เปิดชีวิตครอบครัว ‘รากแก่น’ ที่ไม่มีใครเคยรู้ ‘แม่บานเย็น’ ยอมร่วมบ้านอดีตสามีที่เลิกรา 30 ปี เพื่อลูก! (คลิป)

0
100

เปิดชีวิตครอบครัว ‘รากแก่น’ ที่ไม่มีใครเคยรู้ ‘แม่บานเย็น’ ยอมร่วมบ้านอดีตสามีที่เลิกรา 30 ปี เพื่อลูก! (คลิป)

ควงลูกสาวมาเปิดใจในรายการ “หม้ายตัวแม่” สำหรับ ราชินีหมอลำตัวจริง เสียงจริง แม่บานเย็น รากแก่น และ แคนดี้ ลูกสาว โดยงานนี้ คุณแม่บานเย็นได้เผยว่า ยอมกลับมาอยู่บ้านเดียวกับอดีตสามีที่เลิกรากันไปกว่า 30 ปีเพื่อลูก เล่นเอาลูกสาวคนสนิทอย่าง สาวแคนดี้ ถึงกับปล่อยโฮกลางรายการ แต่งงาน ตอนอายุ 25 เราเป็นศิลปิน เค้าเป็นเจ้าของสำนักงาน สมัยนั้นเรียกแบบนั้น ก็เจ้าของค่าย จนมีลูก

แต่ต้องเลิกกันเพราะทัศนคติไม่ตรงกัน ลูกก็อยู่กับพ่อที่ออสเตรเลีย ตอนแรกๆ แม่อยู่อเมริกา ไปแสดงที่ต่างประเทศ ติดต่อลูกไม่ได้เลย คิดถึงลูกมาก น้ำตาไหล แคนดี้ บอกว่า ตอนเด็กๆ ไม่รู้ว่าแม่เป็นนักร้อง เราอยู่กับพ่อ จะบอกว่า แม่ไปทำงาน เราแค่รอ เค้ามาหา เวลามาจะเหมือนนางฟ้า สวย ผมยาว ตัวหอม อยู่กัน 3 คน พี่น้อง พี่สาวอายุ 16 แคนดี้ 14 และ โทนี่ 12 ตอนเราเริ่มลำบากแล้ว

แม่บอกว่า ไม่ไหว ต้องกลับมาอยู่กับแม่คนหนึ่ง เราก็กลับมา เห็นแม่ทำงานขนาดนี้เลยเหรอ เยอะมาก วันละ 4-10 งาน แม่ดังมาก กว่าจะได้เงินมาเลี้ยงดูเรา แม่เหนื่อยมาก ส่วน โทนี่ กลับมาทำงานโฆษณา เราเป็นห่วง เพราะตอนอยู่ด้วยกัน เค้าสร้างปัญหามาตลอด เราต้องตามล้างตามเช็ด จนเค้าไปเล่นละครเวที น้ำตาไหลพราก น้องเราเล่นได้ ไม่เคยเห็นพาร์ทเค้าเก่ง เราเหมือนแม่เค้า

ส่วนกับพ่อ แม่ก็จะบอกว่าไม่มีอะไร แต่ก็ยังไม่เห็นคุยกัน วันเรารับปริญญา พ่อทางแม่ทาง ต้องวิ่งถ่ายตรงนั้นทีตรงนี้ที คุณพ่อจะอยู่ออสเตรเลีย หลักๆ เค้าก็มีใครๆๆๆ จนไม่มีแล้ว วันหนึ่งเค้าจะกลับมาเมืองไทย ไม่มีคนดูแลพ่อ เลยคุยกับแม่ ให้พ่อมาพักที่บ้านได้มั้ย ไม่ได้หวังให้คืนดีกัน เพราะก็หวงแม่เหมือนกัน แม่ก็บอกว่าได้ เพื่อลูก พ่ออายุมากแล้ว ขอบคุณแม่ที่ใจดี บางคนเค้าไม่ยอมนะ

