ยิ่งกว่าละครหลังข่าว! เปิดเรื่องจริง “ดาบเวศ ตำรวจสู้ชีวิต” พร้อมเผยเหตุที่รับงานละครกว่า 100 เรื่อง (ภาพ-รายละเอียด)

0
155

ยิ่งกว่าละครหลังข่าว! เปิดเรื่องจริง “ดาบตำรวจสู้ชีวิต” พร้อมเผยเหตุที่รับงานละครกว่า 100 เรื่อง (ภาพ-รายละเอียด)

แม้ไม่ใช่พระเอก หรือดาราดัง แต่หลายคนคงคุ้นหน้ากว่าดาราหลายคน สำหรับนักแสดงตัวประกอบ ที่รับบท “ตำรวจ” อยู่ตลอด จนทำหลายคนเห็นจนชินตา แต่พอถามว่าเขาเป็นใคร ในชีวิตจริงเขาก็เป็นตำรวจ มีชื่อว่า “ด.ต.สิริเวศ เจริญชนม์” ตำรวจสู้ชีวิต หากว่างจากงานราชการ ก็จะรับหน้าที่ เฝ้าร้านทอง , เฝ้าธนาคาร , ร้านสะดวกซื้อ แถมรับงานในวงการบันเทิงด้วย

สำหรับดาบตำรวจสิริเวช เจริญชนม์ หนุ่มตำรวจในชีวิตจริง ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากัน จากการรับบทเป็นตำรวจในละครเป็น 100 เรื่อง เริ่มเข้าวงการแสดง จากนั้นก็เริ่มมีงานแสดงตามมาอีกมากมายโดยมักจะได้รับบทเป็นตำรวจอยู่เสมอ ด.ต.สิริเวช เจริญชนม์ เป็นลูกคนกลางจากพี่น้องทั้งหมด 5 คน เกิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี จากครอบครัวชาวสวนยางฐานะยากจน มีความใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจ

เพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้าน ในวัยเด็ก ด.ต.สิริเวช เจริญชนม์ เรียนจบชั้น ป.6 จากโรงเรียนบ้านควนเนียง อำเภอบ้านนาสาน จบมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนพรุพีพิทยาคม จบ ปวช.สาขาช่างยนต์ โรงเรียนเทคโนโลยีภาคใต้ จากนั้นเขาได้สมัครเข้าเรียนระดับปวส.ที่โรงเรียนเทคนิค จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และในช่วงนั้นมีการเปิดสอบคัดเลือกตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 300 อัตรา

เขาจึงตัดสินใจเข้าสอบและเขาก็สามารถสอบเข้าตำรวจได้สำเร็จจึงขอลาออกจากโรงเรียนเทคนิคทันที ต่อมาในปี พ.ศ.2537 ว่าที่พลตำรวจสิริเวช จึงได้มุ่งหน้าก้าวสู่ทางฝันสมกับความตั้งใจ โดยมีแค่เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่เพียง 5 ชุดในกระเป๋าเดินทาง เข้ามาเรียนที่โรงเรียนตำรวจ จังหวัดนครปฐม ในหลักสูตรเร่งรัด 4 เดือนปีพ.ศ.2538 เขาได้ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการตำรวจที่กรุงเทพฯ ในคำสั่งบรรจุแต่งตั้งตำแหน่งยศพลตำรวจ

ที่สถานีตำรวจดับเพลิงลาดยาว แผนกช่างซ่อมบำรุง ซึ่งสาเหตุที่เข้าวงการบันเทิง เจ้าตัวเปิดเผยว่า “เมื่อครั้งที่ตนรับราชการตำแหน่งพลตำรวจ ที่สถานีตำรวจดับเพลิงลาดยาว มีอยู่วันหนึ่งในช่วงรอเหตุ ได้มีกองถ่ายละครจากค่ายกันตนา ได้มาติดต่อให้ตำรวจไปเล่นละครเป็นตัวประกอบเรื่อง “สารวัตรเถื่อน” ก็เลยชอบงานแสดงตั้งแต่นั้นมา เงินเดือนในการรับราชการตำรวจกับภาระที่ต้องดูแลลูกเมียนั้นไม่เพียงพอ

