เผยเส้นทางชีวิต!! ‘ซันนี่’ ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ‘จากบ้านล้มละลาย’ สู่พระเอกร้อยล้าน! (คลิป)

0
55

เผยเส้นทางชีวิต!! ‘ซันนี่’ ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ‘จากบ้านล้มละลาย’ สู่พระเอกร้อยล้าน! (คลิป)

กลายเป็นพระเอกร้อยล้าน พระเอกลูกครึ่งไทยสิงคโปร์ฝรั่งเศส หลายคนอาจไม่รู้ กว่าจะถึงวันนี้ ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากบ้านล้มละลายไม่เหลือเงิน ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พระเอกสายติสต์ ก่อนเข้าวงการ เคยเล่นดนตรีตามผับหารายได้ หาเงินเรียน ตั้งแต่สมัยเรียน เข้าวงการ 14-15 ปี จากเล่นโฆษณา ถ่ายเอ็มวี จนมาเล่นหนัง แจ้งเกิดจาก หนัง เพื่อนสนิท

มาเปิดชีวิตในรายการ คุยแซ่บshow ว่า ไม่เคยฝันจะเป็นนักแสดงมาก่อน ไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่เรียนเพราะหน้าที่ ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเราอยากทำอะไร รู้อย่างเดียวว่าเราต้องเป็นคนดี  ซันนี่ ยังเล่าชีวิต ครั้งบ้านเกิดมรสุมล้มละลายว่า การทำธุรกิจ ก็จะมีคนที่เอาเปรียบหักหลังเรา ครอบครัวเราก็โดน ตอนนั้นเรียน ม.5 หรือ ม.6 เรารู้แค่ว่า เราจะไม่มีเงิน กลับจากโรงเรียน บ้านมืดทั้งบ้าน แม่บอกไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ

ต้องออกจากบ้านเดิม ไปเช่าบ้านอยู่ ย้ายบ้านบ่อยมาก ทุกคนในบ้านต้องช่วยกันทำงาน พี่ชาย พี่สาวรับภาระหนัก ที่ผมเรียนช้าในมหาวิทยาลัย บางทีลงได้ไม่กี่ตัว เรียนไปแล้ว เกือบครึ่งเทอม ไม่มีเงินไปจ่ายเค้า พ่อแม่ ทุกคนต้องต่อสู้หมด เรารับภาระน้อยสุดแล้วในบ้าน บังเอิญโชคดี เราไปหารายได้ เราไปอยู่ในวงเพื่อนเล่นดนตรี เราร้องคอรัส เล่นดนตรีหาเงิน ทำอยู่ 3 ปี จนเรียนจบ ได้เล่นหนังแล้วยังเล่นดนตรีอีกปี

ตอนเข้าวงการ ครูเงาะ เห็นเราจากโฆษณา ติดต่อมา เรากลัวเค้าหลอกลวง บอกไม่ไป จนเค้าโทรมาอีกรอบ ตอนนั้นอ้วนด้วย ก็ไม่คิดว่าจะมาเป็นพระเอก เค้าบังคับให้ลดหน้ำหนัก ไม่งั้นเปิดกล้องไม่ได้ เค้าจ้างคนมาลดน้ำหนักให้ จาก 80 เหลือ 64 โดยหนังส่วนใหญ่ที่เล่นก็จะออกมาจากตัวเราเองเกือบทั้งหมด ส่วนที่บอกว่าเป็นพระเอกโลกส่วนตัวสูง ติสต์แตก เช่นเวลาตอบคำถาม

ซันนี่ บอกว่า เวลาให้สัมภาษณ์ ผมก็ตอบตามจริง ไม่ได้แกล้งตอบ ผมก็เป็นแบบนี้ ซันนี่ เผยชีวิตความรักว่า ตอนนี้สถานะโสด ไม่ได้คุยกับใคร ผมดูแลเทคแคร์ใครไม่เป็น ผมทำอะไรเองมาตลอด ทำอะไรคนเดียว ไม่ค่อยรู้สึกพึ่งพาใคร เป็นตั้งแต่บ้านล้มละลาย มันมีมุมมาจากตรงนั้น ก็โสดมาหลายปี 5-6 ปี ไม่มีสเป๊ก อยู่ที่ชอบกันแล้วอยู่ด้วยกันได้ เมื่อถามว่าชอบผู้หญิงอายุมากกว่า ซันนี่ บอกว่า ไม่จำกัดอายุ ระบุไม่ได้แบบไหน

