ตื่นเต้นหนักมาก! เมื่อ “น้องแป้ง” ลูกสาว “เอ-ไชยา” หัดขับรถครั้งแรก ลุ้นกันสุดๆ! (คลิป)

0
184

ตื่นเต้นหนักมาก! เมื่อ “น้องแป้ง” ลูกสาว “เอ-ไชยา” หัดขับรถครั้งแรกลุ้นกันสุดๆ! (คลิป)

 

ได้รถมา 1-2 อาทิตย์แล้ว แต่ยังไม่เคยเอามาขับเลย ล่าสุด เอ ไชยา มิตรชัย โพสต์คลิป น้องแป้ง ลูกสาว หัดขับรถครั้งแรก ที่ อ่างทอง พร้อมแคปชั่น “กว่าจะขับรถไปส่งพ่อได้คงอีกนานลูกเอ้ย @pang_ppcn” โดยมีพ่อเอ นั่งให้กำลังใจอยู่ข้างๆ สาวแป้ง ที่ออกอาการตื่นเต้นมากๆ แถมมีลุ้นออกตัวแรงจนพ่อเอต้องบอกช้าๆ สิลูก แถมคอยพูดให้กำลังใจ สู้ๆ ลูก พร้อมบอกให้ไปเรียนขับรถนะลูกนะ จะได้เรียนรู้กฎจราจรที่ถูกต้องด้วย

สำหรับ เอ ไชยา เป็นนักแสดงลิเกชาวไทยที่มีชื่อเสียง ซึ่งต่อมาได้เป็นนักร้องและนักแสดง เส้นทางเข้าสู่วงการ
ครอบครัวไชยา มิตรชัย ทั้งพ่อแม่ปู่ย่าและตายาย ต่างก็เกี่ยวข้องกับวงการลิเกทั้งสิ้น โดยทั้งพ่อและแม่เป็นถึงพระเอกนางเอกลิเก แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน เมื่ออายุได้ 4 – 5 ขวบก็ตามพ่อแม่ไปโรงลิเกบ้างแล้ว แต่เพราะความยากจน พ่อแม่จึงได้นำลูกชายไปฝากไว้กับหลวงพ่อฉบับ ขันติโก

- Advertisement -

เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยในช่วงนั้น วัดแห่งนี้ดูแลเด็กกำพร้าและเด็กยากจนมากถึงราว 2 พันคน ขณะที่ตัวพ่อเองก็สมัครเป็นครูฝึกลิเกให้กับเด็กที่อยู่ที่นี่ ซึ่งตอนนั้นก็มีคณะลิเกเด็กอยู่หลายคณะ โดยทุกคณะต่างก็ใช้ชื่อเดียวกันหมดว่า “ ลิเกเด็กกำพร้า วัดสระแก้ว “ เมื่อโด่งดังขึ้นมาในภายหลัง หลายคนก็เลยคิดว่า ไชยา มิตรชัย เป็นกำพร้า ขณะที่ในความเป็นจริงโครงการรับเลี้ยงเด็กด้อยโอกาสของทางวัด

มีชื่อเต็มว่า “ เด็กกำพร้าและเด็กยากจนวัดสระแก้ว “ แต่เมื่อจะขึ้นป้ายคณะลิเก มีการตัดทอนชื่อให้สั้นลงเพื่อการสะดวกในการเขียนป้าย นายสมศักดิ์ ใช้เวลารวบรวมและฝึกลิเกให้เด็กที่วัดแห่งนี้อยู่ 3 เดือน ก็นำไปแสดงให้หลวงพ่อพิจารณาว่าสมควรออกงานในฐานะลิเกของทางวัดได้หรือไม่ ซึ่งก็ปรากฏว่าผ่านได้ไม่ยาก และหนึ่งในสมาชิกคณะลิเกเด็กนี้ก็มีไชยา มิตรชัย ซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