จึงต้องหาอาชีพเสริม นอกจากการรับบทตำรวจ  ตนทำมาแล้วตั้งแต่การเฝ้าธนาคาร ร้านทอง จนถึง โชเฟอร์แท็กซี่ นับว่าเป็นคนสู้ชีวิตคนหนึ่งจริงๆ ถือเป็นแบบอย่างดีที่ให้กับน้องๆ เพื่อนข้าราชการ ได้นำเป็นแบบอย่างในความสู้ชีวิต ทำอาชีพสุจริต สำหรับอาชีพตำรวจนั้น เป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ค่อยรักษาความปลอดภัยให้กับผู้คนในสังคม

อาชีพตำรวจจึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นงานที่เสียสละเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและประชาชนลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ ป้องกันการกระทำผิด ปราบปรามการกระทำผิด รักษาความสงบเรียบร้อย บรรเทาทุกให้กับประชาชน อื่นๆ คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีความอดทน มีทักษะทางด้านกีฬา เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง มีความซื่อสัตย์สุจริต รักความยุติธรรม

มีความเสียสละทั้งแรงกายแรงใจ มีความกล้าหาญ มีระเอียดความรอบคอบ มีระเบียบวินัย มีบุคลิกภาพและมีความสูงตามที่กำหนดไว้ อื่น ๆ แนวทางพัฒนาอาชีพ ตำตรวจชั้นต่ำกว่าประทวน ตำรวจชั้นประทวน ตำรวจชั้นสัญญาบัตร
ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจกรมป่าไม้ ตำรวจภูธร ตำรวจทางหลวง ตำรวจจราจร ตำรวจสันติบาล ตำรวจรถไฟ
ตำรวจน้ำ ตำรวจกองปราบ ตำรวจนครบาล ตำรวจสภา ตำรวจวัง ตำรวจหลวง

ตำรวจปฏิบัติราชการลับ ตำรวจดับเพลิง ตำรวจไอซีที บอดี้การ์ด อื่น ๆ แหล่งความรู้เพิ่มเติม นับว่าอาชีพตำรวจ คือ อาชีพที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ตำรวจจึงพร้อมที่จะสละชีวิตทุกเมื่อเพื่อปกป้องความยุติธรรม อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่น่ายกย่อง ชื่อเรียกตำรวจในประเทศไทย คำว่า โปลิศ เป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษคือ Police ใช้เรียกผู้ทำหน้าที่ตำรวจที่จัดตั้งอย่างเป็นองค์กรเป็นครั้งแรก

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยได้ทรงพระกรุณาฯโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้นายร้อยเอก แซมมวล โยเซฟ เบิร์ด เอมส์ เป็นผู้จัดตั้งกองโปลิศเมื่อ พ.ศ. 2403 มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศแทนข้าหลวงกองจับและกองตระเวนซ้ายขวา องค์กรตำรวจที่ตั้งขึ้นใหม่นี้โดยมากจ้างพวกแขกมลายูและแขกอินเดียมาเป็นตำรวจเรียกกองตำรวจนี้ว่ากองโปลิศคอนสเตเบิ้ล ต่อมาจึงมาใช้คนไทย

คำว่า พลตระเวน เป็นคำที่แปลงคำเรียกตำรวจอีกคำหนึ่งคือ COP ย่อมาจาก Constable of Patrol เป็นคำภาษาอังกฤษ แปลว่า ตำรวจลาดตระเวน หรือ พลตระเวน โดยหลังจากที่ทรงพระกรุณาฯโปรดเกล้าฯตั้งกองโปลิศ เมื่อปี พ.ศ. 2403 แล้ว ต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อกองโปลิศ เป็นกองพลตระเวน ซึ่งในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 นี้ มีองค์กรที่ทำหน้าที่ตำรวจ 2 หน่วย คือ กองพลตระเวนขึ้นกับกระทรวงนครบาล

กับกรมตำรวจภูธร ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ทั้ง 2 หน่วยนี้ต่างทำหน้าที่เป็นตำรวจเช่นเดียวกัน ต่อมา พ.ศ. 2458 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ รวมกองพลตรวะเวนกับกรมตำรวจภูธร เรียกชื่อว่า “กรมตำรวจ” คำว่า “ตำรวจ” เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาเขมรคือคำว่า ตรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ตำรวจไว้ใน ลักษณะที่ 1 บททั่วไป มาตรา 6

