ซูมแล้วซูมอีก “พรีม รณิดา” หน้าเปลี่ยนเพราะเมคอัพ หรือ อัพหน้าใหม่!? เจ้าตัวโต้ศัลยกรรม (ชมภาพ)

0
58

ซูมแล้วซูมอีก “พรีม รณิดา” หน้าเปลี่ยนเพราะเมคอัพ หรือ อัพหน้าใหม่!? เจ้าตัวโต้ศัลยกรรม (ชมภาพ)

ที่เห็นบินไปเกาหลี หนูพรีม รณิดา ดารานางเอกลูกครึ่ง ไทย-อิตาลี She ก็ขอคอนเฟิร์มก่อนเลยว่า ไปเที่ยวจริงๆ ค่า ไม่ได้บินไปศัลยกรรมอัพหน้าใหม่แต่อย่างใด แล้วที่ใครๆ ทักว่าหน้าเปลี่ยนส่วนตัวก็ค่อนข้างชินแล้ว…เพราะโดนทักมาตั้งแต่ยังเด็ก ในส่วนกรณีรูปที่หน้าเปลี่ยนมั่กๆ ในงาน #kazzawards2018 นั้น น้องพรีมก็ตอบมาว่า

“จริงๆ หนูไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะหรือหนูอาจจะชินกับหน้าสดของตัวเองที่ไม่ได้แต่งหน้า บางครั้งการแต่งหน้าทำผมเยอะๆ คนอาจจะไม่ค่อยได้เห็นในภาพแบบนี้บ่อยนักเลยทำให้เข้าใจผิด” อู้ววว ก็เอาเป็นว่าน้องเขาเปลี่ยนเพราะเมคอัพ โนอัพหน้าใหม่นะจ๊ะ เคลียร์ข่าวนะ!

กำลังสร้างความสนุกสนานให้แฟนๆ ฮากันทุกศุกร์-อาทิตย์ สำหรับละคร “พ่อครัวหัวป่าก์” ทางช่อง 3 ที่ได้คู่พระนางต่างวัยอย่างพระเอกหนุ่มขี้เล่นอารมณ์ดี หลุยส์ สก๊อต ประกบคู่นางเอกวัยใส พรีม รณิดา เตชสิทธิ์ เป็นครั้งแรก “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” ได้มีโอกาสพูดคุยกับนางเอกสาว พรีม ถึงการทำงานในครั้งนี้

และถือโอกาสอัพเดตถึงเรื่องผลงานอื่นๆ รวมถึงชีวิตส่วนตัว พร้อมทั้งถามถึงสาเหตุที่ทำไมสาวพรีมถึงกลัวปลาขึ้นสมอง ทั้งๆ ที่เป็นสัตว์ที่หลายคนชื่นชอบในความน่ารัก แต่เพราะอะไรถึงทำให้พรีมกลัวถึงขั้นไม่ขออยู่ใกล้ๆ พื้นที่ต่อจากนี้มีคำตอบจ้า! พูดถึงละครที่ออนแอร์อยู่ตอนนี้ “พ่อครัวหัวป่าก์”?

“ฟีดแบ็กดีมากๆ เลยค่ะ ดีใจที่เปิดตัวในวันปีใหม่แล้วทุกคนมีความสุขกับละครเรื่องนี้ ถือว่าเป็นของขวัญปีใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะเฮฮาจากทุกคน พวกเราก็แฮปปี้ค่ะ ถือว่าเป็นละครคอมเมดี้สุดๆ ไปเลยเท่าที่พรีมเคยเล่นมาค่ะ ทุกคนบ้ามากค่ะ ตอนที่รับเล่นเรื่องนี้ก็เกร็งค่ะ เพราะว่าปกติเล่นแต่โรแมนติกคอมเมดี้แบบเบาๆ กับบทดราม่า

ซึ่งดราม่ามันก็ยากแต่ว่ามันเป็นเรื่องของอารมณ์ ถ้าจับอารมณ์ได้ก็ไหลไปตามมัน แต่ว่าคอมเมดี้มันมีจังหวะของมัน ต้องอาศัยประสบการณ์นิดนึงด้วย แล้วพรีมโดยพื้นฐานจังหวะแป้กอยู่แล้วนิดนึง พอรับเรื่องนี้ก็โห เราจะทำยังไงดี แต่ตัวละคร “ทองตรา” ถือว่าซอฟต์สุดในเรื่องค่ะ คนอื่นจะคอมเมดี้แบบหลุดไปเลย ก็ถือว่าหลังๆ เราได้คอมเมดี้ไปด้วยค่ะ