และอายุแค่ 10 ขวบรวมอยู่ด้วย พร้อมกันนั้นก็ได้ตั้งชื่อลูกชายสำหรับใช้ในการแสดงว่า ไชยา มิตรชัย ซึ่งเป็นการเอาชื่อของ มิตร ชัยบัญชา กับ ไชยา สุริยัน สองพระเอกภาพยนตร์ชื่อดังของฟ้าเมืองไทยมาผสมกัน ไชยา มิตรชัย ออกแสดงครั้งแรกที่ตลาดพระโขนง และประสบความสำเร็จ คณะถูกจองมาเล่น 9 คืน แต่มีเรื่องที่เตรียมไว้เล่นแค่ 2 เรื่อง และถึงแม้จะเล่นซ้ำในงานเดียวกัน คณะลิเกเด็กของไชยา

มิตรชัยก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างมากเช่นเดิม ทั้งยังได้รับการติดต่อให้คณะไปเล่นที่พระประแดงด้วยในช่วงนั้น ทำให้ครั้งนั้น คณะลิเกได้เงินที่ประชาชนบริจาคกลับวัดเกือบล้านบาท โดยส่วนตัว ไชยา มิตรชัย ก็ได้รับรางวัลจากผู้ชมมาเกือบแสนบาท และนับตั้งแต่นั้นคณะลิเกเด็กของวัดสระแก้วที่มีพระเอกตัวเล็กๆชื่อไชยา มิตรชัย ก็เป็นลิเกชูโรง และหารายได้ และสิ่งของบริจาคเข้าวัดอีกหลายปี

ช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น ดาราในละครแนวจักรๆวงศ์ๆคนหนึ่งมาถ่ายละครแถวๆวัดสระแก้ว และเห็นว่าวัดมีเด็กมาก จึงแนะนำสุริยา ชินพันธุ์ ให้ลองมาคัดเอาเด็กที่วัดไปเล่นละคร และไชยา มิตรชัยก็เป็นผู้ที่ถูกคัดเลือกไปเล่นเป็นพระเอกในละครเรื่องแรกในชีวิตชื่อ “ เจ้าชายน้อย “ ตามด้วย” พยัคฆ์สองแผ่นดิน “ ก่อนที่จะหยุดงานละครไป 5 ปี เนื่องจากหลวงพ่อฉบับเห็นว่าไชยา มิตรชัย ทำงานมากเกินไป

ในช่วงที่ถ่ายละครเรื่องแรกที่ชลบุรี คณะลิเกของไชยา มิตรชัย ไปเปิดการแสดงที่พัทยา และที่นี่เองที่สุริยา ชินพันธุ์ ได้มาดูไชยา มิตรชัย เปิดการแสดงลิเก และได้ยินน้ำเสียงของเขา จึงพาเข้าห้องบันทึกเสียง โดยผลงานเพลงชุดแรกที่ชื่อ “ เด็กกำพร้า “ ของไชยา มิตรชัย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตเด็กกำพร้าวัดสระแก้ว และเทปคาสเส็ตที่ผลิตออกมาไม่ได้ถูกนำออกจำหน่าย แต่นำมาแจกญาติโยมที่มาบริจาคช่วยวัด

แต่เพลงชุดนี้ก็โด่งดังมากในหมู่บรรดาญาติโยมทั่วสารทิศ และบางคนก็ควักเงินบริจาคเพิ่มให้กับวัดเมื่อได้รับเทปชุดนี้ ดังนั้นจึงมีการทำเทปตามออกมาอีกหลายชุด แต่ไชยา มิตรชัย มาโด่งดังอย่างเป็นเรื่องเป็นราว หลังจากที่ออกผลงานเพลงชุด “ กระทงหลงทาง “ ที่มีการโปรโมตในหมู่ประชาชนทั่วไป หลังหลวงพ่อฉบับมรณภาพในปี 2531 ไชยา มิตรชัย ที่รักและเคารพหลวงพ่ออย่างมาก

ประกอบกับการมีงานล้นตัว และการที่ได้ย้ายมาพักที่บ้านพักของพ่อและแม่ ก็จึงห่างๆจากวัดมาเล็กน้อย ก็จึงตัดสินใจแยกคณะลิเกออกมา และไม่ได้ใช้ชื่อวัดอีกต่อไป ส่วนความรักของ เอไชยา ได้เปิดใจ หลังจากมีข่าวกอสซิปออกมาว่า มีครอบครัวแล้ว และลูกสาวก็คือ น้องแป้ง ผู้ที่เอเคยบอกว่า เป็นน้องคนสุดท้ายในกลุ่มพี่น้อง 4 คน งานนี้เลยเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์เลยทีเดียว

