จะไม่ยอมเห็นคลิปนี้คนเดียว!!’พี่หมื่นโน้ส’ เล่นใหญ่มากหลังประกาศเป็นแฟนคลับ โพสต์คลิปสุดฟิน ‘เบลลล่า’! (คลิป)

0
353

จะไม่ยอมเห็นคลิปนี้คนเดียว!!’พี่หมื่นโน้ส’ เล่นใหญ่มากหลังประกาศเป็นแฟนคลับ โพสต์คลิปสุดฟิน ‘เบลลล่า’! (คลิป)

หลังเปิดไอจีไม่กี่วัน โน้ส อุดม แต้พานิช คนแห่มากดติดตามกันแสนกว่าแล้ว ขณะส่องในไอจี พบว่ามีแต่รูปกับคลิปกับแม่หญิงการะเกด นางเอกสาว เบลล่า ราณี นางเอกในดวงใจตอนนี้ แบบใกล้ชิดสนิทยันนิ้วเท้าเลย เรียกว่าโนสนโนแคร์ทั้งพระเอกในจอนอกจอ อย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ เลย โดยเฉพาะภาพขณะจับหัวนิ้วโป้งเท้าสาวเบลล่า พร้อมแคปชั่นว่า “ซื้อCD ได้บัตรจับมือ8วิ

คงไม่เพียงพอสำหรับโอตะรุ่นใหญ่อย่างเรา @bellacampen” ก่อนจะลงเป็นคลิปสุดมุ้งมิ้ง พร้อมเพลงประเกอบบุพเพสันนิวาส แคปชั่นว่า “ดมจะไม่ยอมเห็นคลิปนี้คนเดียว” จนคนเข้ามาคอมเมนต์บอก พี่หมื่นโน้ส เล่นใหญ่มาก เรื่องหัวใจห้ามกันไม่ได้ อาการหนักจริงๆ สำหรับ โน้ต อุดม แต้พานิช ก็ขอประกาศตัวเป็นแฟนคลับของเบลล่าอย่างเป็นทางการ ที่ก่อนหน้านี้ได้เคยพูดเอาไว้ในทอล์กโชว์ว่า พอดูละครแล้วหลงรักสาวเบลล่าขึ้นมา

ถ้าได้เจอหน้าก็จะหน้าแดง และจะยังรอคอยวันที่เบลล่าเลิกกับเวียร์ แหม… ประกาศออกสื่ออย่างนี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นะพี่โน้ต และล่าสุด โน้ต อุดม ก็ยอมใจอ่อนเปิดอินสตาแกรมเป็นของตัวเองขึ้นมา ภาพแรกที่ลงนั้น เป็นภาพตนเองกับเบลล่า โดยมีสาวเบลล่ากำลังเช็ดปากให้ และพี่โน้ตก็หน้าแดงขึ้นมาทีเดียว พร้อมกับเขียนแคปชั่นในรูปว่า “ห่างไกลยังเฝ้ารอ  ใกล้กันฉันก็หวั่นไหว @bellacampen” ส่วนทางด้านสาวเบลล่าก็ได้โพสต์ภาพคู่พี่โน้ตเช่นกัน โดยระบุแคปชั่นว่า “สวัสดีเจ้าค่ะคุณพี่ @udomofficial”

สำหรับ โน้ต อุดม เป็นศิลปิน คอมเมเดียน นักแสดง นักเขียน คนเขียนบท ทำงานศิลปะ และเป็นพิธีกรการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน (Stand Up Comedy) หรือการแสดงตลกคนเดียวบนเวที  อุดมเริ่มงานแรกโดยการเป็นนักเขียนการ์ตูนที่นิตยสารชัยพฤกษ์การ์ตูน ของไทยวัฒนาพานิช โดยใช้นามปากกาว่า ‘Note Namun’ (โน้ต หน้ามึน) ได้ค่าวาด 150 บาทต่อการ์ตูน 2 ช่อง และเมื่อได้อ่านนิตยสาร

