ในสายตาสื่อนอกจับภาพใครมากที่สุด! คลิปเต็มจากสื่อเมืองคานส์ เมื่อดาราไทยร่วมเดินพรมแดงในวันเดียวกัน (ชมคลิป)

0
418

ในสายตาสื่อนอกจับภาพใครมากที่สุด! คลิปเต็มจากสื่อเมืองคานส์ เมื่อดารา 5 ไทยร่วมเดินพรมแดงในวันเดียวกัน (ชมคลิป)

คลิปจากสื่อเมืองคานส์ ของ “ปู ไปรยา” นาทีที่ 30.34 (ชมคลิป)

คลิปจากสื่อเมืองคานส์ ของ “ชมพู่ อารยา” นาทีที่ 33.40 (ชมคลิป)

คลิปจากสื่อเมืองคานส์ ของ “เจนี เทียนโพธิ์สุวรรณ, วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และ โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ บุญประชุม” นาทีที่ 48.45 (ชมคลิป)

ต้องถือว่า พรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ 71 เป็นปีที่มีคนดังไทยไปร่วมงานมากที่สุดเลยทีเดียว โดยมีทั้งสิ้น 5 สาวด้วยกันคือ “ชมพู่ อารยา เอ.ฮาร์เก็ต” ขาประจำพรมแดงเมืองคานส์ ,”ปู ไปรยา สวนดอกไม้” และอีก 3 สาวไทย “เจนี เทียนโพธิ์สุวรรณ, วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และ โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ บุญประชุม”

โดยล่าสุดโลกออนไลน์มีการเปิดเผยคลิปเต็มๆจากเว็บไซต์ festival-cannes.com ซึ่งมีการจับภาพของ เหล่าสาวๆคนดังชาวไทย ทั้ง 5 คน ที่มาร่วมเดินในวันนี้พร้อมหน้า-พร้อมตา เริ่มตั้งแต่ปู ไปรยา ,ชมพู่ อารยา จากนั้นจึงตามมาด้วย 3 สาว เจนี, วุ้นเส้น และ โยเกิร์ต พร้อมวิจารณ์กันอย่างออกรสว่า ใครที่ได้แอร์ไทม์จากการถ่ายทอดสดครั้งนี้มากกว่ากัน รวมไปถึง สาวคนไหน ที่ถูกช่างภาพรัวชัตเตอร์เข้าใส่มากที่สุด …

เทศกาลภาพยนตร์เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก คานส์ อินเตอร์เนชันแนล ฟิล์ม เฟสติวัล จากการเป็นเทศกาลที่ดึงเอาผลงานเน้นตัวตนและการสร้างสรรค์ของผู้กำกับ และการยอมรับว่าเป็นแหล่งชุมนุมปรมาจารย์คนทำหนัง บวกกับความคับคั่งของบรรดา “คนดัง” ทั้งดาราหน้ากล้อง และหลังกล้องที่อยากมาเดินทอดน่องริมหาดริเวียร่า กระทบไหล่ คุยธุรกิจต่อยอดหนัง

แต่ภาพการเดินพรมแดงที่เทศกาลหนังเมืองคานส์กลายเป็นประเด็นในหน้าสื่อบันเทิงทั่วโลก เมื่อบรรดาดาราชื่อดังพาเหรดกันมาในชุดอลังการ แถมยังมีแคมเปญจากสินค้าที่อาศัยอีเวนต์นี้ มาเป็นจุดสร้างชื่อ และสามารถเรียกความสนใจจากมวลชนวงกว้างที่ไม่สนใจภาพยนตร์ได้อีก ข่าวการได้ไปเดินพรมแดงที่เมืองคานส์ของนางเอกสาว ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต แทบจะยึดครองหน้าสื่อบันเทิง และทำให้ “คานส์” เป็นที่พูดถึงยิ่งกว่า การคว้ารางวัลปาล์มทองคำ

ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์แห่งนี้ เมื่อปี 2010 ของภาพยนตร์ไทย ลุงบุญมีระลึกชาติ เสียอีก และล่าสุดในปีที่ไม่มีภาพยนตร์ไทย ได้รับเลือกเข้าร่วมในสายประกวด มีเพียง “สันติ-วีณา” ภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการบูรณะฟิล์มภาพยนตร์หลังจากสูญหายมากว่า 60 ปี และจะได้รับการฉายโชว์ในสายภาพยนตร์คลาสสิก Cannes Classic เท่านั้น

ข่าวของชมพู่ อารยา ที่เตรียมตัวไปเดินพรมแดงในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเครื่องสำอางฝรั่งเศสในไทย กับการที่ดารารุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ก็จะไปร่วมงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์สินค้าอีกยี่ห้อหนึ่ง จึงกลายเป็น เรื่องเกี่ยวกับ “คานส์” ที่อยู่ในสื่อบันเทิงของไทย ในมุมมองของการตลาด การใช้อีเวนต์ระดับโลกดันแบรนด์สินค้าเป็นทิศทางการตลาดที่ไม่ใหม่ แต่ยังใช้ได้ผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นระดับโลกของแบรนด์ และสัมผัสได้

ผศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร หัวหน้าภาควิชาและการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้ให้ความเห็นต่อ กรณีนี้ว่า “อันนี้เป็นทิศทางการตลาดแบบหนึ่ง ที่ทำกันมานานมากพอสมควรแล้ว และมองใน 2 ประเด็น ข้อแรก คือ การใช้เซเลบท้องถิ่นไปงานอีเวนต์ระดับโลก เพื่อเป็นการสื่อสารว่า แบรนด์ของเขาเป็นแบรนด์ระดับโกลบัลที่มาถึงโลคัลได้

และอยากให้คนท้องถิ่นคนไทยซื้อ การสื่อสารกับชาวบ้านว่า ฉันเป็นระดับโลก การส่ง ชมพู่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ไปอีเวนต์ระดับโลกเมืองคานส์ก็เพื่อสื่อสารให้ชาวบ้านรู้ว่า แบรนด์ของเขาไม่ธรรมดาเป็นระดับโลก เป็น world class quality ที่คนไทยสามารถสัมผัสได้ เป็นการยกระดับให้เกิดการรับรู้ ประเด็นที่ 2 คือ ทุกครั้งที่ใช้วิธีการแบบนี้มักได้รับความสนใจจากสื่อ

การพาชมพู่ไปเดินพรมแดง ไม่ได้เป็นการแค่พูดว่า ได้ไปเดินพรมแดง แต่มันทำให้แบรนด์ของเขาปรากฏตามสื่อต่างๆ ด้วย พูดภาษาชาวบ้านคือ เป็นการพีอาร์ฟรีๆ ไม่ต้องซื้อพื้นที่สื่อให้เสียหลายตังค์ และเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง เพราะคนจะสนใจ ว่า มีดาราไทยไปเดินพรมแดงกับดารานานาชาติระดับโลก ก็มองถึงเรื่องชุดแต่งกาย เข้ามาเดินบนพรมแดง พอยต์ที่คนดูไม่สังเกตหรือไม่สนใจก็คือ

เข้ามาเดินตอนไหน และเข้าไปทำอะไรนั่งตรงไหน แค่การได้รับรู้ว่าได้ยืนอยู่บนพรมแดง นักข่าวก็กระพือข่าว ประชาชนก็สนใจ เป็นรูปแบบการประชาสัมพันธ์แบบหนึ่งที่ไม่ได้เสียเงินมากมายแต่ได้รับความสนใจมาก ในแง่การสื่อสารถือว่ามันมีประสิทธิภาพมาก” ชมพู่เดินพรมแดงมาเป็นปีที่สามแล้ว วิธีการนี้ถือว่า ทำซ้ำได้อีก ได้รับความสนใจมากขึ้น?

“ทำซ้ำได้อีก เพราะมันมีการเปรียบเทียบ ปีที่แล้วเขาใส่ชุดอะไร ปีนี้จะใส่ชุดอะไร ทางแบรนด์จะได้พื้นที่จากสื่อมากขึ้น โดยเฉพาะสื่อบันเทิงที่เข้าถึงมวลชน แต่อาจจะมีระยะยืนไปต่ออีกไม่เกิน 5 ปี เพราะการใช้ดาราพรีเซนเตอร์ต้องหาคนที่เป็น top3 จริง และเป็นพรีเซนเตอร์ที่สามารถนำเสนอบุคลิกภาพของแบรนด์ได้จริง ลอรีอัลเป็นแบรนด์ระดับโลกอยู่แล้ว แต่การใช้พรีเซนเตอร์ดาราต่างชาติคนไทยก็ไม่สนใจมาก

เพราะความเข้าใจคือดาราระดับโลกก็ไปเดินงานนี้ได้ไม่ยาก แต่การใช้ชมพู่เป็นดาราไทย จุดสนใจจะมากกว่า” ผศ.ดร.วิเลิศ กล่าว และให้ความเห็น สำหรับการใช้ชมพู่ ของแบรนด์นี้กับแคมเปญพรมแดงเมืองคานส์ซ้ำหลายปี เพราะ การใช้ดาราใหม่ในระดับท็อป 3 ของเมืองไทยก็หาไม่ง่าย การได้พื้นที่ออกสื่อก็ยากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้ดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ก็มีอายุขัย

ถ้าชมพู่ไม่มีละครหรือกระแสก็อาจจะต้องเปลี่ยน เพราะการตลาดแบบนี้มันจำเป็นต้องใช้ดารามีชื่อเสียงหรือคนที่เป็น influencer ต่อมวลชนจึงจะมีผลต่อการได้รับความสนใจและได้พื้นที่สื่อมาก ความเป็นระดับโลกที่สัมผัสได้? ขณะที่ แบรนด์ที่ชมพู่เป็นแบรนด์ความงามและสปอนเซอร์หลักของเทศกาลฯ การใช้การตลาดพาเซเลบไปเดินพรมแดงพร้อมปล่อยสินค้าที่อิงกับอีเวนต์นี้ได้

