ส่องบ้านหลังใหม่! “เต้ย จรินทร์พร” สร้างให้ครอบครัวจากน้ำพักน้ำแรง แค่โครงก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา! (ชมภาพ)

0
159

ส่องบ้านหลังใหม่!! “เต้ย จรินทร์พร” สร้างให้ครอบครัวจากน้ำพักน้ำแรง แค่โครงก็รู้แล้วว่าอลังการมาก! (ชมภาพ)

เรียกได้ว่าเป็นดาราสาวสวย ที่มาพร้อมกับความน่ารักสดใสอยู่ทุกเวลาจริงๆ ค่ะ สำหรับ “เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ อีกทั้ง สาวเต้ย ยังเป็นนางเอกที่รักครอบครัวและกตัญญูอย่างมาก ล่าสุด ที่ผ่านมาเธอก็ได้โพสต์ภาพ “บ้านหลังใหม่” จากน้ำพักน้ำแรงของเธอ พร้อมทั้งครอบครัว งานนี้ทำเอาแฟนคลับต่างก็เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมสาวเต้ยกันยกใหญ่  สำหรับ “เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ” นักแสดงสาววัยรุ่นที่ถูกยกให้เป็น ‘ทีนไอดอล’

นักแสดงตัวอย่างที่ดีของวัยรุ่น ไม่ใช่แค่เพียงหน้าตา และรอยยิ้มของเธอเท่านั้นที่ดูน่ารัก มีเสน่ห์ ในด้านความประพฤติลักษณะนิสัยของดาราสาวคนนี้ก็เรียกได้ว่าดีเลิศ มีความรับผิดชอบทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน จะเห็นได้ว่าเธอไม่ค่อยมีข่าวด้านลบออกมาให้เห็นเท่าไร นับว่าเป็นอีกหนึ่งดาราตัวอย่างที่ดีให้น้องๆ เอาเป็นแบบอย่างได้เลย เธอก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการเป็นเน็ตไอดอล เล่นมิวสิควิดีโอ

และถ่ายแบบนิตยสารวัยรุ่นอยู่หลายเล่ม จนการเป็นที่โด่งดังอย่างมากในหมู่วัยรุ่นสมัยนั้น จากนั้นเธอได้เข้าประกวด Utip Freshy Idol 2007 และมีโอกาสได้เข้าสู่วงการบันเทิง โดยงานแรกของนักแสดงสาวคือ การเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์วัยรุ่น ทำให้เธอนั้นมีชื่อเสียงในนามของ Teen Idol วัยรุ่นต้นแบบของประเทศอีกด้วย ต่อมาเธอจึงมีโอกาสได้มาเล่นละครเรื่องแรก คือ “รักหรรษาคาราโอเกะ” ในบทบาท “นิ้งหน่อง”

หลังจากนั้นนักแสดงสาวก็มีผลงานมาเรื่อยๆ แต่ผลงานเด่นของนักแสดงสาวที่ทำให้เขากลายเป็นที่พูดถึงมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง “หนีตามกาลิเลโอ” กับบท “นุ่น” , ภาพยนตร์เรื่อง “เคาท์ดาวน์” บทบาท “บี” และ “Timeline จดหมาย ความทรงจำ” บท “จูน” สำหรับของสะสมที่นักแสดงสาวสนใจคือ หิน และนักแสดงสาวนั้นยังได้ร่วมกับอดีตแฟนหนุ่ม “อเล็กซ์ เรนเดล” ร่วมระดมทุนขายเสื้อยืดกว่า 2 ปี

เพื่อซื้อรถพยาบาลช้างคันแรกในประเทศไทย มอบให้ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และทั้งคู่ยังคงเดินหน้าช่วยกันทำเรื่องราวดีๆ ช่วยเหลือ “ช้างไทย” อย่างต่อเนื่อง คงมีสักครั้งที่รอยยิ้มสดใสของ เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ ทำให้คุณเผลออมยิ้มตามเธอไปโดยไม่รู้ตัวแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความน่ารักน่าเอ็นดูเท่านั้นที่ทำให้เราสนใจชวนเธอมาพูดคุยแต่เพราะเรื่องราวเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นต่างหาก ที่เชื่อแน่ว่าจะทำให้คุณต้องประหลาดใจ

และหลงรักสาวน้อยคนนี้เหมือนใครๆ อีกหลายคน ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยค่ะว่าเต้ยโตมาแบบไหน เต้ยโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่มีเต้ยตอนอายุยังน้อยค่ะ ตอนมีเต้ยทั้งพ่อและแม่อายุประมาณ 21 ปีเอง เต้ยก็เลยรู้สึกเหมือนเราโตมาด้วยกัน พ่อแม่คือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเต้ย…เป็นทั้งพ่อแม่ เป็นทั้งเพื่อน และเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุด ท่านเลี้ยงลูกด้วยการให้อิสระ ปล่อยให้เต้ยได้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง

ให้ผจญโลกภายนอกเองโดยที่ท่านจะไม่ห้าม แต่จะคอยมอง คอยสอน และคอยให้กำลังใจอยู่ใกล้ ๆ เสมอ มีคำสอนไหนคะที่เต้ยยังจำได้ดี พ่อแม่เต้ยไม่ค่อยสอนเป็นคำพูดเท่าไหร่ค่ะ แต่จะสอนด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ทำให้เต้ยซึมซับมาโดยไม่รู้ตัว ปกติพ่อเต้ยจะเป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่นเหมือนเด็ก ๆ แต่นิสัยอีกอย่างหนึ่งของพ่อคือ จะขี้เกรงใจมาก แม้แต่เรื่องเล็ก ๆอย่างการขับรถต่อแถวขึ้นทางด่วน

ถ้าเต้ยเป็นคนขับแล้วไม่ได้เตรียมเงินเอาไว้ก่อนพ่อจะหงุดหงิดมาก เพราะเกรงใจรถคันหลังกลัวเขาจะรอนาน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามพ่อมักจะคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ในขณะที่แม่เต้ยเป็นผู้หญิงที่น่ารัก เรียบร้อยมากกก…แต่ขณะเดียวกันแม่ก็เป็นคนที่คิดเป็นระบบ สามารถจัดการทุกปัญหาทุกเรื่องได้อย่างดีเลิศ และที่สำคัญคือ แม่เป็นคนอดทนมาก ๆ เต้ยว่าตัวเองได้นิสัยจากพ่อแม่มาคนละครึ่ง ซึ่งโชคดีมาก

เต้ยภูมิใจมากเลยค่ะที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่(ยิ้มหวาน) รักคุณพ่อคุณแม่มากขนาดนี้เคยทำให้ท่านเสียใจบ้างไหมคะ ไม่ค่ะ…ไม่เหลือ (หัวเราะ) สมัยเป็นวัยรุ่นเต้ยดื้อมาก ติดเพื่อน ทะเลาะกับพ่อแม่ประจำ แหกทุกกฎของโรงเรียน ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างซอยผม ไปจนถึงขั้นลอกข้อสอบ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยเด็กๆ ที่กำลังอ่านอย่าทำตามนะคะ จำได้แม่นเลย ตอนนั้นอยู่ ม.4 เทอม 2

เต้ยแอบเอาโพยเข้าห้องสอบ แล้วอาจารย์จับได้เลยถูกปรับตกทุกวิชา ตอนนั้นเต้ยกลัวมากคิดอะไรไม่ออก ตัดสินใจโทร.ไปสารภาพผิดกับแม่ แต่แม่กลับไม่ดุ ไม่ว่าอะไรเต้ยสักคำแถมยังบอกว่า ไม่เป็นไรนะลูก วิชาที่ตกแล้วก็แล้วกันไป จากนี้ก็ตั้งใจทำวิชาที่เหลือให้ดีที่สุด พอวางหูเท่านั้นแหละ เต้ยบ่อน้ำตาแตกเลย คิดได้ว่า นี่เราทำอะไรลงไปรู้เลยว่า พอวางหูแม่คงแอบไปร้องไห้แน่ ๆตั้งแต่วันนั้นเต้ยคิดได้ หายซ่าเลยค่ะ

เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ เลิกติดเพื่อน หันกลับมาตั้งใจเรียน พอมีปัญหาอะไรเต้ยก็เล่าให้พ่อแม่ฟังหมดทุกเรื่อง ไม่ปิดบังอะไรท่านอีกเลยชีวิตวัยเรียนของเต้ยไม่ใช่ช่วงชีวิตที่น่าภูมิใจสักเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยสอนให้เต้ยได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่วัยรุ่นมักไม่กล้าเล่าเรื่องส่วนตัวให้พ่อแม่ฟังเพราะกลัวจะถูกดุหรือเกรงว่าท่านจะเป็นห่วง เต้ยว่าถ้าลูกไม่เล่าไม่บอก พ่อแม่จะยิ่งเครียดและคิดไปต่างๆ นานามากกว่าค่ะ

เต้ยก็เลยเล่าให้พ่อแม่ฟังทุกเรื่อง อาจเป็นเพราะเต้ยเชื่อว่า พ่อแม่ทุกคนย่อมรู้จักลูกของตัวเองดีกว่าใครอยู่แล้ว เหมือนกับที่พ่อแม่รู้จักเต้ยเป็นอย่างดี ท่านเชื่อใจและให้อิสระเต้ยอย่างเต็มที่ ช่วงเข้าวงการใหม่ๆ เต้ยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าทำศัลยกรรมบ้างละแล้วยังมีภาพหลุดออกมาว่าเต้ยสูบบุหรี่อีกช่วงนั้นพ่อแม่และน้องชายคือกำลังใจที่สำคัญที่สุดเลยค่ะ ท่านเชื่อว่าเต้ยไม่ได้ทำจริง ๆและไม่ได้เป็นอย่างที่ใครๆพูดกัน