ไปยาลใหญ่ ฉบับแรกบนแผงเขารู้สึกถูกใจในบุคลิกของหนังสือ และอยากร่วมงานด้วย จนได้เข้าไปสมัครเป็นนักแสดงละครของศิษย์สะดือ ความรักของมาลัยในห้องไอซียู เป็นละครเรื่องแรกที่เขาเล่น รับบทเป็นคนแก่ในโรงพยาบาล จบจากละครก็ก้าวเข้าสู่ถนนหนังสือ ในตำแหน่งฝ่ายศิลป์ของนืตยสารไปยาลใหญ่ ทำหน้าที่ออกแบบจัดทำภาพปกและภาพประกอบต่างๆในไปยาลใหญ่

เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วนั้น นิตยสารไปยาลใหญ่จากสำนักพิมพ์ “สำนักศิษย์สะดือ” ถือว่าเป็นนิตยสารที่ฉีกแนวออกมาจากนิตยสารอื่นๆบนแผง ได้รับความนิยมและได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก ทั้งจากนักอ่านและผู้คนในแวดวงต่างๆ ที่ไปยาลใหญ่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตอุดมเพราะสังคมในไปยาลใหญ่ล้วนเป็นนักอ่านตัวยงและมีอิทธิพลต่ออุดม นอกจากนั้นเขายังค้นพบความสามารถในการเขียนหนังสือ

เมื่ออุดมอ่านหนังสือมากๆ จึงเกิดแรงบันดาลใจให้อยากเขียนหนังสือบ้าง ต่อมาครั้งหนึ่งในชีวิตกับแตงโมปั่น งานเขียนเรื่องแรกของเขาก็แจ้งเกิดในสนามที่ไปยาลใหญ่นั่นเอง หลังจากที่งานได้ตีพิมพ์ อุดม เริ่มรับผิดชอบคอลัมน์ต่างๆ ในไปยาลใหญ่ โดยใช้นามปากกาว่า “โน้ตหน้ามึน หลานเจ๊นี้ขายผลไม้” ควบคู่กับตำแหน่งฝ่ายศิลปของหนังสือ เขาเป็นคนเขียนคอลัมน์ ‘สารภีมีดีให้’

รวมถึงเกมส์กวนๆในคอลัมน์นั้น ก่อนที่นิตยสารไปยาลใหญ่จะปิดตัวเองลงในเวลาต่อมา อุดมพาความสามารถเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิงโดยเริ่มจากเป็นตัวประกอบในรายการวิก 07 ของเจเอสแอล และเล่นเกมส์ในรายการจุดเดือด จนทางผู้ใหญ่ในเจเอสแอลประทับใจลีลาจึงชักชวนมาร่วมงานในรายการ ยุทธการขยับเหงือก ซึ่งเป็นรายการ Comedian Show ที่มีความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของช่อง 5 ในยุคนั้น

จึงทำให้อุดมแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวในชื่อ เสนาฯ โน้ต และต่อมาก็ได้แสดงเป็นตัวปริศนาในภาพ VTR กับคุณศุภกร อุดมชัย หรือ “หมี ปลื้ม” ที่ใช้ชื่อว่า “ปริศนา อ้วน-ผอม” ในรายการชิงร้อยชิงล้าน ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 – 29 มกราคม 2535 ทางช่อง 7อีกด้วย หลังจากความสำเร็จในครั้งแรก

อุดม แต้พานิช ได้ตัดสินใจแยกตัวออกมาจากรายการยุทธการขยับเหงือก แล้วหันไปจัดเดี่ยวไมโครโฟน โดยเดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรก เกิดขึ้นหลังจากอุดมร่วมเป็นพิธีกรของรายการยุทธการขยับเหงือกได้ประมาณ 4 ปี อุดมเริ่มทำเดี่ยวไมโครโฟนประมาณ 2 ปี ซึ่งมีเงินทุนอยู่ 4 แสนบาท เปิดแสดง 3 รอบ เปิดการแสดงเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2538 เวลาบ่าย 2 โมง แสดงที่หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต

อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ผลตอบรับออกมาดี นอกจากจะเป็นนักแสดงตลกและนักเขียนแล้ว อุดม แต้พานิช ยังมีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง กล่อง (2541) กำกับโดยท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล โดยอุดมรับบทเป็นพระเอกที่ได้รับค่าตัวแพงที่สุดในประเทศไทยดาราคนโปรดของอุดมคือ บรู๊ซ ลี, เฉินหลง, โจวชิงฉือ ส่วนคอมมิเดี้ยนที่เขาชื่นชมคือ เจอร์รี่ ไซน์เฟลด์ และ โรแวน แอตคินสัน หรือ ‘มิสเตอร์บีน’

เปิดหมวกชีวิต…คิดแบบ”โน้ต”อุดม จากผู้ชายรูปร่างหน้าตาธรรมดา ที่มีจมูกรูปชมพู่โดดเด่น กลายเป็นลักษณะเฉพาะตัว ด้วยความเป็นตัวของตัวเอง บวกกับการสั่งสมประสบการณ์อันชาญฉลาด และนำสิ่งที่ถ่ายทอดสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบของทอล์กโชว์ ในชื่อ “เดี่ยวไมโครโฟน” ทำรายได้มหาศาล ส่งพาให้ “โน้ต” อุดม แต้พานิช กลายเป็นผู้ทรงอินทธิพลอีกคนหนึ่งของวงการบันเทิง

ที่ไม่ว่าจะหยิบจับทำอะไร ก็ดูเหมือนว่าจะประสบความสำเร็จ และเป็นที่ถูกจับตามองทุกครั้งไป ตัวตนคนแบบ “โน้ต” อุดม คิดว่าตัวเองเป็นคนแปลกหรือเปล่า ผมชอบคิดว่าคนอื่นแปลกมากกว่า เพราะนั่งรถตู้ไปทำงานกับคนที่ไม่รู้จัก มีบางคนคุยโทรศัพท์ในรถ เกลียดก็เกลียดแต่ก็ต้องฟังมัน แล้วพอถึงที่ทำงานต้องรอลิฟต์อีก นี่แหละประหลาด แต่ก็เคยเจอรุ่นน้องมาถามเหมือนกัน

ว่าพี่โน้ตคิดว่าตัวเองเป็นคนปกติเหรอ ไม่เคยคิดเหรอ ว่าตัวเองประหลาด ปกติผมไม่เคยมองมุมนี้มาก่อนเลย คิดแต่ว่าคนอื่นประหลาดมาตลอด สงสัยเราชินกับตัวเราที่เป็นแบบนี้มั้ง แต่ถ้าวัดจากคนใกล้ๆ ตัว ก็ไม่น่าจะปกตินะ แท้จริงแล้ว “โน้ต” อุดมเป็นคนอย่างไร ผมเป็นคนอ่อนไหวง่าย จริงจังกับเรื่องไร้สาระ และรู้ว่าตัวเองชอบอะไร แล้วก็เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบที่เราชอบ ซึ่งจริงอยู่มันอาจสูญเสียโอกาสบางอย่าง

เราอาจจะไม่มีความมั่นคงทางการเงิน ไม่มีอะไรมาการันตีเงินเดือนในแต่ละเดือน แต่เราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเลือก ผมมีวิธีคิดง่ายๆ คือถ้าอยากมีชีวิตที่อิสระก็อย่าไปเป็นหนี้ ไม่บ้าแฟชั่น ฉะนั้นไม่ว่าปีนี้แฟชั่นอะไรมาก็ทำอะไรผมไม่ได้ ผมก็จะอยู่เชยๆ ของผมแบบนี้แหละ เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงหรือเปล่า เห็นเขาว่าอย่างนั้นนะ แต่ผมกลับคิดว่าเป็นโลกปกติ เพราะคนทุกคนก็ต้องมีพื้นที่ของตัวเอง