แต่ในกรณีของ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ร์ ที่ถูกสื่อบันเทิงจับคู่ประชันความแรง เมื่อดาวิกาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสินค้าไอศครีม แม็กนัม ที่จะจัดอีเวนต์ทางการตลาดที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์นี้ด้วย ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า สินค้าต้องเกี่ยวกับความงาม จึงจะไป(ทำการตลาด)เดินพรมแดงได้ เพราะการไปพรมแดงที่คานส์ไม่ได้ไปประกวดแฟชั่นหรือความงาม

แต่การไปถึงคานส์ได้แปลว่า คุณเป็นแบรนด์ระดับโลก เพราะฉะนั้นมันคือการสื่อสารเพื่อสร้าง perceptionให้คนเข้าใจ และรับรู้ว่าฉันคือแบรนด์ระดับโลก จะเป็นสินค้าอะไรก็ตาม ก็ไปได้ ความหมายสำคัญคือจะบอกว่า ฉันเป็นเวิลด์คลาสแบรนด์ เป็นโกลบัลแบรนด์ ที่มาถึงประเทศไทย การพาดาราไทยไป ข่าวมาออกเมืองไทย คนไทยก็สนใจ และเวลาที่คนไทยได้สัมผัสสินค้าเหล่านั้น ความรู้สึกก็เสมือนหนึ่งได้สัมผัสเวิลด์คลาสแบรนด์ที่อยู่ใกล้มือคุณ

“แต่นอกจากการสื่อสารด้วยข่าวดาราไทยไปเดินพรมแดง ไม่พอ ต้องมีการสื่อสารช่องทางอื่น รวมถึงการปล่อยหนังโฆษณาทีวี ตามมาทันที ต้องมีประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องของสินค้าที่คอนเทนท์ใกล้เคียงกันไปในทิศทางเดียวกันหลายช่องทางในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน” ผศ.ดร.วิเลิศ เสริม คานส์ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกกับสถิตินักข่าวลงทะเบียนร่วมงานเกือบห้าพันคน

และการเป็นแหล่งชุมนุมของบุคคลในธุรกิจภาพยนตร์และบันเทิงเกี่ยวเนื่อง งานพรมแดงที่มีกองทัพช่างภาพเดินทางมาดักจับภาพ ซูเปอร์สตาร์ ระดับโลกมาทุกยุคทุกสมัย และยิ่งเพิ่มความสนใจมากขึ้นในยุคที่ช่องทางกระจายข่าวรวดเร็ว เกรียงศักดิ์ ศิลากอง หรือ วิคเตอร์ ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ

หรือ เวิลด์ฟิล์ม ที่ได้ไปร่วมงานเทศกาลสม่ำเสมอในฐานะบุคลากรในวงการภาพยนตร์และได้รับเหรียญเกียรติยศอัศวินด้านศิลปะจากกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศสมาแล้ว ได้ให้ความเห็นต่อ ความเฟื่องฟุ้งของงานพรมแดงเมืองคานส์ ที่เอื้อต่อการหยิบยกมาเป็นอีเวนต์ส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์หรือกระทั่ง “เซเลบ” ที่ไปเดินพรมแดงได้ว่า มีปัจจัยหลักๆ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ของเทศกาล

ที่เป็นแหล่งรวมซูเปอร์สตาร์ตั้งแต่ยุคทอง ของ “ดารา”ระดับโลก จนถึง ยุคโซเชียลมีเดียกระพือข่าว “คานส์เป็นเทศกาลที่จัดงานมีจุดประสงค์เชื่อมต่อหนังในยุโรปและหนังจากทั่วโลก แต่พอยุคใหม่มันต้องการความคึกคัก ยกตัวอย่าง ปี 1990 คานส์เลือกเอาหนังสารคดี In Bed With Madonna ของ มาดอนน่า มาฉาย เพราะเขาอยากให้ มาดอนน่า มาเดินพรมแดง เพราะยุคนั้นไม่มีใครใหญ่กว่ามาดอนน่าแล้ว”

“ทางเทศกาลเองเขาต้องการพาวเวอร์ของดารามาช่วยดึงความสนใจ และการใช้พาวเวอร์ของดารามันก็ไม่ผิด เพราะในยุคก่อนๆ เราก็มี ดาราอย่าง อินกริด เบิร์กแมน โซฟี ลอเรน แต่ในช่วงสิบปีให้หลังผมรู้สึกว่าคานส์เองต้องการดารามากขึ้น เพราะว่า ต้องการดึงคน ซึ่งต้องใช้ดารา มันอาจจะเป็นความฉาบฉวย แต่มันนำมาซึ่งความดัง ถ้าเลดี้กาก้ามาเดิน คานส์ยินดีแน่นอน ทุกเทศกาลในโลกล้วนต้องการสิ่งนี้ ต่อให้เธอไม่ได้เล่นไม่มีหนังฉายในคานส์เลยก็ตาม”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 2

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 50.000000%

Downvotes: 1

Downvotes percentage: 50.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here