สาเหตุ ‘พี่ตูน’ สั่งหยุดการแสดงทันที! หลังแฟนเพลงยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายคลิป และไลฟ์สด (ชมคลิป-รายละเอียด)

0
367

สาเหตุ ‘พี่ตูน’ สั่งหยุดการแสดงทันที! หลังแฟนเพลงยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายคลิป และไลฟ์สด (ชมคลิป-รายละเอียด)

สมาชิกยูทูบ “EVENT96” ได้โพสต์คลิปของวงบอดี้สแลม ขณะกำลังไปเล่นคอนเสิร์ตในบริษัทแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นแฟนเพลงก็มาดูกันอย่างหนาแน่น แต่ช่วงที่กำลังขึ้นอินโทร พี่ตูน ก็สั่งให้วงหยุดเล่นทันที เพราะเห็นว่าบรรดาแฟนเพลงหลายๆ คนยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป และไลฟ์สด พี่ตูน จึงทำให้อารมณ์ร่วมในการดูคอนเสิร์ตน้อยลงไป

และปล่อยอารมณ์ออกมาได้อย่างไม่เต็มที่ พร้อมกับทำข้อตกลงว่า ไม่อยากให้ดูคอนเสิร์ตผ่านมือถือ เพราะมันจะกระโดดได้ไม่เต็มที่ ทำให้ได้ใจแฟนเพลงไปตามๆ กัน จากนั้นเหล่าสาวกบอดี้สแลมก็รีบเก็บมือถือเข้ากระเป๋า ก่อนดนตรีจะบรรเลงขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกระโดดกันสุดตัว คล้อยตามเพลงพี่ตูนในทันที

เป้าหมายใหญ่อันหนึ่งของปีนี้สำหรับตูนก็คือ การออกอัลบั้มใหม่ชุดที่ 7 ของบอดี้สแลม ซึ่งเขากำลังตื่นเต้นและสนุกกับมันมาก หลังจากบอดี้สแลมไม่ได้ออกอัลบั้มมานาน 4 ปี จากร็อคสตาร์แถวหน้า มาสู่นักกิจกรรมที่สร้างปรากฏการณ์ระดับประเทศ ตูนยังคงเป็นตูนที่สุภาพและถ่อมตัว เมื่อนั่งลงทบทวน ตกตะกอน บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เราฟัง

สิ่งหนึ่งที่อ้อยอิ่งอยู่ในบรรยากาศเมื่อได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเขา ก็คือ แรงบันดาลใจ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งเดียวกับที่ทุกคนสัมผัสได้จากทุกๆ การกระทำของเขา ไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรือกีฬา แววตาเป็นประกายของตูนเมื่อพูดถึงสิ่งที่ตัวเองทำด้วยความสนุกและความสุข ไม่มากก็น้อย คงทำให้แต่ละคนอยากลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆ บ้าง อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อตัวเองหรือคนใกล้ตัว

เหมือนกับที่ตูนพูดเสมอว่า ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งยิ่งใหญ่ ทุกคนก็เป็นฮีโร่ได้ บทสัมภาษณ์ที่เรียบง่ายชิ้นนี้ หากมันจะสามารถส่งต่อความคิดจากเขา‘ตูน บอดี้สแลม’อาทิวราห์ คงมาลัย ไปสร้างแรงกระเพื่อมบางอย่างที่ดีๆ ในใจผู้อ่าน เราก็รู้สึกว่าได้บรรลุหน้าที่ของเรา และขณะเดียวกันก็สานต่อเจตนารมณ์ของผู้ชายคนนี้เรียบร้อยแล้ว

เมื่อปี 2010 คุณเคยมาขึ้นปกนิตสาร GM Style ตอนนั้นคุณถอดเสื้อขึ้นปกโชว์บอดี้ที่มีมัดกล้าม เทียบกับปัจจุบันแล้ว คิดว่ารูปร่างตัวเองลีนไปหน่อยมั้ย พอใจกับมันหรือเปล่า ไม่ค่อยรู้สึกถึงความพอใจหรือไม่พอใจเกี่ยวกับรูปร่างตัวเอง ความพอใจผมอยู่ที่สิ่งที่เราได้ทำในแต่ละช่วงเวลามากกว่า คือถ้ามันตกกระทบไปกับรูปร่างหรืออะไร ถ้าเป็นในมุมที่ไม่ได้ทำให้เราเสียสุขภาพ

