แฟนคลับใจหาย! หลัง ‘ป๊อป’ ประกาศขอยุติบทบาท การทำรายการ ‘สามแยกปากหวาน’ บอกขอพิจารณาตัวเอง! (คลิป)

0
140

แฟนคลับใจหาย! หลัง ‘ป๊อป’ ประกาศขอยุติบทบาท การทำรายการ ‘สามแยกปากหวาน’ บอกขอพิจารณาตัวเอง! (คลิป)

เรียกว่าประกาศออกจากรายการแบบฟ้าผ่า นักร้องดังเสียงดี ป๊อป ปองกูล ทำแฟนคลับตกใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือไม่ หลังเจ้าตัวประกาศผ่านโซเชี่ยล ขอยุติการทำรายการ สามแยกปากหวาน ที่ออกอากาศทางช่อง GMM25 ที่เป็นพิธีกรร่วมกับอีก 2 เพื่อนซี้ คือ อ๊อฟ ปองศักดิ์ และ ว่าน ธนกฤต จนหลายคนวิพากษ์วิจารณ์สงสัยว่าเหตุผลที่หนุ่มป๊อปตัดสินใจประกาศเลิกทำรายการ

เกิดจากเจอดราม่าโจมตีว่าแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติแขกรับเชิญอย่าง สาวเฟี้ยว์ฟ้าว ที่มาออกรายการคนล่าสุดหรือไม่ แต่ก็มีหลายคนบอกว่า ป๊อป ทำในรายการ เป็นแค่สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชม ในฐานะผู้ดำเนินรายการเท่านั้น เทปดังกล่าวสนุกมาก ไม่น่าจะมีดราม่าจนทำให้ยุติการทำรายการได้ ล่าสุด เจ้าตัวได้ทวีตข้อความด้วยว่า “คือจริงๆขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจนะครับ

แต่เอาจริงๆ ผมรู้ว่าผมไม่เหมาะกับรายการทอล์คโชว์มาสักพักละ แล้วสิ่งที่เราเป็นอยู่มันสุ่มเสี่ยงมากถ้าคนมองว่ามันสนุกก็ดีไป แต่ถ้าคนตีความไปอย่างอื่นมันก็อันตราย เรื่องนี้ก็คุยกับน้องทั้งสองไว้แล้ว อาจจะหยุดรายการสามแยกไว้ก่อนครับผม” “รายการ #สามแยกปากหวาน จะมีถ่ายอีกสองครั้ง สี่เทป แล้วจะหยุดการทำรายการ ขอบคุณทุกการสนับสนุนที่มีเสมอมานาจา”

“ไม่ได้เป็นเพราะคำติที่มีมานะครับ เรื่องนั้นเราเข้าใจอยู่แล้วว่าทำงานต้องมีคำติชม แต่ผมว่าเป็นเพราะเราไม่ถนัดกับมันมากกว่า ทำอะไรเราก็อยากทำให้ดีที่สุด แต่กับน้องทั้งสองคนผมยังวางแผนจะทำงานร่วมกันอยู่นาจา” สำหรับรายการ สามแยกปากหวาน เป็นรายการทอล์คโชว์ที่ออกอากาศทางคลื่นวิทยุ HOT915 Live&Share ที่ความถี่ 91.5 FM ซึ่งออกอากาศทุกวันอาทิตย์

ตั้งแต่เวลา 21.00 น. จนถึงเวลา 23.00 น. โดยมีผู้ดำเนินรายการ 3 คน รายการนี้ออกอากาศเป็น 2 ยุค ในยุคแรกนั้นจะมีดีเจโจ้ – อัครพล ธนะวิทวิลาศ, ดีเจโป้ง – ณัฐพงษ์ แตงเกษม และดีเจน้าเน็ก – เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ต่อมา ดีเจโจ้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับ รายการสามแยกปากหวานจึงได้ยุติการออกอากาศไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และกลับมาออกอากาศอีกครั้ง

ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554 โดยมีผู้ที่มาจัดรายการแทนดีเจโจ้ คือ ดีเจเผือก – พงศธร จงวิลาส ในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ทางทีมงานได้แถลงผ่านแฟนเพจระบุว่ารายการจะงดออกอากาศโดยไม่มีกำหนด โดยให้สาเหตุว่าทางผู้จัดการรายการทั้งต้องการหยุดพักการจัดรายการลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม รายการกลับมาออกอากาศอีกครั้งในรูปแบบรายการทางโทรทัศน์ในชื่อรายการ สามแยกทีวี ทางช่อง GMM ONE

นับตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556 ในปี พ.ศ. 2560 รายการกลับมาออกอากาศอีกครั้งในรูปแบบรายการทางโทรทัศน์ในชื่อรายการ สามแยกปากหวาน ทางช่อง จีเอ็มเอ็ม 25 นับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 โดยมีพิธีกรคือ อ๊อฟ – ปองศักดิ์ รัตนพงษ์, ป๊อป – ปองกูล สืบซึ้ง และว่าน – ธนกฤต พานิชวิทย์ รูปแบบการจัดรายการ
รูปแบบในรายการแต่ละสัปดาจะเป็นการพูดคุยในประเด็นต่างๆ

ที่เป็นประเด็นสำคัญในช่วงระยะเวลานั้นๆ โดยส่วนใหญ่ รายการจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ สามแยกแตกประเด็น และปากหวานงานเข้า โดยระหว่างดำเนินรายการทั้ง 3 ก็จะอ่านทั้งข้อความ SMS ที่ส่งมาและรวมทั้งข้อความของผู้ฟังที่โพสท์ลงในหน้าแฟนเพจของสามแยกปากหวานใน Facebook เพื่อให้ความคิดเห็นที่แตกต่างมากขึ้น โดยนับตั้งแต่ 29 พฤษภาคมเป็นต้นมา

ก็มีการเพิ่มกติกาการลงโทษในแต่ละสัปดาห์เข้ามา ทำให้ผู้ฟังสามารถติดตามจนกระทั่งจบรายการ โดยให้ผู้ฟังที่โทรศัพท์เข้ามาหน้าไมค์ทั้งใน 2 ช่วงและให้ทำการโหวตดีเจซึ่งจะตั้งไว้บนประเด็นแต่ละสัปดาห์ซึ่งจะแตกต่างกันไปซึ่งบทลงโทษก็จะแตกต่างไปเช่นกัน โดยช่วงแรกๆ น้าเน็กจะเป็นคนคิดบทลงโทษแต่ช่วงหลังทางทีมงานก็จะเป็นคนคิดบทลงโทษให้ ที่มา รายการสามแยกปากหวาน

มีที่มาจากการริเริ่มโดยทางบริษัทที่อยากให้มีรายการทอล์คโชว์ทางหน้าปัดวิทยุ และอยากให้มีผู้ดำเนินรายการถึง 3 คน ทางดีเจไก่ สมพล ปิยะพงศ์สิริ ก็เลยชักชวนดีเจน้าเน็ก เกตุเสพสวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ที่รับบทน้าเหลือมในรายการเกมฮอตเพลงฮิตให้มาทำรายการนี้คู่กับดีเจโจ้ อัครพล ธนะวิทวิลาศและดีเจโป้ง ณัฐพงษ์ สมรรคเสวี โดยทั้ง 3 ได้ทำการคิดเกี่ยวกับรายการตรงบริเวณบันไดหนีไฟของตึก

และต่างแซวผู้หญิงที่เดินผ่านตามประสาของทั้ง 3 ดีเจ โดยน้าเน็กได้กล่าวว่า ตี้ ซึ่งเป็นน้องครีเอทีฟรายการได้เดินมาแซวทั้ง 3 เล่นๆ ว่า นี่มันสามแยกปากหมานี่หว่า! แต่ก็เดินกลับมาแก้อีกครั้งให้เบาลงว่า สามแยกปากหวานละกัน ซึ่งก็ถือเป็นจุดกำเนิดของชื่อรายการ สามแยกปากหวาน ในปัจจุบัน ผู้ดำเนินรายการ พิธีกรสามแยกปากหวานในยุคสอง (จากซ้ายไปชวา) น้าเน็ก-แปะโป้ง-บัวลอยเผือก

