สลัดภาพ ‘แม่หญิงจันทร์วาด’ ส่อง ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ อวดหุ่นสุดเป๊ะ! ในชุดว่าย แหวก เว้าลึก (ชมภาพ)

0
541

สลัดภาพ ‘แม่หญิงจันทร์วาด’ ส่อง ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ อวดหุ่นสุดเป๊ะ! ในชุดว่าย แหวก เว้าลึก (ชมภาพ)

ทำเอาทะเลร้อนฉ่าเมื่อสาว “ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล” เดินทางไปพักผ่อนที่ศรีพันวาพร้อมกับแร๊ปเปอร์หนุ่ม “ทูพี” หรือ “โต้ง พิทวัส พฤกษกิจ” หวานใจที่รักๆเลิกๆกันมานาน โดยปรางสลัดมาดแม่หญิงจันทร์วาดมาเป็นลุคเซ็กซี่ใส่ชุดว่ายน้ำสีขาวเว้าลึกอวดหุ่นแซ่บให้แฟนๆได้น้ำลายหก

แต่คนที่น้ำลายหกที่สุดคงจะเป็นหนุ่มโต้ง ที่ได้ไปกระชับความสัมพันธ์กับสาวปรงในทริปนี้ด้วย ถึงจะไม่มีรูปคู่ออกมาให้แฟนๆได้ฟิน แต่รูปหมู่ก็เห็นชัดๆว่าไปด้วยกัน โดยมีการหอบลูกจูงหลานไปร่วมทริปด้วย สงสัยทริปนี้จะเป็นทริปกระชับรัก หลังกลับมาคืนดีกันอีกรอบล่ะมั้ง ว่าแต่ว่าคู่ของปรางกับโต้งเมื่อไหร่จะมีข่าวดี จะได้มีเบบี๋มาอุ้มเป็นของตัวเองบ้าง

ปราง กัญญ์ณรัณ โพสต์คลิปสโลว์โมชั่น โชว์สะบัดผมแบบสวย ๆ แต่ทำเอาหลายคนอิจฉาแรง เพราะเสียงคนถ่ายคือ โต้ง เซ้าท์ไซด์ เช็กอินเที่ยวที่ศรีพันวา ภูเก็ต ในช่วงเวลาเดียวกันเป๊ะ แถมยังลง IG Story ในที่เดียวกัน เลยทำเอาหลายคนจับตาความสัมพันธ์ของคู่รักรีเทิร์นอย่าง ปราง กัญญ์ณรัณ  กับ โต้ง เซาท์ไซด์ ว่าพร้อมเปิดตัวหวานอีกครั้งแล้วหรือเปล่า

โดยล่าสุด (1 พฤษภาคม 2561) ปราง กัญญ์ณรัณ ก็ทำเอาสาว ๆ อิจฉากันหนักมาก เมื่อเจ้าตัวโพสต์คลิปโชว์สะบัดผมแบบสโลว์โมชั่น ก่อนหันมายิ้มให้กล้องเก๋ ๆ แต่ทำเอาหลายคนหลุดโฟกัส เพราะได้ยินเสียงคนถ่ายในช่วงต้นคลิป และสังเกตว่าเป็นเสียงของหนุ่มโต้งนั่นเอง งานนี้เลยมีแฟน ๆ เข้ามาคอมเมนต์กันเพียบ ขณะที่บางคนถึงขั้นวางแผนล่มเรือแม่หญิงจันทร์วาดกันเลยทีเดียว

ความรักในละคร “บุพเพสันนิวาส” กำลังจะลงเอยกับ ขุนเรืองฯ ส่วนความรักนอกจอ เล่า แม่หญิงจันทร์วาด หรือ ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล ก็ได้ยินว่ารีเทิร์นรักอีกครั้งกับนักร้อง หนุ่มโต้ง-พิทรัส จริงมั้ยจริง? อันนี้ ปราง ที่มาเดินสายโปรโมตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดและ ควบคุมน้ำหนัก S 360

เปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า “เรื่องรีเทิร์น เนี่ยจริงๆ ก็ไม่ได้ปิดบัง แต่มันยังไม่พร้อมที่จะพูดอ่ะค่ะ คือคนสองคนกลับมาคุยกัน หลังจากหายไป 2 ปี มันก็ต้องใช้ความมั่นใจ ก็ยอมรับว่า ตอนนี้กลับมาศึกษากัน แต่ว่ามันยังไม่ได้อยู่ในจุดที่เรามั่นใจถึงขนาดตกลงกันว่าเรากลับมาเป็นแฟนกันแล้ว แต่ยอมรับว่าไปไหนมาไหนด้วยกัน” แสดงว่าตอนที่เลิกกันเราถอยกันไปไกลมากเลย

“ตอนนั้นคือเลิกกันเลยค่ะ เลิกกันไปจริงๆ ส่วนตอนนี้ที่กลับมาใหม่มันยังไม่ถึงจุดนั้นที่เรามั่นใจในกันและกันมาก แต่ถามว่าทำไมถึงกลับมาคุย มันเป็นโอกาสและเป็นจังหวะจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะรอคอยว่าผ่านมาสองปีแล้วฉันจะกลับมาคุยกับเธอ มันไม่ใช่แน่นอน มันลืมไปแล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงกลับมา แต่ก็น่าจะหลังจากที่เค้าบวช ก็มีโอกาสได้มาพูดคุยกัน อโหสิกรรมให้กัน”

ได้ไปงานบวชเค้าไหม “ไม่ได้ไปค่ะ เค้าบวชที่ภูเก็ต ปรางทำงานอยู่ด้วย แต่หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเคลียร์ปัญหามากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้กลับมาคุยกันเท่าทุกวันนี้นะคะ แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุยกัน แล้วเพื่อนเค้าก็คือเพื่อนเราอยู่แล้ว ได้ไปเจอกัน ตามกันไปกินข้าวเป็นกลุ่มใหญ่ๆ อย่างเช่น พี่ก้อง-กรุณ ปรางก็ได้เล่นละครกับพี่ก้อง ก็ซี้กับพี่ก้องอยู่แล้ว

เค้าเองก็สนิทกับพี่ก้อง แต่ตอนที่เลิกกันก็กลายเป็นว่าปรางไปกินข้าวกับพี่ก้องเค้าก็จะไม่ได้มา ก็คลาดกัน แต่พอเราเคลียร์ปัญหามากขึ้นก็กลายเป็นว่าเจอกันได้ พอได้กลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งก็เหมือนได้คุยแล้วกลับมาคลิกกันอีก” การเคลียร์ครั้งนี้เป็นการเคลียร์ในจุดที่เราติดใจกันจนทำให้เลิกกันใช่ไหม “ต้องบอกว่าที่เลิกกันมันไม่ได้มีปัญหาค่ะ

แต่มันเป็นเรื่องนิสัยส่วนตัว ไลฟ์สไตล์ แล้วก็ความคิดที่มันไม่เท่ากัน การมองอนาคตไม่เหมือนกัน คือสี่ปีที่คบกันมามันยังเป็นป๊อปปี้เลิฟด้วย เราเด็กด้วยกันทั้งคู่ เค้าเป็นแฟนคนแรกของปรางด้วย แล้วก็เหมือนต่างคนต่างมีความสุขในชีวิต ก็คบกันได้ แต่พอปรางเริ่มโตก็เริ่มมองอนาคต ซึ่งเขายังเอ็นจอยในการใช้ชีวิตอยู่ยังไม่คิดเรื่องอนาคต

ฉะนั้น คนสองคนมันก้าวขาไปไม่พร้อมกันแล้ว มันไปด้วยกันยาก คือปรางเป็นคนจริงจังกับการใช้ชีวิต มันก็เลยไปไม่ได้ แต่พอมาวันนี้เค้าโตขึ้นแล้ว พอกลับมาคุยกันมันก็เลยรู้สึกว่าอะไรที่เคยคุยกันไม่คลิกมันดันมาคลิก แล้วเค้าเองก็อยากจะขอโอกาส เค้าบอกว่าเค้าพร้อมแล้วในส่วนที่เค้าไม่พร้อม ซึ่งเราก็ยังไม่ได้คุยกับใคร ยังไม่มีแฟนใหม่

