ความรู้สึกหลังใส่ชุด? ‘มิ้นต์ ชาลิดา’ มีเรื่องฝากถึง ‘แอน ทองประสม’ (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
190

ความรู้สึกหลังใส่ชุด? ‘มิ้นต์ ชาลิดา’ มีเรื่องฝากถึง ‘แอน ทองประสม’ (ชมภาพ-รายละเอียด)

มาดูความเฟิร์มของ นางเอกสาวมากความสามารถอย่าง “มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง” กันค่ะ ที่ล่าสุด สาวมิ้นต์ได้โพสต์ภาพพร้อมกับแท็กนักแสดงรุ่นพี่อย่าง “แอน ทองประสม” หรือพี่สาวคนสวยที่ออกแบบชุดออกกำลังกายที่นางใส่อยู่ งานนี้เผยว่า “คิดว่าใส่ชุดพี่แอนแล้วจะตัวอ่อนได้เท่าพี่เเอน แฮะ เลยเอาท่าเบาๆไปก่อนนะฮ่ะ แต่ผ้าใส่สบายมากจริงๆ “

แสบ เอ้ย แซ่บ!ขึ้นทุกวันจริงๆสำหรับ มิ้นต์ ชาลิดา วันก่อนก็เพิ่งทำทะเลเดือดด้วยเซ็ตภาพชุดว่ายน้ำทีเด็ดไปหมาดๆมาวันนี้ ชาลิดา ก็ไม่พลาดปั่นความร้อนให้ใจหนุ่มๆเต้นโครมครามอีกระลอก ด้วยการใส่ชุดทูพีซมานอนอ่านข่าวสารบ้านเมืองบนเตียงเล่นๆ งานนี้ทำเอาหนุ่มๆถึงขั้นเพ้อ อิชชี่ผู้ชายชื่อ ภูผา เตชะณรงค์ เหลือเกินนน!!! ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง มีชื่อเล่นว่า มิ้นต์ เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2536 มีบิดาเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน

และมารดาเป็นลูกครึ่งไทย-อินเดีย โดยชาลิดาเป็นบุตรสาวคนโต และมีน้องชายสามคน คือ มอส ม่อน และไมโล ชื่อจริง ชาลิดา แปลว่า หญิงผู้มีเสน่ห์ ชื่อเล่นชื่อ มิ้นต์ เพราะว่าคุณแม่ของชาลิดาชอบกินลูกอมมายด์-มิ้นท์ ชาลิดา ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า Baryear (บาเยียร์) มาจากภาษาอินเดียคุณแม่ของชาลิดาเป็นคนตั้งให้ ชาลิดามักใช้ชื่อนี้สำหรับการติดต่อสื่อสารบนโลกออนไลน์ ชาลิดาจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนแม่พระฟาติมา

มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และกำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ด้านชีวิตส่วนตัว มิ้นต์กำลังคบหาดูใจกับหนุ่ม ภูผา เตชะณรงค์ น้องชายคนเล็กของ ร.ต.ท. สงกรานต์ เตชะณรงค์ ชาลิดายังทำธุรกิจ ไอศกรีม Minito gelato ร่วมหุ้นกับ ภูผา เตชะณรงค์ ชาลิดา เริ่มเข้าวงการด้วยการถ่ายแบบ และถ่ายโฆษณา มาตั้งแต่อายุประมาณ 9 ขวบ โดยมีผลงานพรีเซ็นเตอร์ทั้งในและต่างประเทศ

มิ้นต์เริ่มเข้ามาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 3 โดยเข้ามาเป็นนักแสดง พาวเวอร์ทรี รุ่นที่ 2 ผลงานละครเรื่องแรกที่มีกับทางช่อง 3 คือเรื่อง น่ารัก แต่เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะนักแสดงหญิงหน้าใหม่ ด้วยการรับบทเป็น พจนีย์ รัตนเดชากร ในละครเรื่อง ดงผู้ดี หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2553 ชาลิดาได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มนักแสดงนำ ในซีรีส์ 4 หัวใจแห่งขุนเขา เพื่อฉลอง 40 ปี ช่อง 3 ในบทของ เฌอเอม หรือ ชะเอม นางเอกในละครเรื่อง ปฐพีเล่ห์รัก

