เจ้าของรีสอร์ทประกาศลั่น! หลัง’ ดาราคนดัง-บล็อกเกอร์’ ‘เข้าพักฟรีแลกรีวิว’ บอกหมดศรัทธา! (ภาพ-รายละเอียด)

0
337

เจ้าของรีสอร์ทประกาศลั่น! หลัง’ ดาราคนดัง-บล็อกเกอร์’ ‘เข้าพักฟรีแลกรีวิว’ บอกหมดศรัทธา! (ภาพ-รายละเอียด)

เป็นอีกที่พักในบรรยากาศธรรมชาติชื่อดังอีกแห่ง สำหรับ ‘บ้านไร่ไออรุณ’ ตั้งอยู่ในต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง โดยบรรยากาศของที่พักแห่งนี้อบอวลไปด้วยธรรมชาติที่น่าไปสัมผัส แต่ล่าสุดเกิดประเด็นดราม่าขึ้น เมื่อเพจ บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun โพสต์ถึงเรื่องราวที่มีบล็อกเกอร์ ดาราและคนมีชื่อเสียงมาขอพักฟรี เพื่อแลกกับการโปรโมตในโลกโซเชียล แต่เจ้าของกิจการอย่าง ‘คุณเบส บ้านไร่ไออรุณ’ กลับไม่คิดเห็นเช่นนั้น

ก่อนโพสต์ในเพจระบุว่า บ้านไร่…ไม่มีเเละไม่เคยมีนโยบาย ให้บล็อกเกอร์ ดารา หรือคนมีชื่อเสียงเข้าพักฟรี เพื่อเเลกกับการโปรโมททางโซเชียลให้นะครับ รู้สึกหมดศรัทธาเเละรู้สึกเเย่ทุกครั้งที่มีเพจต่างๆหรือคนดังติดต่อเข้ามา ขอพักฟรี , ทานอาหาร+ทีมงาน เเล้วยื่นข้อเสนอ ว่าจะเช็กอินและรีวิวโปรโมตให้ คือบางครั้งก็สงสัยนะครับ ว่าทำไมไม่มาอุดหนุนกัน ทั้งๆที่เค้าก็ดูดี มีฐานะกว่าเราด้วยซ้ำ

พอเราปฏิเสธก็ดูท่าทางจะไม่ค่อยพอใจ คุณรู้ไหมครับว่า กว่าเราจะสร้างที่นี่ขึ้นมาได้ ใช้ทั้งเเรงกาย เเรงใจเเละเงินลงทุนไปมากขนาดไหน เรามีค่าใช้จ่ายทุกอย่าง (คิดถึงตอนที่พ่อตัดไม้ไผ่มาช่วยกันสร้างบ้าน ,ตอนที่เเม่นั่งตากเเดดปลูกผัก) ถ้าไม่เข้าใจผู้ประกอบการ อยากให้สงสารคุณลุงคุณป้า เเละน้องๆที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานอย่างหนัก ในด้านหลังบ้านของเราบ้าง ยอดไลค์ การเเชร์ คอมเมนต์

หรือชื่อเสียง ที่ได้มาจากการซื้อโฆษณา เเล้วได้กลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่ เเถมยังต้องมาเสียตัวตนของเราไป ไม่อยากได้เลย การตลาดที่ดีเขาไม่ทำกันเเบบนี้หรอกครับ #จะไม่เชื่อรีวิวตามหน้าฟีดอีกต่อไป #เราอยู่ในจุดที่ต้องพัฒนา ไม่ใช่โฆษณา การได้ไปพักที่โรงแรมเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดมาก มีคนคอยทำเตียงให้เรา เอาอาหารมาให้ถึงห้อง และที่สำคัญมันคือการได้ไปพักผ่อนแบบเต็มที่ของเรา สิ่งที่ควรรู้เมื่อเข้าไปพักโรงแรม

รีโมตทีวีของโรงแรมนั้นผ่านมือนักท่องเที่ยวมากมายหลายมือ ก่อนจะถึงมือคุณ แน่นอนว่าการทำความสะอาดรีโมตเป็นอะไรที่ยิบย่อยและถูกละเลยบ่อยครั้ง ฉะนั้นทางที่ดีอย่าไปจับรีโมตเลย หากจำเป็นจะใช้งานจริงๆ ก็เช็ดๆ ซะหน่อยเพื่อความอนามัยของคุณเอง หลายคนเอาสัตว์เลี้ยวตัวเล็กๆ อย่าน้องหมาใส่ในกระเป๋าเดินทาง เพื่อเอาไปพักในห้องด้วยก็มี ซึ่งบางที่พักเขาก็ห้ามไว้ชัดเจน