แต่สุดท้าย เอ และลูกสาวก็ได้ออกมาแถลงข่าวเปิดใจยอมรับว่า เป็นพ่อลูกกัน และมีครอบครัวที่อบอุ่นน่ารัก รวมไปถึงการเปิดตัวภรรยาอีกด้วย วันที่ พ่อเอ ได้ไปทำหน้าที่พ่อ ยินดีลูกรับปริญญาออกสื่อ รู้สึกยังไงบ้าง? แป้ง “ไม่นึกไม่ฝันค่ะ เพราะว่าที่ผ่านมาจะทำกิจกรรมอะไร เวลาพ่อมา เค้าจะแค่นั่งรออยู่บนรถเท่านั้น พอมาถึงวันนั้นหนูร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของเรา

พ่อก็มาร่วมแสดงความยินดีได้ มาถ่ายรูปกับเราได้ มาให้คนเห็นได้ มันดีใจมากค่ะ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้  เพราะอะไรเราถึงต้องปิดบังเรื่องนี้ตลอด? เอ “เพราะว่าเราไม่พร้อมในเรื่องของอาชีพการงานครับ ด้วยอาชีพของความเป็นลิเก คือไม่พร้อมจริงๆ ตัวพี่เองตอนที่มีเค้า คือพี่พร้อมหมดแล้วนะ แล้วพี่อิ่มกับวงการแล้วนะ ถ้าพูดจริงๆ เพราะเราแสดงลิเกมาตั้งแต่ 7-8 ขวบแล้ว มันวิ่งรอกงาน มีหนัง มีละคร

มีทุกสิ่งอย่างแล้วก็เลยพร้อมที่จะมีเค้า แต่ในส่วนของอาชีพลิเก เรายังไม่พร้อมที่จะบอกกับใคร เพราะว่าถ้าวันนั้นเนี่ย พี่ตัดสินใจมีลูก มีครอบครัว สายลิเกพี่จะเดินไปได้มั้ย” ในอดีต คุณแม่ของพี่เอเองเป็นลิเก ก็ไม่ได้บอกว่ามีลูก มีครอบครัว?  เอ “ไม่ได้บอกครับ แม่พี่ตอนนั้นเป็นนางเอกลิเก ก็มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แต่เวลาเจ้าภาพมาหางานพี่ก็จะรู้โดยอัตโนมัติ พี่ก็จะไม่ได้เรียกว่าแม่

เรียกว่าพี่แทน เพราะมันเหมือนเป็นวัฒนธรรม และมันเหมือนกงเกวียนกำเกวียนแทน” น้องแป้งจะทราบมาตลอดว่าพี่เอเป็นพ่อ ไม่ได้มีการปกปิดอะไรเลย? เอ “ทราบครับ เค้ารู้เลย ไม่ได้รู้สึกว่าขาดด้วยซ้ำ อยู่กันเป็นครอบครัวเล็กๆ เป็นพ่อแม่ลูก มันจะมีความสุขก็ต่อเมื่อพี่กลับเข้าบ้าน เพราะว่านอกบ้านเราไม่สามารถพาลูกไปไหนต่อไหนได้เลย” อยู่ข้างนอกเรียกว่าพี่? แป้ง “เรียกว่าพี่ค่ะ แต่อยู่ในบ้านเรียกว่าพ่อเหมือนเดิม”

วันที่เราร่วมกิจกรรมลูก แต่ลงไปแสดงตัวไม่ได้ ต้องนั่งในรถ รู้สึกยังไง? เอ “พี่นั่งน้ำตาไหลอยู่ในรถนะ เพราะลูกชอบทำกิจกรรมเยอะมาก เค้าก็จะไปกับแม่เค้าซะส่วนใหญ่ แต่เวลาที่พี่ไปได้ พี่ช่วยแต่งหน้าให้ลูก เพราะว่าราเป็นลิเก เราแต่งตัวได้ ลูกชอบประกวดร้องเพลง เราก็ไปจอดรถนั่งดูลูก ก็นั่งร้องไห้ บอกใครไม่ได้ว่านี่คือลูกของฉัน เราก็อยากจะถ่ายรูปอวดนะ ว่านี่คือลูก”