ต้องโดยรวมคุยแล้วใช่ ผมไม่คิดรักสนุกแต่ไม่ผูกพัน เพราะผมเป็นคนจริงจัง เราไม่อยากไปหลอกใคร ผู้หญิงที่จะเข้ามา ขอแค่เป็นตัวเค้า ไม่ต้องมาเอาใจผม แค่เราชอบกัน ส่วนการมีครอบครัวไม่ใช่ความต้องการเราฝ่ายเดียว ต้องเจอคนที่มีความรู้สึกร่วมกันก่อน ถึงจะไปจุดนั้นได้ สำหรับพระเอกหนุ่มคนดังมาดเซอร์ ‘ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์’ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแอปเพลย์สโตร์ โดยมีชื่อแอปว่า ‘Sunny Suwanmethanont Official App’

คุณเป็นดาราชายสองคนแรกในไทยเลยที่เปิดแอป รู้สึกอย่างไรบ้าง ผมรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นมากที่ได้มี App เป็นของตัวเอง มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับตัวผมเอง มันคล้ายๆ การเล่นเกมที่ผมต้องฝึกต้องแข่งขัน แต่นี่แข่งกับการได้รู้จักและใกล้ชิดแฟนคลับมากขึ้นครับ นอกจากนี้เราได้ถามถึง ความฝันในวัยเด็กของเขา เขาบอกกับเราขำๆ ว่าความฝันของซันนี่ในวัยเด็ก (ฝันว่าฉี่รดที่นอนแล้วตื่นมาก็ฉี่จริง) – จริงๆ ไม่มีความฝันอะไรเลย

เคยคิดอย่างเดียวว่าจะต้องมีพลังวิเศษ อ่านใจคนได้แน่นอน หรือเป็นอมตะ (แล้วมาชัดเจนตอนไหน?) ชัดเจนเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคือเป็นอมตะ (หัวเราะ) ไลฟ์สไตล์ปกติของซันนี่เป็นอย่างไร ตั้งใจเป็นคนดีมีคุณธรรม (ชอบไปเที่ยวที่ไหน) ชอบไปในที่ที่เราไม่เคยไป เพราะอะไรแฟชั่นมือสอง ถึงทำให้คุณหลงเสน่ห์? ผมเป็นคนที่ชอบซื้อของที่ราคากับคุณภาพต้องเท่ากัน

(ของมือสองพวกนี้มันเป็นของที่ผิด QC เฉยๆ ไม่ได้ไปถอดจากคนที่รถคว่ำมา) ที่ชอบมันเพราะมันไม่เหมือนใครดีครับ Q : ซันนี่ช็อปปิ้งบ่อยแค่ไหน เดือนละ 2-3 ครั้งครับ Q : แบรนด์ไหนที่ซันนี่ชอบเป็นพิเศษ ส่วนมากไม่ได้ซื้อแบรนด์ จะซื้อตอน Sale (ถ้าให้ใส่ฟรีได้หมดครับ) การดูแลตัวเองตามแบบฉบับหนุ่มเซอร์ คุณมีวิธีดูแลตัวเองยังไงตั้งแต่เล่นมิสเตอร์เฮิร์ทก็ออกกำลังกายมาตลอดเลยครับ

เมื่อก่อนเตะฟุตบอล แต่ตอนนี้ก็เข้าฟิตเนส ส่วนบาสตอนนี้ไม่ค่อยเล่น (โดดไม่ขึ้น) มีชื่อทีมของตัวเองไหมคะ (ชื่อทีม หรั่ง โมเดลลิ่งครับ) Q : เป็นหุ้นส่วนยิมมวย ชอบต่อยมวยมั้ย มีหุ้นส่วนหลายอย่าง ทั้งยิมมวย ทั้งร้านอาหาร และเสื้อผ้า หุ้นกับเพื่อนเพราะเพื่อนผมเป็นคนขยัน / เคยต่อยมวยไหมคะ (เคยต่อยเพื่อนตอนเด็กๆ ครับ) 10 ปีที่อยู่ในวงการ อะไรคือความสุขของคุณ?