หาที่พักที่ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงแล้วก็จ่ายเงินสำหรับการเข้าพักไปตรงๆ จะดีกว่านะ นอกจากแอบเอาสัตว์เลี้ยงเข้าพักแล้ว ในประเทศเราบางที มีแอบเอาเพื่อนเข้าไปพักเพิ่มอีกก็มี แหม่ แว่บปีนเข้าทางหน้าต่างกันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ดีเลยนะ พักตามจำนวนคนที่ระบุไว้ตอนจองจะดีที่สุด แถมไม่เป็นการกวนแขกท่านอื่นและเอาเปรียบที่พักอีกด้วย จริงๆ ก็ไม่มีใครจะขโมยของมีค่าของคุณหรอก

แต่บางทีคุณก็ลืมเอาไว้เองไงละ หลายครั้งก็เก็บไว้ในลิ้นชักบ้าง หัวเตียงบ้างแต่ตอนเช็คเอ้าท์ดันลืมติดมือไป ทางที่ดี เอาของมีค่าใส่ไว้ในกระเป๋าของคุณตลอดเวลาจะดีกว่าอย่างแรกเลย กระเป๋าทางของคุณถูกลากมาตามพื้นถนนอันสกปรกเป็นระยะทางไกล การโยนมันขึ้นไปเปิดบนเตียงเท่ากับโยนเชื้อโรคและสิ่งสกปรกไปบนเตียงด้วยเหมือนกัน และจะหลอนมากกกกก หากมีแมลงแอบเกาะกระเป๋าคุณอยู่แล้วมันก็มุดตัวซ่อน

ในที่นอนตอนคุณเอาวางไว้บนเตียง นั่นแหละครับท่านผู้ชม กระเป๋าเดินทางวางที่พื้นห้องดีกว่าการเอาผ้าขนหนู หรือผ้าเช็ดตัวของทางโรงแรมไปเช็ดสิ่งสกปรกมากๆ เช่น คราบโคลนที่ติดรองเท้า หรือน้ำแกงที่หก น้ำนมหก นอกจากจะทำให้ผ้าขนหนูนั้นพังเสียหายแล้วยังเป็นการเสียมารยาทอีกด้วยนะ อย่าทำเลย จริงๆแล้วคุณไม่ได้ต้องการมันหรอก ใช่ม้า แค่อยากมีของที่ระลึกติดมือกลับไป

แหม่ ซื้อเอาก็ได้ ของที่ระลึกอื่นๆ กิ๊บเก๋เชกูเวร่ามีตั้งเยอะแยะ แต่ของเล็กน้อยก็เอาไปได้นะอย่างแปรงสีฟัน รองเท้าแตะแบบบาง หวีพลาสติกอะไรแบบนี้เขาให้ฟรีอยู่แล้ว แต่บางคนแบบว่าถูกใจผ้าขนหนู หมอน หรือผ้าห่มชิ้นใหญ่ๆ แอบเอากลับไปมันนี่ก็น่าเกลียดน ห้องพักหนึ่งห้อง ไม่ได้พักกี่คนก็ได้ตามใจชอบ เป็นนิสัยคนไทยส่วนใหญ่เลยทีเดียว ทีคิดว่าชั้นเช่าห้องแล้ว ชั้นจะทำยังไงกับห้องก็ได้ ชั้นจะนอนกี่คนก็ได้

เพราะคนที่มานอนก็ต้องมาเบียดๆกัน นอนพื้นบ้าง ไม่ได้สบายเท่าไหร่ อยากจะบอกว่า เค้าไม่ทำกันแล้วนะครับ แบบนี้หลังเขาแล้วและนอกจากจะหลังเขาแล้ว มันยังเป็นความผิดอีกด้วย ถ้าโรงแรมทราบและคิดเงินเพิ่ม คุณก็ต้องจ่ายเพิ่ม(ด้วยความอับอาย)และถ้าคุณคิดว่าตนเองไม่ผิด ห้องจ่ายค่าเช่าแล้วจะนอนกี่คนก็เรื่องของชั้นแล้วไม่ยอมจ่ายล่ะก็ โรงแรมสามารถดำเนินการแจ้งความได้เลย

โดยหลักการแล้ว ห้องส่วนใหญ่จะพักได้เพียง 2 คน … คนที่ 3 ต้องจ่ายค่าเตียงเสริมครับ อย่าโมเมแอบพักแล้วคิดว่าเค้าไม่รู้ เว้นแต่ว่าโรงแรมจะกำหนดเกณฑ์การเข้าพักเป็นอื่น เช่น – พักได้ 2 คนเท่านั้น คนที่ 3 ต้องพักห้องใหม่ กรณีนี้ พัก 3 คนยังไม่ได้เลย- พักได้มากกว่า 2 คน แล้วแต่ทางโรงแรมหรือรีสอร์ทจะระบุ (พวกบังกะโล มักจะพักได้เยอะ)

