‘พล.อ. ประยุทธ์’ เยือนสนามแข่งบุรีรัมย์’ โชว์มาดนักซิ่ง’ ลงทดสอบสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต! (ชมภาพ)

0
82

‘พล.อ. ประยุทธ์’ เยือนสนามแข่งบุรีรัมย์’ โชว์มาดนักซิ่ง’ ลงทดสอบสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต! (ชมภาพ)

นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมห้องควบคุมการแข่งขัน Racing Control Room ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมทดสอบสภาพสนามโดยขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่น FJ-09 ระยะทางประมาณ 9.11 กม. หรือ 2 รอบสนา วันนี้ (7 พฤษภาคม 2561) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมห้องควบคุมการแข่งขัน (Racing Control Room)

ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งรถที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ว่าเป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน เอฟไอเอ เกรด 1 (FIA Grade 1) ใช้จัดการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (ฟอร์มูลาวัน) และได้รับการรับรองจากสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM) ว่าเป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน เอฟไอเอ็ม เกรด เอ (FIM Grade A) สามารถใช้จัดการแข่งขันโมโตจีพีได้

ทั้งนี้ พื้นที่โดยรวมของสนามประมาณ 700 กว่าไร่ จำนวนโค้งของสนามทั้งหมด 12 โค้ง ปริมาณความจุที่สนามรองรับได้คือ 50,000 คน โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสนามแข่งขันส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่น ซึ่งได้ถูกส่งไปฝึกอบรมยังสนามต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาทักษะตามมาตรฐานสากล ให้มีความเชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้าน ช่วยสร้างโอกาส สร้างรายได้ในการประกอบอาชีพที่สำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของคนพื้นที่

นายกรัฐมนตรียังทดสอบสภาพสนาม โดยขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่น FJ-09 ระยะทางประมาณ 9.11 กิโลเมตร หรือ 2 รอบสนาม ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 15 รายการ PTT Thailand Grand Prix ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2561 และจัดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี ติดต่อกัน

ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนตามแนวทางประชารัฐ สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) สนับสนุนให้ชาวบุรีรัมย์ร่วมมือกันพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองท่องเที่ยว ยกระดับสู่การเป็นมหานครแห่งกีฬาระดับโลก ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชน

สร้างรายได้ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งยังเป็นการคืนความสุขให้คนไทยทั้งชาติ โดยขณะนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับพื้นที่มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้การมาเยือนสนามช้าง อารีนา ของนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้มี นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาให้การต้อนรับ ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางมา ก็ได้มีเสียงตะโกนจากข้างสนามว่า “ลุงตู่ สู้ ๆ ” จากประชาชนที่เข้ามาให้กำลังใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ว่า อย่ามองว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในช่วงนี้จะเป็นการดูดนักการเมือง เชื่อว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีไม่มีเรื่องการเมือง และคาดว่าวัตถุประสงค์ของนายกรัฐมนตรี

คือมาเพื่อพบปะประชาชน ซึ่งตนก็คาดว่าจะไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ด้าน นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้มาเตรียมความพร้อมของสถานที่เพื่อรอต้อนรับนายกรัฐมนตรี แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเตรียมสถานที่ นายเนวินได้ประกาศผ่านไมโครโฟนว่า วันนี้จะขอให้นายกรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณให้ชาวบุรีรัมย์ 10,000 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้การจัดกิจกรรม การแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก เป็นการสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) อีกด้วยนอกจากนี้ รัฐบาลประกาศอย่างยิ่งใหญ่ให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” ที่ผ่านมา  พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเพื่อหาแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน

ในการดำเนินโครงการปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม พร้อมแถลงข่าวโครงการ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน : Amazing Thailand Year 2018” ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยโดยคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติมีมติให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” หรือ “Amazing Thailand Tourism Year 2018” โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 – 1 มกราคม 2562 และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 โดยที่ประชุมในวันนี้ประกอบด้วยผู้บริหารหน่วยงาน

ในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กลุ่มห้างสรรพสินค้า และกลุ่มสายการบิน เพื่อขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ การใช้ตราสัญลักษณ์ การมอบสินค้าและบริการราคาพิเศษ อีกทั้งการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิต การดำรงวัฒนธรรมที่ดีงามและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้สมบูรณ์ สำหรับสาระสำคัญในการส่งเสริม “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” นั้น

เป็นการเน้นย้ำให้การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่เกื้อกูลเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยาและการต่างประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่เจริญเติบโตอย่างมีดุลยภาพบนพื้นฐานของความเป็นไทยโดยนำรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลกที่เติบโตอย่างแข็งแร

