ถึงกับตาโต! นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง! ‘ต่าย อรทัย’ แวะซื้อทุเรียนที่ลาว พอรู้ราคา แทบอยากจะวาง! (ชมคลิป)

0
211

ถึงกับตาโต! นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง! ‘ต่าย อรทัย’ แวะซื้อทุเรียนที่ลาว พอรู้ราคา แทบอยากจะวาง! (ชมคลิป)

ทำเอานักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดังอย่าง “ต่าย อรทัย” ถึงกับตาโตกันเลยทีเดียว เมื่อได้แวะซื้อทุเรียน ที่ประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศลาว หลังมีโอกาสว่างจากทัวร์คอนเสิร์ต โดย แฟนคลับรายนึง ได้โพสต์คลิปที่สาวต่ายกำลังแวะซื้อทุเรียนที่ประเทศลาวด้วยความอยากกินจัด พร้อมข้อความว่า “เจอทุเรียนราค่าแสนแปดจะเป็นแบบนี้คะแสนแปดเบาๆแปดแสนลาวเท่ากับ700บาทของไทย” @tai_orathai27 @nuwapha25 #taiorathai #ต่ายอรทัย

สำหรับ ต่าย อรทัย พูดได้เลยว่าครองใจอันดับ 1 เลยหากพูดถึงนักร้องลูกทุ่งสาวในประเทศไทย ซึ่งนอกจากเธอจะมีเสียงร้องที่ไพเราะเป็นเอกลักษ์เฉพาะตัวแล้ว เธอยังเป็นผู้หญิงน่ารัก แต่งตัวเรียบร้อย ไม่หวือหวา แต่สามารถครองใจแฟนเพลงทั่วประเทศเป็นเวลายาวนาน หรือเรียกได้ว่า เป็นดาวค้างฟ้าที่ไม่มีกระแสดราม่า เธอก็ยังคงความดังเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด

แม้กระทั่ง บ้านและวิถีชีวิตของเธอที่คุ้มแสนชะนี อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งบ้านหลังนี้ ก็ได้ปลูกให้คุณ แม่ และคุณยาย โดยบ้านมีลักษณะเป็นบ้านสองชั้นแบบเรียบง่าย ชั้นล่างเป็นปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ ทาด้วยสีส้มอ่อนๆ ดูแล้วอบอุ่นสบายตา ประกอบกับมีเนื้อที่รอบบ้านเป็นบริเวณกว้าง และมีต้นไม้ขนาดใหญ่ เล็ก อยู่ในพื้นที่รอบบ้าน ดูแล้วร่มรื่น น่าอยู่แบบสุดๆ

- Advertisement -

ถึงแม้ว่าสาวต่ายจะมีงานล้นมือ แต่เธอก็เดินทางกลับไปที่บ้านเกิด ทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อไปเยี่ยมครอบครัว พร้อมกับได้ดูแลคุณแม่และคุณยาย ด้วยการพาคุณยายไปทำบุญใส่บาตร หรือ ช่วยอาบน้ำให้กับคุณยาย ไม่แปลกใจเลยที่สาวต่าย อรทัย ครองใจแฟนๆได้ทั้งประเทศด้วยกริยาท่าทางที่ทรงเสน่ห์ วางตัวอย่างเหมาะสม กับเสียงที่นุ่มนวลกินใจ ทำให้นักร้องสาวคนนี้ โด่งดังโดยไม่ต้องโชว์เนื้อหนังเลยแม้แต่น้อย

ต้องบอกเลยว่า ต่าย อรทัย สาวดอกหญ้าบ้านนา ลูกทุ่งสู้ชีวิตจริงๆ ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน เสียงร้องหวาน ๆ และเนื้อเพลงที่มีเนื้อหาซาบซึ้งกินใจของ ต่าย อรทัย ก็ยังคงถูกอกถูกใจคอลูกทุ่งเสมอมา และทำให้ต่าย อรทัย เป็นนักร้องลูกทุ่งที่มีแฟนเพลงเหนียวแน่นคนหนึ่ง ไม่ว่าจะออกอัลบั้มอะไร เหล่าคอเพลงลูกทุ่งก็ยังให้การสนับสนุนไม่เสื่อมคลาย เส้นทางดนตรีอันยากลำบากของ ต่าย อรทัย

