จับสาวใหญ่! อ้างเป็นข้าราชการ.ยุติธรรม ‘ตุ๋นแชร์ไลน์’ หลอกลวงประชาชน นับ 100 ล้าน! (รายละเอียด)

0
184

จับสาวใหญ่! อ้างเป็นข้าราชการ.ยุติธรรม ‘ตุ๋นแชร์ไลน์’ หลอกลวงประชาชน นับ 100 ล้าน! (รายละเอียด)

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 พ.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป.พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลัง จับกุมตัวน.ส.กานดาวดี ศิริพรรณวรท อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 524 ถ.เทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.725/2561 ลงวันที่ 10 เม.ย.2561 ข้อกล่าวหา “ฉ้อโกงประชาชน

และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์” ได้ที่หน้าห้องเลขที่ 28/107 ตึก 28 แฟลตคลองจั่น แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ พ.ต.ท.มนต์ชัย กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา น.ส.กานดาวดีร่วมกับพวกหลอกลวงประชาชน ให้นำเงินมาร่วมลงทุนเล่นแชร์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “บ้านแชร์ราชการ” อ้างว่าจะได้ค่าตอบแทนจากการลงทุนค่อนข้างสูง

พร้อมทั้งยังอ้างตัวว่าเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และยังเป็นลูกสาวของผู้กว้างขวางคนหนึ่งทางภาคใต้ ซึ่งเป็นนายทุนเงินกู้รายใหญ่ ที่ปล่อยเงินกู้ให้กับนักพนันตามสนามม้าต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้มีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนตั้งแต่คนละ 20,000 ไปจนถึง 1,000,000 บาท บางรายในช่วงแรกได้รับเงินค่าตอบแทนจริง จึงไปกู้หนี้ยืมสินมาเพิ่มเงินลงทุนเพิ่ม เพื่อหวังจะได้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้น

แต่พอผ่านไปได้สักระยะ ผู้ต้องหารายนี้กลับไม่ยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนจะปิดกลุ่มหนี แล้วไปเปิดกลุ่มใหม่ขึ้นมาเพื่อหลอกผู้เสียหายรายใหม่แทน สว.กก.5 บก.ป. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาน.ส.กานดาวดี เคยตั้งวงแชร์มาแล้วกว่า 500 วง มีผู้หลงเชื่อถูกหลอกเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 100 ล้านบาท โดยผู้เสียหายบางรายแจ้งความไว้แล้วที่ สน.โชคชัย

จนมีการออกหมายจับ “สาเหตุที่ทำให้การติดตามตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ทำได้ยาก เนื่องจากผู้ต้องหามักจะเปลี่ยนชื่อนามสกุลบ่อยครั้ง และไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รวมถึงน.ส.กานดาวดี ยังระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี เพราะแม้กระทั่งผู้เสียหายเองก็ยังไม่เคยได้พบเห็นตัว ประกอบกับหลังก่อเหตุเสร็จแล้วนั้น ผู้ต้องหารายนี้มักจะหนีไปกบดานซ่อนตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบเบาะแส

ว่าผู้ต้องหารายนี้เพิ่งจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยและพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กทม. จึงนำกำลังไปติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว” พ.ต.ท.มนต์ชัย กล่าว จากการสอบสวน น.ส.กานดาวดี ให้การภาคเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้โกงเงินผู้เสียหาย ซึ่งตนเองนั้นก็ถือเป็นเหยื่อที่ถูกหลอกคนหนึ่งด้วยเช่นกัน เนื่องจากคนที่เอาเงินไปคือเพื่อนของตนเองที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ

จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับการกระทำของสาวคนนี้ถือว่าเป็นความผิด “ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 เป็นคดีความผิดอัน “ยอมความกันได้” ส่วนพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์มาตรา14

เป็น “ความผิดอันยอมความกันไม่ได้” และในส่วนของอัตราโทษความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท แต่ในส่วนของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกถึง 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ทำให้นักกฎหมาย หรือแม้แต่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็วินิจฉัยไปในหลายรูปแบบ บางคดีก็ยกฟ้องทั้งหมด

บางคดีก็พิพากษาลงโทษเฉพาะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 บางคดีก็พิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาและตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ด้วย
กฎหมายฉบับใหม่จึง “แก้ไข” พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) โดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของการทุจริตหรือการฉ้อโกงในระบบคอมพิวเตอร์ หากการกระทำดังกล่าวนั้น

มิได้กระทำต่อประชาชน ให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และเป็นความผิดอันยอมความกันได้ ซึ่งในส่วนท้ายของมาตรา 14 (1) ระบุไว้ชัดเจน “อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” ส่วนในกรณีที่กระทำความผิดต่อประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์การประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี

และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งยังเป็นความผิดอันยอมความกันไม่ได้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (1) โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา (2) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนัก
แก่ประชาชน

(3) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา (4) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ (5) เผยแพร่หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม(1)(2)(3)หรือ (4)

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง (1) มิได้กระทําต่อประชาชน แต่เป็นการกระทําต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ผู้กระทํา ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้ จากประสบการณ์ของผม การกระทำในลักษณะดังต่อไปนี้ มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์มาตรา 14

1. การหลอกลวงหรือชักชวนผู้อื่น/ประชาชน ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ Facebook, LINE ฯลฯ ให้ร่วมเล่นแชร์ หรือลงทุนในธุรกิจด้านต่างๆ โดยผู้ชักชวนมีเจตนาทุจริต หรือไม่มีเจตนาจะตั้งวงแชร์จริงๆ หรือไม่มีเจตนาจะให้ร่วมลงทุนด้านธุรกิจจริงๆ 2. การหลอกลวงขายสินค้าให้แก่ ผู้อื่น/ประชาชน ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ Facebook, LINE ฯลฯ โดยมีเจตนาทุจริต หรือไม่มีเจตนาจะขายสินค้าจริงๆ

