พีคมาก! เปิดหน้าสด ‘ดีเจกาโต่ย’ สาวสวย อกสะบึ้ม ไร้เครื่องสำอาง งานนี้เกินคาด! (ชมภาพ)

0
156

พีคมาก! เปิดหน้าสด ‘ดีเจกาโต่ย’ สาวสวย อกสะบึ้ม ไร้เครื่องสำอาง งานนี้เกินคาด! (ชมภาพ)

สำหรับ ดีเจ กาโต่ย หรือน.ส.กรรณิการ์ นามวิชา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการดีเจและเน็ตไอดอล โดยมีผู้ชื่นชอบติดตามผลงานผ่านในเพจเฟซบุ๊คกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียว ดีเจกาโต่ยเคยโพสต์ภาพหน้าสด จนชาวเน็ตพูดเป็นน้ำเสียงเดียวกันว่า นี่คือคนคนเดียวกันหรอ เมื่อเปรียบเทียงภาพที่แต่งหน้า และยังไม่ได้แต่ง งานนี้จะพีคขนาดไหน ตามไปชมพร้อมๆกันเลย

และเมื่อช่วง สงกรานต์ เมษายนที่ผ่านมา โดยทำคลิป  10 ท่าเด็ดไว้เต้นวันสงกรานต์ ซึ่งมีดีเจกาโต่ย มาสาธิตการเต้นท่าต่างๆกว่า 10 ท่าที่เอาไว้เต้นในเทศกาลสงกรานต์อีกด้วยนับว่าแต่ละท่าแจ่มๆทั้งนั้น สำหรับ ดีเจกาโต่ย หรือ น.ส. กรรณิการ์ นามวิชา เป็นดีเจเปิดแผ่นสาวสุดเซ็กซี่

มีชื่อเสียงมาจากการเป็นเน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาจาก Facebook อาชีพ : นางแบบ เน็ตไอดอล ดีเจ สำหรับชีวิตของการเป็นดีเจ ย้อนกลับไปในอดีต ความคิดที่จะเอามือไปวางบนแผ่นเสียงถือได้ราวกับการล่วงละเมิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ดีเจในยุคเริ่มต้นอย่าง Kool Herc, Grandmaster Flash, และ Grand Wizard Theodore

ได้เริ่มทดลองเทคนิคต่างๆ ที่ตอนนี้เราต้องนึกขอบคุณและทำให้นักปาร์ตี้ทั้งหลายได้ขยับลีลาอย่างน่าดูชม ทักษะของดีเจมีตั้งแต่เบรกบีต สแครชแผ่น ทำลูป ทำพันช์เฟซซิ่ง และคุณสามารถหัดเรียนเพื่อเข้าสู่วงการดีเจได้ เรียนรู้อุปกรณ์ว่ามีอะไรบ้างแล้วทักษะพื้นฐานที่ต้องฝึกให้คล่อง รวมทั้งการเริ่มสะสมแฟนคลับและก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพ 1เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์พื้นฐาน.

การเป็นดีเจนั้นคุณต้องมีอะไรมากกว่าแค่เล่นเพลง เรียนรู้ที่จะสร้างเซ็ตเพลงที่เล่น มิกซ์สด แล้วทำให้ฝูงชนเริ่มขยับลวดลายทั้งหมดจากชุดเครื่องเล่น หลังจากนั้นคุณอาจลงทุนซื้อลำโพงขนาดใหญ่ขึ้น มอนิเตอร์ เครื่องควบคุม MIDI อินเตอร์เฟส ไมโครโฟน และพลักอินอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความทะเยอทะยานของคุณแล้ว แต่สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานของดีเจนั้นจะต้องมีดังต่อไปนี้:เทิร์นเทเบิลสองตัว