พอเราได้ไปอยู่ท่ามกลางพี่ๆ สุดยอดคอมเมดี้อยู่แล้ว สักพักก็เริ่มจับทางถูกค่ะ เริ่มพยายามแซมมุกส่งเองบ้าง เริ่มไหลไปตามที่เขาเล่นค่ะ” เรื่องนี้เล่นกับหลุยส์ด้วย หลุยส์เองก็ขี้แกล้งนะ? “มาก (ลากเสียง) เป็นคนที่เอนเนอร์จี้สูงมาก สำหรับพรีม คาแร็กเตอร์ “เจ๊มล” นี่ต้องพี่หลุยส์เลยอะ เพราะไม่มีใครที่เอนเนอร์จี้เยอะเท่าพี่เขาแล้วล่ะ

แล้วเขาเล่นได้สุดจริงๆ ค่ะ ถือเป็นการฉีกคาแรกเตอร์ของพระเอกไทยเลยทีเดียว พอร่วมงานกับพี่หลุยส์ก็สบายเลยเพราะว่าเราเหมือนเป็นลูกครึ่งด้วยกันน่ะค่ะ เวลาพูดอะไรก็เก็ตกันง่าย เก็ตในสิ่งที่เขาจะพูด ด้วยความที่เป็นคนที่แอ็กทีฟเหมือนกัน พี่หลุยส์ก็สายออกกำลังกาย กีฬาเอ็กซ์ตรีม เวลาอยู่ด้วยกันเอนเนอร์จี้มันไปด้วยกันได้ค่ะ มันทำให้เราทำงานได้เข้ากันมากขึ้น ถามว่าอยู่ในกองมีแกล้งไหม

คือไม่ได้แกล้งอย่างนั้นน่ะค่ะ แต่จะเป็นการเล่นกันน่ะ พี่หลุยส์จะเป็นคนขี้เล่น แกล้งคนโน้นคนนี้ค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะแกล้งกันในซีน เหมือนนักแสดงทุกคนจะค่อนข้างสนิทกันค่ะ พออยู่ในซีนก็จะแกล้งแบบว่าใครขำก่อนคือแพ้อะ เขาก็จะพยายามเล่นสด เติมมุกโน่นนี่ให้เราหัวเราะออกมาแล้วชอบใจอะ (แสดงว่าหลุดขำบ่อย?) หลุดบ่อยค่ะ ถ้าดูในละครจะสังเกตเห็นซีนที่พรีมหลบ

นั่นคือหลุดอยู่ แต่กล้องก็พยายามหลบเรา เราก็หลบในมุมที่เขาไม่รับหน้า มีบ่อยมาก ในเรื่องนี้พรีมก็เป็นน้องเล็กและอายุน้อยที่สุดในเรื่องด้วยค่ะ” บรรยากาศในกองน่าจะไม่เครียด? “ใช่ค่ะ ที่เห็นคอมเมดี้กันในจอ นอกจอเนี่ยก็เป็นอย่างนี้กันนะคะ เผลอๆ จะหนักกว่านั้น มีบางซีนที่พอถ่ายๆ แล้วคัต พวกเราก็ยังเล่นกันต่อจนผู้กำกับบอกว่าเฮ้ย คัตแล้วนะ เลิกเล่นก็ได้ แต่พวกเราไม่หยุดกัน มันสนุกค่ะ

ด้วยความที่สนิทกันด้วยก็กล้าเล่นกันไงคะ มันเป็นความสนิทสนมกันที่มันเข้าขากันได้ค่ะ มาถ่ายละครเหมือนมาเล่นด้วยกันเป็นครอบครัวกันจริงๆ ค่ะ (อยากเมาท์เผาใครเป็นพิเศษไหม?) จริงๆ พี่หลุยส์ก็ถือว่าทึ่งมากเหมือนกันนะคะ เราเห็นในลุคเขาเท่ๆ แมนๆ เราไม่คิดว่าเขาแต่งหน้าแต่งตาก็เป็นเกย์จ๋าปลอมตัวขนาดนั้นได้ ทำให้เรากล้าที่จะเล่นไปด้วย ถ้าพี่เขามาเต็มเบอร์นี้ หนูมาแค่นี้ไม่สะทกสะท้านเขาค่ะ (หัวเราะ) เลยทำให้เรากล้าทำอะไรเว่อร์ๆ ด้วยค่ะ”

ละครออนแอร์ไปแล้ว แฟนๆ พูดถึงยังไงบ้าง? “เชาชอบค่ะ ตอนแรกแอบหวั่นเหมือนกันว่าเอ๊ะ มันเป็นละครที่ค่อนข้างฉีกกฎนิดนึง มันค่อนข้างสุดโต่ง คนจะรับกับซีนที่มันเกรียนมันตลกขนาดนี้ไหม คือละครไทยส่วนใหญ่จะเป็นคอมเมดี้ แต่ไม่เคยมีเรื่องไหนที่กล้าทำถึงขนาดนี้ค่ะ เหมือนในโซเชียลมีคนแคปรูป มีคนเอารูปไปทำเมเม่ เขียนแคปชั่นฮาๆ รู้สึกดีใจ

