ด่านลอยทำรถติด! ‘มาร์ค พิทบูล’ โพสต์โวยไม่ตั้งป้ายบอกล่วงหน้า ลั่นเขาห้ามตั้งด่านแล้วไม่ใช่เหรอ! (คลิป)

0
129

ด่านลอยทำรถติด! ‘มาร์ค พิทบูล’ โพสต์โวยไม่ตั้งป้ายบอกล่วงหน้า ลั่นเขาห้ามตั้งด่านแล้วไม่ใช่เหรอ! (คลิป)

นายณัชพล สุพัฒนะ ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก Pitbullzone ได้แพร่ภาพสดขณะที่ขับรถแล้วเจอด่านลอย ทำให้รถติดจำนวนมาก พร้อมระบุข้อความว่า ชีวิตคือการเดินทาง การเดินทางคือการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวคือการทำงาน วันนี้โชคดีได้เจอด่านดักจับความเร็ว แต่จากการสังเกตดูด้วยสายตา ผิดระเบียบเกือบทุกอย่าง ไม่มีป้ายแสดงเครื่องหมายให้หยุด เป็นด่านชั่วคราว

เสียดายที่วันนี้รีบเลยไม่มีเวลาลงไปดูในรายละเอียดว่าเป็นด่านที่ขออนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ จึงรับใบสั่งมาเพื่อชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว มาร์ค พิทบูล กำลังขับรถไปทำธุระ แต่ระหว่างทางกลับเจอด่านลอยที่ไม่มีป้ายตั้งบอกล่วงหน้า ทำให้รถติดเป็นจำนวนมาก พร้อมถามว่า “เขาห้ามตั้งด่านแล้วไม่ใช่เหรอ” แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับแจ้งว่าขับรถเร็วเกินอยู่ที่ 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง

- Advertisement -

ซึ่งทาง มาร์ค พิทบูล ก็ยินยอมจ่ายเรื่องค่าปรับ แต่ฝากเจ้าหน้าที่ว่า “ควรจะมีวิธีการอื่นที่ทำให้รถไม่ติดขนาดนี้” ทางเจ้าหน้าที่ตอบกลับว่า “จะมีการแก้ไข” จากนั้นจึงขอรับใบสั่งมาเพื่อชำระค่าปรับทางไปรษณีย์แทน
สิ่งต้องรู้ ด่านตรวจถูกกฎหมาย 1.ด่านตรวจ หมายถึง สถานที่ทำการที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถ

และการตั้งด่านตรวจจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงหรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. (ต้องได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา) 2. จุดตรวจ หมายถึง สถานที่ที่เจ้าพนักงานตำรวจออกมาปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถ หรือทางหลวง โดยมีกำหนดระยะเวลาเท่าที่มีความจำเป็น แต่ต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง

และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว จะต้องยุบเลิกจุดตรวจดังกล่าวทันที 3. จุดสกัด หมายถึง สถานที่ที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวง ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเกิดขึ้นและจะต้องยุบเลิกเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว 4. การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด คือ ห้ามมิให้ตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัด ในเขตทางเดินรถหรือทางหลวง

5. ด่านตรวจ การจัดตั้งด่านตรวจจะกระทำได้ ต้องได้รับอนุมัติจาก ครม.หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง หรือ กอ.รมน. 6. จุดตรวจ การตั้งจุดตรวจจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ชั้นผู้บังคับการตำรวจภูธร(ผบก.) ขึ้นไป โดยพิจารณาว่าเป็นกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่ง และต้องมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง 7. จุดสกัด จะตั้งได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

หรือจำเป็นเร่งด่วนเกิดขึ้น และจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจ หรือผู้รักษาการแทนขึ้นไป โดยมีกำหนดระยะเวลาเวลาเท่าที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือจำเป็นเร่งด่วนดังกล่าวยังคงมีอยู่เท่านั้น 8. การปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัด จะต้องมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับตั้งแต่รองสารวัตรขึ้นไปเป็นหัวหน้า และจะต้องแต่งเครื่องแบบในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

9. การปฏิบัติในการตรวจค้น จับกุม ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประมวลระเบียบการตำรวจโดยเคร่งครัด 10. ที่ด่านหรือจุดตรวจ ต้องมีแผงกั้นที่มีเครื่องหมายการจราจรว่า ‘หยุด’ โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ด่านตรวจหรือจุดตรวจ จะต้องมีในการติดตั้งป้ายและเครื่องหมายจราจร 11. ในเวลากลางคืน จะต้องมีแสงไปส่องสว่างให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร

ก่อนถึงจุดตรวจ และให้มีแผ่นป้ายแสดงยศ ชื่อ นามสกุล และตำแหน่งของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำด่านตรวจและจุดตรวจดังกล่าว นอกจากนั้นให้มีแผ่นป้ายแสดงข้อความว่า หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต หรือประพฤติมิชอบให้แจ้งผู้บังคับการ พร้อมมีการระบุหมายเลขโทรศัพท์ของผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.) ไว้ ข้อความดังกล่าวข้างต้นให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร

12. ให้หัวหน้าสถานีตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิด ที่ใช้สำหรับการตั้งจุดตรวจไว้อย่างครบถ้วน และพร้อมใช้การได้ตลอดเวลา 13. การตั้งจุดตรวจ หรือจุดสกัด ให้ทุกหน่วยประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยใกล้เคียงชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบติดต่อกัน ในการกำหนดแผนการตั้งจุดตรวจในภาพรวมของหน่วย เพื่อมิให้เกิดการซ้ำซ้อน

วิธีสังเกตพี่ตำรวจตั้งด่านถูกกฎหมาย จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของ ‘ด่านลอย’ ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ขับขี่บนท้องถนน เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องเคยพบเห็นป้าย ‘หยุดตรวจ’ อย่างแน่นอน แม้ป้ายจะเขียนว่าหยุดตรวจ แต่ตำรวจไม่ได้หยุดตรวจนะจ๊ะ เพราะเขาบอกให้ผู้ขับขี่หยุดรถเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจนั่นเอง วิธีที่จะผ่านด่านตรวจไปได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล

และไม่ต้องคอยสืบหาข้อมูลว่าละแวกไหนตั้งด่านตรวจบ้างนั้นก็คือ ‘การปฏิบัติตามกฎระเบียบจราจรให้ถูกต้อง’ เพื่อที่คุณจะได้ขับรถไปบนถนนทุกสายอย่างสบายใจไม่ต้องกลัวความผิดใดๆ แต่…แต่…โลกไม่ได้สวยงามเช่นนั้น เพราะหลายครั้งหลายครามักเกิดปัญหาเจ้าหน้าที่จราจรและผู้ขับขี่โต้เถียงไม่ยอมความกันเพราะปัญหาเรื่องการตั้งด่านและค่าปรับ เนื่องจากบางครั้งด่านตรวจที่คุณพบเจอนั้นเป็น ‘ด่านลอย’ และด่านเถื่อน

หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าด่านจ๊ะเอ๋นั่นเอง หากไม่เข้าใจความหมายของด่านลอย ให้ลองนึกภาพตำรวจจราจรแอบอยู่หลังเสาไฟ หลบอยู่ตามต้นไม้ แล้วจู่ๆ ก็กระโจนออกไปโบกรถเพื่อขอตรวจ หรือไม่ก็เป็นการตั้งที่ไม่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา บางครั้งก็อาจไม่มีป้ายสัญญาณหยุดตรวจก่อนถึงด่าน และที่สำคัญไม่มีป้ายแสดงชื่อนายตำรวจที่รับผิดชอบด่าน แน่นอนว่าผู้ขับขี่หลายๆ รายก็ถูกปรับและโดนใบสั่งไปตามระเบียบ

เลยทำให้เกิดกระแส #เจอด่านแล้วบอกด้วย ในโลกออนไลน์อยู่ช่วงหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรับเงินสินบนจากผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และเกิดการตั้งคำถามต่อกฎระเบียบวินัยของเจ้าพนักงาน มาตรการปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด

การปฏิบัติ การปฏิบัติหน้ามี่ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจหรือจุดสกัด จะต้องมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นหัวหน้า และจะต้องแต่งเครื่องแบบในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว การปฏิบัติในการตรวจค้น จับกุม ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ว่าด้วยการนั้นโดยเคร่งครัด ที่ด่านตรวจหรือจุดตรวจ ต้องมีแผงกั้นที่มีเครื่องหมายการจราจรว่า “หยุด”

โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ด่านตรวจหรือจุดตรวจ จะต้องมีในการติดตั้งป้ายและเครื่องหมายการจราจร และในเวลากลางคืนจะต้องให้มีแสงไฟส่องสว่างให้มองเห็นได้อย่าง ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตรก่อนถึงจุดตรวจ และให้มีแผ่นป้ายแสดงยศ ชื่อ นามสกุล และตำแหน่งของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำด่านตรวจและจุดตรวจดังกล่าวนอกจากนั้นให้มีแผ่นป้ายแสดงข้อความว่า “หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต

หรือประพฤติมิชอบให้แจ้ง ผู้บังคับการ โทร……………….”(ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ของ ผบก.ไว้ ข้อความดังกล่าวข้างต้นให้มองเห็นได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร การตั้งจุดตรวจ หรือจุดสกัด ให้ทุกหน่วยประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยใกล้เคียงให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบติดต่อกัน โดยมิให้เกิดการตั้งจุดตรวจ หรือจุดสกัดซ้ำซ้อนอันเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อน

แก่ประชาชนผู้สัญจรไปมาเป็นอันขาด การควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มต้น หรือเลิกปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจหรือ จุดสกัด ให้รายงานทาง ว. ให้ผู้บังคับบัญชาผู้สั่งอนุมัติให้ตั้งจุดตรวจ หรือจุดสกัดดังกล่าวทราบ และเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติแล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจ หรือจุดสกัดดังกล่าว รายงานผลการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

จนถึงผู้สั่งอนุมัติภายในวันถัดไปเป็นอย่างช้า ให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับ สว. ขึ้นไป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจ จุดตรวจหรือจุดสกัด ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาตาม 4.2 ที่จะต้องเอาใจใส่กวดขัน ดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาของตน มิให้ฉวยโอกาสขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจ

จุดตรวจ หรือจุดสกัด เรียกหรือรับผลประโยชน์จากผู้ใช้รถที่กระทำผิดกฎหมาย หรือไปดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ หรือจุดสกัด ในเขตเดินรถหรือทางหลวง โดยมิได้ รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และหากตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใดประพฤติมิชอบในลักษณะดังกล่าว ก็ให้รีบพิจารณาดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ผู้นั้น ไปตามอำนาจหน้าที่ ทั้งทางคดีอาญาและคดีวินัย

แล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น จนถึง ตร. ทราบโดยมิชักช้า โดยรายงานดังกล่าว ให้ระบุ ยศ นาม ตำแหน่งของข้าราชการตำรวจผู้กระทำผิด พร้อมกับรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดให้ละเอียดชัดเจน หากปรากฎว่าผู้บังคับบัญชาในระดับตั้งแต่กองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไปหรือตำรวจอื่น สืบสวนข้อเท็จจริงจนปรากฏชัดเจน หรือตรวจตราพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ด่านตรวจ

‘เงินค่าปรับ’ ตร.ได้แล้วเอาไปไหน ? หลายๆ คนอาจสงสัยว่าเงินค่าปรับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกปรับจากผู้ทำผิดกฎหมายจราจรนั้น ปลายทางของเงินอยู่ที่ไหนกันแน่ ? จากการใช้พรบ.ข้อมูลข่าวสารของสื่อหลายสำนักเพื่อขอข้อมูลจากกองบังคับการจราจร ในการขอเปิดเผยจำนวนเงินค่าปรับสรุปรวมในแต่ละปีว่ามีจำนวนเท่าไหร่นั้น จากข้อมูลของปี พ.ศ. 2555-2557 พบว่ามีมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นจำนวนเงินค่าปรับจากการตั้งด่านที่ถูกต้องตามมาตรการ

แต่ทั้งนี้ในอีกแง่หนึ่งก็นับว่าเป็นการสะท้อนถึงการไม่เคารพกฎหมาย และวินัยจราจรของผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย ส่วนปลายทางของเงินค่าปรับจราจรนั้น ร้อยละ 95 จะเป็นเงินรางวัลของเจ้าหน้าที่ผู้จับ แต่ก็มีการตั้งกฎไว้ว่า ต้องไม่เกินคนละ 10,000 บาทต่อเดือน ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 5 นำไปแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเพื่อใช้เป็นเงินรายได้แผ่นดินและใช้สำหรับกองทุนสืบสวน นอกจากการศึกษาข้อมูลเพื่อจะได้ทราบว่า ด่านที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นอย่างไรแล้วนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ขับขี่จะต้องเคารพกฎหมายและมีวินัยจราจรซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความเป็นระเบียบบนท้องถนนแล้วยังลดการเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here