สวยได้แม่เต็มๆ!! 20 รูปสุดน่ารัก ของ ‘น้องลียา’ ลูกสาว ‘ธัญญ่า’ ฉายแววนางเอกแต่เด็ก (ชมภาพ)

0
126

สวยได้แม่เต็มๆ!! 20 รูปสุดน่ารัก ของ ‘น้องลียา’ ลูกสาว ‘ธัญญ่า’ ฉายแววนางเอกแต่เด็ก (ชมภาพ)

นับเป็นข่าวบันเทิงที่ฟังแล้วดีต่อใจสุดๆ แห่งปีเลยทีเดียว สำหรับการกลับมาคืนดีร่วมงานกันของ “ธัญญ่า” และ “พิ้งค์กี้” ในงานแถลงข่าวโครงการ “เที่ยวให้สุด ปักหมุด สุดแดนใต้” เห็นภาพทั้งคู่กอดกันเกลียว ให้อภัยกัน truststoreonline ก็ขอร่วมยินดีกับมิตรภาพดีๆ ของทั้งคู่ด้วยนะคะ “น้องลียา” ลูกสาวคนสวย “แม่ธัญญ่า” ที่เผลอแป๊บๆ อายุได้เกือบ 9 ขวบแล้ว

แต่ดีกรีความสวยน่ารักของ “น้องลียา” เรียกว่าได้จากคุณแม่ธัญญ่ามาเต็มๆ ทั้งความหน้าเป๊ะ ตาคมโตสไตล์สาวลูกครึ่ง พูดได้เต็มปากเลยว่า ฉายแววนางเอกแต่เด็กเลยค่า อีกทั้งน้องยังชอบออกกำลังกายปีนผ้าเหมือนกับคุณแม่ธัญญ่าอีกด้วย 20 รูปของน้องลียามายืนยันว่าน้องเติบโตสวยขึ้นมากแค่ไหน ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ สำหรับแม่ลูกคู่นี้

- Advertisement -

เคยเป็นคู่ขัดแย้ง ชนิดที่พอเอ่ยชื่อธัญญ่า ธัญญเรศ รามณรงค์ กับพิงกี้ สาวิกา ไชยเดช ใครๆก็ร้อง “อ๋อ” แล้วพาลนึกไปถึงสมญา เมียหลวงลวงสังหาร แต่ในวันนี้ ( 16 พฤษภาคม) ทั้งคู่กลับควงกันไปแถลงข่าวถึงการจับมือกันแสดงละคร ในงาน “เที่ยวให้สุด ปักหมุดสุดแดนใต้” โดยมี เป็ก สัณณ์ชัย เองตระกูล เป็นผู้จัด ที่ศูนย์การค้า โชว์ดีซี พระราม9 ซึ่งก็ได้เผยความรู้สึกกับสื่อมวลชนมาว่า

ธัญญ่า “พี่เป็กได้มาร่วมงานกับทาง ททท. มีโครงการเที่ยวให้สุด ปักหมุดสุดแดนใต้ พี่เป็กก็มาถามธัญญ่าว่า สามารถร่วมงานกับพิ้งกี้ได้มั้ย ญ่าก็บอกว่าได้นะ คิดอยู่แป๊ปนึงก็แบบมันไม่มีอะไรแล้ว เขาก็เลยบอกว่าเขามีโครงการนี้ที่อยากจะทำ จุดแรกเลยของพี่เป๊กเขารับราชการอยู่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาได้ไปทำงานที่สามจังหวัดนี้ได้เห็นความเป็นอยู่ของประชาชน แล้วเห็นความสวยงามทั้งหลาย

และเชื่อว่าวัยรุ่นหรือเด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่เคยเห็น ไม่เคยรับรู้ว่าสามจังหวัดนี้มีสิ่งที่สวยงาม พี่เป็กเคยพาไปที่โรงเรียนครั้งหนึ่ง เขาดีใจมากนะเวลาเราไปให้การตลอดรับเหมือนเราดังมาก(หัวเราะ) เราอาจจะไม่ได้เป็นการเชิญชวนว่าต้องไปนะ แต่แค่ให้รู้ว่าประเทศไทยเรามีสามจังหวัดนี้ที่ยังมีอยู่ในประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่สวยงาม มีของกินที่อร่อย มีประชาชนที่น่ารักอยู่ที่นั่น”

