เตรียมรับมือ! กรมอุตุเตือนสภาพอากาศ ภาคเหนือระวัง ‘เตรียมรับมือน้ำป่า’ ท่วมฉับพลัน! (ภาพ-รายละเอียด)

0
237

เกาะติดพายุฤดูร้อน! กรมอุตุเตือนสภาพอากาศ ภาคเหนือระวัง เตรียมรับมือน้ำป่า ท่วมฉับพลัน! (ภาพ-รายละเอียด)

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า โดยระบุว่า ยังคงมีฝนอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวันที่ 6 – 8 พ.ค. บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 7 – 12 พ.ค ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค.

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ส่วนในช่วงวันที่ 7-12 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 6-8 ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองลดลง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 9 – 12 พ.ค.

บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 7-12 พ.ค. ทำให้ภาคใต้มีเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

และเหตุการ์สภาพอากาศ เมื่อช่วง ปลายเดือนเดือนเมษา จนถึง ต้นเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมาก กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่าและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพายุฝนฟ้าคะนองลดลง ให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น

โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 2 – 3 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม

ภาคเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลางมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ขณะเดียวกันเมื่อวานที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น ที่เขตบางขุนเทียน บางบอน บางแค จอมทอง ธนบุรี ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ หลักสี่ ดอนเมือง

จตุจักร พญาไท บางรัก ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ พระนคร ป้อมปราบฯ ดุสิต ราชเทวี ดินแดง หนองจอก ลาดกระบัง ส่งผลให้การจราจรบางช่วงติดขัดหลายพื้นที่เป็นวงกว้าง และหลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร วัดความสูงระดับฟุตปาธ เฉลี่ย 5 – 10 ซม. เช่นที่ ซ.นวมินทร์ 42, ถ.พหลโยธิน, ลาดพร้าว – วังหิน, รามอินทรา, หน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน มุ่งหน้าแคราย และ หมอชิต

ขณะเดียวกันในช่วงที่พายุฝนตกหนัก ปรากฏว่าหลังคาศาลาพักผู้โดยสาร บริเวณหน้า ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดี-รังสิต เกิดถล่มลงมา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่รถเมล์จอดรับ-ส่งผู้โดยสาร พบว่ามีประชาชนจำนวนมากที่หลบฝนและรอรถโดยสารอยู่บริเวณดังกล่าว ต่างพากันวิ่งหนีตายกันวุ่น โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศไทยได้สิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว

อีกทั้งกรมอุุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน 35 จังหวัดรับมือพายุฤดูร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก แนะประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง วันนี้ (27 เม.ย.61) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 27 เมษายน 2561)” ฉบับที่ 21 ลงวันที่ 27 เม.ย.61

ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ที่ผ่านมา คาดฤดูร้อนจะสิ้นสุดกลางเดือน พ.ค.2561

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่องการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2561 โดยมีรายละเอียด ประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว โดยอุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทยตอนบนได้สูงขึ้นเกือบทั่วไปและมีอากาศร้อนในตอนกลางวันอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทย ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุม

ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย แต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง คาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2561 และเมื่อวันที่ 24 เมษาที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยายัง เตือน 12 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมรับมือผลกระทบจากพายุฤดูร้อนวันนี้ ส่วนกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบ 26 เม.ย.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระหว่างวันที่ 24-27 เม.ย.นี้ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหาย

ที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้ ในวันที่ 24 เม.ย. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ จ.อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี (25 เม.ย.) พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

ตั้งแต่วันที่ 26-27 เม.ย. ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า หากประชาชนได้รับบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินจากพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นสามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 ส่วนสถานบริการสาธารณสุขได้กำชับให้ติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนรับมือไม่ให้กระทบบริการประชาชน โดยสำรวจความแข็งแรงของอาคาร

หลังคา ป้ายประกาศ ไฟส่องสว่าง ตัดแต่งต้นไม้ รื้อถอนป้าย สิ่งก่อสร้างที่เป็นอันตราย พร้อมซ่อมแซมให้มีความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีคำเตือนให้ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ทำความสะอาดรางน้ำฝน ท่อระบายน้ำไม่ให้อุดตัน ขนย้ายเวชภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ไว้ในที่สูง เตรียมระบบสำรองไฟ สำรองยาเวชภัณฑ์ น้ำมัน ออกซิเจน และทรัพยากรต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการจัดบริการประชาชนให้เพียงพอ

และเตรียมแผนการจัดบริการนอกสถานที่และแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีไม่สามารถให้บริการตามแผนทางวางไว้ หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนสามารถติดต่อกองสาธารณสุขฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากเหตุการณ์พายุฤดูร้อนนั้น เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ถล่มแพร่ ซัดบ้านไม้สักยายวัย 78 พังทั้งหลัง โชคดีไม่ได้นอนอยู่บ้านเลยรอดตาย ส่วนร้านค้าริมถนน กว่า 30 ห้อง เสียหายยับ

หลังคาสังกะสีปลิวว่อน… เมื่อวันที่ 27 เม.ย. พันเอก เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง ผบ. นอกจากนี้ยังมีร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ บนถนนยันตรกิจโกศล ขาล่อง หมู่ที่ 8 ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย รวมถึงร้านค้า ซึ่งเป็นห้องแถวกว่า 30 ห้อง ได้รับความเสียหาย โดนพายุถล่มจนหลังคาสังกะสีปลิวว่อนไปพาดกับสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้ไฟดับทั้งคืน ส่วนพื้นที่บ้าน หมู่ที่ 3-7 บ้านปงป่าหวาย อ.เด่นชัย มีบ้านเรือน 16 หลัง

ถูกพายุพัดปลิวเสียหายทั้งหลัง ขณะที่นายพิเชษฐ์ สีตะวัน นายกเทศมนตรีตำบลแม่จั๊วะ ได้นำเจ้าหน้าที่ออกสำรวจและเร่งให้การช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์ก่อสร้างบ้าน เช่น สังกะสี ไม้ ในการซ่อมแซมบ้านเรือนเป็นการด่วน และที่ผ่านมา นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้สั่งการให้ทุกอำเภอเร่งตรวจสอบความเสียหาย และเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายเพื่อบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here