หรือเครื่องเล่นซีดีสองเครื่อง (หรือมากกว่านั้น แต่ไม่จำเป็น) มิกเซอร์ 2 แชนแนลเฮดโฟนลำโพงซอฟท์แวร์สำหรับมิกซ์เพลง (ไม่จำเป็น)ตัดสินใจว่าจะไปทางอนาล็อกหรือดิจิตอล. ดีเจแนวดั้งเดิมจะเลือกอุปกรณ์โดยยึดเทิร์นเทเบิลแบบไดเร็คไดรฟ์เพื่อเล่นแผ่นเสียง แต่เดี๋ยวนี้ก็ใช้แนวเล่นจากซีดีกันมากขึ้น ทั้งสองแบบต่างมีข้อดีข้อเสีย แต่มีผลต่อการเล่นสดและกลายเป็นดีเจ การเซ็ตอุปกรณ์แบบอนาล็อก

จะทำให้คุณสามารถเปิดแผ่นในแบบดั้งเดิม เรียนรู้ทักษะที่พวกนั้นเคยเริ่มต้นทำไว้ เช่นการสแครชเข็มบนตัวแผ่นเสียง แต่มันก็ทำให้คุณต้องสะสมแผ่นเสียงจำนวนมหาศาลน่าดู ซึ่งคงใช้เงินไม่น้อยเลยล่ะ การเซ็ตอุปกรณ์แบบดิจิตอลจะเน้นที่ความสะดวกสบายในการพาไปไหนมาไหน และวิธีเรียนรู้ก็เร็วกว่าด้วย เช่น การเรียนแมทช์จังหวะให้ตรงกันและการต่อเพลงก็ทำได้ง่ายขึ้นด้วยซอฟท์แวร์และเครื่องนับบีตต่อนาที (BPM)

3 ลองพิจารณาการใช้ซอฟท์แวร์มิกซ์เพลง. Serato Scratch หรือ Traktor เป็นโปรแกรมที่สามารถอ่านเพลงได้ทุกฟอร์แมทและเลือกเพลงได้ผ่านทางอินเตอร์เฟส Pioneer และ Numark ก็มีอุปกรณ์เครื่องเล่นหลากหลายที่ควรค่าแก่การเข้าไปดู โปรแกรมเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าถึงคลังเพลง MP3

ที่เก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ และส่วนใหญ่พวกมันจะสามารถให้เราทำการลูปเพลงสดๆ หรือสแครช ทำดีเลย์ (เสียงยืด) และรีเวิร์บ (เสียงก้อง) ควบคุมตามเวลาจริง และเล่นวิดีโอหรือคาราโอเกะได้ด้วยAbleton เป็นโปรแกรมที่ให้คุณเชื่อมต่อแผงควบคุมมิกเซอร์ผ่านทางสาย USB แล้วเล่นเพลงเหมือนดีเจยุคแรกได้ มันเหมาะสำหรับมือใหม่และคนที่เน้นประหยัด 4 เน้นประหยัดไว้ก่อน

อย่าลงทุนกับอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือตั้งแต่แรก เงินส่วนใหญ่ควรเน้นไปที่เทิร์นเทเบิลกับมิกเซอร์เป็นหลักตอนนี้ให้ลืมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ก่อน และใช้เงินอย่างชาญฉลาด ซื้อเทิร์นกับมิกเซอร์ใหม่หากคุณจริงจังกับการจะเป็นดีเจ โอกาสคือคุณน่าจะพอรู้จักดีเจในละแวกที่คุณอยู่บ้าง ขอคำแนะนำจากพวกนั้นในเรื่องชุดอุปกรณ์ที่พวกนั้นใช้! ถ้าพวกเขาลุ่มหลงในเรื่องนี้ไม่แพ้คุณ

รับรองว่าเขาจะยินดีสละเวลามาอธิบายให้คุณฟังแน่ๆ อย่าลืมชุดเครื่องทำเพลงในบ้าน. ดีเจส่วนใหญ่จะบันทึกเพลงตัวอย่าง ทำเพลย์ลิสต์และเพลงของตัวเองที่บ้าน ให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่คุณจะพาไปเปิดในคลับนั้นสามารถต่อร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้ในบ้านด้วย เช่น หากคุณเป็นดีเจแนวฮิปฮอป คุณอาจต้องการลงทุนในมิกเซอร์แบบสแครช/แบทเทิลที่บ้านเพื่อเลียนแบบบรรยากาศเวลาแข่งแร็ปของจริง