ย้อนไปตอนที่น้องแป้งเกิด เราได้ไปดูที่หน้าห้องคลอดมั้ย? เอ “ไปครับ แต่ไปในฐานะนักร้องมาดูลูกแฟนคลับ พี่ไปจนนางพยาบาลเริ่มสงสัยว่าทำไมมาดูบ่อยจัง” อะไรที่ดลใจให้พี่เอ ไปงานรับปริญญาลูก ซึ่งมันเป็นวันที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต? เอ “มันเป็นครั้งแรกที่พี่ ภรรยา แล้วก็ลูกชาย เดินจูงมือไปกันพร้อมหน้า ไม่ได้เดินหลบสายตาใครเลย ทุกคนก็รู้ว่าลูกสาวเรารับปริญญา ยินดีด้วยนะพ่อเอ

แล้วเรานึกในใจนะบอกว่า แป้งพ่อมาแล้ว แป้ง “ตอนแรกที่คิดไว้ว่า ก็น่าจะรู้สึกดีใจระดับหนึ่ง แต่พอมาถึงในสถานการณ์ก็รู้สึกดีใจที่เราอดทนมาถึงตอนนี้ได้ แล้วก็ดีใจที่เป็นข่าวก่อนรับปริญญา เพราะหลังจากนี้อาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้” เคยพาลูกไปเที่ยวตามที่สาธารณะบ้างมั้ย แบบที่พ่อแม่คนอื่นๆ เค้าทำกัน?  เอ “ครั้งแรกที่ผมพาลูกไปคือ ดรีมเวิลด์ แล้วเราแอบถ่ายรูปกันมีรูปคู่รูปเดียวเองนะครับ

แล้วผมก็ต้องปลอมตัวใส่แว่นไป ถ่ายเสร็จก็ต้องแยกกันไป เพราะมีคนเค้าไปพูดกันว่าเป็นลูกผมรึเปล่า ที่มีข่าวลือในตอนนั้น ตอนเด็กๆ มีคนเคยถามมั้ยว่าน้องแป้งเป็นลูกใคร? เอ “ตอนเด็กๆ น้องแป้งชื่อน้องพลอย เพิ่งมาเปลี่ยนตอนโต เราบอกไปว่า พลอยอย่าไปบอกใครนะลูก ว่าพ่อคือ เอ ไชยา ซึ่งเค้าก็ไม่บอก” แป้ง “แต่ว่าด้วยความเป็นเด็กอยากอวด ก็เลยไปบอกเพื่อนกับครูว่า ครู ห้ามบอกใครนะว่าพ่อคือไชยา มิตรชัย

เพื่อนก็ไม่เชื่อ ขอดูสมุดพกหน่อย เราก็เปิดให้ดู ชื่อพ่อคือ เสมา สมบูรณ์ แต่ชื่อในวงการคือ เอ ไชยา มิตรชัย เพื่อนก็ว่าเราโกหก เราก็ร้องไห้” เอ “แค่ครูที่โรงเรียนแรกเค้าเป็นแฟนคลับเรา รู้ประวัติเรา ก็เลยย้ายโรงเรียนไม่รู้กี่โรงเรียน แล้วมีนิตยสารหนึ่งลงข่าวรูปลูกเราว่าชื่อ น้องพลอย กับ น้องเพชร ซึ่งก็คือน้องแชมป์ ว่าเป็นลูกเรา เราเลยต้องจับลูกแยกกัน” เอ “พี่โทษความดังในตอนนั้นนะ ช่วงที่พี่เครียด พี่มีข่าวคิดสั้น

คือมันเริ่มมาจากตรงนั้น ความดังของเรามันได้ชื่อเสียง มีคนรักเรา เงินทอง แต่เราต้องแลกกับความสุขในครอบครัว” แป้ง “ตอนเด็กมีน้อยใจบ้างค่ะ แต่พ่อกับแม่จะไม่รู้ เพราะเค้าให้ความรักเราเต็มที่ เราจะไม่รู้สึกขาดเลย” ทุกวันนี้เวลาออกไปข้างนอก พูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า? แป้ง “เนี่ยน่ะพ่อหนู แล้วมีคุณแม่หนูด้วยนะคะ” เอ “ภูมิใจที่มีเค้าออกมา ต้องขอยกความดีให้กับแม่เค้าด้วย เพราะแม่เค้าพูดกับลูกอยู่ตลอดเวลาว่า