เพราะกำลังใจจากครอบครัวนี่แหละค่ะที่ทำให้เต้ยผ่านช่วงเวลาเลวร้ายในชีวิตมาได้ทุกครั้งเต้ยเองไม่เคยเข้าใจหัวอกของพ่อแม่เลยว่า ท่านต้องอดทนกับเต้ยขนาดไหนจนกระทั่งวันหนึ่งเต้ยเดินไปหาน้องชายที่ห้องแต่พอก้าวเข้าไปก็ต้องชะงัก เพราะเห็นน้องกำลังร้องไห้ ปกติเขาเป็นคนเข้มแข็งมากเต้ยเดาว่าเขาคงมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียนก็เลยได้แต่เดินเข้าไปตบบ่าแล้วบอกว่า “เป็นอะไรอะ…หายไวๆ นะ…รักนะ ๆ”

แล้วเต้ยก็เดินออกมา แต่พอปิดประตูเท่านั้นแหละเต้ยปล่อยโฮเลย สงสารน้องค่ะ คิดดูว่าเต้ยเป็นพี่ยังเสียใจแทนน้องมากขนาดนี้แล้วพ่อแม่เห็นเต้ยร้องไห้มาตลอด แถมยังเจอเรื่องอื่นอีกสารพัด ท่านทนได้ยังไงเต้ยว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่สุดยอดจริงๆ ค่ะ มีโอกาสได้ทดแทนพระคุณท่านบ้างไหมคะ ทุกวิถีทางค่ะ เริ่มจากเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ทำงานหามา เต้ยให้แม่เป็นคนดูแลทั้งหมดเลย จากเมื่อก่อนคิดแค่ว่า

ทำงานเพื่อเอาเงินมาซื้อของที่อยากได้ แต่ทุกวันนี้เต้ยมีไม่ความคิดแบบนั้นในหัวอีกแล้วนอกจากให้เงินแม่แล้ว เต้ยยังขอร้องให้แม่ใช้เงินเต้ยด้วยนะ ต้องใช้คำว่าขอร้องเลยค่ะ(หัวเราะ) เพราะท่านไม่ค่อยเอาเงินเต้ยออกมาใช้ บางทีนั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ เต้ยจะคอยถามว่า ปลาตัวนี้ใช้เงินเต้ยรึเปล่า แล้วอันนั้นล่ะใช้เงินเต้ยรึเปล่า อยากให้ค่าใช้จ่ายทุกบาทในบ้านเป็นเงินที่มาจากเต้ยทั้งหมดต้องคอยลุ้นตลอดว่าใช้เงินเราไหม

แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องลุ้นเลยคือการเข้าวัดทุกวันนี้พ่อแม่และน้องเริ่มเข้าวัดแล้วนะเต้ยภูมิใจมากเลย เข้าไปทำบุญทอดกฐินบ้างทอดผ้าป่าบ้าง ถวายสังฆทานด้วย แต่ยังไม่ถึงขั้นไปปฏิบัติธรรมก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว ด้วยความที่พ่อแม่เต้ยมีครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ก็เลยห่างวัดตั้งแต่นั้น แค่ตอนนี้ได้พาพ่อแม่เข้าวัดบ้าง เต้ยก็มีความสุขสุดๆแล้ว

แล้วเต้ยเริ่มต้นเข้าวัดได้อย่างไรคะ เมื่อประมาณสี่ปีก่อนจู่ๆ เต้ยก็รู้สึกอยากบวชชีพราหมณ์ ทั้งที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า วัดคืออะไร บวชต้องทำตัวยังไงคิดว่าอยากลองบวชดูเท่านั้น ตอนแรกไม่รู้ว่าจะบวชที่ไหนด้วยซ้ำ พอดีรู้จักพี่คนหนึ่งเขาชอบเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยขอตามเขาไปบวชด้วย แต่พอไปครั้งแรกเท่านั้นแหละติดใจเลย (หัวเราะ) ภาษาพระท่านเรียกว่าถูกจริตค่ะเต้ยบวชที่วัดเขาอิติสุคโตแค่ไม่กี่วัน