แบ่งได้เป็นสองยุคอย่างง่าย ๆ ก็คือ ยุคโจ้-โป้ง-เน็ก และ ยุคน้าหนวด-แปะโป้ง-บัวลอยเผือก ในปัจจุบัน ยุคแรก โจ้-โป้ง-เน็ก พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2548 ยุคสอง น้าหนวด-แปะโป้ง-บัวลอยเผือก ตั้งแต่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554 – 30 กันยายน พ.ศ. 2555 ดีเจน้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา มีสมญาว่า น้าหนวด, พี่หนวด, น้าเง็ก, น้าแง็ก, ผู้ใหญ่แฟ็ก, นายห้าง

นอกจากนั้นเวลาหน้าไมค์ให้เรียกว่า ไอ้หนวด (ชื่อในวงการหนังโป๊ : แตงอ่อน วัวลาย) ดีเจโป้ง ณัฐพงษ์ แตงเกษม มีสมญาว่า เทพหน้าปัด, ราชาหนังแผ่น, โป้ง 100 เสียง นอกจากนั้นเวลาหน้าไมค์ให้เรียกว่า เทพหน้าปัด (ชื่อในวงการหนังโป๊ : ก๊อง เนินพระ) ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส มีสมญาว่า เฮียผา, บัวลอยเผือก, หมวดจอห์นนี่ นอกจากนั้นเวลาหน้าไมค์ให้เรียกว่า เฮียปู (ชื่อในวงการหนังโป๊ : ริชาร์ด ราชเทวี)

คุณร่ำไร กีต้าร์ประจำรายการเพื่อใช้บรรเลงประกอบจังหวะเพลงที่จะร้องในรายการ ในยุคนี้ เหล่าผู้ฟังได้ตั้งชื่อให้กลุ่ม 3 ดีเจนี้ว่า สามสูบ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกที่ดูเป็นชื่อเฉพาะและเป็นคำพูดที่ติดปากง่ายต่อการจำ นอกจากนี้ในบางอาทิตย์จะมีกรณีที่มาไม่ครบสามสูบทำให้มีดีเจมาทดแทนซึ่งดีเจเหล่านี้จะมีชื่อเรียกว่า ดีเจอะไหล่ ซึ่งตลอดเวลาออกอากาศที่ผ่านมานั้นก็มีดีเจมาแทนทำหน้าที่เป็นดีเจอะไหล่ดังนี้

ดีเจโบ ธนากร ชินกูล ดีเจอาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์ (มีอีกคาแร็กเตอร์ที่เรียกว่า กาลียองเซโน่) ดีเจอิคคิว พีระพล เสนาคุณ ดีเจโตโต้ ศานติ สุศันสนีย์ ดีเจพล่ากุ้ง วรชาติ ธรรมวิจินต์ ดีเจดาว ณัฐภัสสร สิมะเสถียร ดีเจอาร์ท อรอานิญช์ พีรชาขจรพัฒน์ ดีเจเชาเชา ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม ดีเจโฟลท ธนกร โพธิ์วิจิตร ในอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ตอน สามแยกซิมิ ทางน้าเน็กได้กำหนดให้มีการตั้งสมญานาม

ให้กับคนที่มาหน้าไมค์ เพื่อให้จดจำได้ง่ายและไม่สับสนกัน โดยมีคนที่ได้รับสมญาคนแรกคือ เต๋า โดยตั้งให้เป็น เต๋าปลาแกด ในอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2555 ทีมงานควายโบ้ออกมาประกาศผ่านทาง www.facebook.com/hot3yack ว่า สามแยกปากหวาน เน็ก โป้ง เผือก ขอหยุดพักการจัดรายการ งดออกอากาศไปอย่างไม่มีกำหนด ทีมงานของรายการ

