“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พระราชทานเลี้ยงเนื่องในโอกาสวันประสูติ “พระองค์ทีปังกรรัศมีโชติ” พร้อมทรงตัดเค้กประทานแก่พระสหาย! (ชมภาพ)

0
778

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พระราชทานเลี้ยงเนื่องในโอกาสวันประสูติ “พระองค์ทีปังกรรัศมีโชติ” พร้อมทรงตัดเค้กประทานแก่พระสหาย! (ชมภาพ)

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดงานพระราชทานเลี้ยงเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเจริญพระชันษา 13 ปี โดยมีพระสหายมาร่วมในงานพระราชทานเลี้ยงด้วย โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเค้กวันประสูติ ตกแต่งเป็นภาพรถยนต์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมทรงตัดเค้กประทานแก่พระสหาย เมื่อวันที่ 29 เม.ย.

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประสูติเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชหัตถเลขา ขนานพระนามว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ อันมีความหมายว่า “ผู้ทำประทีป คือปัญญาให้สว่างกระจ่างแจ้ง ผู้ทำเกาะ คือที่พึ่งให้รุ่งเรืองโชติช่วง”

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2548 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ สนพระทัยกิจกรรมกีฬาและการออกกำลังพระวรกาย อาทิ กีฬาขี่ม้า สกี ว่ายน้ำ จักรยาน และปีนเขา รวมทั้งสนพระทัยศึกษาธรรมะ โดยเสด็จไปทรงบำเพ็ญพระกุศลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังทรงเป็นแบบอย่างในการทำกิจกรรมจิตอาสา

สนองพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย พระราชประวัติของพระองค์ พระนามเดิมของพระองค์ เดิมว่า สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร ซึ่งเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรง

พระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เมื่อเวลา ๑๗ นาฬิกา ๔๕ นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงได้รับการศึกษาระดับอนุบาลศึกษาที่พระที่นั่งอุดร พระราชวังดุสิต และทรงเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนจิตรลดา

ระหว่างพุทธศักราช ๒๔๙๙ –๒๕๐๕ ที่ประเทศอังกฤษระหว่างพุทธศักราช ๒๕๐๙ – ๒๕๑๓ หลังจากนั้นได้ทรงศึกษาระดับเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ นครซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย แล้วเข้ารับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ทรงได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต (การศึกษาด้านทหาร) คณะการศึกษาด้านทหาร จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลล์ ประเทศออสเตรเลีย

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ นอกจากนี้ ยังทรงศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกหลักสูตรประจำชุดที่ ๕-๖ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๑ และทรงได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ครั้นถึง พ.ศ.๒๕๓๓ ทรงได้รับการศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรแห่งสหราชอาณาจักรด้วย เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

ปวงชนชาวไทยต่างมีความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร มีพระนามาภิไธย ตามจารึกพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

สิริกิติยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธ สยามมกุฎราชกุมาร” ในมงคลวาระนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณในการพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งแสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งมั่นจะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อชาติบ้านเมือง

และประชาชนชาวไทย เป็นที่ซาบซึ้งประทับใจพสกนิกรอย่างยิ่ง ดังความว่า “ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยเฉพาะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรท่ามกลางสันนิบาตนี้ว่า ข้าพเจ้าผู้เป็น สยามมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานไว้

ด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่าง โดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ และโดยความเสียสละ เพื่อความเจริญสงบสุขและความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่” เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ตามไปชม เรื่องราวน่าประทับใจของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 รวมเรื่องราวน่าประทับใจของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านทรงเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพในหลาย ๆ ด้าน และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อทรงแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในด้านต่างๆ

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ ที่ผ่านมาทุกคนที่ร่วมงานกัน หรืออยู่ร่วมกันเป็นสังคม จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดจะอยู่ได้ หรือทำงานให้สำเร็จได้ โดยลำพังตนเอง ถ้าแต่ละคนจะมีทัศนคติดังนี้ และพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันให้แน่นแฟ้น การร่วมงานและการอยู่ร่วมกัน ย่อมเป็นไปโดยราบรื่นและมั่นคง เป็นผลดีทั้งแก่บุคคล แก่งานและแก่สังคมส่วนรวม”

พระราโชวาทสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระนามเดิม)เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระฉายาลักษณ์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ .. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ทอดพระเนตร และทรงลูบพระพักตร์พระขนิษฐา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ด้วยความรักและทะนุถนอมยิ่ง ขณะบรรทมในพระอู่ดูแลฉลองพระองค์ถวาย ในหลวง ร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ทรงมีความเชี่ยวชาญในด้านการบินทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตลอดจนทรงมีความชำนาญในการบังคับอากาศยานชนิดต่างๆ ทั้งอากาศยานทหารและอากาศยานพาณิชย์ ยากที่จะมีผู้ใดเทียบเทียมได้ อันเป็นที่ประจักษ์ต่อชาวไทยทุกคน แต่มีน้อยคนนักที่จะทราบว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

เคยได้ทรงเข้าร่วมการแข่งขันการใช้อาวุธทางอากาศ ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และทรงชนะเลิศการแข่งขัน เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๐ ณ เนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงร่วมพระราชพิธีเจ้าชายวิลเลม อเล็กซานเดอร์ มกุฎราชกุมารแห่งเนเธอร์แลนด์

เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเนเธอร์แลนด์ วันที่ 29 เมษายน 2556 เวลา 19.17 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ โรงแรมที่ประทับ เพื่อเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยผู้แทนพระราชวงศ์จากสหราชอาณาจักร ไปยังพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ไรค์สมิวเซียม (Rijksmuseum)

ทรงร่วมงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดขึ้นในโอกาสที่ผู้แทนพระราชวงศ์จากประเทศต่างๆ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเข้าร่วมพระราชพิธีเจ้าชายวิลเลม อเล็กซานเดอร์ มกุฎราชกุมารแห่งเนเธอร์แลนด์ เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเนเธอร์แลนด์ สืบต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์

ภาพยิ้มสยาม วันที่ 30 เมษายน 2556 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้แก่ผู้มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ในโอกาส ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ ที่มหาวิหาร นิวว์ เคิร์ก (Nieuwe Kerk) ข้างพระราชวังกรุงอัมสเตอร์ดัม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประทับยืนถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนผ่านโรงพยาบาลศิริราช ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ได้ทรงแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2509 ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ พระอัจฉริยภาพที่พสกนิกรชาวไทยอีกมากยังมิเคยได้รู้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร (พระอิสริยยศในขณะนั้น)

ทรงเป็นพระราชโอรสที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพในหลายๆ ด้าน และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อทรงแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในด้านต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานอกจากนี้ พระองค์ทรงได้สืบทอดพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีสมกับที่ทรงเป็นพระหน่อเนื้อเชื้อไขตามรอยพระยุคลบาทพระราชบิดาโดยแท้ พระองค์สนพระราชหฤทัยดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระองค์โปรดปรานการเป่าแซกโซโฟนมากเป็นพิเศษ เคยทรงดนตรีร่วมกับพระราชบิดาอยู่บ่อยครั้ง

truststoreonline

Leave your vote

2 points
Upvote Downvote

Total votes: 6

Upvotes: 4

Upvotes percentage: 66.666667%

Downvotes: 2

Downvotes percentage: 33.333333%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here