คือการได้เจอความฝันของเรา นั่นคือการแสดง เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร จนมารู้จักกับคำว่าการแสดง และนี่เป็นสิ่งที่ผมสามารถทำได้ทั้งชีวิต รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ตื่นขึ้นมาทำมัน (ตื่นมาก็คิดถึงแต่การแสดง) Q : แล้วถ้าไม่ได้ทำอาชีพนักแสดง จะทำอะไร ยังไม่ได้คิดเอาไว้เหมือนกัน (ก็ทำมาหากินเลี้ยงชีพไป)Q : ชอบบทไหนมากที่สุดที่เคยเล่นมา

(ชอบมากทุกอย่าง ผมเก่งมากครับ) ล้อเล่นครับ แล้วแต่ช่วงอายุของคน ช่วงนี้ก็จะอินกับนั่น ช่วงนี้ก็จะอินกับนี่ แล้วแต่ว่าตอนนั้นอินกับสิ่งไหน Q : บทบาทที่ซันนี่อยากเล่น ผมไม่รู้สึกว่าต้องพิสูจน์ฝีมือกับบทบาทนั้นนี้ ผมแค่อยากตั้งใจทำงาน เพราะผมเห็นความตั้งใจในสิ่งที่เขาเขียน อยู่วงการมากว่า 10 ปี อะไรที่คนไม่รู้เกี่ยวกับตัวคุณ? (บอกเขาก็รู้สิ) อย่างเช่นของมือสองเนี่ย มันก็ต้องคุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายไป (หัวเราะ)

Q :สเปกสาวที่ชอบ ผมไม่มีสเปกเลยครับ เขาต้องเป็นเขาแบบนั้นที่ผมชอบ ถ้าผมชอบ ผมก็ชอบครับ นี่แหละตัวตนพระเอกหนุ่มมาดเซอร์ที่สาวๆ หลงรัก ช่วงนี้มีคนรีทวิตข้อความที่ว่าเราไม่จีบผู้หญิงก่อน? “ผมแค่รู้สึกว่าผมไม่อยากให้คิดว่าการไปจีบกันคือการทำดีเพื่อให้อีกคนเปลี่ยนความคิดมาชอบเรา ผมรู้สึกคิดว่าคนเราถ้าชอบกันมันไม่จำเป็นต้องจีบกัน แต่มันรู้สึกดีต่อกันได้ ให้สถานการณ์มันพาไป

แล้วให้รู้สึกว่านี่มันคือความรู้สึกของเราทั้งคู่นะ ไม่ใช่มีใครพยายามจะทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนความคิดอีกคน ผมไม่เชื่อเรื่องแบบนี้” ตกใจไหม เพราะคนรีทวิตไปเยอะมาก? “ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมให้สัมภาษณ์กับสื่อไปตอนนั้นน่าจะเป็นมุมของเรื่องความรัก” ความคิดนี้ไม่ได้เกิดจากความติสที่เรามีใช่ไหม? “ไม่หรอกครับ ผมรู้สึกว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามอยู่แล้ว ถ้าเราเจอคนคนนึงแล้วเรารู้สึกว่าเราอยากพูดคุยกับเขา

เราก็จะเข้าไปพูดคุยกับเขาเอง” แล้วทุกวันนี้เจอหรือยัง? “ถ้าเจอผมจะไปบอกเขาคนเดียว ผมจะไม่บอกคนอื่นหรอกครับ (หัวเราะ) ผมคิดในใจผมจะไม่บอกใคร มันไม่ใช่จะคิดว่าใครเป็นแฟนก็ได้ แต่มันต้องเจอคนนึงที่เรารู้สึกแปลกกับเขา อยากพูดคุยกับเขาเรื่อยๆ ตลอดเวลา” บอกได้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนแบบไหน? “เจอแล้วก็จะรู้สึกครับ มันเหมือนกับการบทแล้วชอบ คืออธิบายไม่ถูก เดี๋ยวมันจะรู้สึกขึ้นมาเอง”