ด้าน พิ้งกี้ กล่าวเสริมว่า “ตอนแรกไม่เข้าใจจุดประสงค์การที่เราสองคนมามันเกี่ยวอะไรกับการท่องเที่ยว แต่พอเราเข้าใจแกนหลักของโปรเจ็กต์นี้ อ๋อ มันเกี่ยวกับว่ากี้กับพี่ญ่าเราจะเกิดอะไรขึ้นในอดีตไม่รู้ แต่วันนี้เราจับมือด้วยกันแล้วเราเดินไปข้างหน้า สำหรับโปรเจ็กต์นี้ถามว่ากี้เลือกนานมั้ยกว่าจะรับ ก็พูดเหมือนพี่ญ่าเมื่อกี๊ว่ามันทำเพื่อประเทศ อีกอย่างอยากมาทำงานกับพี่ญ่าด้วยจริงๆ

เพราะรู้สึกว่า ครั้งหนึ่งเราเคยไม่ไอ้นี่ต่อกัน แล้ววันนี้ได้มากี้ก็รู้สึกดีใจกลายเป็นคนที่กี้รักมาก ตอนถ่ายแบบด้วยกันทำไมผู้หญิงคนนี้ตัวหอมมาก โอ้ย เขินค่ะ โปรเจ็กต์นี้เป็นทีมงานติดต่อมา ถ้าเป็นพี่เป็กติดต่อมาก็คงไม่ทำ(หัวเราะ) อันนี้ทีมงานติดต่อมาเราก็เลยรู้สึกว่า โอเค เราเข้าใจว่าสองคนนี้จะเป็นตัวแทนลงไปในภาคใต้สามจังหวัดชายแดน ไปถ่ายในสถานที่จริงที่มีความสวยงามมากมาย ที่เราไม่เคยได้ไปสัมผัส ก็อยากให้ทุกคนได้รับรู้และเห็นผ่านเรื่องของเราด้วย”

ธัญญ่าได้ถามเป็กไหม ทำไมถึงเลือกพิ้งกี้ ธัญญ่า เล่าว่า “คือจริงๆ เราก็รู้อยู่แล้วที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มันคือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาเป็น 10 ปี แต่ทุกวันนี้มันก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น อาจจะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาก็อยากให้เราสองคนเป็นเหมือนจุดเริ่มต้น ที่จะให้เห็นว่าความจัดแย้งที่มันเกิดขึ้นสุดท้ายแล้วมันก็คลี่คลายไปในทางที่ดีได้ ถามว่าตกใจมั้ยต้องมาร่วมงานกับพิ้งกี้ ก็ไม่ได้ตกใจนะ

เพราะเรื่องราวมันผ่านมานานแล้ว เราก็ไม่ได้ติดใจอะไร มันเป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านมาแล้วต่างคนก็ต่างดำเนินชีวิตของตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้” 6 ปีที่ผ่านมามันสนิทใจเหมือนเดิมไหม ธัญญ่า “ก็ไม่มีอะไรเลยจริงๆ นะ ไม่รู้สึกอะไรเลย ตอนไปฟิตติ้งเราก็แอบแบบ เอ๊ะ พอเจอเราจะทำหน้ายังไงดี ก็ทักทายกันหรือยังไง มันวางแผนอะไรไม่ได้

เพราะถึงเวลาก็ตื่นเต้น พอเจอกันก็ทำงานเลย อาจจะไม่ได้สนิทใจร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจะยังไงดี แต่พอทำงานไปสักสองสามนาทีก็จูนกันได้เลย ส่วนถ้ามีดราม่าอะไรอีกสำหรับตัวธัญญ่า ก็จะไม่ทำ ชัดเจนเลยว่าถ้าเรายังไม่โอเคก็ไม่ทำ แต่เราโอเคจริงๆ ถึงยอมมาทำงานนี้” ตอนที่เจอใครทักใครก่อน พิ้งกี้ เสริมว่า “ก็เข้าไปกอดกันเลยค่ะ ในฉากมันต้องกอดกัน ต้องรักกันต้องกอดกันจริงๆ