พ่อแม่ของ ต่าย อรทัย เลิกรากันตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เธอเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของยาย ซึ่งแม้ว่าต่าย อรทัย จะเป็นเด็กแค่อายุ 11 ขวบ แต่เธอก็ต้องช่วยดูแลน้องๆ และช่วยงานบ้านทุกอย่าง เพื่อหารายได้นำมาจุนเจือครอบครัว โดยที่ในตอนเด็กๆ นั้น ต่าย อรทัย ได้หารายได้พิเศษ ร้องเพลงกับวงนิวฟ้าอีสาน มีเงินเข้ามาครั้งละ 400-500 บาท แต่สุดท้าย เมื่อตอนที่ ต่าย อรทัย เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วงนิวฟ้าอีสานก็ยุบวง

ทำให้เธอไม่มีรายได้ แต่ต่าย อรทัย ก็ยังรักการร้องเพลง เธอมักจะร้องเพลงทุกครั้งที่ไปหาบน้ำ ขนฟางข้าว ซักผ้า และร้องเพลงอยู่บนเนินสูงบนคันนาเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ต่าย อรทัย มีโอกาสได้ร่วมประกวดร้องเพลงในรายการลูกทุ่งมุ่งสู่ดาว ซึ่งทุกครั้งนั้น เธอต้องนั่งรถจากบ้านเกิดไปประกวดในแต่ละรอบ ระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร และต้องไปๆ มาๆ ร่วม 2 เดือน อีกทั้งเธอเองยังขาดแคลนทุนทรัพย์ตรงจุดนี้

แต่สุดท้าย ต่าย อรทัย ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยมีรางวัลคือ รถจักรยานยนต์ 1 คัน และถ้วยรางวัล ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดในตอนนั้น จากนั้นเพียงไม่นาน ต่าย อรทัย ก็ได้ประกวดร้องเพลงในอีกรายการ และได้พบกับครูสลา คุณวุฒิ แต่ครูสลาเองก็ยังไม่ได้พูดอะไร บอกกับต่ายเพียงว่า “เสียงดีนะ ไปฝึกเยอะๆ ” ภายหลังจากที่ ต่าย อรทัย เรียนจบชั้นมัธยมปลาย เธอจึงได้มาเรียนต่อที่สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี

แต่เนื่องจากเธอขาดแคลนทุนทรัพย์ จึงทำให้ ต่าย อรทัย ตัดสินใจออกมาทำงานในกรุงเทพมหานครเพื่อช่วยแม่ ซึ่งช่วงแรกเธอก็งานรับจ้างซักเสื้อผ้าคนงาน แต่รายได้ไม่พอ อีกทั้งแม่และต่ายต้องส่งเงินกลับบ้านเพื่อดูแลยายและน้องด้วย จึงทำให้ ต่าย อรทัย ต้องไปสมัครงานที่เขตอุตสาหกรรมบางปูในโรงงานผลิตยาส่งออก ที่นั่น ต่าย อรทัย รู้สึกว่าการทำงานแทบไม่ต่างจากการทำนา เพราะทำเยอะแต่รายได้น้อย เพียงแค่ทำงานในห้องแอร์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ต่าย อรทัย ก็ยังไม่ทิ้งความฝันของการเป็นนักร้อง โดยเธอได้เข้าประกวดร้องเพลงในรายการชุมทางเสียงทอง และสามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ จากนั้นเธอจึงได้พูดคุยกับ พี่กุ้งและพี่สาว ที่ติดต่อมาให้เธอไปอัดเทปบันทึกเสียงและเปิดขายเพลงเองในรายการวิทยุ ตอนนั้นชื่อเสียงของต่าย อรทัย เริ่มเป็นที่รู้จัก และเธอเองก็ได้ตัดสินใจเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียนไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย แต่เงินที่ได้มาไม่พอ