แล้วค่อยมีสะพานเชื่อมหากันบ้าง แต่ไม่ต้องมาอยู่แบบเบียดๆ กัน ยอมรับเป็นคนไม่ค่อยเปิดให้ใครเข้ามาง่ายๆ ผมมีเพื่อนเยอะ แต่เพื่อนสนิทน้อยมาก เนื่องจากปิดตัวเอง กว่าจะเปิดใจให้ใครเข้ามาในเส้นรัศมีต้องใช้เวลานานเลยแหละทำไมถึงเปิดรับคนยาก ความจริงผมไม่ได้เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดหรอก แต่เป็นตอนเข้าวงการ ในชีวิตโดนคนสนิททำให้เจ็บซ้ำน้ำใจ ไม่ว่าจะเรื่องเงิน คนรัก

ที่โดนทิ่มแทงข้างหลัง เลยทำให้เราเป็นคนกลัวคน ดังนั้นวิธีปลอดภัยที่สุด ในเมื่อคนเป็นตัวปัญหาก็อย่าไปยุ่งกับคน คนเยอะเรื่องเยอะ เลยทำตัวให้ห่างๆ คน แต่ทุกวันนี้ดีขึ้นเยอะ แง้มให้คนเข้ามาบ้าง แต่ไม่ได้เปิดอ้าซ่า ที่เป็นแบบนี้อยากทำตัวโดดเด่นหรือเปล่า ประการแรก ไม่ได้คิดว่าจะทำตัวแตกต่างจากคนอื่นเลย ไม่ได้อยากเป็นเด็กแนว หรือว่าต้องคิดต่างคนอื่น อันนี้ไม่มีในหัว

แค่รู้ว่าตัวเองชอบแบบนี้ ชอบอิสระในการใช้ชีวิตแบบนี้ ที่ได้ทำอะไรตามใจ ซึ่งก็หานิยามไม่ได้หรอกว่ามันคืออะไร กว่าจะมาเป็น “โน้ต” อุดม อะไรในตัว “โน้ต” อุดม ที่ทำให้คนชอบ ผมถือว่าเป็นบุญมากที่คนเกิดชอบงานของผม เคยมีคนมาพูดกับผม ว่าพี่โน้ตเป็นคนโชคดีนะ ที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้วได้ตังค์ด้วย รู้มั้ยมันไม่ได้เป็นกันได้ทุกคนนะ เออ…ผมก็กลับมาคิดว่าจริง เพราะงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้

คือสิ่งที่ชอบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นวาดรูป เขียนหนังสือ และเดี่ยวฯ นี่รักเลย เป็นสิ่งที่ทำได้ถนัดเลย ได้เล่าเรื่องที่ไปเจอมา แล้วเห็นคนขำไปกับมุกของเรา ถ้าวันหนึ่งแสดงเดี่ยวฯ แล้วคนไม่ขำกับสิ่งที่เล่าจะทำอย่างไร นั่นน่ะสิ…ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ก็คงเหมือนโดนธรณีสูบมั้ง ผมคิดว่าผมน่าจะรู้ตัวเร็วนะ เพราะถ้าคนไม่ขำกับเรื่องที่ผมเล่า ผมคงไม่ดันทุรังทำต่อไปหรอก เมื่อถึงเวลานั้นผมคงรู้ตัว

คนเรามันจะมีสัญชาตญาณบางอย่างบอกอยู่ ก็คงจะกันตัวเองไปทำอย่างอื่นแทน ผมไม่อายทำกินไม่หมิ่นเงินน้อย เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ ไม่จำเป็นจะต้องทำเดี่ยวฯ อย่างเดียว แต่ก็ขอทำเดี่ยวฯ 8 อีกสักทีก่อนนะ ทำไมเดี่ยวไมโครโฟนต้องล้อการเมืองทุกครั้ง การเมืองสำหรับผมมันก็เหมือนมวยปล้ำ ที่ไม่ได้ต่อสู้กันจริงๆ มันเป็นละคร ต่อยไม่ถูกกันด้วยซ้ำ แต่คนดันเคลิ้มไปจริงๆ กับมัน ฉะนั้นผมจึงไม่รู้สึกตื่นเต้นมากเวลาใครได้เข็มขัด