แม่บานเย็น เปิดใจว่า แล้วแต่ลูก ก็สงสารลูก พ่อแม่แยกทาง ลูกก็คงขาดความอบอุ่น แม้จะให้ความอบอุ่นเค้าเพียงพอ ก็ไม่เหมือนมีพ่อมีแม่ อยู่ด้วยตลอด คิดว่าลูกคงต้องการให้พ่อมาอยู่ใกล้ กลับมาแล้วเห็นพ่อ ก็บอกว่าได้ ก็มีคุยกันบ้าง มีธุระก็คุย บางทีเดินขึ้นบันไดสวนกันยังไม่ได้มองหน้า แคนดี้ถามแม่ในสิ่งที่ไม่เคยถามว่าอึดอัดมั้ย แม่บานเย็น ตอบว่า แล้วแต่ลูก ถ้าลูกสบายใจ ลูกอบอุ่น

เราแยกทางกันมานานแล้ว ถ้าลูกเขาบ้านมาแล้วอยากเห็นทั้งพ่อทั้งแม่ แล้วแต่ลูกเลย แอนนี่ รากแก่น พี่สาวคนโต บอกว่า แม่เป็นคนสวย ไปไหนจะมีแต่คนชมแม่ ตอนเด็กๆ แม่เป็นคนใจดี ไม่เคยดุลูก อยู่กับแม่แล้วสบายใจ โทนี่ รากแก่น บอกว่า ไม่ได้เติบโตมากับแม่ แม่จะมาหาเรื่อยๆ มีความใจดี แอบมีความกลัวแม่ แอบไปซ่อนไปหลบ แต่พอไปอยู่กับแม่ รู้สึกสบาย แม่ตัวหอมด้วย คุยสนุก

แม่ชอบมาเล่าเรื่องราวที่เค้าเคยไปเจอ เค้าเป็นศิลปินด้วย ทำให้เข้าใจกัน เราคุยกับเค้าได้ทุกเรื่อง ส่วนที่พ่อแม่กลับมาอยู่บ้านเดียวกัน แอนนี่ บอกว่า ถ้าเค้าจะได้มาดูแลกันยามบั้นปลายชีวิตก็เป็นเรื่องดี ถือเเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เพราะเค้าผ่านอะไรกันมาเยอะ เค้ากลับมาเป็นเพื่อนกันได้ ลูกๆ ก็ดีใจ บานเย็น บอกเสียงเครือว่า สอนลูกไม่ว่าพ่อจะเป็นยังไง ก็อย่าเกลียดพ่อ คุณย่าด้วยเหมือนกัน

ลูกต้องเคารพบูชา คำว่าแม่ยังไงต้องห่วงลูกไม่จบสิ้น ที่ยังรู้สึกตลอดเวลา คือ ทำให้ลูกไม่มีความอบอุ่น มีปมด้อย สงสารลูก แต่ที่ลูกโตขึ้นมา ดูแลตัวเองได้ ดูแลพ่อแม่ได้ ภูมิใจ จะบอกลูกว่าแม่มี ไม่ต้องห่วง ไม่มีก็บอกว่ามี ไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง แคนดี้ กล่าวทั้งปล่อยโฮว่า ไม่อยากให้แม่เหนื่อยอีกแล้ว อยากบอกแม่ว่า เราสามคนเติมเต็มทุกอย่าง ไม่มีใครขาดเลย แม่ไม่ต้องเป็นห่วง

สำหรับชีวิตบานเย็น รากแก่น เธอออกแสดงหมอลำครั้งแรกเมื่ออายุ 14 ปี ด้วยน้ำเสียงมหาเสน่ห์ รูปร่างหน้าตาสะสวย มีลีลาในการลำและร่ายรำที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ ทองคำ เพ็งดี พระเอกและเจ้าของคณะหมอลำรังสิมันต์ หมอลำหมู่ชื่อดังในขณะนั้น ได้ชวนมาเป็นนางเอกของคณะ ต่อมา บานเย็นแยกตัวมาเป็นหัวหน้าวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ คณะบานเย็น รากแก่น เมื่ออายุเพียง 18 ปี

