ชุดรัดรูปแนบเนื้อสุดๆ ‘มิน พีชญา’ เว้าอีสาน อัดคลิปถึงแฟนคลับ แต่โดนโฟกัสผิดจุด (ชมคลิป)

0
1639

ชุดรัดรูปแนบเนื้อสุดๆ ‘มิน พีชญา’ เว้าอีสาน อัดคลิปถึงแฟนคลับ แต่โดนโฟกัสผิดจุด (ชมคลิป)

เป็นสาวขอนแก่นที่เว้าอีสานได้น่าฟังดีแท้สำหรับสาว “มิน พีชญา วัฒนามนตรี” ที่ล่าสุดก็พูดภาษาอีสานอ้อนแฟนๆ ให้ไปเจอกันที่อุบลฯ แต่ดูเหมือนภาษาอีสานจะไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ดูคลิปนี้จนจบ แต่เป็นเพราะเสื้อรัดรูปแนบเนื้อสีแดงของสาวมิน ที่ทำให้เห็นทรวดทรงองค์เอวแบบชัดเจน เผยให้เห็นว่าเธอก็อึ๋มใช่เล่น แถมสายตาซุกซนดันไปเห็นอีกว่า ดูเหมือนสาวมินจะโนบราใส่แค่ซิลิโคนปิดจุกไว้เท่านั้นเพราะเป็นรอยบนเนื้อผ้าอย่างชัดเจน

“มินเป็นคนชอบหาเรื่อง อะไรที่ง่ายๆไม่ชอบเลย” มิน พีชญา วัฒนามนตรี บอกชัด เมื่อพูดถึงงานละครเรื่องใหม่ ‘นางทิพย์’ ของช่อง 7 สี ที่เธอรับบทเป็นนางเอก ก่อนย้อนเล่าว่าตอนได้รับทาบทามในครั้งแรก ‘อ่านร่างแรก’ ก็ยังไม่เกิดความอยากที่จะเล่นมากนัก เพราะแม้จะมีอะไรให้เล่น “แต่ก็ไม่มีอะไรให้เล่นขนาดนั้น เราอยากเล่นอะไรที่ท้าทาย”

“คือมินต้องการเติบโต ตั้งแต่เข้ามาใหม่ๆ ก็จะพยายามไม่รับบทซ้ำๆ พอเวลาเล่นมันง่วง แต่ถ้าเกิดได้เล่นแตกต่าง ตีความไม่เหมือนเดิม ก็จะสนุกในการทำงาน” ซึ่งทั้งหมดนี้เธอได้สะท้อนไปยังช่องต้นสังกัด ซึ่งเขาก็เข้าใจ “มินทำงานด้วยแพสชั่น ด้วยแรงบันดาลใจ มินจะซื่อสัตย์กับตัวเอง ไม่ทำอะไรที่ไม่อยากทำ”

- Advertisement -

นางเอกคนงามเล่าด้วยว่า ณ ตอนนี้เธอจะไม่รับงานละคร 2 เรื่องพร้อม อันกินเวลาทำงานทุกวันของสัปดาห์ โดยจะเลือกรับแค่ทีละเรื่อง “ใช้ชีวิตแบบนี้มานานพอควรแล้ว” เธอว่า แถมยังมีแผนจะทำอะไรอื่นๆ เช่น ธุรกิจ จึงต้องเผื่อเวลาไว้รวมไปถึงเผื่อเวลาให้สำหรับการพักผ่อน “ที่ผ่านมามินขอพักปีนึง ทุกคนก็งง แต่มันถึงจุดจริงๆที่อยากพัก แล้วก็เที่ยว”