แต่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากกก…เหมือนเราได้อยู่ถูกที่ เต้ยได้ถือศีลแปด ได้ฟังธรรมจาก หลวงพ่อปรีชา (พระครูบรรพต-พัฒนคุณ ธนวฒฺฑโก) แค่ฟังครั้งแรกเต้ยก็นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ท่านเทศน์เรื่องความกตัญญู เรื่องครอบครัว พอกลับมาบ้าน เต้ยเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยค่ะเข้าไปกราบพ่อกราบแม่ ขออโหสิกรรมท่าน ทุกคนในบ้านทั้งตกใจและดีใจกันหมด คิดว่าเต้ยป่วย ที่ไหนได้เต้ยไปปฏิบัติธรรมมา

นับตั้งแต่วันนั้นเต้ยก็เลยกอดและหอมพ่อแม่กับน้องทุกวัน คงเป็นเพราะเหตุผลนี้ด้วยมั้งคะเวลาเต้ยชวนพ่อแม่กับน้องไปวัดทีไร ไม่มีใครปฏิเสธเลย ไปทำบุญด้วยตลอด วันนี้พอคุยกับ Secret เสร็จแล้ว เต้ยก็จะไปวัดต่อนะคะ ไปปฏิบัติธรรมแล้วรู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตให้ตัวเองเลยค่ะ ขอคุยเรื่องหัวใจสักนิดนะคะทุกวันนี้เต้ยมีมุมมองความรักอย่างไรคะ ถ้าเป็นสมัยวัยรุ่นเต้ยมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากเลยค่ะ

เต้ยจะเต็มที่กับความรัก ทำอะไรก็ไม่ค่อยคิดถึงตัวเองสักเท่าไหร่ แต่ดีที่ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เต้ยได้คิด ทุกวันนี้เต้ยคบกับ อเล็กซ์ (อเล็กซ์ เรนเดลล์) เหมือนเป็นเพื่อน ไม่มีอะไรให้รู้สึกซีเรียสเลย นิสัยเราเข้ากันได้เวลามีปัญหาหรือมีเรื่องคาใจเราจะคุยกันตลอด ถ้าเต้ยใจร้อน เขาจะใจเย็น และที่สำคัญ อเล็กซ์เป็นคนที่รักครอบครัวมากๆ เต้ยชอบเขาตรงนี้

“เต้ย”ใช้ความรักทำงาน สร้างความสุขให้ชีวิตมุมมองของเต้ยในเรื่องความรักเป็นอย่างไร? “ตอนนี้มันไม่เหมือนตอนเด็กๆ ตอนนั้นก็แบบว่าความรักดีจังเลยนะ แต่ตอนนี้เรามองว่าความรักมันไม่ใช่แค่ต้องเป็นหญิงชายเท่านั้น ความรักมันคือทุกอย่างในชีวิต อย่างทำงานเราก็ต้องใช้ความรักทำ ถ้าเราไม่รักในงานที่ทำ มันก็ไม่มีความสุข ความรักในครอบครัวมันก็เป็นความรักในอีกแง่มุมหนึ่งที่มีแต่ความเข้าใจกันค่ะ”

แล้วมีเวลามองคนอื่นบ้างหรือเปล่า? “ไม่มีเลยค่ะ (หัวเราะ) ทำแต่งาน อยู่กับช้างและเด็ก” ไม่ได้คิดเรื่องความรักเลยเหรอ? “ถ้าบอกไม่คิดเลย มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้มันก็อยู่ได้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ ถ้ามีมันก็มี ถ้าไม่มีเราก็ทำงาน อยู่กับที่บ้านไป เพราะเต้ยให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก ตอนนี้มีความสุขดีค่ะ” คนที่จะเข้ามาจีบคงไม่กล้าเข้ามาเพราะเห็นว่ายังมีอเล็กซ์อยู่เลยใช่ไหม ทำธุรกิจเกี่ยวกับเด็กหรือสิ่งแวดล้อมแบบนี้พอจะมีกำไรเหรอ?

ก็พอจะมีอยู่บ้างค่ะ พอที่จะพาให้ออฟฟิศเราเดินหน้าต่อไปได้ เพราะแต่ละกิจกรรมราคาไม่ได้ถูกมากนะคะ เต้ยเชื่อว่าถ้าได้ลองมามันคุ้มค่ามากกับการให้ลูกคุณได้มาลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แบบนี้ ผู้ปกครองหลายท่านมาแล้วมาอีก มีพี่ท่านหนึ่งเขาจองให้ลูกทั้งปี 10 ค่ายเลย ส่วนใหญ่จะแนะนำกันปากต่อปาก ซึ่งเราก็ทำมันด้วยใจ นับถือครูเลย เพราะการที่เราทำค่าย มันไม่เหมือนการขายแหวนขายเพชรพลอย อันนี้เราต้องลงทุนทั้งแรงกายแรงใจ รวมทั้งจิตวิญญาณความเป็นครูด้วย เพราะเราอยากให้สิ่งที่ดีๆ แก่เด็กๆ ค่ะ

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here