบบ ชุติมณฑน์’ ที่ได้ร่วมงานพรมแดงเมืองคานส์ ในฐานะนักแสดง (ชมภาพ)

0
137

ที่ ‘คานส์’ ไม่ได้มีแต่ ‘ชมพู่’ นักแสดงหนึ่งเดียวของไทย ‘ออกแบบ ชุติมณฑน์’ ที่ได้ร่วมงานพรมแดงเมืองคานส์ ในฐานะนักแสดง (ชมภาพ)

นางเอกพันล้าน ‘ชุติมณฑน์’ นักแสดงไทยหนึ่งเดียว พรมแดงคานส์ครั้งที่ 71 เรียบเก๋แต่แพง.. นางเอกพันล้าน ‘ชุติมณฑน์’ นักแสดงไทยหนึ่งเดียว พรมแดงคานส์ครั้งที่ 71 ครั้งแรกในชีวิตของ “ออกแบบ ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง” ที่ก้าวไกล โกอินเตอร์ถึงขั้นได้เดินพรมแดง ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 71 ในฐานะนักแสดงสาวไทยเพียงหนึ่งเดียว!! ร่วมให้กำลังใจ และภูมิใจไปกับนักแสดงสาวหนึ่งเดียวจากไทยปีนี้

ออกแบบ ชุติมณฑน์ บนพรมแดงเมืองคานส์ มาในลุค น้อยแต่มาก เรียบเก๋แต่แพง ชุด CHANEL Métiers d’Art Paris Hamburg 2017/18 Collection เป็นคอลเลคชั่นที่เน้นงานฝีมือชั้นสูง โดยช่างฝีมือปักด้วยมือทั้งชุด เฉพาะเสื้ออย่างเดียวราคาหลักล้าน!!!! พร้อมเครื่องประดับจากแบรนด์ Chopard

ดารานางแบบที่โด่งดังจากหนัง “ฉลาดเกมส์โกง” ให้สัมภาษณ์หลังร่วมเดินแบบในงานเปิดตัวกระเป๋าแบรนด์ PHYA (พญา) คอลเล็กชั่นพิเศษ “ณพัฒน์” เพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา กรณีเดินสายรับรางวัลที่ต่างประเทศ ว่า ใช่ค่ะ ล่าสุดไปมาเลเซีย รับรางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยม เซอร์ไพรส์มากๆ ตอนอยู่ที่งาน เราเดินออกไปข้างนอก พอเดินกลับเข้ามาปรากฏว่าหนังได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ทั้งที่ตอนแรกยังบอกพี่บาสเลยว่า ไม่น่าจะได้ เพราะมีอีกเรื่องเข้าชิงด้วย เรื่องนั้นน่าจะได้ แต่พอหนังเราได้ก็แฮปปี้ ตื่นเต้นมากๆ ดีใจที่เรามารับรางวัลแทนทุกคนในทีม ขอบคุณมากๆ ล่าสุดได้รับเชิญให้ไปรับรางวัลที่มาเก๊า แต่ยังไม่รู้รายละเอียด เมื่อถามถึงข่าวกรณีไปกวาดรางวัลที่จีน เป็นอันดับหนึ่ง นักแสดงสาวกล่าวว่า ไม่ขนาดนั้น ที่จีนยังไม่เคยไปรับ เพิ่งจะมีเชิญไปมาเก๊า รู้สึกดีใจ ถ้าได้ไปจริงก็น่าจะเป็นช่วงกลางเดือนธันวาคม ตื่นเต้นค่ะ

ส่วนแฟนคลับต่างชาติก็เยอะพอสมควร ซึ่งเราก็เล่นเว่ยป๋อ (Weibo) เพื่อให้เขาติดตามเราได้ ก็มี 3 หมื่นกว่าคนมาฟอลโล่ และมีเป็นเมสเสจมา 2 หมื่นคนตอบไม่ไหวค่ะ ต่อข้อถามมีแฟนคลับปั้นตุ๊กตาให้ ออกแบบตอบว่า ใช่ ปั้นสวยมาก เหมือนเลย รู้สึกดีใจมากๆ ปกติจะมีแต่แฟนๆวาดรูปให้ แต่นี่ปั้นขึ้นมาเลย เมื่อถามว่าแฟนคลั่งไคล้ขนาดนี้จะมีคิวบินไปมีตติ้งมั้ย ออกแบบตอบว่า ถ้ามีโอกาสก็จะบินไป