ส่วนอันฮาที่สุด เท่าที่เห็นคือซีนขี่มอเตอร์ไซค์ พี่หลุยส์จะรู้ว่าขาแว้นขี่กันยังไง แทบทุกซีนจะมีการเสนอผู้กำกับว่าเอาอันนี้ไหม ผู้กำกับก็ชอบ บอกว่าเอาสิ เขาก็นอนขี่เลยค่ะ แล้วในเรื่องเขาเป็นผู้ชายที่รวยมาก เป็นคนเซอร์ ก็จะไม่แคร์ อาหารเต็มโต๊ะไม่เอา จะกินมาม่า อยู่บ้านคฤหาสน์แต่กางเต็นท์ในห้องอยู่อย่างนั้นค่ะ ตรงนี้ว่าฮาแล้วนะคะ

แต่หลังจากนี้มีซีนฮายิ่งกว่านี้อีก ต้องรอดูค่ะ (ทำให้เราชอบละครคอมเมดี้ไปเลยไหม?) ชอบนะคะ ทำให้เราเข้าใจอีกขั้นหนึ่งของศาสตร์นี้ด้วย เราอยู่กับคอมเมดี้มาประมาณ 6-7 เดือน ทำให้เราเข้าใจว่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง เริ่มสนุกกับมันมากขึ้นค่ะ” แล้วละครอื่นๆ เป็นแนวคอมเมดี้เหมือนกันรึเปล่า? “ตอนนี้พรีมกำลังถ่ายทำละคร “ชั่วโมงต้องมนต์” และ “เสน่ห์รักนางซิน”

สำหรับเรื่องชั่วโมงต้องมนต์ก็มีความเป็นคอมเมดี้ พรีมก็นำจังหวะต่างๆ นำวิธีการเล่นมาใช้ บางทีเราอาจต้องด้นสด ไหลไปตามบท เพราะในละครคอมเมดี้มันมีการด้นสดค่อนข้างเยอะ พรีมก็เอาเคล็ดลับของพี่ๆ นักแสดงทุกคนมาใช้กับเรื่องนี้ เรื่องนี้เล่นกับพี่บอม (ธนิน มนูญศิลป์) ในเรื่องหนูเล่นเป็นคนเรียบร้อย เป็นแม่ชีโลกสวยเลยค่ะ แต่อยู่มาวันนึงวิญญาณของนริศ

เจ้าของบริษัทโมเดลลิ่งซึ่งเป็นเกย์แบบใครร้ายมาก็ร้ายกลับ ใครดีฉันก็ดีกลับ เข้ามาสิงในร่างหนู หนูก็เลยต้องเล่นเป็น 2 คาแรกเตอร์ มันก็จะมีความฮา มีซีนคอมเมดี้ค่อนข้างเยอะค่ะ ด้วยความที่ต้องเล่นเวอร์ขึ้นอีกสเต็ปนึงเพราะเราเล่นเป็นเกย์คนนึงที่อยู่ในร่างผู้หญิงมันก็จะต้องมีแรงเป็นผู้ชาย แต่มีจริตของผู้หญิง

แต่มันเกินคำว่าผู้หญิงนิดๆ มันก็จะมีซีนฮาๆ พอวิญญาณเข้าสิงทุกคนจะเฮ้ย เป็นอะไร อยู่ดีๆ เป็นคนแสบขึ้นมาจากปกติเป็นแม่ชี เราก็จะได้ทำอะไรบ้าๆ ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เรื่องนี้ถ่ายไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ ไม่แน่ว่าอาจจะได้ดูกันปีนี้ค่ะ” เล่นละคร “ชั่วโมงต้องมนต์” ต้องศึกษาลักษณะท่าทางของเกย์จริงๆ มาใช้บ้างไหม?

“ศึกษาค่ะ มีการสังเกตพี่ๆ ในวงการ ไม่ว่าจะเป็นช่างหน้าช่างผมด้วย อย่างบางซีนพรีมต้องเต้นด้วย เมาด้วย วิญญาณเข้าสิงด้วย เราก็จะถามพี่ๆ เขาว่าเวลาพวกพี่เต้นในผับกันเต้นกันยังไง ท่าจิกผู้ชายเป็นยังไง ทำไมถึงแสดงท่าทางได้ขนาดนี้ค่ะ ธีมหลักคือเขาจะต้องเด่น ท่าทางก็จะออกมาเว่อร์ค่ะ ยากไหมก็ยากนะคะ มันไม่ต่างอะไรจากการเล่นบทแฝดเลย

แล้วซีนที่พรีมว่าท้าทายมากคือในซีนนึงต้นซีนอาจจะเล่นเป็นคนเรียบร้อย แล้วอยู่ดีๆ ก็หลับไปและตื่นขึ้นมาเป็นอีกคนนึงเลย มันต้องปรับทุกอย่างให้เร็วมากเลยค่ะ พรีมก็พยายามที่จะปรับเสียง วิธีการพูดให้มันแตกต่าง แล้วเวลาเป็นซีนที่สองคนอยู่ในซีนเดียวกันต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูงในการปรับค่ะ”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here