จึงทำให้ ต่าย อรทัย คิดจะขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด ซึ่งการขายเสื้อผ้าก็ไม่ง่าย มีอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่บางวันขายเสื้อผ้าไม่ได้เลยสักตัว ในขณะนั้น พี่กุ้งและพี่สาว ก็ได้พา ต่าย อรทัย ไปพบกับครูสลา คุณวุฒิ ซึ่งครูเองติดต่อได้ยากมาก ครูเองก็ได้คุยกับต่าย อรทัย พร้อมแนะนำให้บำรุงผิว เก็บเนื้อเก็บตัวบ้าง ให้หน้าตาบุคลิกดีขึ้น หลังจากนั้นครูสลาก็ได้พา ต่าย อรทัย ไปพูดคุยกันที่สังกัดแกรมมี่โกลด์

ซึ่งนับเป็นความฝันสูงสุดของเธอ และเธอก็ได้มีโอกาสร้องเพลงในงานผ้าป่างานหนึ่ง ที่มีทีมงานของครูสลาไปช่วยด้วย เสียงร้องของเธอเพราะจับใจ จนทำให้ครูสลาขึ้นไปบนเวที และพูดออกไมโครโฟนว่า “จะขอลูกสาวไปอยู่แกรมมี่” นอกจากนี้ ต่าย อรทัย ยังเคยได้เจอกับ พี่บ่าวข้าวเหนียว (สงกรานต์ แข็งฤทธิ์) ที่เป็นคนช่วยสนับสนุนให้ต่าย อรทัย ออกอัลบั้มชุด ฉันคนลูกทุ่ง ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดแรกจริง ๆของต่าย และเริ่มทำให้ครูสลา คุณวุฒิ เห็นแววของต่าย อรทัย จริงๆ

ต่าย อรทัย กับชีวิตใหม่ในสังกัด แกรมมี่ โกลด์ ต่าย อรทัย ได้เซ็นสัญญากับแกรมมี่โกลด์ และได้ฝึกร้องเพลงกับอาจารย์ไพรัตน์ ชูรัตน์ ซึ่งอาจารย์ไพรัตน์ก็ได้แก้ไขการร้องเพลงของเธอให้ดีขึ้น ทั้งเรื่องร้องเพลงไม่ชัด ร้องเสียงขึ้นจมูก ร้องทิ้งคำ จนในที่สุด ต่าย อรทัย ก็ได้ออกอัลบั้มแรกในชื่อชุด ดอกหญ้าในป่าปูน ซึ่งเป็นงานเขียนเพลงของครูสลา คุณวุฒิ โดยเพลงในอัลบั้มนี้ ได้ถ่ายทอดตัวตนของเธอออกมาอย่างถึงที่สุด

ผสานกับเสียงร้องที่หวานไพเราะ ทำให้เพลง ดอกหญ้าในป่าปูน, โทรหาแหน่เด้อ โดนใจแฟนเพลง และทำให้อัลบั้มแรกในชีวิตของเธอ, เธอกอดใครบนหัวใจของฉัน มียอดขายทะลุล้านตลับ  ความสำเร็จของ ต่าย อรทัย บนเส้นทางสายดนตรี ต่าย อรทัย ประสบความสำเร็จอย่างมากมายบนเส้นทางสายดนตรี อัลบั้มของเธอ 3 อัลบั้ม ได้แก่ อัลบั้มชุดที่ 1 ดอกหญ้าในป่าปูน, อัลบั้มชุดที่ 2 ขอใจกันหนาว

และ อัลบั้มชุดพิเศษ อยู่ในใจเสมอ ต่างทำเป้าทะลุล้านตลับ และยังมีเพลงฮิตมากมาย ทั้ง ดอกหญ้าในป่าปูน, โทรหาแหน่เด้อ, ขอใจกันหนาว, กินข้าวหรือยัง, อยู่ในใจเสมอ, วันที่บ่มีอ้าย, เติมใจให้เต็ม, เจ็บก็ได้ถ้าอ้ายอยากจบ, อย่าคิดหยังหลาย, จากบ้านนาด้วยรัก, คนไกลเบอร์เก่า, นอนฟังเสียงฝน เป็นต้น ล่าสุด ต่าย อรทัย ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 10 เจ้าชายของชีวิต โดยมีเพลงฮิตอย่าง อ้ายลืมทุกคำ น้องจำทุกนาที, เจ้าชายของชีวิต, ฮักมากแค่ไหน เมื่อคนหมดใจต้องปล่อย, เก็บคำว่าเรา ไว้ในคำว่ารัก เป็นต้น