แต่เหมือนว่าเราจะมีงานที่จีน เขาเชิญไปร่วมงานวันที่ 2 ธันวาคมอยู่แล้ว อาจจะมีพบแฟนๆบ้าง เมื่อถามว่างานที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นงานต่างประเทศ ดาราสาวกล่าวว่า ใช่ค่ะ ที่ผ่านมาก็มีไปรับรางวัลมาแล้ว 3 ประเทศ คือ อเมริกา จีน และมาเลเซีย ถือว่าเป็นเกียรติมาก ต่อข้อถามเหมือนปูทางให้โกอินเตอร์ ออกแบบตอบว่า นิดนึงค่ะ อย่างตอนนี้มีหนังที่จีนติดต่อมา ผู้ใหญ่ดูให้อยู่ มี 2 เรื่อง กำลังดูคิวถ่ายอยู่ว่าจะยังไง รายละเอียดยังบอกไม่ได้ เป็นความลับ

ส่วนเรื่องค่าตัวหลังจากหนังไปฉายต่างประเทศนั้น ไม่เกี่ยวกับเรา (หัวเราะ) เรายังเหมือนเดิม ไม่ได้รับเพิ่ม เป็นเรื่องของบริษัทกับผู้ใหญ่ ต่อข้อถามมีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้ มีหนุ่มๆเข้ามาจีบหรือยัง ดาราสาวตอบว่า ตอนนี้เรายังนิ่งอยู่ ไม่อยากเปิดใจให้ใคร เลยขอนิ่งๆไว้ก่อน และค่อนข้างเครียดกับเรื่องเรียนด้วย อยากจบก่อน ตอนนี้ยังไม่รีบเรื่องความรัก ของานและเรียนดีกว่า ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง

นางแบบรุ่นใหม่ชื่อเก๋หน้าเฉี่ยว พกพาส่วนสูง 176 เซนติเมตรผันตัวเองมาเป็นนักแสดงอีกคน กับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ของค่าย gdh ซึ่งเธอต้องรับบทนำเป็นเด็กสาวจีเนียสที่ชื่อว่า ‘ลิน’ จากการเดินสวยๆ บนรันเวย์แฟชั่น หรือโพสต์ท่านิ่งๆ ในปรินต์มีเดีย สู่การแอ็คติ้งหน้ากล้องที่ต้องใช้อารมณ์จากข้างใน เธอต้องพบเจอและได้เรียนรู้อะไรบ้าง ไปพูดคุยกับเธอถึงความท้าทายใหม่ในชีวิตครั้งนี้

อะไรคือความยากหรือความท้าทายของบทที่ได้รับ บทที่ได้รับคือบท ‘ลิน’ เป็นเด็กจีเนียส มีฉลาดทางวิชาการสูงมาก พื้นฐานครอบครัวคุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน ลินอยู่กับคุณพ่อที่เป็นครู เลยทำให้เด็กคนนี้ได้เผชิญโลกมาระดับหนึ่งจากครอบครัวที่มีปัญหา ด้วยเหตุนี้ลินจึงเป็นคนไม่เข้าหาคนอื่น แต่ด้วยความที่เป็นคนเก่ง ทุกคนก็จะเข้าหาลินตลอดเวลา

ออกแบบรู้สึกว่า บทนี้มีความยากง่ายในตัว แต่ด้วยความที่เป็นเรื่องแรกของเรา เลยรู้สึกว่ามันยากตรงที่เวลาแสดง เราต้องคีพคาแรกเตอร์ตัวละครนั้นให้ได้ทุกฉากทุกซีน ซึ่งก็จะมีหลุดบ้าง เลยเป็นส่วนที่คิดว่ายาก ส่วนตัวบทเอง รู้สึกว่ายากเฉพาะบางซีน กับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อกับเรา อย่างเช่นซีนไคลแมกซ์ที่ทุกคนจะต้องไปดูกันในโรง (หัวเราะ) จะมีซีนหนึ่งที่เราไปถ่ายทำที่ต่างประเทศ ซึ่งที่โน่นบังคับเรื่องเวลามาก

พอใกล้หมดเวลาของสถานที่ที่เราดีลไว้ เขาจะเข้ามาบอกเลย ยูมีเวลาเหลืออีกแค่ 5 นาทีนะ แล้วต้องออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ซึ่งเขาห้ามเกินเลย เราก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจริงและเวลาในเรื่องด้วย เพราะในเรื่องก็เป็นฉากแอ็คชั่นเหมือนกัน เมื่อต้องมาเล่นหนังเรื่องแรก ประสบการณ์ในการเป็นนางแบบ หรืองานแสดงโฆษณา เอ็มวี ที่ผ่านๆ มาช่วยได้เยอะมั้ย