คิดว่าที่มายืนอยู่ตรงนี้เป็นเพราะพรสวรร์ หรือพรแสวง ความขยันของผมนี่แหละ ที่ได้พาสิ่งต่างๆ ให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองจนมาถึงทุกวันนี้ ในสมัยแรกที่ทำเดี่ยวก็เคยมีไปเล่นแล้วคนไม่ขำเหมือนกัน เลยทำให้เราได้เรียนรู้ศาสตร์แขนงนี้ ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด สิ่งเหล่านั้นมันช่วยขัดเกลา ผมไม่ได้เป็นคนเล่าอะไรแล้วตลกทุกเรื่องหรอก ไม่ได้เป็นคนมหัศจรรย์ขนาดนั้น แต่ชอบหาประสบการณ์

ซึ่งประสบการณ์ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ผิดพลาด แค่พลาดน้อยกว่าคนไม่มีก็เท่านั้นเอง งานเขียนหนังสือจะออกเมื่อไรอยากออกเหมือนกัน ใจน่ะอยากเขียนแต่สังขารไม่เอื้อ สายตาไม่ค่อยไหว และไม่โกรธด้วยที่ถูกเรียกว่างานเขียนของผมเป็นขยะวรรณกรรม เพราะจริงๆ ไดอารี่มันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา แต่ละวันที่ผ่านมามันก็คือขยะ และผมก็เป็นคนขายขยะที่เก็บเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาใช้ใหม่

ยอมรับเมื่อ 10 ปีก่อนโดนว่าอย่างนี้แล้วมีน้อยใจเหมือนกันนะ ซึ่งตั้งใจเอาไว้ ว่างานหนังสือของผม ถ้าเขียนเสร็จก็จะออกทันที เนื่องจากงานเขียนของผมมันได้เป็นต้นกำเนิดของการทำเดี่ยวไมโครโฟน อาชีพจริงๆ ของ “โน้ต” อุดม คืออะไร ไม่รู้เหมือนกัน แต่เวลาไปต่างประเทศ ไปโรงพยาบาลแล้วโดนให้กรอกอาชีพ ก็จะบอกไปว่าขายบริการ นักวางแผนการตลาดให้ตัวเอง เป็นคนสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเองเก่ง

มีคนเขาวิจารณ์มาเหมือนกัน ว่าพี่โน้ตเก่งการตลาดหายไปแล้ว รู้จังหวะการปรากฏตัว มีหมอดูหรือเปล่า ผมไม่เคยมีอะไรเลย และไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้นหรอก ใช้สัญชาตญาณล้วนๆ เราไม่เคยเรียนการตลาดมา ไม่ได้วางแผนอะไรเลย ก็ทำกันแบบบ้านๆ นี่แหละ อย่างเดี่ยวฯ คิดอยากทำตอนไหนมีเรื่องเล่าอยากเล่าแล้วก็ทำเลย และไม่เคยไปเรียนที่โรงเรียนทำเดี่ยวไมโครโฟนที่ไหนเลย

อยากเรียนเหมือนกันนะ แต่ไม่มีโรงเรียนสอนจะไปเรียนต่างประเทศ ภาษาอังกฤษก็ไม่เก่ง ทุกวันนี้เรียนรู้จากความผิดพลาด โดยใช้ปัญญามากำกับ อย่างตอนที่ออกจากยุทธการขยับเหงือกใหม่ๆ แล้วมาทำเดี่ยวฯ ก็ล้มลุกคุกคลานเหมือนกัน แต่จะถอยหลังก็ไม่ได้ เพราะทุบหม้อข้าวตัวเองมาแล้ว ช่วงแรกๆ เคยมีขึ้นไปเล่าอะไรแล้วคนไม่ขำเหมือนกัน ความเจ็บปวดมันมีนะ ซึ่งเราก็ต้องรับหมดแหละ

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here