“เริ่มอยากใช้ชีวิตละ” เธอบอก “8 ปีที่ผ่านมามินทำงานเยอะจริงๆ ขยันมากนะ รับแทบทุกอย่าง ทุกวัน เลยรู้สึกว่าชีวิตเราต้องหาอะไรที่มีความสุขกับมัน แล้วทำให้เต็มที่” บอกอีกว่า 8 ปีดังกล่าวเธอผ่านอะไรมาเยอะมาก “อดหลับอดนอน เข้าโรงพยาบาล” รวมถึงไม่มีวัยเด็กเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งบอกเลยก่อนหน้านั้นไม่ได้คิด ไม่ได้รู้สึก ไม่ได้ตระหนัก กระทั่งวันหนึ่งเมื่อแม่บอกว่า อยากกินข้าวด้วย “แม่ก็มากินที่กองสิ” คือคำตอบเหมือนๆเดิมที่เธอให้

“มันเป็นแบบนั้นตลอดอ่ะ จะปฏิเสธงานก็เสียดาย” แต่พอมีเวลาหวนคิด ก็รู้สึกว่าวิถีชีวิตเช่นว่า ไม่น่าจะใช่ “เลยรู้สึกว่าพอก่อน” ตอนนี้ “มินมีเวลาไปกินผัดไท ได้ใช้ชีวิตปกติ” และแน่นอนว่ามีเวลาได้พบกับโอ๊ต พิทักษ์ สภาธรรม แฟนหนุ่มวัย 37 ปีที่เจอกันเมื่อครั้งไปเรียนเกี่ยวกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 2 ปีก่อน แต่เพิ่งจะคบกันจริงๆจังๆราว 1 ปี

“เคยคุยกันเรื่องนี้ เขาก็แบบไม่ได้รู้สึกชอบอะไรมิน ไม่ได้หลงเสน่ห์ ไม่ได้รู้สึกว่าสวย ไม่รู้จักเราด้วย ตอนมินออกไปหน้าห้อง เขาก็แบบ อ๋อ คนนี้เป็นดาราเหรอ แล้วก็ไม่ได้คุยด้วย” จนจบคอร์สนั่นละถึงได้มีโอกาสสนทนา และเมื่อเธอต้องการบริหารเงินที่มีอยู่ ก็ได้เขาคนนี้มาช่วยสอน “คุยกันไปคุยกันมายังไงไม่รู้ จากบริหารการเงินก็มาบริหารหัวใจ” มินในวัย 30 เล่าเขินๆ

เล่าอีกว่าตั้งแต่คบกันเขาก็ดูแลดี และมีของขวัญให้บ่อยๆ โดยล่าสุดเมื่อวันเกิดที่ผ่านมาซึ่งผู้ใหญ่ทั้ง 2 ครอบครัวได้มาทานข้าวด้วยกัน เขาก็ให้แหวนแทนใจ ส่วนพ่อแม่ของเขานั้น มินบอกว่า “เขาก็ดูและพยายามศึกษามินจากข่าว” ซึ่ง “มินจะบอกว่าคิดผิดแล้วค่ะ คือข่าวนี่ ด้านหนึ่งแค่ความบันเทิงที่ถูกเขียนตามปากกาให้ดูแซ่บ แต่พอมาในมุมของความเป็นจริงมันไม่ได้หวือหวาอะไรขนาดนั้น”

เรื่องที่สนทนากันครั้งนี้ มินบอกว่า ‘พี่โอ๊ต’ ผู้ไม่รู้จักดาราคงจะไม่อ่าน “แต่พ่อพี่โอ๊ตอ่าน” ดังนั้น “เขียนกันดีๆนะคะ” ถ้าเสียงหัวเราะใสๆ บ่งบอกได้ถึงความสุข งั้นคงไม่ผิดถ้าเราจะบอกว่า ณ ขณะนี้มิน พีชญา กำลังมีความสุขยิ่ง *เรื่องของเสียงวิจารณ์ อ่านเยอะไปก็ไม่ดี มิน พีชญา วัฒนามนตรี ก็เหมือนดาราทั่วไป ที่ได้รับทั้งเสียงชมและเสียงติ ซึ่งอย่างหลังนี้ เธอว่า