ผมก็รู้สึกว่าจะผอมไปหรือจะหนาขึ้น ไม่ใช่สาระสำคัญ เราออกไปวิ่งเยอะๆ แน่นอน กล้ามเนื้อมันไปหมดอยู่แล้ว แต่ว่าเรารู้สึกว่า มีความสุขกับกิจกรรมที่ได้ทำ กับกีฬาที่เราชอบเรารัก ถึงแม้มันจะกะหร่องๆ หน่อยก็โอเค สาระไม่ได้อยู่ตรงนั้น ไม่ได้มีโจทย์ความสุขจาก โอ… วันนี้ฉันกล้ามใหญ่จัง การที่คุณวิ่งจากเบตงถึงแม่สายนี่ก็ถือเป็นการพิชิตที่สุดยอดแล้ว แล้วถ้ามองย้อนกลับมาที่รายการวิ่งต่างๆ ล่ะ ยังมีรายการไหนที่คุณอยากไปพิชิตหรือว่าไปร่วมมั้ย

หลายๆ คนอาจจะมีความฝันเรื่องการวิ่งแตกต่างกัน บางคนอาจจะอยากไปต่างประเทศ ไปวิ่งมาราธอน 6 รายการสำคัญของโลกให้ได้ หรือบางคนอาจจะแค่อยากพิชิตระยะทางที่มากขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับผมเองก็เป็นคนประเภทค่อยๆ ทีละก้าว กระดึ๊บไปเรื่อยๆ เราเป็นนักวิ่งหน้าใหม่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว 10 กิโลเมตรแรกเรายังไม่รู้จักมัน เราก็ลงไปมั่วๆ ลงไปโดยไม่ได้ซ้อม ไปทำความรู้จักกับมัน ก็รากเลือด ใช้เวลาชั่วโมงยี่สิบ

โดนแซงโดยคนแก่และเด็กอย่างอุตลุด (หัวเราะ) โอ… นี่เราเคยคิดว่าเราแข็งแรงกว่าเขานะ คนอายุ 50-60 เด็กน้อยประถม วิ่งกันฉิวๆ แซงเราไป เราเดินตะคริวกิน หอบแฮกๆ อยู่ มันคือเรื่องใหม่เลย เพิ่มมุมมองหลายๆ อย่าง เกี่ยวกับกีฬา เกี่ยวกับชีวิต ผมก็แค่เป็นนักวิ่งที่เรียนรู้จากแต่ละระยะ ไปเรื่อยๆ จากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ค่อยๆ พิชิต 10 กิโลเมตร 21 กิโลเมตร 21 กิโลเมตรก็ติดอยู่กับมันนานหน่อย

ทำเวลาให้ดีขึ้นก่อน ยังไม่หาญกล้าที่จะลง 42 ก็ค่อยๆ ไม่กล้าที่จะคิดใหญ่มากในตอนนั้นที่เรายังไม่รู้จักมันดีพอ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีความใฝ่ฝันว่าจะไปมาราธอนต่างประเทศ หรือมีโกลล์อะไรที่จะต้องไป แต่ใกล้ๆ นี้จะลอง… ใช้คำว่าลองนะครับ วิ่งรวดเดียว 100 กิโลเมตร พี่ป๊อก (อิทธิพล สมุทรทอง) ชวนไปวิ่งที่ญี่ปุ่น เป็นเป้าสั้นๆ ที่เราอยากจะลองดูว่า วิ่งรวดเดียว 100 กิโลเมตร จะเป็นยังไงนะ เหมือนตอนที่เราทำความรู้จักกับ 10 กิโลเมตรแรก

ตลอดการวิ่งจากเบตงถึงแม่สาย คุณได้เห็นเมืองไทยภายในเวลาไม่กี่วัน สังเกตเห็นความเหมือนหรือแตกต่างกันของคนไทยอย่างไรบ้าง ถ้าพูดคำว่า ‘คนไทย’ วันนี้ตอนนี้ คุณเห็นอะไร โอ้โฮ คงเล่าไม่จบในวันเดียวแน่ ถ้าถามในเรื่องของกายภาพ เราก็เห็นคนที่นับถือศาสนาแตกต่างกัน คนไทยที่แต่งตัวไม่เหมือนกัน และมีความเชื่อหลายๆ อย่างไม่เหมือนกัน ออกมาร่วมกัน ช่วยกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมเห็นและอธิบายได้ในมุมของกายภาพ