ซึ่งเป็นละครลำดับที่ 3 ในซีรีส์ชุดนี้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ชาลิดามีผลงานละคร 2 เรื่อง คือ ตะวันเดือด หนึ่งในละครในโครงการ 4+1 Channel 3’s SuperStar แสดงเป็น พลอยขวัญ และในบทของ ม.ล.พิมพ์นฤมล นวพรรษ ในละครเรื่อง รักปาฏิหาริย์ ในปี พ.ศ. 2555 ชาลิดามีผลงานละคร 1 เรื่อง คือ เหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์ ในบทของ ดร.แพรไพลิน ปี พ.ศ. 2556 ชาลิดามีผลงานละครซึ่งเป็นละครในซีรีส์ชุด สุภาพบุรุษจุฑาเทพ

แสดงเป็น เพียงขวัญ ในละครลำดับที่ 5 ของซีรีส์ชุดนี้ คือ คุณชายรณพีร์ และปี พ.ศ. 2557 ชาลิดามีผลงานละคร 1 เรื่องคือ คิวบิก ในบท ฤทัยนาค ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ชาลิดามีผลงานละคร 2 เรื่องคือ แก้วตาหวานใจ ในบท หวันยิหวา (ไข่หวาน) และ สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ในบท เกวลิน แสดงร่วมกับ มาริโอ้ เมาเร่อ ส่องภาพ มิ้นต์ ชาลิดา อวดหุ่นเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำเที่ยวทะเลเมียร์มากับหวานใจ ภูผา เตชะณรงค์ รักทะเลเวลามีเธอด้วย สวยกว่าจะบรรยายได้

เริ่มต้นปีแบบนี้เหล่าดาราจัดทริปเที่ยวเติมความหวานกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนางเอกสาว มิ้นต์ ชาลิดา ที่ควงหวานใจ ภูผา เตชะณรงค์ และน้องๆ ไปเที่ยวพักผ่อนริมทะเลเกาะนาวโอพีที่เมียนมา งานนี้สาวมิ้นต์ จึงขอโชว์เซ็กซี่แบบมีลิมิต อวดผิวขาวเนียนกับท่าโพสที่สนุกสนานริมชายหาดสีขาว ท้าแสงแดด โดยมีพร็อพสวยๆเป็นเปลือกหอยมาช่วยให้ไม่ดูเกินงาม ทำเอาแฟนคลับที่ติดตามกดไลค์รัวๆ ทั้งรูปเดียวและรูปคู่หวานๆ

“รักทะเล รักภูเขา รักของเรามีจริงไหมน้า” โอ้โห…นี่แค่หวนกลับไปลงสนามขี่ม้าอีกครั้ง ยังต้องมีภาพออกมาแชร์แบบโรแมนติกมากๆ มองผ่านนึกว่าพรีเวดดิ้งประมาณนั้น สำหรับคู่หวาน “มิ้นต์ ชาลิดา” ที่กลับไปขี่ม้ากับคนสนิท “ภูผา เตชะณรงค์” กับบรรยากาศเขาใหญ่อีกครั้ง แสงสีและบรรยากาศช่างลงตัว อินเนอร์นางแบบนายแบบก็ได้ เกือบคิดไปไกลแล้วเชียว ต้องขอบคุณฝีมือการถ่ายภาพมือฉมังของพ่อหนุ่ม “บอมบ์ ธนิน” ที่ถ่ายภาพธรรมดาให้ออกมางดงามจริงๆ

หลายคนอดออกปากชมไม่ได้ว่า…คู่นี้น่ารักมาก ถือเป็นคู่รักอีกคู่ที่มีหลายคนคอยส่งเชียร์อยู่เสมอ และเส้นทางความรักของคู่นี้ก็ราบรื่น น่าอิจฉาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเพิ่งจะหวนคืนแก๊งล่มได้ไม่ทันไร ก็มีประเด็นออกมาให้ต้องเคลียร์อีกแล้ว สำหรับ “มิ้นต์ ชาลิดา” ที่ถูกตั้งข้อสงสัยหลังไปร่วมชมงานเดินแฟชั่นงานเดียวกันกับ “ญาญ่า อุรัสยา” แต่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์คู่ อีกทั้งยังเดินหนีเมื่อสาวญาญ่าเดินมายังบริเวณจุดของสื่อมวลชนอีกด้วย ล่าสุด มิ้นต์ ชาลิดา จึงได้รีบออกมาเคลียร์ถึงประเด็นดังกล่าว

โดยเจ้าตัวได้ชี้แจงให้ฟังว่า ที่เดินหนีตอนนั้นเพราะ “มาร์กี้ ราศรี” โทรมาตามให้ไปดูชุดให้หน่อย อีกอย่างเธอกับญาญ่าดูโชว์คนละชุดจึงทำให้เวลาคลาดเคลื่อนกัน พร้อมยืนยันเธอทั้งคู่ไม่เคยมีปัญหากันแน่นอน วอนอย่าจับโยงเกาเหลาอีกเลย มีคนตั้งข้อสงสัยว่าเรากับ ญาญ่า อุรัสยา เกาเหลากันอีกรอบ หลังจากในงานอีเวนต์งานหนึ่งเราไม่ให้สัมภาษณ์คู่ ? “ใช่ๆ แต่มันเหมือนเป็นการเข้าใจผิดกันนะ