1ในทีมงานสามแยกปากหวาน ยุ้ย-ควาย-โบ้ ทุกรายการนั้นต้องมีทีมงาน ซึ่งในรายการนี้ก็มีเช่นกันเพียงแต่มีสมญานามให้เรียกเพื่อง่ายต่อการจำ โดยให้ต่อหลังจากชื่อเล่นทีมงานว่า …-ควาย-โบ้ ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่าง ควาย กับ แรมโบ้ ซึ่งหมายความว่าเป็นคนที่ทำงานได้ถึกและทำได้ทุกอย่าง แต่น้าเน็กยังเสริมอีกว่าเป็นคนที่ทำงานได้ทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เอาไหน

ซึ่งก็มีทีมงานหลัก ๆ ดังนี้ ยุ้ย-ควาย-โบ้ เป็นโค-โปรแกรมที่มีหน้าที่รับสายผู้ที่โทรมาหน้าไมค์และเป็นอัดบันทึก cd รวมไปถึง ตั้งกล้องถ่ายวิดีโอ และ หน้าที่สำคัญ คือ ชงกาแฟให้น้าเนค กินในแต่ละสัปดาห์ อู๊ด-ควาย-โบ้, แนน-ควาย-โบ้ และ แอน-ควาย-โบ้ เป็นครีเอทีฟ, คุมรายการ, ดูภาพรวม, ถ่ายกล้องวิดีโอ, ประสานงาน, คุมเวลา, คิดหัวข้อเพื่อนำเสนอประเด็น, สามแยกแตกประเด็น

คิดบทลงโทษ, ตัดไฮไลท์ on air ในแต่ละอาทิตย์ โดย อู๊ด ควายโบ้ จะเป็นแกนนำหลักนำเทปไปให้ทีมตัดต่อเอาไปถ่ายทอดต่อใน YouTube และ เว็บ www.hot915.fm วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เป็นวันที่เหล่าแฟน ๆ ผู้ฟังจัดตั้ง แฟนเพจ แนน ควายโบ้ Fanpage ซึ่งถือเป็นทีมงานคนแรกที่มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555 1 ในทีมงานควายโบ้อย่าง แมน-ควาย-โบ้

ได้ประกาศว่า จะยุติหน้าที่การเป็นทีมงานในฝ่ายครีเอทีฟ เนื่องจากต้องการออกไปหาประสบการณืใหม่ ๆ เพราะฉะนั้น สามแยกปากหวาน ตอน “แต่งงาน” จึงเป็นตอนสุดท้ายในการทำงานของ แมน-ควาย-โบ้ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 มีการประกาศทีมงานรายการคนใหม่เป็น แอน-ควาย-โบ้ มาทำหน้าที่เสริม รูปแบบรายการ
ยุคแรก รูปแบบรายการหลักๆ ในยุคนี้

จะเป็น การตอบจดหมาย ที่มาจากผู้ฟังทางบ้านและ หนีแม่มาหน้าไมค์ โดยการตอบจดหมายนั้นก็มีกติกาอยู่ที่ว่า 7 บรรทัดซัดเต็มๆ ก็คือเขียนอะไรก็ได้แต่ขอให้เขียนส่งอยู่ในกระดาษ 7 บรรทัด แต่ก็เป็นเรื่องตลกที่ผู้ฟังทางบ้าน เขียนจดหมายมาตามขวางของกระดาษซะงั้น ซึ่งการอ่านจดหมายของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันไป ตามสไตล์ของแต่ละคน ดีเจโจ้ : ตอบสไตล์กลอน

ตอบสไตล์ทำนองของเพลงที่เปิด, ตอบสไตล์เพลงเทค ดีเจเน็ก : ตอบในสไตล์รถขายกับข้าว, ตอบสไตล์บอลโลก, ตอบสไตล์ชายเน็คอ่อนล้า นอกจากนี้ยังมีการสมมุติตัวเองเป็น F4 ที่เป็นที่นิยมในสมัยนั้นในการตอบจดหมายและดำเนินรายการในยุคนั้น ส่วนการหนีแม่มาหน้าไมค์นั้น จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างดีเจกับผู้ฟังในประเด็นต่าง ๆ ตามปกติแล้วรายการจะมีรูปแบบหลักๆ

แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ สามแยกแตกประเด็น และ ปากหวานงานเข้า แต่ในช่วงแรก ๆ จะมี 3 ช่วงนั้นก็คือ สามแยกแตกประเด็น, ปากหวานงานเข้า และ ตอบจดหมายและข้อความจากผู้ฟัง แต่ภายหลังก็ตัดช่วงที่ 3 นี้ออกแทน จนกระทั่งถึงอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคมที่เป็นเทปที่ ดีเจพล่ากุ้ง มาแทนในตำแหน่งของ ดีเจเผือก พร้อมกับประเด็น “ถ้าคุณเป็นซุป’ตาร์ที่สวย, รวยและเก่ง คุณจะเลือกผู้ชายแบบไหน?

ระหว่างหน้าตาดีมีเสน่ห์กับหน้าห่วยแต่รวยอารมณ์ขัน” (ซึ่งเป็นการตั้งประเด็นมาจากข่าวการแยกทางของ อั้ม-โน็ต ในช่วงนั้น) โดยน้าเน็กให้ผู้ฟังที่โทรมาหน้าไมค์นั้นโหวตจากทั้ง 3 ดีเจว่า “ถ้าเหลือผู้ชายเพียง 3 คนในโลก น้าเน็ก-พี่โป้ง-พล่ากุ้ง คุณจะเลือกใคร?” โดยคนที่ได้คะแนนน้อยสุดจากการโหวตตลอด 2 ชั่วโมงจะถูกทำโทษด้วยการ เผาขนหน้าแข้งด้วยไฟแช็ก Zippo

ซึ่งถือเป็นการลงโทษครั้งแรกของรายการสามแยกปากหวานและคนที่โดนลงโทษครั้งแรกก็คือ ดีเจพล่ากุ้ง นั้นเอง ซึ่งถ้านับจนถึงปัจจุบัน รายการก็สามารถแบ่งเป็น 3 ช่วงก็คือ สามแยกแตกประเด็น เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ฟังที่โทรมาหน้าไมค์และผู้ฟังที่ส่งข้อความมาทางแฟนเพจและSMS กับผู้ดำเนินรายการทั้งสามสูบ ซึ่งตลอดการพูดคุยนั้นจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกัน

และกันรวมทั้งดีเจก็จะเล่าเรื่องที่ตัวเองประสบพบเจอหรือเตรียมไว้ด้วย ซึ่งทั้ง 3 จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในการพูดคุย ปากหวานงานเข้า เป็นการพูดคุยกับผู้ฟังที่โทรมาหน้าไมค์เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหา โดยช่วงหลัง ๆ นั้นสายหน้าไมค์ที่เข้ามาส่วนใหญ่จะมีมากสุดคือ 3 สายเท่านั้น และเป็นช่วงสุดท้ายของรายการก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงบทลงโทษ โดยจากสถิติที่ผ่านมา ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีคะแนนพลิกแพลงมากที่สุด

โดยผู้ที่มีคะแนนน้อย ๆ มักจะกลับมามีคะแนนโหวตมากขึ้นจากการที่ผู้ที่หน้าไมค์โหวตและทำให้คนที่มีคะแนนน้อยรอดจากการลงโทษประจำสัปดาห์ บทลงโทษ เปรียบเสมือนช่วงโบนัสท้ายรายการที่จะมีการลงโทษ 1 ใน 3 สูบที่มีคะแนนน้อยที่สุดซึ่งในแต่ละอาทิตย์บทลงโทษจะแตกต่างกันไปตามประเด็นที่พูดคุยในช่วงนั้น ๆ ซึ่งช่วงแรก ๆ น้าเน็กจะเป็นคนเตรียมบทลงโทษแต่ส่วนใหญ่บทลงโทษที่น้าเตรียมมาจะโดนซะเอง ช่วงหลังทีมงานจึงเป็นคนเตรียมบทลงโทษให้

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here