แต่สิ่งที่เห็นจากข้างใน ที่เราเคยได้ยินว่าคนไทยเป็นคนใจดี เป็นคนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อันนี้ผมได้ประจักษ์กับตาตัวเอง กับหูตัวเอง กับใจตัวเอง คนมีกำลังเท่าไหร่ เขาก็อยากจะช่วย คุณลุง 20 บาทก็อยากมีส่วนร่วม ผมเจออีกคนหนึ่ง ลงจากรถตู้ข้างทาง เอาเงินก้อนหนึ่งล้านบาทถ้วนมายื่นให้ ขอถ่ายรูปๆ เดียว อยากช่วย มันคือสิ่งที่เราได้เห็นเป็นรูปธรรมจากคำพูดว่า คนไทยใจดี คนไทยเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยิ้มง่าย เหมือนกับที่เราได้ยินมาจริงๆ ด้วย

หลังจากวิ่งเสร็จ คำว่า ‘ประเทศไทย’ สำหรับคุณใหญ่หรือกว้างขึ้นมั้ย เพราะคุณได้ไปเห็นความหลากหลายที่หลายคนอาจจะไม่ได้เห็น มันทำให้รู้สึกว่ามีอะไรที่ผมต้องไปรู้ไปเห็นอีกเยอะเลย หลังจากเสร็จสิ้นการวิ่ง ผมรู้สึกว่า เดี๋ยวผมจะไปเที่ยวตรงนี้นะ เดี๋ยวจะกลับไปสำรวจให้นานขึ้น ละเอียดขึ้น มีหลายที่ที่ผมอยากจะกลับไป มีหลายๆ คนที่ผมอยากจะกลับไปเจอ ไปคุย ไปสัมผัส แล้วผมก็เชื่อว่านอกเหนือจากเส้นทางวิ่งที่ผมวิ่งมา 55 วัน ก็ยังมีที่เหล่านี้

มีคนอีกหลายๆ คนที่รอเราให้ไปพบเจอ ไปทำความรู้จัก อีกเยอะมาก ผมว่าผมทัวร์คอนเสิร์ตมา 10 กว่าปี ก็ได้เห็นเยอะแล้ว แต่มิติมันเพิ่มขึ้นมากเลยจากที่ผมได้ลงไปวิ่งข้างถนน ไล่จากเบตงมาถึงแม่สาย มันเพิ่มมิติหลายๆ อย่างที่เราไม่เคยเห็นจากทุกวันที่เราไปทัวร์คอนเสิร์ต จากสนามบิน ไปโรงแรม เวทีคอนเสิร์ต อยู่แค่นี้ เพิ่มเติมมากเลย เจอคนในมิติที่ไม่ใช่แค่ในสาขาดนตรี จะเรียกว่าประเทศไทยกว้างขึ้น น่าค้นหาขึ้นสำหรับผมก็ได้

จะเห็นว่ามีศิลปินหลายๆ คนหลงใหลในการวิ่ง อย่างเช่น ฮารูกิ มูราคามิ ที่เป็นนักเขียน สำหรับตัวคุณเอง อยากรู้ว่าการวิ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของคุณมั้ย แน่นอน แน่นอนที่สุด อย่างหนึ่งที่ทุกคนน่าจะเห็นได้ชัดคือเพอร์ฟอร์แมนซ์ การแสดงบนเวที ผมเล่นคอนเสิร์ตครั้งหนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ประมาณ 90 นาที เหมือนเตะฟุตบอลแมตช์หนึ่ง ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา

นอกจากเคลื่อนไหวก็ใช้สมองด้วย ร้องเพลง พูดคุย แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เอ็นเตอร์เทนคน ใช้แรง ใช้สมาธิเยอะ ตรงนี้การวิ่งช่วยทำให้เรามีแรงยืนระยะมากขึ้น หายใจดีขึ้น พอเรื่องต่างๆ เหล่านี้ดีขึ้น มันทำให้สมองไม่ลนลาน มีสมาธิมากขึ้นโดยอัตโนมัติ คนหอบแฮกๆ คงไม่มีสมาธิที่จะคิดอะไรหรอก อย่างนี้คุณก็ปีนเสาได้สูงขึ้นสิ