“เราอ่านเยอะๆก็ไม่ดี” “มินรู้ว่าจุดยืนเราคืออะไร ถ้าวันนี้เราเปลี่ยนตัวเองไปเรื่อยๆ คิดดูสิว่าชีวิตเราจะเป็นแบบไหน” “อะไรคือตัวตนของเรา อะไรคือความรักที่พ่อแม่ใส่ในตัวเรา อะไรคือสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมเรามา” “ทำไมเราถึงจะเปลี่ยนแปลงกับคำพูดของคนอื่น ที่อาจเห็นแค่บางมุมของชีวิตเรา แล้วตัดสิน” “คือเอาเป็นว่าคนที่ชื่นชมเรา เยอะกว่าอยู่แล้ว 80-90 % เลย น้อยมากที่จะหลุดมา”

“เราก็เข้าใจได้เนอะ เศรษฐกิจไม่ดี คนคงเครียด แต่ไม่ค่อยถือสา จริงๆมินจะไม่ค่อยให้ความหมายกับอะไรที่คนพูดก็ไม่ได้ให้ความหมาย เดี๋ยวก็ลืมละ” “เราจะเก็บมาทำไม” ใช้เวลาในแบบ นางเอก “พอว่างจากถ่ายละคร จะเป็นเรื่องของการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการไปดูงานกับปะป๊า ไปดูที่เพราะป๊าทำอสังหาฯ ส่วนคุณแม่ดูเอสซีจี เราจะได้ในเรื่อง System อะไรแบบนี้

แต่เรายังไม่ยอมกลับไปทำงานที่บ้านนะ อยากไปหาประสบการณ์ข้างนอกก่อน มินเปรียบเวลาเป็นทอง เป็นเพชร เพราะมินรู้สึกว่าเวลาหายาก เวลาอยากทำอะไรหายากเหลือเกิน ถ้าเวลาว่างจะอยากนอน เพราะปกตินอนวันละ 2-3 ชั่วโมง ถ้าวันไหนตื่นสายได้ก็จะตื่นสาย อยากจะนอน 8 ชั่วโมงบ้าง ตื่นมาแล้วก็จะอยากใช้ชีวิตให้เฮลธ์ตี้ กินผักผลไม้ กินน้ำเยอะๆ ออกกำลังกาย ดูหนัง บาลานซ์ชีวิตให้ดี”

เรื่องความรักดูแฮปปี้ “ตอนนี้ก็คุยอยู่คนเดียวค่ะ ถือว่าโอเคเลยนะ ต้องดูในระยะยาว เขาอยู่ต่างประเทศ สถานะเป็นยังไงค่อยว่ากัน อีกนานกว่าจะเรียนจบกลับมาค่ะ ตอนนี้ต้องช่วยกันดูๆ ลุ้นๆ ไปก่อน ยังไม่ได้คาดหวังอะไรเยอะ ทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ เขาค่อนข้างให้เกียรติมินมาก ก็ดูๆ กันไปค่ะ” นาฬิกาคอลเลคชั่นของ มิน-พีชญา “ดีใจมากเพราะอยากมีนาฬิกาเป็นคอลเลคชั่นของตัวเองอยู่แล้ว จะมีช่วยออกแบบบางอย่าง เลือกสี มีลายเซ็นเราด้วย

มินใส่นาฬิกาตลอด เพราะต้องอยู่กับเวลา นาฬิกาที่บ้านมินเยอะมาก มีหลายสี หลายสไตล์ จะชอบแบบคลาสสิกหน่อย เป็นสีเรียบๆ” ยังเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตยังวิพากษ์วิจารณ์ไม่จบง่ายๆ สำหรับกรณีที่นางเอกสาววิก 7 สี มิน พีชญา วัฒนามนตรี ถ่ายรูปและคลิปอวดกระเป๋าหรูที่ซื้อจากประเทศสิงคโปร์นับสิบใบ

จนหลายคนสงสัยว่าเจ้าตัวได้เสียภาษีนำเข้าเมื่อตอนนำกลับมาเมืองไทยรึเปล่า จนเกิดประเด็นทางกรมศุลกากรเรียกเจ้าตัวมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว และเมื่อมินให้สัมภาษณ์ก็สร้างความไม่พอใจในโลกโซเชียลจนมีกระแสวิจารณ์ตามมาไม่จบ ได้เจอ มิน มาร่วมงาน “เดอะมอลล์ พฤกษาสยาม” ครั้งที่ 17 ที่ MCC Hall ชั้น 4 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางกะปิ เลยสอบถามถึงเรื่องนี้ พร้อมทั้งถามถึงอาการป่วยของเจ้าตัวด้วย