ทั้งนี้ รัฐบาลจะส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและมีความพร้อมบนพื้นฐานของเอกลักษณ์ไทย ซึ่งสอดคล้องกับกระแสความต้องการของประชากรโลก อีกทั้งสอดรับกับเจตนารมย์ของ UNWTO มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่ยังคงรักษาฐานนักท่องเที่ยวตลาดเดิม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน

โดยยกระดับและเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวให้กับชุมชนทั่วประเทศ อันจะเป็นการวางรากฐานของเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัด 15 กิจกรรม เพื่อส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 7 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism)

กาท่องเที่ยวทางน้ำ (Maritime Tourism) การท่องเที่ยวเพื่อการแต่งงานและการฮันนีมูน (Wedding & Honeymoon Tourism) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ (Leisure Destination) และ 8 กิจกรรมเสริม ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Green Tourism)

การท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Night Tourism) การท่องเที่ยวในธุรกิจไมซ์ (MICE Tourism) การจัดงานแสดงสินค้า (Trade Fair) การจัดกิจกรรมการตลาดระหว่างธุรกิจกับธุรกิจที่ต่างประเทศ (B2B Marketing Activity Aboard) การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว (Logistics) การเป็นเจ้าบ้านที่ดี (Human Resource Development) และการจัดกิจกรรมเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Country Relationships)

โดยในปีนี้ประเทศไทยมีโอกาสในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกมากมาย เช่น การสวนสนามทางเรือนานาชาติ (The 50th Anniversary of ASEAN International Fleet Review 2017 : ASEAN IFR 2017) โดยกองทัพเรือจะเชิญกองทัพเรือจากประเทศสมาชิกอาเซียนและนอกอาเซียนรวมกว่า 30 ประเทศ จัดสวนสนามเรือรบที่ทันสมัยและมีสมรรถนะสูงกว่า 40 ลำ โดยเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทยและต่างประเทศ รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมชมการสวนสนามทางเรือนานาชาติ โดยกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน นี้ ณ บริเวณอ่าวพัทยา เมืองพัทยา จังหวัดชลบุร การแข่งขันการบิน “AIR RACE 1 THAILAND” ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย การแข่งขันเครื่องบินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ชมทั่วโลก

โดยมีนักกีฬาและผู้ติดตามชมการแข่งขันจากต่างประเทศเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมากซึ่งจะทำให้เกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย ทั้งด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยจัดขึ้นในวันที่ 19 – 20 พฤศจิกายนนี้ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอ การจัดแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโต จีพี ในปี 2561 – 2563 เป็นระยะเวลา 3 ปี

ส่งผลให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 19 สนามแข่งขันทั่วโลก กำหนดจัดการแข่งขันในเดือนตุลาคมปี 2561 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบัน Moto GP มีการติดตามชมกว่า 800 ล้านคน จาก 207 ประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะมีผู้ชมการแข่งขันในประเทศไทยกว่า 2 แสนคน มีเงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้านบา งาน UNWTO World Forum on Gastronomy Tourism ครั้งที่ 4 เป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและองค์การการท่องเที่ยวโลก

จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2561 โดยถือเป็นโอกาสในการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศไทย ในรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ร้านอาหาร โรงแรม แหล่งผลิตวัตถุดิบ ต่อไป อย่างไรก็ดี นอกจากกิจกรรมระดับโลกดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังคงส่งเสริมกิจกรรมด้านวัฒนธรรม ประเพณีการละเล่นของท้องถิ่นต่างๆ

ซึ่งมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เช่น เทศกาลลอยกระทง ตรุษจีน สงกรานต์ ประเพณีเชิงศาสนา เช่น เข้าพรรษา ออกพรรษา ฮารีรายอ ซึ่งจัดขึ้นทั่วประเทศตลอดทั้งปี รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่มีความสวยงามตามฤดูกาล อีกด้ว นอกจากนี้ ททท. ยังได้มีการจัดประกวดตราสัญลักษณ์ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” โดยมี ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด 168 ชิ้นงาน ผ่านการคัดเลือก 7 ชิ้นงาน

โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของนายสุรัตนชัย ชื่นตา ซึ่งมีแนวคิดในการออกแบบตราสัญลักษณ์โดยรวมคล้ายกับเครื่องหมายอนันต์ (Infinity ∞ ) สื่อถึงปีท่องเที่ยววิถีไท เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ที่นักท่องเที่ยวจะได้รู้สึกถึงความพิเศษที่ได้เดินทางมาและได้สัมผัสความเป็นไทยที่จะสร้างความสุข และความทรงจำอันน่าประทับใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยผสมผสานสัญลักษณ์แบบไทย ได้แก่ ลายประจำยาม ช้าง และเรือสุพรรณหงส์ ซึ่งผลงานดังกล่าวจะเป็นตราสัญลักษณ์ที่ทุกหน่วยงานใช้ตลอดปี 2561 ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดการขอใช้ตราสัญลักษณ์ ได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here