นี่จะยิ่งมีประโยชน์หากคุณวางแผนจะทำเพลงเอง เราจะพูดถึงตรงนี้เพียงเล็กน้อยก็จริง แต่รู้ว่ามันอาจเป็นหนทางพาคุณไปสู่ความโด่งดังได้ในอนาคต 6รู้ว่าคุณต้องใช้อะไรบ้างเวลาไปเปิดแผ่น. หากคุณวางแผนจะเล่นเพลงในสถานที่ซึ่งมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับดีเจอยู่แล้ว คุณอาจต้องการแค่คอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมมิกซ์เพลง แต่ถ้าต้องไปเปิดแผ่นในงานทั่วไป คุณอาจจำเป็นต้องเอาอุปกรณ์ไปเอง

จำกัดขอบเขตสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่ต้องการอะไรสำหรับงานแบบนี้โปรแกรมมิกซ์เพลงบางโปรแกรมอาจหัดตามได้ยาก คุณสามารถหาบทเรียนและแบบฝึกหัดตามอินเทอร์เน็ต หรือไม่ก็เข้าคอร์สโรงเรียนดีเจที่จะสอนคุณในอุปกรณ์ใหม่ๆ แต่ก็ต้องรู้ว่าคุณเป็นคนต้องทำมันเองในที่สุด 7 สร้างคอลเลคชั่นเพลง. คุณรู้ไหมว่ายังต้องการอะไรอีก เพลงไงล่ะ และคุณต้องไม่ใช้เพลง mp3

บิตเรทต่ำที่ดาวน์โหลดมาตามเน็ตเช่นกัน การจะเป็นดีเจมืออาชีพ อย่างน้อยก็ต้องจ่ายเงินกับค่าเพลงบ้างละนะ ตอนนี้เริ่มเล่นในเพลงที่คุณมีก่อน แต่ต้องเตรียมใจว่ามันจะเป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ในอนาคตแน่ คุณต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเพลง สอบถามเพื่อนๆ และดูชาร์ทอันดับเพลง แชนแนลของค่ายเพลงตามยูทูปและเว็บไซต์สำหรับดีเจอย่าง Beatport นี่คือรายชื่อแนวเพลงที่คุณอาจลองหาฟังดู

เฮาส์ทรานซ์เทคโนอิเล็กโทรกลิทช์ ดาร์คอัลเทอร์เนทีฟ โปรเกรสซีฟ เบรกบีต ฮาร์ดสไตล์ ฮาร์ดคอร์ ดาวน์เทมโป จังเกิล ดรัมแอนด์เบสดับสเต็ปคุณสามารถใช้โปรแกรมเร่งจังหวะมาใช้ให้บีตตรงกัน ถึงแม้ทางที่ดีควรหาเพลงสองเพลงที่มี BPM ไม่แตกต่างกันนักจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ใช้มันในเพลงท่อนที่ยังไม่มีเสียงร้องนะ เพราะการเร่งเพลงให้เร็วขึ้นหรือยืดเพลงให้ช้าลงจะเปลี่ยนคีย์เสียงร้องและทำให้ทุกอย่างมันยุ่งไปเสียหมด

เรียนรู้เรื่องอินโทรกับเอาโทร. เพลงเต้นรำส่วนใหญ่จะมีช่วงอินโทรที่มีเพลงบรรเลงไปโดยยังไม่มีเสียงร้องและมีท่อนเหมือนกันนี้ในตอนท้ายเพลง การมิกซ์เพลงมักจะเป็นการผสมอินโทรของเพลงใหม่เข้าไปในเอาโทรของเพลงที่เล่นอยู่ การรู้ว่าเอาโทรเริ่มตรงไหนและอินโทรเริ่มตรงไหนจึงเป็นส่วนสำคัญในการมิกซ์เพลงสด เตรียมเพลงที่สอง เตรียมเพลงที่สองให้พร้อมทันทีที่เริ่มเล่นเพลงแรก