โดยมีงานแสดงตามจังหวัดต่างๆ และต่างประเทศอยู่หลายครั้ง เช่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อีกทั้งยังได้แสดงเพื่อสาธารณกุศลอีกมากมาย ทำให้มีชื่อเสียงในระดับประเทศและระดับโลกเนื่องจากหมอลำบานเย็นได้ประยุกต์การแต่งตัวและการโชว์อย่างอลังการ จึงได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชินีลูกทุ่งหมอลำประยุกต์” คนหนึ่งของเมืองไทย ผลงานเพลงที่สร้างชื่อให้กับ บานเย็น รากแก่น

ได้แก่ เพลง งิ้วต่องต้อนอ้อนผู้บ่าว รวมทั้งลำเพลิน และลำเรื่องต่อกลอนอีกมากมาย เคยออกอัลบั้มบันทึกเสียงร่วมกับ ปริศนา วงศ์ศิริ นักร้องหมอลำ และนักแสดง อดีตนางเอกภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง แม่นาคพระโขนง ด้านการแสดงภาพยนตร์ บานเย็นเคยแสดงภาพยนตร์เรื่อง แผ่นดินแม่ ของ ชรินทร์ นันทนาคร ในปี พ.ศ. 2518 แสดงร่วมกับ สมบัติ เมทะนี และ เพชรา เชาวราษฎร์

ชีวิตครอบครัว สมรสกับ นายเทพบุตร วิมลชัยฤกษ์ มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นหญิง 2 คน ชาย 1 คน คือ แอนนี่, แคนดี้ และ โทนี่ โดยแคนดี้เป็นดีเจและนักร้อง ส่วนโทนี่เป็นสไตล์ลิสต์ทรงผม นายแบบ และนักแสดงขวัญใจวัยรุ่น นอกจากนี้ บานเย็นยังเป็นอาจารย์พิเศษสาขาวิชานาฏศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และเจ้าของโรงเรียนสอนศิลปะการแสดงอีสานบานเย็น

เพื่อถ่ายทอดศิลปะการแสดงหมอลำให้กับคนรุ่นหลัง สุดยอดของชีวิตแล้ว ถือเป็นขั้นสุดท้าย ศิลปินแห่งชาติเป็นที่สูงสุดในชีวิตของบานเย็น” บานเย็นบอกเป็นประโยคแรกหลังจากได้รับรางวัลยิ่งใหญ่ที่ใฝ่ฝัน แม้ว่าจะผ่านวินาทีแรกที่รู้ตัวว่าได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติมาแล้วนับร้อยชั่วโมง แต่ความปลาบปลื้มใจยังไม่ลดน้อยลงเลย มิหนำซ้ำยังพร่ำขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งหลายที่คอยสนับสนุนจนส่งให้เธอมาถึงวันนี้

ทั้งครูเพลงที่เขียนเพลงดีๆ ให้ ถึงขนาดเอ่ยกันว่า ถ้าเขียนเพลงให้บานเย็นร้องต้องให้สิ่งที่ดีที่สุด บริษัทนายห้างที่สนับสนุนมานมนานอย่าง ท็อปไลน์ ไดมอนด์ ดีดี เรคคอร์ด คณะกรรมการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติที่เห็นคุณค่าในตัวเธอ และที่บานเย็นย้ำแล้วย้ำอีก ให้พิมพ์บอกในที่นี้ให้ได้ก็คือ แฟนเพลงทั้งหลาย พี่น้องชาวอีสานที่รักบานเย็นเหนียวแน่น ตลอดจนพี่น้องทั่วทั้งประเทศไทย