หรือไม่มีสินค้าอยู่จริง หรือนำภาพสินค้าของผู้อื่นมาโพสต์ เพื่อจำหน่ายและหลอกเหยื่อ 3. การหลอกลวงผู้อื่น/ประชาชน ว่าจะให้กู้ยืมเงิน อัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยหลอกให้ผู้อื่น/ประชาชน โอนเงินมัดจำไปก่อนที่จะตกลงให้กู้ยืมเงิน 4. การหลอกลวงผู้อื่น/ประชาชน ว่าจะดำเนินการแก้ไขสถานะเกี่ยวกับเครดิตทางการเงิน จากเดิมมีสถานะค้างชำระให้กลับมาเป็นสถานะปกติ หรือ หลอกลวงว่าสามารถดำเนินการ

จัดให้สถาบันการเงินอนุมัติเงินกู้ยืมหรือสินเชื่อ ทั้งที่ผู้ขออนุมัติสินเชื่อมีเครดิตทางด้านการเงินไม่น่าเชื่อถือ โดยจะเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายไปก่อน 5. การหลอกลวงผู้อื่น/ประชาชน ด้วยการตีสนิทหรือหลอกจีบ และหลอกว่าส่งสิ่งของมาให้ ต่อมาจะมีบุคคลแอบอ้างเป็นพนักงานในบริษัทขนส่งหลอกให้โอนเงินค่าใช้จ่าย เพื่อดำเนินการนำพัสดุออกจากด่านศุลกากร โดยมักอ้างว่ามีเงินสดอยู่ในพัสดุเป็นจำนวนมาก

กระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับความมั่นคง หรือความปลอดภัยสาธารณะมาตรา 12 หลอกลวงหรือทุจริตหรือบิด เบือนหรือข้อมูลปลอม หรือข้อมูลเท็จ อันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 14 (1) เป็นกรณีที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เช่น หลอกลวงขายสินค้าหรือบริการ หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีก่อนและไม่ส่งมอบสินค้า หรือหลอกลวงโดยปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น

ทำให้ได้เงินหรือทรัพย์สินไปจากประชาชน รวมทั้งการใช้ข้อมูลที่บิดเบือนความจริง เช่น บอกไม่หมด หรือความจริงครึ่งเดียว ทำให้การความเข้าใจผิด ได้เงินทองหรือทรัพย์สินไปจากประชาชน แต่ต้องมิใช่คดีหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้ามีการกระทำความผิด เช่น ด่ากัน หรือเรื่องชู้สาว ก็ต้องไปดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 หรือมาตรา 328 ไม่สามารถที่จะอ้างบทบัญญัติใหม่นี้ได้

เผยแพร่ส่งต่อ (แชร์) ข้อมูลหลอกลวงหรือทุจริต กระทบต่อความมั่นคง ก่อการร้าย ลามก มาตรา 14 (5) และวรรคท้าย พวกที่ชอบแชร์โดยปราศจากการตรวจสอบความ ถูกต้องของข้อมูล เช่น อ้างว่าจะมีการก่อการร้ายหรือจะมีการก่อวินาศกรรม หรือจะมีการวางระเบิดตามสถานที่ราชการซึ่งเป็นความเท็จทำให้ประชาชนตกใจ รวมทั้งข้อมูลหลอกลวงต้มตุ๋นทั้งหลาย ผู้ที่แชร์ก็จะมีความผิดตามกฎหมายใหม่

ตัดต่อภาพคนเป็นและคนตาย ทำให้คนอื่นอับอายเสียชื่อเสียง มาตรา 16 โพสต์ภาพคนตายหรือตัดต่อภาพคนตาย เช่น ภาพคนถูกระเบิดจนอวัยวะขาด หรือภาพหญิงที่ถูกกระทำชำเรา หรือภาพเปลือยที่ตัดต่อขึ้นเอง เป็นต้นไม่ทำลายข้อมูลที่ศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด มาตรา 16/1 และมาตรา 16/2 เป็นกรณีที่ศาลพิพากษาแล้วว่าจำเลยมีความผิด ศาลจะสั่งให้ทำลายข้อมูลหรือให้โฆษณาในสื่อ

โดยจำเลยจะต้องเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาหรือเผยแพร่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องหรือเพื่อให้ชื่อเสียงของผู้เสียหายกลับคืนมา คล้ายกับคดีหมิ่นประมาท หากไม่ทำลายก็จะต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด ข้อมูลที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีต่อประชาชน เช่น ยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเกลียดเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือชักชวนให้ใช้ความรุนแรงหรือเกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เป็นต้น มาตรา 20

มีข้อมูลที่ศาลสั่งให้ทำลายอยู่ในความครอบครองไม่ยอมทำลาย มาตรา 16/2 จะมีบทลงโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรา 14 หรือมาตรา 16 แล้วแต่กรณี รู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำความผิด มีความผิดตามมาตรา 15 เช่น ไม่ยอมลบความคิดเห็นที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น มาตรานี้บัญญัติว่าผู้ที่มีข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ผิดกฎหมายนี้อยู่ในความครอบครอง ต้องระวางโทษหรือถูกลงโทษเช่นเดียวกับผู้ที่โพสต์ข้อมูลหรือแชร์ข้อมูล

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here