(หัวเราะ) ก็ไม่แน่ แค่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรที่มุทะลุขนาดนั้น ลดทอนตามวัย รีแอคชั่นหรือปฏิกิริยาของเราต่อเพลงที่มากระทบ มันไม่หุนหันพลันแล่นเหมือนตอนวัยรุ่น ที่กระทบปุ๊ป ไป ปีนขึ้น กระโดดลง แต่ตอนนี้มันมีตัวกรองมากขึ้น โอเค กระดูคอเราไม่ดีนะ อย่าเพิ่งทำอะไรนะ (หัวเราะ) การมีทั้งสมาธิ มีทั้งตัวกรอง ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ทำให้เราอยู่ในกรอบมากขึ้นมั้ย มองยังไงกับเรื่องระหว่างอยู่ในกรอบกับแหกกรอบ

ผมมองว่าผมอยู่ในกรอบตลอดเวลา ผมเป็นคนโคตรจะอยู่ในระบบเลย คือไม่ได้เป็นคนแหกคอก ไม่ได้เป็นขบถ ไม่ได้เป็นอะไรที่หลายๆ คนอาจจะคิดว่าผมมาทำอาชีพนี้ มองว่าเราไม่ได้ทำอาชีพประจำแล้วต้องเป็นคนสุดโต่งในด้านนี้ ซึ่งไม่ใช่ คือกรอบของแต่ละคนขนาดไม่เท่ากัน กรอบของผมก็คือโลกนี้ อะไรที่โลกนี้เขาทำกันอยู่ผมก็ทำแบบนั้น ผมไม่ได้ทำอะไรที่แตกต่างเลย ไม่ได้แม้แต่กระทั่งกินมังสวิรัติด้วยซ้ำ ผมก็กินเนื้อกินหมูปกติ ใช้บัตรเครดิตเหมือนทุกคน

หรือแม้กระทั่งการกระทำสุดโต่งที่คนเห็นบนเวทีก็มีคนเคยทำมาหมดแล้ว ผมไม่ได้เขียนบริบทอะไรใหม่ มิหนำซ้ำผมเรียนจบปริญญาด้วยก่อนที่จะมาทำงาน เพราะคิดว่าเราไม่หาญกล้าพอที่จะออกมาจากการศึกษา แล้วก็มาทำตรงนี้แบบทิ้งทุกอย่าง เรายังมีเหมือนแผนสองให้กับชีวิต แต่เรารู้แล้วล่ะว่าแผนหนึ่งของเราคือเราชอบเรารักเกี่ยวกับดนตรี อยากลองทำมันสักตั้งหนึ่ง

ถ้ามันไม่สำเร็จหรือไม่สามารถที่จะหล่อเลี้ยงให้เราใช้ชีวิตอยู่ได้ เราก็มีแผนสองของเรา ผมโคตรในกรอบ โคตรจะเซฟตี้เลย ในขณะเดียวกัน คนที่เป็นขบถคือคนที่ผมมองว่าน่าเคารพด้วยซ้ำไป เพราะเขาก็ยึดมั่นในวิถีที่เขาอยากจะทำ อยากจะเป็น แล้วก็สุดโต่งไปทางนั้น แนวความคิดที่สุดโต่งมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรได้เหมือนกัน ถ้าคนๆ นั้นตั้งมั่นและพิสูจน์ให้กับคนเห็นว่ามันมีคุณค่า เหมาะสมที่จะเปลี่ยนแปลง ที่จะเดินตาม

คุณคิดว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่โหยหาฮีโร่เกินไปมั้ย อย่างเช่นในการที่จะผ่านปัญหาหรืออะไรสักอย่าง จะต้องมีคนออกมานำ ออกมาชูธงเสียก่อน ผมมองว่าทุกคนก็เป็นฮีโร่ได้ในแบบของตัวเอง คนทุกคนไม่จำเป็นที่จะต้องมาทำสิ่งยิ่งใหญ่ มาช่วยชีวิตคน แล้วถึงจะถูกนับว่าเป็นฮีโร่ คือเป็นคนที่ออกมาทำเรื่องดีๆ ทำสิ่งดีๆ ผมมองว่าทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะทำความดี เรียนรู้ที่จะทำให้คนอื่น

Leave your vote

2 points
Upvote Downvote

Total votes: 2

Upvotes: 2

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here