ที่เปิดรับให้โอกาสศิลปินหมอลำได้เข้าไปมอบความบันเทิง เปิดรับวัฒนธรรมประเพณีอีสานที่เธอตั้งใจนำไปถ่ายทอดสืบสาน รางวัลพระราชทานผู้อนุรักษ์เพลงพื้นบ้านดีเด่น จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ปี 2539 เกียรติบัตรศิลปินพื้นบ้านอีสาน จากกรมศิลปากร ปี 2542 รางวัลพระพิฆเนศทองคำพระราชทาน ปี 2542 เป็น

อาทิ ทุกรางวัลที่บานเย็นเคยได้รับจนถึงรางวัลล่าสุด ล้วนเป็นกำลังใจและแรงผลักให้บานเย็นยังทำงานต่อ แม้ว่าตอนนี้อายุ 62 ปีแล้วก็ไม่ขอวางมือจากวงการ “ทุกรางวัลที่เคยได้รับเก็บไว้หมด ไว้เตือนใจตัวเอง มองดูแล้วชื่นใจให้มีกำลังใจทำงานต่อ อย่างรางวัลศิลปินแห่งชาติ พูดกันตามตรงเราทำงานตรงนี้เราก็อยากได้ เพราะเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่คิดว่าจะได้ เพราะในบ้านเรามีศิลปินเก่งๆ

มีคุณภาพที่เหมาะสมกับรางวัลนี้ เราไม่รู้ว่าเราจะก้าวขึ้นถึงขั้นนี้ได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ถึงไม่ได้เราก็ยังทำงานให้ดีที่สุด ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมต่อไป เพราะคนยอมรับเรา ตั้งให้เราเป็นราชินีหมอลำแล้ว ตรงนี้ก็เหมือนเป็นสิ่งติดตัวเราตลอดเวลา เราเหมือนตัวแทนที่จะต้องสืบสานศิลปวัฒนธรรมต่อไป แต่พอถึงวันนี้ที่เราได้ เป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล เป็นเกียรติต่ออาชีพ โอย สุดยอดของศิลปิน

อยู่มาเกือบ 50 ปี ถือว่าวันนี้เราประสบความสำเร็จแล้ว ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันนี้ แต่ก็ยังไม่หยุดทำงานนะ ยังทำอยู่และยังคิดพัฒนางานใหม่ๆ ยิ่งได้รางวัลมา ยิ่งทำให้เรากระตือรือร้น บางทีคิดไปก็ท้อเหมือนกันนะ เพราะความเหนื่อย เราทำงานอย่างเดียวมาตลอด 50 ปี ถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่า จะหยุดบ้างไหม แต่พอได้รางวัลแต่ละครั้งก็ไปไหนไม่ได้ (หัวเราะ) เราต้องอยู่

เราต้องทำต่อไปที่นี้การบ้านก็มาแล้ว จะทำอะไรต่อไป อยากสร้างสรรค์งานดีๆ ออกมา รางวัลทุกรางวัลคือกำลังใจที่ดีมากๆ” คงทราบกันอยู่แล้วว่าตั้งแต่ยังละอ่อน เป็นหมอลำกลอนดาวรุ่ง งานของบานเย็นมีทุกวัน บางวันมีหลายงานติด จนสุขภาพร่างกายรับไม่ไหวจึงรับงานลดน้อยลง แม้กระทั่งตอนนี้งานจ้างของบานเย็นก็ยังมีตลอด หากเปิดรับหมดก็ฮอตไม่แพ้ตอนสมัยยังสาว

เพียงแต่ตอนนี้ขอเลือกรับงานที่ไปมาสะดวกไม่เหนื่อยมากนัก และรับงานไม่ถี่จนเกินไปเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ที่สำคัญมีเวลาอยู่กับครอบครัวอยู่กับลูกกับหลานมากขึ้น ถ้ารับก็มีทุกวัน บางวันมีสองที่ แต่ตอนนี้ขอเลือกงานที่ไปมาสะดวก แล้วขอไม่เล่นเยอะเป็นชั่วโมงคงไม่ไหว เอาแค่กำลังเราพอดีพองาม เพราะลูกๆ ก็ขอร้องให้พัก แต่แม่บอกว่าให้พักก็อยู่เฉยไม่ได้ มันเหงา