แล้วเราก็มีความรู้สึกแบบ มันมีพลังงานที่เรารู้สึกว่าเรากอดเขาแล้วเราอบอุ่น เรามีความสุข พอภาพออกมามันน่ารักจริงๆ ในเรื่องมันจะมีความขัดแย้งบางอย่างเกี่ยวกับสถานที่ เราก็จะเอาชนะกันในเล่ห์เหลี่ยมของแต่ละคน แต่จริงๆ แล้วเราเป็นเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องที่รักกัน” “ตอนนี้รู้สึกว่าเรามีพี่สาวที่พูดด้วยความบริสุทธิ์ใจนะ มีพี่สาวอีกคนที่เราคุยแล้วรู้สึกสบายใจ

ขอบคุณมิตรภาพที่พี่ธัญญ่าให้ด้วย มันเป็นความรู้สึกดีจริงๆ กี้ไม่ได้เสียงสั่นนะเป็นคนเสียงแบบนี้อยู่แล้ว (หัวเราะ) ถามว่าได้คุยกับพี่เป็กบ้างหรือเปล่า คุยกันก็คุยตอนที่รับโปรเจ็กต์นี้ เรามีต้องไปประชุมด้วยกันทั้งหมดที่บ้านพี่ธัญญ่า ต้องคุยกันเพื่อจะให้โปรเจ็กต์นี้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน เราบริสุทธิ์ใจอันนี้เป็นชิ้นงานที่จะดำเนินไปในอนาคต และมีอีกหลายงานที่เราต้องทำกัน”

คนมองว่าโปรเจ็กต์นี้ดูสร้างภาพสร้างกระแสเรารู้สึกอย่างไรบ้าง ธัญญ่า เผยว่า “เราไปกำหนดความคิดของคนอื่นไม่ได้ ก็ต้องมีคนคิดในแง่ลบอยู่แล้ว เราเชื่อว่าคนที่คิดในแง่บวกต้องมีมากกว่าอยู่แล้วล่ะ เพราะว่าคนทะเลาะกัน วันนึงกับมาดีกันมันก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ฉะนั้นใครจะคิดในแง่ร้ายไม่เป็นไรก็ขอให้ดู ได้รู้จักโครงการนี้ได้รู้จักสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีสิ่งที่สวยงาม แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ”

ถ้าไม่มีโปรเจ็กต์จะมีโอกาสที่ทั้งสามคนจะได้กลับมาคุยกันไหม ธัญญ่า “จริงๆ ยังไม่มีใครติดต่อให้ทำงานด้วยกัน พอดีมีพี่เป็กที่กล้า ค่าตัวก็น้อยเชียว(หัวเราะ) ต้องไปไถจากพี่เป็กเอง ถ้าได้เงินก็จะดีนะคะ เราเคยผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาด้วยกันมีความขัดแย้ง พอวันนึงที่เรามาเจอมาคุย มันก็ทำให้จูนได้ ถ้าเมื่อก่อนเรามาเจอกันอาจจะเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องในวงการ

แต่นี่เหมือนเราผ่านอะไรมาด้วยกัน ซึ่งค่อนข้างจะโชกโชนนะ ณ วันนี้เราได้มาคุยกันมันทำให้ลึกขึ้นความเป็นพี่เป็นน้องมันสนิทใจ” พิ้งกี้ “ต่อให้มีเท่าไหร่ถ้าเกิดเราไม่เล่นก็คือไม่เล่น เรามองว่าถ้าเราสองคนเป็นจุดเล็กๆ ที่จะส่งต่อไปได้ก็คุ้มค่ากับการที่เราจะส่งต่อไป ให้คนทั่วประเทศได้เห็นว่าเราสองคนยังก้าวข้ามผ่านแล้วเดินไปในโปรเจ็กต์นี้ได้ เรื่องเงินมันก็ไม่ได้สำคัญ”

นอกจากเรื่องงานมีคุยกันเรื่องอื่นไหม พิ้งกี้ “ไม่คุยค่ะ คุยกันแค่ในไลน์พี่ญ่าส่งมาบอกว่า ชุดวันนี้จะยังไง ประมาณนั้นค่ะ ส่วนคุณแม่ก็ซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ จริงๆ เราโตที่จะคิดอะไรมากกว่า อะไรที่เราทำได้คุณแม่ก็ให้เราตัดสินใจค่ะ” มีกระแสข่าวอักษรย่อนางร้ายหอบลูกหนีผัวที่ไม่ยอมเลิกเจ้าชู้เสียที มีคนเดากันว่าเป็นคู่ของ ‘ธัญญ่า-ธัญญาเรศ’ กับสามี ‘เป๊ก-สัณชัย เองตระกูล’