สิ่งที่ได้จากการเป็นนางแบบ คือเราจะรู้มุมหน้าตัวเอง เวลาโพสต์ หรืออินเนอร์ในการแสดงออกทางสายตา ซึ่งอันนี้เราก็นำมาปรับนำใช้กับตัวละครในหนังได้ ส่วนเรื่องของประสบการณ์ที่ได้รับมาจากผลงานเก่า อย่างเช่นหนังโฆษณาของพี่เต๋อ (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์) Thank you for sharing จะมีจุดหนึ่งที่ออกแบบบิวด์ตัวเอง เหมือนกับอินกับคาแรกเตอร์มากจนร้องไห้ออกมา เราก็นำความคิด การบิวด์ตัวเองตรงนั้นมาใช้กับเรื่อง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ มันทำให้เราลึกกับการแสดงมากขึ้น

ออกแบบอาจจะเคยเรียนการแสดงกับพี่ไก่ (วรายุฑ มิลินทจินดา) สั้นๆ เพราะว่าพี่ไก่เรียกตัวไป ซึ่งเรียนแค่นิดเดียว ถามว่าได้พื้นฐานมั้ย ก็ได้ จะเป็นเหมือนละคร มีความโอเวอร์แอ็คติ้ง ซึ่งทุกคนจะทราบดี มันคือดีดนิ้วปุ๊ป คนจะรู้ว่าคุณรู้สึกอะไร เพราะละครคือ ‘ข้างนอก’ ให้คนเห็นให้คนรู้สึกกับตรงนั้นทันที แต่ถ้าเป็นหนังมันคือ ‘ข้างใน’ เราต้องให้คนดูรู้สึกถึงข้างในของเรา ซึ่งสัมผัสได้เพราะว่าด้วยจอใหญ่ อารมณ์ หรือว่าซาวน์ต่างๆ มันคนละเวย์กัน

ตอนที่เวิร์คช็อปครูที่เป็นแอ็คติ้งโค้ชยังบอกเลย ออกแบบไม่มีพื้นฐานการแสดงเลยนะ เพราะว่าเหมือนเป็นคนละเวย์แล้วเราประยุกต์ใช้ไม่เป็น เราก็เลยเหมือนต้องมาให้ครูค่อยๆ ปรับเราใหม่ แล้วคิดว่าประสบการณ์จากการแสดงจะเอากลับไปใช้กับอาชีพนางแบบได้ยังไงบ้าง ใช้ได้ในบางครั้ง เช่นถ้าแฟชั่นเซ็ตนี้อยากได้แบบดราม่า หรืออยากให้ถึงร้องไห้เลย แต่ถ้าเป็นเดินแบบอาจจะใช้ไม่ได้ ยกเว้นว่าจะให้เห็นเดินแบบเปรี้ยวๆ มีอินเนอร์ข้างใน มีจริตผู้หญิงเยอะๆ ก็จะใช้ได้

ในแง่การทำงาน เป็นนักแสดงกับเป็นนางแบบ อันไหนกดดันกว่ากัน ขอตอบตรงๆ เลยว่าหนังกดดันกว่า เพราะว่าเป็นเรื่องแรกของออกแบบด้วย แล้วความกดดันของเราคือไม่ใช่แค่ว่าเราเป็นตัวนำของเรื่องทั้งหมด แต่ด้วยความที่ว่า เราเป็นคนที่ใหม่ที่สุดของกลุ่ม 4 คน ซึ่งเราเกรงว่าจะเป็นตัวถ่วงเพื่อนๆ ตอนเวิร์กช็อปก่อนเข้าซีน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่รู้สึกว่าวันนั้นทำได้ไม่ดีเลย เป็น ‘Bad day’ ทำยังไงก็ไม่ดี จนครูที่สอนแอ็คติ้งบอกว่า

วันนี้พอแล้ว หมดเวลา ถามว่าวันนี้ออกแบบเป็นอะไร เราบอกกลัวว่าตัวเองจะเป็นตัวถ่วงเพื่อน ถ้าวันจริงต้องเล่นซีนนี้ต้องออกมาไม่ดีแน่ แล้ววันนั้นร้องไห้หนักมากจนเพื่อนบอกว่า ยูจะคิดอย่างนี้ไม่ได้ คือทุกคนมีวันแบดเดย์ นักแสดงทุกคนมีวันแบดเดย์ ไม่ใช่ว่าเก่งแค่ไหนแล้วจะไม่มี แต่คือคุณต้องมูฟออน อย่ามาคิดแต่ตรงนี้ ถ้าคิดแต่ตรงนี้ยูก็จะติดในใจติดตลอดว่าเล่นไม่ได้ๆ มันก็จะเล่นไม่ได้ เพื่อนๆ ก็จะปลอบหรือมีคำพูดที่ทำให้เราคิดอีกมุมหนึ่ง แล้วก็ทำให้เราก้าวต่อไปได้พร้อมๆ กัน