เพราะชอบงานนี้ อยู่กับแฟนเพลงมาตลอดชีวิต วันหนึ่งหายไปเลย ไม่เห็นแฟนคลับหน้าเวที เราเองนั่นแหละที่รับไม่ได้ (หัวเราะ) เพราะรู้สึกเหมือนเราเป็นญาติพี่น้องกันไปแล้ว มาเจอกันสังสรรค์กัน ไม่ได้คิดว่าไปแสดงเป็นทางการ จะหยุดเลยทีเดียวไม่ได้ แม่ขอไปบ้าง อย่างบางงานก็ว่าจะไม่รับนะ แต่เจ้าภาพโทรมาเอง เป็นคุณยายอายุ 85 ปี บอกว่าไม่เคยเจอตัวจริงบานเย็นเลย

จะตายไปเฉยๆ โดยไม่เห็นหน้าไม่ได้ มาเล่นให้ดูหน่อย เราก็รับแล้ว ส่วนมากจะเป็นแบบนั้น ใจอ่อน ทุกวันนี้เดือนหนึ่งก็รับงาน 20 งานได้ แต่จากนี้ไปจะพยายามปรับปรุงการรับงานแล้ว เอาตามกำลัง ไม่เอาให้เหนื่อยมาก เหมือนเราไปท่องเที่ยวพักผ่อน เห็นหน้ากันร้องรำกันแล้วต่างคนต่างกลับบ้าน ชื่นใจ มีความสุข การร้องหมอลำแบบเก่าเราก็ร้อง ทำนองเก่า ลีลาเก่า อนุรักษ์ไว้หมด

ไปโชว์ที่ไหนใครขอร้องได้หมด และเรามีการพัฒนาประยุกต์ทั้งการร้อง การฟ้อน การแต่งตัว ให้เข้ากับสมัยใหม่ด้วยเหมือนกัน เรียกว่า หมอลำประยุกต์ ให้คนไทยทั่วประเทศเข้าใจได้หมด จะคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ก็ฟังได้ ถ้าเราร้องแต่หมอลำแบบเก่า เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่สนใจฟังไม่รู้เรื่อง เราก็ปรับเปลี่ยนตามยุคตามสมัย ให้ลูกหลานคนที่คิดจะสืบทอดวัฒนธรรมไม่ยาก เริ่มที่ให้เขาฟังแล้วมีความสุขก่อน จนเกิดความรู้สึกอยากสานต่อ

บานเย็นไม่ได้เก็บความรู้ในศิลปะร้องลำหมอลำไว้กับตัวเพียงคนเดียว แต่ยังขึ้นชื่อเป็นครูที่ได้ถ่ายทอดไปยังลูกศิษย์ลูกหาแล้วหลายคน “เราไม่สามารถหาลูกศิษย์ที่จะมาเหมือนเราได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกคนมีทางของตัวเอง ตอนนี้ก็เปิดสอนเป็นคอร์สๆ ที่ผ่านมาเปิดมาก็เต็มหมด ถ้าอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ก็จะมีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีช่วยประชาสัมพันธ์ให้ มีสอนทุกอย่างทั้งฟ้อน ร้อง การเล่นลูกคอ ลูกเอื้อน

คนเสียงเบาสามารถทำได้แค่ไหน เลี่ยงไปทำให้เป็นเอกลักษณ์ของเขา ไม่ได้บังคับให้เป็นแบบบานเย็น แต่ดูว่าเสียงเขาเป็นแบบนั้น เล่นอะไรได้บ้าง เอาให้ดีที่สุดของเสียงเขา ที่ผ่านมาทำงานด้วยความตั้งใจอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้มีชื่อพ่วงท้ายยาวขึ้นเป็น บานเย็น รากแก่น ศิลปินแห่งชาติ ราชินีหมอลำ เธอยิ่งหมายมั่นจะทำงานตอบแทนคุณแผ่นดิน อยากช่วยเหลือเรื่องศิลปวัฒนธรรมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here