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ตำรวจจราจรไทย รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยเหลือการพัฒนาประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมา ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้การปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อำนาจของตำรวจตามพฤตินัย ตำรวจมีแนวทางในการประพฤติปฏิบัติหน้าที่ ตามประเพณีที่เป็นแบบอย่างดังนี้ ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและมีอำนาจจะสอบสวน จับกุม คุมขัง ปราบปราม เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่อำนาจเหล่านี้สามารถสร้างคุณและโทษได้เท่าๆ กัน สุดแต่การใช้ ตำรวจทุกคนจึงจำเป็นต้องควบคุมจิตใจให้มั่นคง

ประวัติตำรวจไทย ก่อน พ.ศ. 2403 มีการพบหลักฐานกิจการตำรวจที่เก่าแก่ที่สุดของไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดเกล้าฯ ให้ตราระเบียบการปกครองบ้านเมืองเป็น 4 เหล่า เรียกว่า จตุสดมภ์ ได้แก่ เวียง วัง คลัง นา ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้มีตำรวจขึ้นด้วยและให้ขึ้นอยู่กับกรมเวียง มีเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์สมุหนายกอัครมหาเสนาบดี เป็นผู้บังคับบัญชา

กิจการตำรวจครั้งนั้นแบ่งออกเป็นตำรวจพระนครบาล ตำรวจภูธร ส่วนตำรวจหลวงให้ขึ้นอยู่กับวัง มีเจ้าพระยาธรรมาธิบดีศรีรัตนมณเฑียรบาล เป็นผู้บังคับบัญชา และโปรดเกล้าฯ ให้ตราศักดินาของตำรวจไว้เป็นบรรทัดฐานในบทพระอัยการระบุตำแหน่งนายพลเรือน เช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายอื่น ดังนี้ ตำรวจภูธร หลวงวาสุเทพ เจ้ากรมมหาดไทย ตำรวจภูธร ศักดินา 1000 ขุนพิศณุแสนปลัดขวา ศักดินา 600

ตำรวจภูบาล หลวงเพชรฉลูเทพ เจ้ากรมมหาดไทย ตำรวจภูบาลศักดินา 1000 ขุนมหาพิชัย ปลัดขวา ศักดินา 600 ขุนแผลงสะท้าน ปลัดซ้าย ศักดินา 600 นอกจากนี้ยังมีเอกสารหลายชิ้นที่แสดงว่าบุคคลที่จะเป็นตำรวจได้นั้นต้องคัดเลือกจากผู้ที่มีชาติกำเนิดสืบเชื้อสายมาจากตระกูลที่ได้ทำคุณความดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และต้องเป็นบุคคลที่ทรงวางพระราชหฤทัย การบังคับบัญชาตำรวจก็ต้องขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์

โดยเฉพาะแต่พระองค์เดียว กิจการตำรวจในยุคนี้จะจัดตั้งเพื่อให้ทำหน้าที่ในวงจำกัด และมิได้ขยายไปยังส่วนการปกครองทั่วประเทศเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศมากขึ้น กรมตำรวจจึงได้รับความสนใจที่จะปรับปรุงรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามแบบอย่างประเทศตะวันตก การแบ่งส่วนราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการดังนี้ ก. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

แบ่งเป็นส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ ดังต่อไปนี้ (๑) สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (๒) สำนักงานส่งกำลังบำรุง (๓) สำนักงานกำลังพล (๔) สำนักงานงบประมาณและการเงิน (๕) สำนักงานกฎหมายและคดี (๖) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (๗) สำนักงานจเรตำรวจ (๘) สำนักงานตรวจสอบภายใน ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ ดังต่อไปนี้

(๑) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (๒) – (๑๐) ตำรวจภูธรภาค ๑ – ๙ (๑๑) ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (๑๒) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (๑๓) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (๑๔) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (๑๕) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (๑๖) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (๑๗) สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ (๑๘) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (๑๙) สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (๒๐) กองบัญชาการศึกษา (๒๑) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (๒๒) โรงพยาบาลตำรวจ

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here