– พักเท่าไหร่ก็ได้ตามใจชอบ … ที่พักที่เป็นแบบนี้ ยังพอมีอยู่ครับ ซึ่งมักจะไม่ได้เป็นโรงแรมที่เป็นทางการอะไรมาก อาจจะเป็นบังกะโลหรือบ้านพักที่เปิดให้คนมาเช่ารายคืน … แต่คุณก็ควรจะถามเค้าก่อนเข้าพักคว่าสามารถพักได้กี่คนอะไรยังไง กินอาหารเช้าฟรี บางคนคิดว่ามาพักแล้ว อาหารเช้าก็ต้องรวมค่าห้องด้วยสิ? ก่อนอื่นต้องดูก่อนคว่าห้องพักเรามีอาหารเช้ารวมด้วยหรือเปล่า?

เพราะแขกหลายๆคนก็ไม่อยากทานอาหารเช้าที่โรงแรม และอยากได้ค่าที่พักที่ถูกขึ้นก็มี ดังนั้นหลายๆโรงแรมจึงมีราคาสำหรับ “รวมอาหารเช้า” และ “ไม่รวมอาหารเช้า” ไว้ให้ด้วย ถ้าคุณไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่อ่านรายละเอียดหรือสอบถามให้ดี(แต่ปกติ Operator จะบอกหมดอยู่แล้วว่าราคานี้รวมหรือไม่รวมอาหารเช้า) ดันไปจองราคาถูกสุด แล้วไม่ได้คูปองอาหารเช้า ก็อย่าไปโวยวายโรงแรม

ส่วนใหญ่คนไทยจะบอกว่า “มีแต่ที่นี่แหละ ที่ไม่รวมอาหารเช้าไว้ในค่าเช่า ชั้นไปนอนที่อื่นมา ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย”หรือบางทีกินแล้วไม่ยอมจ่ายก็มี (ไม่รู้ตัวสินะว่ากำลังจะชักดาบ) หรือไม่ก็โวยวายว่าค่าอาหารเช้าแพงจัง (ส่วนใหญ่หลักร้อย) ขอบอกไว้เลยว่า นี่ก็เป็นพฤติกรรมหลังเขาเช่นกัน จริงๆแล้วการที่โรงแรมคิดสองราคาแบบรวมอาหารเช้ากับไม่รวมน่ะ ถือว่าโรงแรมมีมาตรฐานที่มีระดับขึ้นไปอีก

ถึงทำแบบนี้ จัดว่าเป็นมาตรฐานที่ดีถ้าคิดราคาเดียวจะยิ่งไม่เป็นธรรม เพราะถ้าลูกค้าไม่ทานอาหารเช้า แต่คิดราคาเดียวกับที่ทานอาหาร มันก็แปลว่าลูกค้าคนนั้นต้องเสียเงินเพิ่มฟรีๆนั่นเอง โรงแรมทุกๆ แห่งนั้น ย่อมจะมีอย่างน้อยหนึ่งห้องที่ซึ่งถูกปล่อยให้ว่างไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าโรงแรมห้องเต็มขนาดไหน พวกเขาจะไม่ขายห้องนั้นให้กับแขกคนใดทั้งสิ้น ว่ากันว่าห้องพิเศษห้องนั้นได้

“สงวนไว้” สำหรับ “แขกพิเศษเหล่านั้น” ฉะนั้น เมื่อคุณมีแผนที่จะเข้าพักในโรงแรมแห่งใดแห่งหนึ่ง ควรจองล่วงหน้าไว้ก่อนเสมอ พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าพักแบบวอล์คอิน (Walk in) ถ้าพนักงานต้อนรับได้บอกคุณไปแล้วว่าไม่เหลือห้องว่างอีกต่อไปแล้ว จงอย่าได้ดื้อดึงอยู่ต่อ หรือพยายามติดสินบนพวกเขาเพื่อที่จะให้พวกเขาให้ห้องพักแก่คุณ ถ้าหากคุณทำอย่างนั้น เกือบทุกครั้งที่ห้องที่คุณได้ไปจะเป็น “ห้องพิเศษ” ที่ว่านั่น

และอีกเช่นกันที่บางครั้ง “แขกพิเศษ” เหล่านี้ อาจจะโผล่ไปที่ห้องอื่นๆ ด้วย ดังนั้นนี่คือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยว่าคุณจะป้องกันตัวคุณเองได้อย่างไร – ก่อนที่จะเข้ายังห้องพักของคุณ จงเคาะประตูก่อนทุกครั้ง แม้คุณจะรู้ว่านี่เป็นห้องว่างก็ตาม – หลังจากที่เข้าไปอยู่ในห้องแล้ว หากคุณรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาในทันทีทันใด และมีอาการ “ขนลุก” จงออกจากห้องไปเงียบๆ และโดยทันที