พ่อไปทำงานหนักนะลูก พ่อเหนื่อยนะ เราต้องรักพ่อมากๆ นะลูก ในขณะที่พี่ไปทำงานหนัก” หลังจากเราเปิดตัวลูกและภรรยา ก็ยังมีดราม่าว่าเราไม่เหมาะกับภรรยา มีอะไรอยากจะบอกมั้ย?  เอ “ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่ใช่คนรูปร่างหน้าตาหล่อ เพราะฉะนั้นผมอยู่กับเค้าได้ จริงๆแล้วเค้าเป็นคนที่งามมาก ผมบอกตรงๆ และกล้าพูดตรงนี้ว่า ผมรักเค้ามาก เพราะว่าเค้าเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุด เค้าอดทนกับครอบครัวของเรา

ให้ลูกที่น่ารักมาทั้งสองคน เพราะฉะนั้นผมเลยภูมิใจกับเค้ามาก เค้าเป็นผู้หญิงที่ดีครับ ตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ในวงการบันเทิง เอ ไม่เคยเปิดตัวว่ามีแฟนหรือกำลังคบหากับใครเลย บวกกับภาพลักษณ์ การแต่งตัว รูปร่างหน้าตาที่ดูหวาน และการพูดจาที่ดูนุ่มนิ่มตามสไตล์พระเอกลิเก ยิ่งตอกย้ำให้ภาพความไม่แมนของพระเอกเงินล้านคนนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ในปี 2553 เอ ไชยา ได้ประกาศผ่านสื่อว่าตนมีสาวที่กำลังคบหาพูดคุยกันอยู่

แต่ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวในตอนนี้ ขอโฟกัสการทำงานก่อน และบอกว่าเหล่าบรรดาแม่ยกของตนทั้งหลายเข้าใจและเปิดกว้างให้กับตนในเรื่องนี้ไม่มีว่าอะไร จากนั้นในปี 2555 ก็มีข่าวลืออกมาว่าพระเอกลิเกหน้าหวานแอบไปแต่งงานแบบเงียบๆ ที่เมืองนอก และได้จดทะเบียนกันอย่างลับๆ แต่เมื่อสอบถามไปยังคุณแม่ของเอ ไชยา ก็ได้รับคำตอบว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ลูกชายไปเมืองนอกเพราะไปแสดงลิเกมากกว่า ถึงจะมีข่าวลือว่าซุกลูกซุกเมียออกมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของพระเอกลิเกคนนี้ดูแมนชัดเจนในสายตาของใครหลายคน ทุกคนยังคงสงสัยในตัวของพระเอกลิเกคนนี้อยู่ไม่น้อย เนื่องจากเอไม่เคยเปิดเผยเรื่องความรักหรือว่ามีครอบครัวแล้วแต่อย่างใด จนกระทั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวลือหนาหูออกมาว่า เอ ไชยา ซุกลูกวัยใกล้เบญจเพศ

แต่เมื่อถูกนักข่าวสอบถามถึงเรื่องนี้ เจ้าตัวก็ยังไม่พร้อมตอบ บอกแค่ว่าจะรอบตอบทีเดียว เมื่อวันที่ (20 เม.ย.60) เอ ไชยา ก็ได้โพสข้อความลงเฟสบุ๊คส่วนตัวของตนเอง ว่าตนมีลูกแล้ว 2 คนตามที่มีข่าวออกมาจริง และลูกสาวสวยมาก ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนขอเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัว หลังจากที่มีข่าวเอ ไชยา มีลูก 2 คนออกมา ก็ได้ทำให้หลายคนมั่นใจในความแมนของพระเอกลิเกเงินล้านคนนี้อย่างสนิทใจ ไม่มีข้อกังวลหรือข้อครหาใดๆ ให้ครางแครงใจในตัวพระเอกลิเกหน้าหวานคนนี้ได้อีกต่อไป

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here