การร่วมงานกับผู้กำกับ นัฐวุฒิ พูนพิริยะ เป็นอย่างไรบ้าง พี่บาสเป็นคนที่ค่อนข้างดึงศักยภาพของนักแสดงออกมาได้ดี เขาจะมีคำพูดว่า ผมได้สิ่งที่ผมต้องการแล้ว คุณอยากเล่นอะไรเล่น คือเขาอยากได้ ‘Magic’ ของนักแสดง ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก อย่างในทีเซอร์ จะเห็นว่ามีคำพูดหนึ่งที่เจมส์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) พูดว่า ‘เราต้องเป็นคนเลือกมหา’ลัย ไม่ใช่มหา’ลัยเลือกเรา’ อันนั้นน่ะไม่มีอยู่ในบทเลย เจมส์เป็นคนอิมโพรไวซ์เองทั้งหมดในซีนั้น ซึ่งเป็นอะไรที่เมจิกมาก แล้วก็ไม่ใช่แค่เจมส์ที่ทำได้ คือทุกคนก็จะมีมุมของตัวเองที่ทำได้

โดยภาพรวมแล้วคุณได้อะไรการเล่นหนังเรื่องนี้บ้าง ได้เยอะมากจากประสบการณ์ในการเล่นหนังเรื่องแรก โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว เพราะว่าเมื่อก่อนที่บ้าน ออกแบบเป็นลูกคนเล็กสุด แล้วเป็นผู้หญิง ก็จะสนิทกับคุณแม่มาก ไปไหนก็ไปกับคุณแม่ตลอด ซึ่งคุณพ่อจะสนิทกับพี่สาวคนโตกับพี่คนกลาง เพราะว่าเขาทำงานวิศวะ สถาปัตย์ อยู่ในกรุ๊ปเดียวกัน ก็จะคุยกันได้ แต่เราไม่ใช่ เราเป็นสายครีเอทีฟสายอาร์ต

ซึ่งตัวละครลินต้องสนิทกับพ่อ แล้วถ้าออกแบบไม่สนิทกับพ่อจริงๆ เล่นแล้วมันก็จะมีความเคว้งข้างใน เลยทำให้เราพยายามที่จะเข้าไปคุยกับคุณพ่อมากขึ้น เข้าไปกอด เข้าไปหอมแก้มมากขึ้น จนตอนนี้สนิทเหมือนคุณแม่เลย ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ภูมิใจมากที่ได้รับมาจากหนังเรื่องนี้ แล้วก็อีกหลายๆ อย่าง เช่น ความคิดความอ่านของตัวละครแต่ละตัว ที่สอนเราให้เราโตขึ้น

ในอนาคตมองสองอาชีพนี้ไว้ยังไง ตอนนี้ที่วางไว้คือ ถ้าภาพของหนังออกไปแล้วผลตอนรับดี ภาพลักษณ์ของเราเองก็จะเปลี่ยนไปในมุมมองของคนอื่นด้วย คือมองว่าเราก้าวออกมาอีกขึ้นหนึ่งมากกว่าการเป็นนางแบบ คือเป็นนักแสดงแบบเต็มตัว ที่มีผลงานภาพยนตร์หนึ่งเรื่องเต็มๆ คิดว่าจะให้น้ำหนักกับอาชีพไหนมากกว่ากัน คิดว่าจะให้น้ำหนักกับอาชีพนักแสดงมากกว่าค่ะ เพราะว่าท้าทายการใช้ชีวิตและการดำเนินชีวิตมากกว่า นักแสดงคือเราต้องทำทุกอย่างให้เต็มที่และเตรียมพร้อม มันกลับมาแก้ไม่ได้

อย่างการถ่ายทำที่ออสเตรเลยที่ออกแบบไป เราก็ไม่สามารถบินกลับไปได้ เพราะว่าด้วยค่าใช้จ่ายหรือว่าสถานที่ไม่ได้ขอกันได้ง่ายๆ ดังนั้นคือทุกวินาทีคุณต้องเต็มที่และคุณต้องทำมันให้ได้จริงๆ เรื่องการเรียนตอนนี้วางแผนว่ายังไง ตอนนี้อยู่ปี 3 เทอมสอง ออกแบบเรียนเอ็กซิบิชั่นดีไซน์ (คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกนิทรรศการศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ซึ่งอยู่อันเดอร์มาเก็ตติ้ง เลยคิดว่าถ้าจบปี 4 สักระยะหนึ่ง ถ้ารู้ระบบของมาร์เก็ตติ้งแล้วมีพอร์ตไปส่งได้ อาจจะเขยิบไปเรียนปริญญาโทด้านมาร์เก็ตติ้งเพิ่ม

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here