คือญ่าเขาดูโชว์ถัดไป แล้วมิ้นต์ดูโชว์ก่อนหน้านั้น มันคนละเวลาอยู่แล้วค่ะ อีกอย่างเราก็ไม่ได้สร้างเงื่อนไขว่าห้ามสัมภาษณ์คู่ด้วย ปกติถ้าเวลามิ้นต์ไปดูแฟชั่นโชว์ มิ้นต์จะไม่เคยสัมภาษณ์กับสายบันเทิงอยู่แล้ว ดังนั้นมันอาจจะเป็นการเข้าใจผิดระหว่างการสื่อสารระหว่างพีอาร์กับทางแบรนด์มากกว่า” แต่วันนั้นทุกคนเข้าใจผิดเพราะจังหวะที่มิ้นต์กำลังจะให้สัมภาษณ์ ญาญ่าเดินมาพอดี เราก็เดินหนีไปเลย ? “ไม่เกี่ยวๆ มิ้นต์เดินหนีเพราะกี้โทรเรียกพอดี

เพราะเรื่องชุดมีปัญหา มิ้นต์เลยเดินไปข้างๆ ที่เป็นร้านกาแฟใกล้ๆ เฉยๆ ไม่ได้เดินหนีเพราะถ่ายรูปเสร็จแล้วด้วยค่ะ” วันนั้นได้เจอกันไหม ? “ไม่ได้เจอญ่า แต่อยู่กับกี้ค่ะ คือญ่าเขาอยู่ดูโชว์ถัดไป ในขณะที่มิ้นต์กำลังจะเข้าโชว์ก็รู้ว่าเขาแต่งตัวอยู่” งงไหม
เพราะในสตอรี่เราก็ยังมีรูป ญาญ่า เดินแบบอยู่เลย ? “ใช่ ก็งง เพราะจริงๆ มิ้นต์กับญ่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกันอยู่แล้วค่ะ ดังนั้นอย่าจับมาเป็นประเด็นอะไรกันเลย มิ้นต์ไม่ได้นอยด์ที่คนพยายามจับมาโยง

แต่จริงๆ มันไม่มีอะไร ก็คือมันไม่มีอะไรค่ะ ทุกคนอาจจะเข้าใจผิด ตีความไปได้ อันนั้นก็แล้วแต่ แต่อยากให้มาถามเรา 2 คนดีกว่า” หรือคนจะเข้าใจผิดเพราะญาญ่าก็ไม่ได้ ชวนเราไปงานวันเกิดด้วย ? “แล้วแต่ความสะดวกใจของใครหลายคนดีกว่าค่ะ แต่จริงๆ แล้วเรา 2 คนยังทักทาย แฮปปี้เบิร์ดเดย์ เจอกันก็คุยกันได้ปกติ ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลย” พอเจอข่าวแบบนี้ทำให้คนคิดไปว่าตัวเรามีเงื่อนไขเยอะ ? “ไม่เยอะ หนูว่าหนูง่ายมากเลยนะ มาก่อน กลับหลังทุกคนเสมอ ไม่มีทางค่ะ”

กับเรื่องนี้กลัวคนจะเข้าใจผิดเยอะขนาดไหน ? “มิ้นต์ว่าคนที่อยู่รอบๆ ตัวเรา เขาจะเข้าใจ มิ้นต์ไม่ค่อยกลัวเรื่องพวกนี้ เพราะมิ้นต์เป็นคนง่ายๆ สบายๆ อยู่แล้ว” พอคนจับตามองถึงกลุ่มแก๊งล่ม เรามีปรึกษากันบ้างไหม ? “มีคุยๆ กับกี้บ้าง เพราะเรื่องมันไปในทางที่ดีแล้ว แต่กลับมีดราม่าเพิ่มขึ้น เราก็คุยกันขำๆ เพราะจริงๆ ไม่มีอะไรเลย แต่พอทุกคนเห็นว่าเราไม่ได้เจอกัน ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าต่างคนต่างมีงานกันเยอะมาก