ใช้มือหนึ่งจับปุ่มพิทช์บนเทิร์นเทเบิลหรือเครื่องเล่นซีดีเพื่อปรับความเร็ว (ถ้าหาก BPM ไม่ตรงกัน) แล้ววางมืออีกข้างไว้บนครอสเฟดเดอร์ ซึ่งจะเบาเสียงเพลงแรกลงแล้วเพิ่มความดังของเพลงที่สอง เพลงบางเพลงหรือบางช่วงของเพลงบางเพลงเหมาะแก่การนำมาสแครช ในขณะที่บางเพลงก็อาจใช้ไม่ได้ การรู้ว่าเมื่อไหร่ถึงควรจะสแครชนั้นก็เหมือนจังหวะไทม์มิ่งเวลาเล่นตลก คือคุณจะรู้เองว่านี่คือช่วงที่ถูกและนี่คือช่วงที่ผิด

ตามไปดู 7 ข้อเท็จจริง เบื้องหลังอาชีพ DJ ที่คนไม่รู้ 1. เปิดแผ่นคืองานหลัก เปิดเพลงให้คนฟังเป็นงานหลัก มีการเอาเพลงมาต่อกันให้เนียน ที่เรียกว่าการ “Mix” หรือ “Mixing” โดยอาจจะมีการใส่ Effect เพิ่มสีสันเข้าไปนิดๆหน่อยๆ แต่ไม่ได้เป็นคนสร้างเพลงใหม่ขึ้นมาแต่อย่างใด2. DJ แบ่งย่อยออกเป็นหลายสาย เช่น DJ จัดรายการวิทยุ หรือ DJ ที่เปิดแผ่นตามคลับ

ซึ่งแบ่งยิบย่อยไปตามแนวดนตรีที่ถนัดต่างๆอีก อาทิ House DJ, Hip-hop DJ แต่โดยเนื้อแท้แล้วคือการเปิดเพลงเพื่อ Entertain ผู้คนเหมือนกัน3. สายสแครช ต้อง Hip-hop DJ ในจำนวน DJ หลายสาย Hip-hop DJ จะดูหวือหวามากที่สุด เพราะนิยมเปิดแผ่นพร้อมสร้างสีสันไปด้วยโดยการเพิ่มลูกเล่น “การสแครช” หรือ “การเกาแผ่น” (Scratching) ซึ่งถ้าใครหลงใหลการ Scratch

จนถือเป็นอีกเครื่องดนตรีหนึ่ง ก็แนะนำให้ลงลึกในสายนี้ 4. Remix ไม่ใช่ Mix ที่เห็น DJ บางคนเอาเพลงที่มีอยู่แล้วมาทำดนตรีใหม่ แต่งเติมเพิ่มเข้าไป นั้นเรียกว่าการ “Remix” ซึ่งคนที่ทำ Remix เรียกว่า “Remixer” (อย่าสับสนกับการ Mix ที่เป็นการต่อเพลง) 5. มี DJ ที่เป็นศิลปินด้วย? DJ บางคนก็สร้างเพลงใหม่ขึ้นมาเป็นของตัวเองเลย กลายสถานะเป็นศิลปิน

ซึ่งเป็น DJ ที่มีความสามารถทางการประพันธ์ดนตรี เป็น Music Composer อยู่ในตัวด้วย 6. DJ คือ DJ ไม่ใช่นักทำเพลง ทั้งการ Remix และการ Compose เพลงขึ้นมาใหม่ โดยเนื้อแท้แล้วคืองานของ Music Composer (นักประพันธ์ดนตรี หรือนักเรียบเรียงเสียงประสาน) ถ้าใครอยากทำอะไรพวกนี้ ไม่แนะนำให้เรียน DJ แต่ให้เรียนวิชาดนตรี จะถูกต้องตรงตามความต้องการมากกว่า

7. Fake DJ มีอยู่เกลื่อน เครื่องไม้เครื่องมือปัจจุบันสามารถทำหน้าที่มิกซ์เพลงแทน DJ ได้ทุกอย่าง “ดังนั้นเราจะเห็น DJ สุดเทพหลายคน (รูปร่างหน้าตาดี บางรายในผับมืดๆ กลางคืนก็ยังใส่แว่นกันแดด) ยืนโยกหัว ทำท่าหมุนแผ่น บิด knob เท่ห์ๆ อยู่หลังคอนโซล โดยไม่ได้ใส่หูฟัง… บางทีเครื่องยังไม่ได้เปิด ปลั๊กไม่ได้เสียบด้วยซ้ำ”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here