ชีวิตจริงเราเฮิร์ทเหมือนชื่อหนังที่เล่นไหม? “ไม่ครับ เพราะผมว่าผมเข้าใจปัญหาทุกอย่าง เวลาเจออะไรที่ผิดหวังและเสียใจผมไปได้กับมัน ไม่จำเป็นต้องมาหยุดพร่ำเพ้อ” พอไม่มีแฟนรู้สึกเหงาบ้างไหม? “ถ้าจะเหงาก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าเจอใครคนนึงแล้วเราก็รู้สึกชอบเขา ถ้าเขาไม่อยู่เราถึงเหงาเพราะคิดถึงเขา ไม่ใช่ไม่มีใครแล้วบอก โอ๊ยเหงาจังเลย ทำไมชีวิตมันช่างโลนลี่ จะให้เป็นแบบนั้นเหรอ”

หลายคนก็เลยแซวว่าเราเป็นเกย์หรือเปล่า? “เคยเป็นตั้งแต่ ป.4 ผมเคยบอกไปแล้วไง แล้วกินข้าวเหนียวมันเลยหาย ก็ช่วยไม่ได้ครับ (หัวเราะ)” แล้วเมื่อไหร่จะมีแฟน? “ยังไม่ทราบเหมือนกันครับ ยังไม่เจอ ต้องเจอตัวก่อน ไม่แก่เกินไปหรอกครับผมฟอร์เอเวอร์ยัง” หลายคนลุ้นเมื่อไหร่จะได้เห็นงานละครของเราอีก? “ยังไม่รู้เลยครับ ผมรู้สึกว่ายังมีคนเก่งๆ กว่าผมอีกเยอะ เขาคงทำได้ดีกว่าเรา

แต่ก็ยังมีติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ ครับ หากปฏิเสธใครไปก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ แต่ก็ยังติดต่อมาได้เรื่อยๆ” ถ่อมตัวหรือเปล่าว่าเราไม่เก่ง? “ไม่ได้ถ่อมตัว ปกติผมผยองเดชอยู่แล้วครับ (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ เราเข้าใจว่าเวลาคนสร้างงานเขาก็อยากจะได้คนที่เหมาะสมกับสิ่งๆ นั้นที่สุด และผมก็คิดว่าต้องมีคนทำได้ดีกว่าผมอีกเยอะ” ไม่ได้เป็นเพราะเราขี้เกียจเล่นใช่ไหม? “ผมไม่ใช่คนขี้เกียจครับ ผมตั้งใจทำงาน”

แบบนี้ไม่กระทบเงินในกระเป๋าเหรอ? “ยังมีใช้อยู่ครับ อย่าบอกแม่ผมว่าผมมีเงินนะ แอบไว้ เดี๋ยวเขาหาว่าผมเอาไปใช้ฟุ่มเฟือย ไม่ใช่ผมไม่รับงานนะ ผมก็รับตลอด คนเราต้องอยู่อย่างพอเพียง” แต่ดูเราอารมณ์ดีเหมือนคนมีความรักเลย?
“ไม่เกี่ยว ต่อให้ชีวิตเจอเรื่องทุกข์แค่ไหน สิ่งที่ช่วยเราได้และทำให้เรายังเป็นคนก็ต้องทำให้อารมณ์ดีขึ้น มองโลกในแง่บวก มองว่าปัญหาที่ผ่านมาทำให้เราดีขึ้นจะดีกว่า”