เวลาจะรวมกลุ่มกันได้มันก็ยากอยู่แล้ว กับคนอื่นๆ ไม่ค่อยได้คุยหรือเจอกับใครเลย จะเจอส่วนใหญ่กี้ค่ะ เพราะทำงานด้วยกันบ่อย กับญ่าก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยเรื่องนี้เลยค่ะ แต่ไม่มีปัญหา อย่าจับมาเกาเหลาเลยค่ะ เรา 2 คนไม่เคยทะเลาะและมีปัญหากันด้วย” เมื่อวานวันเกิดคุณแม่ บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง ? “ปีนี้จะง่ายๆ เรียบๆ ก็อยู่กับครอบครัวแบบสบายๆ “อยากออกมาแอ๊วผู้ชาย” กลายเป็นวลีฮิตติดปากในพริบตา ทำให้ มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง นางเอกละคร “รักหลงโรง” ทางช่อง 3 ไปไหนมาไหนถูกแซวไม่เลิก

งานนี้แทนที่ สาวมิ้นต์ จะเขินที่ร้องลิเกได้เพี้ยนกลับปลื้มกระแสหนักมาก ยิ่งประกบคู่ ท็อป–จรณ กลายเป็น “พระนางเคมีสาธารณะ” ถูกใจคอละคร ไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่แค่งานรุ่ง ความรักก็ดี๊ดีถึงแม้ไม่ค่อยมีเวลาเจอหนุ่มคนสนิท ภูผา เตชะณรงค์ ทายาทโบนันซ่า เท่าไหร่นักแต่ไม่ใช่อุปสรรคเพราะเป็นรักไม่หวือหวาอยู่แล้วใน “คนดังนั่งคุย” ผลตอบรับจากละครเรื่องรักหลงโรง “ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดี ซึ่งละครแนวนี้เป็นครั้งแรกที่มิ้นต์ได้เล่น

เป็นละครแนวบ้านๆ ที่เข้าถึงชาวบ้านกลุ่มแฟนคลับเพิ่มขึ้นอีกกลุ่มหนึ่ง และที่สำคัญเรื่องนี้ก็เป็นละครที่สนุกสนานสร้างสรรค์ครอบครัว ได้แง่คิดดีๆ ทุกคนก็ชมมิ้นต์มากขึ้นในเรื่องนี้ค่ะ” เสน่ห์และความน่าประทับใจอยู่ตรงไหนบ้าง “คงเป็นชีวิตของแกรนด์-กีรณา ที่ต้องพลิกชีวิตมาอยู่ต่างจังหวัด คนดูจะชอบที่ได้เห็นตัวตนที่แท้จริง การที่เค้าได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น ความรู้สึกที่แท้จริงด้วย เหมือนเนื้อเพลงกลับบ้านเรา ที่พี่ไข่มุกร้อง เป็นละครที่ทำให้ทุกคนคิดถึงบ้านเกิด กลับบ้านเราเถอะ ได้แง่คิดในตัวเอง

แล้วสอนคนดูด้วยเพราะทุกตัวละครมีมุมชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แล้วจุดจบในชีวิตของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน” เรื่องนี้มิ้นต์ก็ได้เรียนรู้การร้องลิเกด้วย “ก็ส่วนหนึ่งค่ะ จากที่ไม่เคยร้องลิเก ไม่เคยดูลิเกสดๆ พอมาดูก็ชอบ ก็ติดใจ รู้สึกว่าเป็นศาสตร์ที่ค่อนข้างยาก และด้วยคำเนื้อลิเกร้องยาก ทำให้เรา รู้สึกหลงรักลิเกไปด้วย เพราะพอได้เล่น ได้ซึมซับ ก็รู้สึกว่าลิเกกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมิ้นต์ด้วย ดีใจที่ได้เล่นเรื่องรักหลงโรงค่ะ ทำให้เราได้เข้าถึงลิเกอย่างแท้จริงมากขึ้น

การที่เราได้มาใช้ชีวิตอยู่กับ คนลิเก ทำให้ได้เห็นถึงมนต์เสน่ห์และความตั้งใจจริงๆของคนลิเก หรือคณะลิเกที่อยากทำลิเกขึ้นมาในฉากฉากหนึ่ง หรือเรื่องเรื่องหนึ่งให้คนได้ดู มันที่สุด มันยากกว่าการเล่นละครอีกนะมิ้นต์ว่า เพราะเราไม่ได้ ถนัดตรงนี้ ร้องเพลงก็ยากสำหรับมิ้นต์แล้ว ยิ่งมาร้องลิเกก็ต้องเรียนทีละคำเลย ยากจริงๆ ก็ดีใจที่ทำให้ลิเกได้รับความสนใจมากขึ้น คนเดี๋ยวนี้จะลืมลิเก วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่มีใครได้ดูลิเกหรอกแม้แต่มิ้นต์เอง แต่เรื่องนี้ถือว่าสานต่อสิ่งดีๆ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here