เห็นว่าไม่ค่อยสบาย? “นิดหน่อยๆ แต่เสียงขึ้นจมูก ช่วงนี้นอนน้อยลงนิดนึง แต่ไม่เป็นไรไม่น่าเป็นห่วงมาก อาการมีมาแค่สองวัน สาเหตุน่าจะพักผ่อนน้อย ปกติมินไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้วค่ะ หลายปีแล้วที่ไม่ได้เป็น” มีผลต่องานไหม? “นิดนึงค่ะ เพราะเสียงก็จะแบบขึ้นจมูก” ไปหาหมอรึยัง? “จริงๆ หาไปรอบนึง ไม่แน่ใจว่ายาอ่อนไปหรือเปล่า เอาไม่อยู่หมดไปโดสนึงแล้วยังไม่หาย

วันนี้น่าจะต้องไปฉีดยา” ถ้าหมอบอกว่าให้พักล่ะ? “อันนั้นอะยากสุด แต่จะพยายาม” แต่ไม่ถึงขั้นต้องแอดมิท? “ไม่หรอกค่ะ จริงๆ ยังทำงานได้ปกติ แต่ต้องดื่มน้ำเยอะ อะไรที่ทำได้ตอนนี้ เช่น ระหว่างเดินทางก็งีบในรถค่ะ” หวั่นใจเป็นมากกว่านี้มั้ย? “ตอนแรกหวั่นใจเหมือนกัน กลัวกระทบงาน งานมีทุกวันเลย ยังไม่สามารถหยุดได้”

ถามถึงเรื่องกระเป๋า ได้ไปเอามารึยัง? “ยังไม่ได้ไปเอาค่ะ ตอนนี้ก็ทำงานเพราะงานมีทุกวันเลยค่ะ ยังไม่สามารถหยุดได้ ทำงานขนาดนี้ไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลยค่ะ” มีแพลนไหมว่าจะไปเอาเมื่อไหร่? “จริงๆ แพลนไว้ประมาณเดือนหน้า ไม่เดือนหน้าก็อีกประมาณสองเดือนค่ะ” ไปด้วยตัวเองไหม? “จริงๆ พยายามจะไปเอาด้วยตัวเอง เพราะมันมีมูลค่านิดนึง”

บางคนก็ยังจับตาว่าทำไมยังไม่ไปเอามา? “จริงๆ มินทำงานทุกวัน เห็นได้ว่าไม่มีเวลาออกไปทำอะไรเยอะ” หลายคนถามไม่อยากใช้เหรอ? “อยากสิ ใครจะไม่อยาก ไว้มีโอกาสถือแล้วจะรีบเอามาอวด (หัวเราะ)” เบื่อไหมพอไม่ได้ไปเอาสักที คนก็จะถามตลอดว่าไปเอารึยัง? “ไม่หรอกค่ะ ถ้าเอามาแล้วก็ถือปกติไม่มีอะไรมาก” ในโซเชียลยังพูดถึงเราเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เรานอยด์ไหม?

“ไม่เลยค่ะ มินไม่มีโอกาสได้อ่านเท่าไร ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่คนยังติดตามอยู่ ก็ขอบคุณที่ยังให้ความสนใจอยู่” ที่เราให้สัมภาษณ์เรื่องโชว์สลิปใบเสียภาษีว่ามันอาจเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แต่สังคมอยากให้เราไขข้อข้องใจ? “มินก็ไม่ทราบ มินไม่ได้อ่านเลย แต่อย่างที่มินได้ตอบไว้ว่ามีสองความคิด ถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะอาจเป็นตัวอย่างที่ทำให้พวกเขาออกมาทำเหมือนกัน หรือมีหลายความคิดเห็น ก็ดูความเหมาะสมแล้วกันเนอะ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here