บทที่ท้าทายคุณเป็นยังไง? เวลาที่ผมจะเป็นตัวละครตัวนั้น ที่ผมอ่านแล้วเข้าใจ ผมเห็นภาพ ตอนเล่นผมก็ต้องใส่อะไรสักอย่างที่มันเป็นตัวผมลงไป ไม่อย่างนั้นเขาก็จ้างใครเล่นก็ได้ เพราะคงจะแสดงเหมือนกันทั้งโลก นักแสดงแต่ละคนแสดงบทเดียวกันถึงไม่เหมือนกัน เพราะมันจะมีลักษณะเฉพาะของนักแสดงคนนั้นผสมอยู่ เสน่ห์ของนักแสดงคือสิ่งนี้ครับ มันไม่ยาก มีแต่ท้าทายขึ้น

อย่างบทเรื่องฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย..ห้ามพัก..ห้ามรักหมอล่าสุดนี่แหละคือท้าทาย เพราะก่อนจะไปแคสต์ผมคิดไม่ออกเลย ปกติอ่านบทผมจะคิดออกว่าคนคนนี้เป็นคนแบบไหน อย่างยิม (เรื่องไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้) ผมอ่านจบแล้วรู้เลย อ๋อ คนที่จะทำพฤติกรรมประมาณนี้ มันต้องเป็นเด็กช่าง ต้องมีพื้นเพแบบนี้ เป็นคนประมาณนี้ แต่บทตัวละครในเรื่องฟรีแลนซ์… ผมคิดไม่ออก

เคยคิดไหม ถ้าคุณไม่ได้มาเป็นนักแสดงคุณจะทำอะไ?ร คิด เมื่อก่อนผมอ้วนมาก เข้ามาวงการนี้ปุ๊บเขาให้ผมลดน้ำหนักก่อนเลย ถ้าตอนนี้ผมไม่ได้เป็นนักแสดง ผมก็น่าจะหนักประมาณร้อยกว่าโล และคงเป็นเมียตุ๊ดอยู่ คุณเป็นคนห่วงหล่อไหม ถามจริงๆ ห่วงหล่อไหมไม่รู้ แต่ผมเป็นคนขี้เก๊กตั้งแต่เกิด ชีวิตผมคือวิถีคนเก๊ก เริ่มต้นด้วยการฝึกเก๊กกับพ่อแม่ตัวเองก่อน แม่ถามกินไรยังลูก (ทำหน้านิ่ง-ทำเสียงเข้ม)

ไม่กิน ถ้าหิวเดี๋ยวลงไปเอง… พ่อแม่ก็ไม่ว่าอะไร เพราะเก๊กอยู่เหมือนกัน ครอบครัวผมรักษาคอนเซ็ปต์นี้มาโดยตลอด พ่อแม่พี่น้องผมไม่มีใครเหมือนใครเลย หน้าตา นิสัย ไปกันคนละทิศละทาง แต่สิ่งที่เราเหมือนกันคือ…เราขี้เก๊กเหมือนกัน คุณแม่คุณเป็นฝรั่งเศสแท้ๆ แต่ทำไมคุณพูดฝรั่งเศสไม่ได้ ไม่ได้ครับ ผมเกิดที่นี่ครับ โตที่นี่ ไม่เคยไปเรียนต่างประเทศเลย? ไปซัมเมอร์? ไม่เคยครับ

ไม่ใช่ลูกรัก พี่ชายผมได้ไปอยู่ฝรั่งเศสกับแม่ ส่วนผมเล่นขี้มูกอยู่กรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นพี่ชายผมน่ะพูดฝรั่งเศสได้ ส่วนผมพูดอังกฤษได้ก็บุญแล้ว แม่ไม่รักครับ มีครั้งหนึ่งพิสูจน์เลยว่าแม่ไม่รักผม รักพี่ชายมากกว่า ผมกลับบ้านมาดึก หิวโซ เปิดเข้าไปในห้องแม่ เห็นถุงเบอร์เกอร์วางอยู่ ผมหิวไง เลยเดินไปจะกิน มือผมแตะถุงปุ๊บ มีเสียงแกร๊กเบาๆ แม่ที่หลับอยู่สะดุ้งขึ้นมาเลย “อันนั้นของพี่ชาย”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here