ฉะนั้นการเปิดโอกาสให้มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แล้วก็ไม่ได้ไปคาดคั้นให้เป็นแบบที่เราคาดหวังอีกแล้ว ถ้า ณ วันนี้เค้าไม่ได้เป็นในแบบที่เราวาดฝันว่าเค้าจะเป็นผู้ชายที่เราจะใช้ชีวิตด้วยในอนาคต ก็เป็นเพื่อนกันไป แต่ก็ยอมรับว่าวันนี้กลับมาศึกษาดูใจกันจริงๆ มีไปกินข้าว ไปดูหนัง เหมือนคนที่พยายามศึกษากันเพื่อที่จะเป็นแฟนกันตามปกตินั่นแหละค่ะ”

เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ถูกพูดถึงไม่น้อยสำหรับ “แม่หญิงจันทร์วาด” จากละคร “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 ซึ่งแสดงโดยนักแสดงสาวหน้าหวาน ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจร ทั้งที่บทนี้เป็นผู้หญิงเรียบร้อย เป็นกุลสตรีแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่กลับกลายเป็นว่ากระแสส่วนใหญ่ในโซเชียลฯ จะมองว่าแม่หญิงจันทร์วาดเป็นผู้หญิงแรดเงียบ อ่อยผู้ชายไปซะงั้น

เมื่อ ปราง เดินสายโปรโมตธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “S 360” (เอส 360) ซึ่งเจ้าตัวทำร่วมกับเพื่อนสนิทอย่างนางเอกสาว น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์เลยชวนเจ้าตัวพูดคุยถึงเรื่องธุรกิจดังกล่าว พร้อมทั้งถามถึงกระแสละครด้วย

ถามถึงกระแสละคร “บุพเพสันนิวาส” บ้าง ตอนนี้กระแสแรงมาก? “เรียกว่าดังกันทั้งทีมเลยดีกว่าค่ะ ทั้งตัวพระเอกนางเอก แม้แต่ตัวบ่าวของพี่โป๊ปคือน้องโมสต์ก็ดังมาก ก็ดีใจเพราะเราทำงานกันมา 2 ปี เรื่องนี้ถ่ายยาก ตัวบทเองก็เขียนยาก เพราะว่ามันอิงประวัติศาสตร์ด้วย ต้องทำรีเสิร์ชค่อนข้างเยอะ

ส่วนกระแสถึงตัวเราตอนนี้ทุกที่ที่ไปทุกคนจะเรียกว่าจันทร์วาดๆ ดีใจค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกระแสที่คนหมั่นไส้ในทวิตเตอร์ แต่ก็ดีใจมาก น่ารักดีค่ะ คนก็อิน ในทวิตเตอร์ แต่ก็ดีใจมาก น่ารักดีค่ะ คนก็อิน ในทวิตเตอร์บอกว่าจันทร์วาดนี่แรดเงียบ ต้นแบบของผู้หญิงที่ผู้หญิงด้วยกันไม่ชอบ แต่ผู้ชายดูไม่ออก ตลกอะ คนดูก็คิดได้เนอะ

แต่บทเราจริงๆ ปรางว่ามันเป็นจริตจะก้านของผู้หญิงสมัยก่อน ซึ่งถ้ามันถูกเอามาใช้ในปัจจุบันจะกลายเป็นแรดเงียบ แต่ถ้าสมัยก่อนนั่นคือปกติ อันนี้ผู้กำกับบรีฟมา พี่ใหม่เป็นคนดีไซน์ออกมาว่าผู้หญิงสมัยก่อนจะพูดน้อย จีบปากจีบคอ ไม่ค่อยทำอะไรมากนอกจากส่งยิ้มให้  แต่กลายเป็นว่าเราส่งยิ้มแล้วไปอ่อยผู้ชาย คนก็ตีความคนละแบบเพราะมันคนละยุคสมัย นั่นคือจริตของผู้หญิงสมัยก่อนค่ะ

พอคนไปตีความแบบนั้นก็น่ารักดี หมายถึงว่าคนดูอิน ออกแค่ไม่กี่ฉากคนก็เอามาตีความ เห็นที่เขาเอาไปตัดต่อก็น่ารักดีค่ะ ขอบคุณทุกคนเลย ตอนแรกก็คิดว่าตายแล้วราจะออกจากบ้านได้รึเปล่า จะโดนตบมั้ยเนี่ย (หัวเราะ) ปกติไม่เคยเล่นร้ายแล้วคนมาคอมเมนต์อะไรขนาดนี้ แล้วนี่ไม่ได้เล่นร้าย แต่คนยังมาคอมเมนต์ขนาดนี้  แต่ปรากฏว่าไม่มีอะไรค่ะ ไปไหนก็มีคนชมว่าเล่นดีมากๆ ชอบมาก แฮปปี้หายเหนื่อย สนุกกับการอ่านทวิตเตอร์มาก