แล้วไปหาพนักงานต้อนรับเพื่อขอเปลี่ยนห้องใหม่ โดยส่วนใหญ่แล้ว พนักงานต้อนรับจะเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น – หลังจากอยู่ภายในห้องแล้ว จงเปิดไฟให้ครบทุกดวงในทันที พร้อมกับเปิดผ้าม่านเพื่อปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามา – ก่อนเข้านอน จัดวางรองเท้าของคุณให้อยู่ในลักษณะกลับหัวกลับหางกัน บางคนบอกเอาไว้ว่านี่เป็นการแสดงถึงหลัก “หยิน-หยาง” เพื่อคุ้มครองคุณขณะที่คุณหลับ

– จงเปิดโคมไฟทิ้งไว้อย่างน้อยดวงหนึ่งขณะที่คุณหลับ ยิ่งเป็นไฟในห้องน้ำยิ่งดี – หากคุณพักคนเดียว และห้องคุณเป็นเตียงคู่ อย่าเข้านอนโดยปล่อยให้อีกเตียงหนึ่งว่างเปล่า พยายามนำสิ่งของไปวางไว้เช่น กระเป๋าเดินทาง ที่เตียงว่างอีกเตียงหนึ่งก่อนที่คุณจะหลับ “ห้องพักโรงแรม” มีอะไรเอากลับบ้านได้? เครื่องอาบน้ำ ปกติแล้ว ตามโรงแรมจะมีแชมพู ครีมนวดผม และครีมอาบน้ำ

ใส่ขวดเล็กไว้ให้บริการสำหรับแขกที่มาพักอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ก็จะเพิ่มโลชั่นทาผิวแบรนด์ดังมาให้ด้วย ซึ่งหากแขกที่มาพักจะนำกลับไปด้วยก็สามารถทำได้ โดยจะไม่มีการชาร์จค่าบริการใดๆ เพิ่มแต่อย่างใด แปรงสีฟัน-ยาสีฟัน โรงแรมระดับ 4-5 ดาว มักจะจัดแปรงสีฟันและยาสีฟันหลอดเล็กไว้ให้บริการกับแขกของโรงแรมด้วย รวมถึงมีดโกนหนวด หวี ที่ตะไบเล็บ

ไปจนถึงผ้าขัดรองเท้า ซึ่งของเหล่านี้สามารถนำกลับบ้านได้ทั้งหมด เพราะถึงอย่างไรเสียก็ไม่สามารถนำกลับใช้ซ้ำกับแขกคนอื่นได้ เครื่องนอน – ผ้าขนหนู เครื่องนอน ทั้งผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม รวมถึงผ้าขนหนูผืนเล็ก ผืนใหญ่ ที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้บริการในระหว่างที่เข้าพักนั้น ทั้งหมดนี้ไม่สามารถนำกลับบ้าน หากพนักงานตรวจพบจะต้องถูกคิดค่าบริการทั้งสิ้น

สลิปเปอร์ –เสื้อคลุมอาบน้ำ โรงแรมที่บริการสปาร่วมด้วย มักจะมีสลิปเปอร์ให้สวมใส่ในโรงแรม ไปจนถึงมีเสื้อคลุมอาบน้ำไว้ให้เปลี่ยนด้วย ซึ่งสลิปเปอร์ที่เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่สามารถใช้ซ้ำได้ ส่วนใหญ่ทางโรงแรมจะอนุญาตให้แขกนำกลับไปได้ แต่สำหรับเสื้อคลุมอาบน้ำ โดยปกติแล้วจะไม่อนุญาตให้นำกลับไปด้วยแต่อย่างใด อาหาร-เครื่องดื่ม

ในห้องพักของโรงแรมมักจะมีบริการชา กาแฟ รวมถึงน้ำดื่มให้กับแขกที่เข้าพักในทุกวันอยู่แล้ว และหากเป็นโรงแรมหรูๆ ก็อาจมีบริการเวลคัมดริงก์ ไปจนถึงขนมกินเล่น และผลไม้ให้รับประทานได้ฟรีด้วย แต่เพื่อความปลอดภัย ควรอ่านป้ายให้ละเอียดก่อนว่า ของกินที่อยู่ในมินิบาร์มีอะไรที่ต้องเสียเงินเพิ่มบ้าง เครื่องเขียน สมุด หรือกระดาษโน้ต และปากกาที่มีไว้ที่โต๊ะเครื่องเขียน

รวมถึงหนังสือพิมพ์ที่วางไว้ในห้องพัก ถือเป็นของที่สมนาคุณให้กับแขกที่มาพักทั้งหมด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แต่สำหรับคัมภีร์ไบเบิลที่วางไว้ที่หัวเตียง มักจะมีเพื่อให้แขกได้ใช้เฉพาะในห้องพักเท่านั้น แต่ก็พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่หยิบติดมือกลับไปด้วย

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here