ต่าย อรทัย กับข่าวฉาวสัมพันธ์ลับกับ ครูสลา คุณวุฒิ ด้วยความสำเร็จที่มากล้นของ ต่าย อรทัย ก็ทำให้หลายคนจับตามองเธอมากขึ้น และเรื่อง ต่าย อรทัย ก็เป็นที่สนใจของคนทั่วไป และไม่น่าเชื่อว่าในช่วงหนึ่ง ต่าย อรทัย ได้ตกเป็นข่าวฉาวกับครูเพลงที่เป็นที่เคารพอย่าง ครูสลา คุณวุฒิ หลังจากที่มีหนังสือพิมพ์บันเทิงรายวัน 2 ฉบับ ลงพาดหัวข่าวว่า ครูสลายอมจ้างภรรยาด้วยเงินหลักล้าน เพื่อหย่าขาดกับภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานับ 10 ปี

และมาอยู่กินกับต่าย อรทัย ที่บ้านย่านรามอินทรา ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งตัว ต่าย อรทัย และ ครูสลา และครอบครัวของครูสลา ทำให้ทั้งสองคนต้องมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยที่ครูสลาบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ส่วนต่าย อรทัย ก็ถึงกับร้องไห้กลางงานแถลงข่าว พร้อมทั้งขอความเป็นธรรมในเรื่องที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ทั้งสองคนก็เข้าแจ้งความกับตำรวจ และยื่นฟ้องกับหนังสือพิมพ์บันเทิงทั้ง 2 ฉบับพร้อมเรียกค่าเสียหาย ซึ่งสุดท้ายทั้งสองคนก็ชนะคดี

ส่วนหนังสือพิมพ์ดังกล่าวก็ต้องโทษจำคุก 1 ปี ปรับเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา พร้อมทั้งให้ชำระค่าปรับทันที อีกทั้งหนังสือพิมพ์ยังต้องลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ทีวีพูล และมายาแชนเนลอีกด้วย ต่าย อรทัย ศัลยกรรมหน้าใหม่จนดูดี จริงหรือ? ต่าย อรทัย ก็เป็นอีกคนที่ถูกหาว่าไปทำศัลยกรรมมา โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมจมูกที่ดูโด่งสวยมากกว่าเดิม

ต่างจากสมัยเข้าวงการใหม่ๆ ซึ่ง ต่าย อรทัย ก็เคยออกมาให้ทัศนะในเรื่องนี้ว่า ส่วนตัวมองว่าอะไรที่ดูดีดูสวยก็ทำไป หากทำแล้วมีความสุขไม่เดือดร้อนใคร ยุคนี้การทำศัลยกรรมถือเป็นเรื่องธรรมดา บางคนอาจจะมีต้นทุนดูดีมาตั้งแต่กำเนิด แต่บางคนอาจจะมีต้นทุนที่จะต้องจัดการให้ตัวเองต้องดูดี ต่าย อรทัย หัวใจนี้มีคนครองหรือเปล่า นับตั้งแต่เข้าวงการมา ต่าย อรทัย ก็ได้ชื่อว่าเป็นสาวคนหนึ่งที่วางตัวดี

ภาพลักษณ์ดี และแทบจะไม่มีข่าวฉาวออกมาให้ได้ยิน โดยเฉพาะในเรื่องหัวใจ ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ต่าย อรทัย จะยังไม่มีใครเข้ามาในชีวิต ซึ่งเธอเองก็ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการทำงาน และเลี้ยงดูครอบครัว ใช้ชีวิตสมถะต่อไป เกร็ดเล็กเกร็ดน้อบเกี่ยวกับ ต่าย อรทัย ต่าย อรทัย ชื่นชอบการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าง่ายๆ เช่นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ อาจมีเสื้อใส่ทับอีกตัวหนึ่ง อาหารที่ชอบคือ อาหารอีสาน และวาดฝันว่าในอนาคต อยากเป็นชาวสวน

เธอได้รับรางวัล มากมายดังนี้ – รางวัลมาลัยทองครั้งที่ 4 ประจำปี 2546 สาขานักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม จากเพลงโทรหาแหน่เด้อ ในอัลบั้มชุดที่ 1 ดอกหญ้าในป่าปูน -โล่เกียรติยศจากบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด(มหาชน) เนื่องจากมียอดจำหน่ายอัลบั้มชุดที่ 1 ดอกหญ้าในป่าปูน เกินล้านตลับ -รางวัลมาลัยทองครั้งที่ 5 ประจำปี 2547 สาขานักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม จากเพลงกินข้าวหรือยัง ในอัลบั้มชุดที่ 2 ขอใจกันหนาว