คนก็จะมองว่าเรียบร้อยแต่ทำไมส่งสายตาให้พี่หมื่นตลอด แสดงว่าไม่เรียบร้อยจริง หรือว่าตอนจบจะร้าย ก็ดีค่ะ คนดูเดาไม่ออกก็ตื่นเต้นดี” ถือว่ากระแสดีที่สุดตั้งแต่เล่นละครมาเลยไหม? “จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็มีซีรีส์คิวปิดฯ ที่กระแสดีเหมือนกัน ในทวิตเตอร์ขึ้นอันดับ 1 เหมือนกัน ต่อันนั้นเขาจะชื่นชมแบบเป็นคู่จิ้น แต่อันนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะออกมาเป็นแบบนี้

ตอนที่เล่นหรือแม้แต่ผู้กำกับเองก็ไม่ได้คิดว่าจะออกมาขนาดนี้ ไม่คิดว่าคนดูสมัยนี้จะตีความจริตจะก้านของผู้หญิงกลายเป็นอีกแบบนึงค่ะ แต่ก็ดีค่ะ” แต่ก็มีดราม่าจับผิดละครเรื่องนี้ในโซเชียลเหมือนกัน? “มีโอกาสได้เห็นบ้างค่ะ ทุกวันนี้ว่างๆ จะเข้าไปอ่านทวิตเตอร์แฮชแท็ก #บุพเพสันนิวาส พราะเราก็อยากรู้ว่าคนรู้สึกยังไง แต่ก็นั่นแหละค่ะ อย่าไปพูดว่าละครก็คือละครเลย

แต่เราพยายามที่จะทำมันออกมาให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ ก็ขอให้โฟกัสที่ละครเราทำออกมาให้คนดูสนุกสนาน ดูแล้วได้ความรู้ ความบันเทิง เพราะฉะนั้นอย่าเอาเวลามานั่งจับผิดกันเลย ปรางว่าสิ่งที่ออกมาและได้กระแสตอบรับ จากคนดูดีมากขนาดนี้ เราก็รู้สึกดีใจมากแล้ว เราก็รับฟังทุกความคิดเห็นนะ เราก็มีกลุ่มที่คุยกันว่าเออ มีคนมาบอกตรงนี้นะ มันก็ถือเป็นบทเรียนของพวกเราด้วย ในคราวหน้าเราก็จะพัฒนาต่อไป”

ที่คุยกันในกรุ๊ปนักแสดงและทีมงานของละครเรื่องนี้ เขาว่ายังไงกันบ้าง? “ก็คุยกันว่ามีกระแสนี้มานะ แต่ทุกคนก็บอกว่าไม่อยากให้ซีเรียสกันเลย เพราะเรายังมีฉากดีๆ ที่น่าชื่นชมอีกเยอะ อยากให้โฟกัสกันตรงนั้นมากกว่า จุดผิดเล็กๆ น้อยๆ มันมีผิดพลาดกันได้อยู่แล้ว ละครทำยากขนาดนี้ ไปดูฉากน่ารักๆ กันดีกว่า อะไรที่ผิดเล็กๆ น้อยๆ พอให้อภัยกันได้ก็ให้อภัยกันไปดีกว่า

ถามว่าหลังจากละครออนแอร์ได้มีโอกาสเจอเพื่อนๆ นักแสดงบ้างไหมก็มีค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมตก็จะได้เจอกันบ่อย ทุกคนก็แฮปปี้หน้าบานขึ้นอีกหลายนิ้ว ต้องบอกว่าเราถ่ายมาเหนื่อยมาก ทุกอย่างละเอียดมาก กว่าจะได้บทได้ถ่าย ถ่ายฉากนึงก็ยากมากนะคะ บางทีเหมือนไม่มีอะไรเลย แค่หนูไปนั่งร้อยพวงมาลัย ทุกอย่างมันมีรายละเอียด เขาอยากให้ออกมาสมจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชุดของปราง

เรื่องทรงผมว่าทำไมไม่เหมือนของเบลล่า ทุกอย่างมันมีเรื่องราวหมดเลยค่ะ หรือแม้กระทั่งของใช้ ของกินในสมัยนั้น คือเขาอยากให้มันตรงตามประวัติศาสตร์มากที่สุด เพราะฉะนั้นจะถ่ายยากมาก อยากให้มันออกมาสวยงาม ให้คนรู้สึกว่าได้ย้อนยุคไปสมัยอยุธยาจริงๆ ค่ะ” เบื้องหลังในส่วนของเราเอง คิดว่าฉากไหนยากที่สุด?

“ฉากจมน้ำค่ะ ยากที่สุดแล้ว คือต้องลงไปในน้ำจริงๆ ตอนแรกคิดว่าจะเป็นสแตนด์อินได้รึเปล่า อาจจะให้เห็นแค่ว่าเราร่วงลงไป แต่พี่ใหม่อยากให้มีภาพใต้น้ำ  อยากให้มีจังหวะเห็นว่าเราช่วยบ่าวไว้ไม่ทัน ชุดไทยก็อึดอัด ว่ายน้ำยาก แล้วเราถูกถ่วงด้วยหินอีก คือข้างในขาจะรัดหินน้ำหนักไว้ให้ตัวมันจม ไม่งั้นตัวจะลอย แล้วคนเยอะ การกำกับใต้น้ำมันก็กำกับไม่ได้

ผู้กำกับก็จะกำกับบนบกว่าเดี๋ยวเรือจะล่มนะ หนูว่ายน้ำเป็น แต่บ่าวว่ายไม่เป็น เราต้องช่วยแต่ช่วยไว้ไม่ทัน แล้วมีบ่าวผู้ชายกระโดดตามไปช่วย หนูก็บอกพี่ใหม หนูไม่ใช่นักดำน้ำ สรุปก็ยากจริงๆ พยายามเอาให้เทคสองเทคผ่าน แต่มันก็ไม่ผ่านเพราะมีพี่เอ็กซ์ตร้าก็งงๆ เพราะไม่ได้มาถ่ายละครประจำ พอถ่ายใต้น้ำก็ยากไปอีก เรายังว่ายากเลย กว่าจะถ่ายได้ก็ยาก ใช้เวลาวันนึงเลยค่ะฉากนั้น

แต่ภาพตัดออกมาอาจจะดูนิดเดียวค่ะ แต่เบื้องหลังเหนื่อยมาก ชุดไทยทำให้เราว่ายน้ำไม่ถนัด ผ้าถุงพอโดนน้ำก็จะพอง เราก็พยายามรูดเอาน้ำออกให้คนไม่รู้สึกค่ะ สไบก็จะปลิว เราก็ต้องทำให้ดูสวย ไม่โป๊อีกค่ะ”ก่อนจะเล่นเราต้องศึกษาบทยังไงบ้าง? คือในบทถูกวางให้เป็นแบบอย่างของกุลสตรีที่แท้ทรูของสมัยโน้น เราก็ถามพี่ใหม่ว่ามันเป็นยังไง

พี่ใหม่ก็พยายามใส่ดีเทลให้ อย่างวิธีมองก็จะต้องก้ม เขาจะไม่จ้องหน้ากันเยอะ ผู้หญิงสมัยก่อนจะสำรวม ตาจะมองต่ำหน่อย จะสบตาก็ชายตาขึ้นมาได้นิดนึงแล้วหลบตา แต่กลับกลายเป็นกิริยาที่คนสมัยนี้ไม่ชอบเพราะคิดว่าอ่อย แต่สมัยก่อนมันเป็นอย่างนั้น ก็จะมองได้แค่แป๊บเดียว แล้วจะไม่พูดเยอะ พูดห้ามเห็นฟัน พูดแบบกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก

ปรางก็ตายแล้ว แล้วบทมันมายาว กว่าจะพูดจบ มัวแต่พูดเก็บฟันอยู่นั่นแหละ ยากมาก การนั่ง การยืน การเดิน รายละเอียดมันยิบย่อย ของปรางน่าจะยากตรงนี้ เพราะพอพูดว่าเป็นกุลสตรีแห่งศรีอยุธยาแล้วทำไม่ได้นี่ก็คงจะมีดราม่าว่าไม่เหมาะสมกับบทนี้ ก็กลัวเหมือนกัน แต่อยากทำให้ออกมาดีที่สุดค่ะ

ถามว่าศึกษายังไง จริงๆ ในตัวนิยายและในตัวบทจะค่อนข้างอธิบายมาละเอียดว่าคำว่ากุลสตรีเป็นยังไง มองได้ระดับไหน เราก็พยายามจินตนาการมากกว่า ไม่ได้ไปดูต้นแบบจากไหนค่ะ เพราะหนูก็คิดว่าคงหาดูไม่ได้ว่าเป็นยังไง เพียงแต่ว่ามันก็เป็นคำบรรยายที่บอกต่อมาว่ากุลสตรีต้องทำแบบนี้ ซึ่งมันไม่ชินแน่นอน มันไม่ใช่บุคลิกของเราเลยค่ะ แต่พอออกมาแล้วคนชมเราก็ดีใจมาก” ถามถึงธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก?

ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปรางกับตาลทำด้วยกันค่ะ ทำทุกอย่างเองตั้งแต่เริ่มคิดว่าจะทำอะไรดีที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราใช้จริง กินเองจริงๆ ก็เลยมาจบที่เรื่องกิน ควบคุมน้ำหนัก เพราะเราต้องถ่ายละครแต่กินเก่งมาก ปรางเป็นเพื่อนกับตาลมานานมาก เราจะรู้ดีว่าทั้งคู่ชอบกินมาก ก็เลยเป็นอันนี้แหละ

แล้วเรามาคิดค้นสูตรว่าจะทำยังไงให้มันพอดี เพราะตาลไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ปรางกินเยอะแต่ปรางออกกำลังกาย ก็พยายามหาสูตรที่มันลงตัวที่ทุกคนกินได้ ทั้งปรางกินได้ ตาลกินแล้วเห็นผล เลยมาลงตัวที่ผลิตภัณฑ์นี้ค่ะ” หลายคนมักจะกลัวว่าทำธุรกิจกับเพื่อนแล้วจะแตกคอกัน?

“มีคนเตือนเยอะค่ะ ปรางว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว มันก็เห็นบทเรียนจากหลายๆ คู่ แต่ว่าสุดท้ายปรางมองแล้วว่าน้ำตาลเนี่ยเป็นคนง่ายๆ แต่เวลาทำงานเขาจริงจัง มีคอนเซปต์ชัดเจน ส่วนปรางก็เป็นคนชัดเจนว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็พูดคุยกันตรงๆ ตั้งแต่เริ่มทำมาจนตอนนี้ปีกว่าแล้ว ปรางก็ยังอยู่ในระดับที่มั่นใจในตัวน้ำตาล และมั่นใจว่าเราจะไปด้วยกันได้อีกนานค่ะ”

ลงทุนไปเยอะไหม?  “ก็ระดับนึงค่ะ (หัวเราะ) ถามว่า 7 หลักไหมก็ต้องมีอยู่แล้วค่ะ แต่เราก็เต็มที่เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ของเราสองคนด้วยกันครั้งแรก แล้วเราก็มีทำรายการด้วยกันด้วย เป็นรายการที่ออนทางยูทูปแชนแนลชื่อ Sit Chit Chat” ซึ่งมีอยู่ในเพจ S360 ด้วย อันนี้ทำเพื่อสนอง need ปรางกับตาลเลย

คืออยากทำรายการด้วยกันมานานมากก่อนจะมีผลิตภัณฑ์ด้วยซ้ำ อย่างเวลาเราไปกินอะไรไปเที่ยวที่ไหนแล้วอยากรีวิวให้คนเห็น เราก็อยากแชร์โมเมนต์ ก็เลยทำรายการซะเลย ซึ่งแน่นอนว่ามีผลิตภัณฑ์ของเราด้วย เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเวลาเราไปกิน เรากินเยอะขนาดไหน และเรากินผลิตภัณฑ์นี้จริงๆ ไม่มีผลข้างเคียงด้วย”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here