ซึ่งสาวธัญญ่า ได้จัดงาน ดิสคัฟเวอร์ เดอะ นิว ยู บีบีคลินิก ที่ หมู่บ้านมาสเตอร์พีช เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เลยสอบถามเจ้าตัวถึงเรื่องดังกล่าว ธัญญ่า กล่าวว่า “อุ้มหนีมานานมาก (ลากเสียงยาว) แล้วค่ะ (หัวเราะ) สมัยนี้ไม่ต้องอุ้มแล้วนะคะ ลูกโตแล้ว” ชินกับข่าวพวกนี้แล้วเพราะเจอบ่อย “ใช่ค่ะ ถ้าเจอเรื่องราวแบบที่เคยผ่านมาก็ไม่หนีแล้วค่ะ

เพราะสตรองมาก มาเลย(หัวเราะ)” ตอนนี้ยังแยกบ้านกันอยู่มั้ย “ก็อยู่ด้วยกัน เราก็จะมีออฟฟิศของเรา เวลาพี่เป๊กไม่อยู่ไปต่างจังหวัด เราก็ไปนอนบ้านนั้น เวลาเขามาอยู่กรุงเทพฯก็พาลูกมาอยู่ที่บ้านกับเขาด้วยกัน ตอนนี้ก็ประจำอยู่ที่บ้านพี่เป๊ก” กลัวคนตีความว่าเป็นคู่เราแล้วทะเลาะมีเรื่องกันอีกแล้วเหรอ “ทะเลาะกันตลอดเวลาค่ะ (หัวเราะ) แต่ไม่ได้ทะเลาะกันแบบรุนแรงเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ

ส่วนเรื่องที่เราเคยทะเลาะกันรุนแรงมาเมื่อก่อนมันก็เหมือนเป็นอดีต เวลาผ่านไปมันก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เวลามาเจอเรื่องอะไรแบบนี้มันก็ไม่กระทบอะไรเรามากแล้ว” เรื่องที่ผ่านมาถือว่าที่สุดแล้ว “มันอาจจะที่สุดเพราะมันเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเราก็ยังไม่มีภูมิต้านทาน” สามีเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง “พี่เป๊กดูแลครอบครัวดีมากค่ะ ดูแลเราดูแลลูกรวมไปถึงครอบครัวเราด้วยเป็นคนที่ดูแลทุกคนดี”

เขาเพลาๆความเจ้าชู้บ้างมั้ย “เราไม่ค่อยได้เช็คอะไรมากกว่า ผู้ชายเขาก็เจ้าชู้ของเขาปกตินั่นแหละ พอเราไม่เช็คเราก็สบายใจขึ้น มันก็มีบ้างถ้าเราไปเจอไปอะไร แต่กลายเป็นว่าเราไม่ได้มองเป็นเรื่องรุนแรงไปแล้ว เราเลือกที่จะปล่อยผ่าน” มีคนส่งข่าวความเจ้าชู้ “ไม่ต้องกระซิบ รู้เอง ก็มีนะแต่เราเฉยๆ ก็รู้นะแต่ก็ไม่ได้อะไร ไม่รุนแรงเหมือนสมัยก่อน สมัยก่อนนี่ยอมไม่ได้เลย เราก็ปลงขึ้น

เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจคนที่เขามีครอบครัวแล้วต้องมาอยู่กับผู้ชายเจ้าชู้เขาอยู่ได้ยังไง แต่พอ ณ วันนึงเรามีลูกด้วย ก็เลยกลายเป็นว่าเฉยๆ ลูกด้วยแหละเลยทำให้เราอยู่ได้มาจนถึงวันนี้ รวมถึงความดีของพี่เป๊กด้วย ถึงเขาจะเจ้าชู้ นอกลู่นอกทางบ้างแต่เขาไม่เคยละเลยในการที่จะดูแลเราและลูก” ใช้เวลานานมั้ยกว่าจะลงตัวกลับมาอยู่ด้วยกัน “หลายปีเลย ก็มีตบตีกันอย่างที่เห็น(หัวเราะ)”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here