-รางวัลมาลัยทองครั้งที่ 5 ประจำปี 2547 สาขานักร้องดาวรุ่งหญิงยอดนิยม จากเพลงกินข้าวหรือยัง ในอัลบั้มชุดที่ 2 ขอใจกันหนาว -รางวัลมาลัยทองครั้งที่ 5 ประจำปี 2547 สาขาเพลงลูกทุ่งยอดนิยม จากเพลงกินข้าวหรือยัง ในอัลบั้มชุดที่ 2 ขอใจกันหนาว -โล่เกียรติยศจากบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด(มหาชน) เนื่องจากมียอดจำหน่ายอัลบั้มชุดที่ 2 ขอใจกันหนาว เกินล้านตลับ

-รางวัล Top selling New comer Awords หรือรางวัลศิลปินหน้าใหม่ที่มี่ยอดจำหน่ายสูงสุดในช่วง 10 ปี – รางวัลพระพิฆเนศทองคำพระราชทานครั้งที่ 6 ประจำปี 2547 สาขาผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิงยอดเยี่ยม จากเพลงกินข้าวหรือยัง ในอัลบั้มชุดที่ 2 ขอใจกันหนาว – รางวัลมาลัยทองครั้งที่ 6 ประจำปี 2548 สาขานักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม จากเพลงวันที่บ่มีอ้าย ในอัลบั้มชุดพิเศษอยู่ในใจเสมอ

– โล่เกียรติยศจากบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด(มหาชน) เนื่องจากมียอดจำหน่ายอัลบั้มชุดพิเศษอยู่ในใจเสมอ เกินล้านตลับ รางวัลมาลัยทองครั้งที่ 6 ประจำปี 2548 สาขานักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม จากเพลงวันที่บ่มีอ้าย ในอัลบั้มชุดพิเศษอยู่ในใจเสมอ – โล่เกียรติยศจากบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด(มหาชน) เนื่องจากมียอดจำหน่ายอัลบั้มชุดพิเศษอยู่ในใจเสมอ เกินล้านตลับ

-รางวัลมาลัยทองครั้งที่ 7 ประจำปี 2549 สาขานักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม จากเพลงหน้าจอรอสาย ในอัลบั้มชุดที่ 4 ส่งใจมาใกล้ชิด -รางวัลเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2548 สาขาสื่อสารมวลชนเพื่อเด็ก และเยาวชนที่ป้องกันปัญหาสังคม จากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ -รางวัลลูกกตัญญูดีเด่น ประจำปี 2548 จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

-รางวัลมหานคร อวอร์ด ครั้งที่ 3 ประจำปี 2550 สาขานักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม จากเพลงหน้าจอรอสาย ในอัลบั้มชุดที่ 4 ส่งใจมาใกล้ชิด -รางวัลมหานคร อวอร์ด ครั้งที่ 3 ประจำปี 2550 สาขาอัลบั้มเพลงลูกทุ่งยอดนิยม จากอัลบั้มชุดที่ 4 ส่งใจมาใกล้ชิด -รางวัลมหานคร อวอร์ด ครั้งที่ 4 ประจำปี 2551 สาขาเพลงลูกทุ่งฮิตเก่าทำใหม่ยอดนิยม จากเพลงแอบรักแอบคิดถึง ในอัลบั้มชุดพิเศษภาษารักจากดอกหญ้า 1

-รางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนท์ อวอร์ด ประจำปี 2551 สาขานักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม จากอัลบั้มชุดที่ 6 คนในความคิดฮอด -รางวัลมหานคร อวอร์ด ครั้งที่ 6 ประจำปี 2553 สาขาเพลงลูกทุ่งฮิตเก่าทำใหม่ยอดนิยม จากเพลงอีสานลำเพลิน ในอัลบั้มชุดพิเศษหมอลำดอกหญ้า -รางวัลเพชรในเพลง สาขาการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทชมเชยผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง และอีกมากมาย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here