เกร็งหนัก! ‘กำปั้น บาซู’ ลงทุนเปลือยบน ‘นุ่งกระจับปิ้งเพชร 500 ล้าน’ เมินดราม่าหาเงินช่วย ‘โจอี้’ (คลิป)

0
237

เกร็งหนัก! ‘กำปั้น บาซู’ ลงทุนเปลือยบน ‘นุ่งกระจับปิ้งเพชร 500 ล้าน’ เมินดราม่าหาเงินช่วย ‘โจอี้’ (คลิป)

ทำเอาเหล่าเก้งกวาง รวมถึงบรรดาสาวแท้สาวเทียมกรี๊ดกร๊าดกันทั้งงาน เมื่ออดีตนักร้องหนุ่มหุ่นล่ำ วัย 40 “กำปั้น บาซู” หรือ “กำปั้น พีระ พาณิชย์พงส์” ลุกขึ้นมาสลัดผ้าเหลือแค่กางเกงซับในสีเนื้อตัวจิ๋ว พร้อมทั้งใส่กระจับฝังเพชรมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ปกปิดของสงวน เพื่อเดินแฟชั่นโชว์ในงาน “วันผู้ให้กำเนิด เปิดบ้านชูชัยใจกุศล” เฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของ “ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ” ไฮโซวงการเครื่องเพชรอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิง >>> สั่นไปทั้งร่าง “กำปั้น บาซู” โชว์กล้าม โชว์ก้น แน่นไปหมดทั้งตัว

ซึ่งหลังจากที่ “กำปั้น บาซู” จัดเต็มความสยิวโชว์ของดีออกสื่อให้ได้ร้องอู้หู…กันแบบเต็มสองตาแล้ว เจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดใจถึงแฟชั่นโชว์ชุดดังกล่าว รวมถึงข่าวดีเกี่ยวกับโฟโต้บุ๊คเล่มใหม่ ซึ่งรับรองได้เลยว่างานนี้แซ่บเวอร์ถูกใจแฟนๆ อย่างแน่นอน “งานเดินแบบวันนี้ ก็สยิวกิ้วดีครับ โล่งๆ ช่วงล่างดีเหมือนกัน คือจริง ๆก็เขินนะ แต่ด้วยความที่ชุดและเครื่องเพชรค่อนข้างมีมูลค่าสูง เราก็โอเค (ยิ้ม)

ส่วนเรื่องค่าตัว เอ่อ…ผมไม่ค่อยซีเรียสเรื่องค่าตัวหรอกครับ ผมมองว่างานมันน่ามาร่วมมากกว่า แถมหรูหราอลังการมากเลยด้วย” ส่วนดราม่าเพื่อนศิลปินรวมตัวกันจัดคอนเสิร์ต “Better Together ก้าวไปด้วยกัน” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้ โจอี้ บาซู ที่ป่วยเส้นเลือดสมองตีบส่งผลให้เป็นอัมพาต และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ว่าไม่เหมาะสม เพราะโจ้อี้มีคดีเสพสารเสพติด

กำปั้น บอกว่า ต้องแยกคดีส่วนคดี ส่วนเรื่องป่วยเค้ากำลังแย่อยู่ตอนนี้ เริ่มขยับปาก พูดเป็นคำได้แล้ว และล่าสุดจากประเด็น กระแสพิพากษ์วิจารณ์ออกมาในหลายๆ แง่มุม เกี่ยวกับอดีตสมาชิกวงดนตรีชื่อดัง “โจอี้ บาซู” หรือ “นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต” วัย 49 ปี ถึงอาการป่วยจากโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งส่งผลให้สมองบางส่วนเกิดความเสียหาย

จนไม่สามารถสื่อสารหรือขยับร่างกายได้เป็นปกติ กับกรณีที่เจ้าตัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด ก่อนที่จะมีอาการป่วยรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เพียงไม่กี่สัปดาห์ “กำปั้น พีระ พาณิชย์พงส์” อดีตสมาชิกวง “บาซู” ซึ่งเปรียบเสมือนน้องชายคนสนิท ก็ได้ออกมาเผยกับสื่อมวลชนว่า ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ เจ้าตัวและเพื่อนๆ พี่ๆ ศิลปินจะจัดคอนเสิร์ตเฉพาะกิจ

ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตการกุศล ณ โรงเบียร์ตะวันแดง โดยตั้งใจจะนำเงินรายได้ทั้งหมดไปมอบให้กับครอบครัวของ โจอี้ บาซู เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาล ส่วนทางด้านกระแสข่าวดราม่าที่หลายคนอาจจะมองมุมต่างหรือไม่เห็นด้วยนั้น หนุ่มกำปั้นก็ได้เอ่ยปากเพียงสั้นๆ ว่าอยากให้แยกแยะทั้งสองเรื่องออกจากกัน เพราะเรื่องคดีก็คือเรื่องคดี แต่ ณ ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังป่วย หากช่วยเหลือได้ตนก็อยากจะช่วยเหลือให้ถึงที่สุด

ความคืบหน้าเกี่ยวกับของเสิร์ตของ โจอี้ บาซู เป็นยังไงบ้าง ? “ตอนนี้ก็มีกำหนดการออกมาแล้วครับ ซึ่งงานจะมีขึ้นในวันที่ 30 พฤษภาคม นี้ โดยรูปแบบของงานจะเป็นงานคอนเสิร์ตการกุศล เพื่อพี่โจอี้ ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 300 บาท สามารถไปชมกันได้ครับที่ โรงเบียร์ตะวันแดง ซึ่งรายได้จากการขายบัตรจะไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ และเราจะมอบรายได้ทั้งหมดให้กับพี่โจอี้เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลครับ”


แต่หลายกระแสในโลกโซเชียลก็มองอีกด้าน เพราะโจอี้เขาก็มีคดีอยู่ ?
“เราต้องแยกนะครับ คดีก็คือส่วนคดี ในส่วนที่เขาทำผิดไป คนเราก็สามารถทำผิดพลาดได้ แต่ตอนนี้เขากำลังป่วยและกำลังล้ม เราก็ต้องช่วยเหลือเขาในจุดนี้ อีกอย่างตัวผมเองก็ต้องขอบคุณพี่เบนกับพี่เด่นด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาสองคนเป็นเพื่อนสนิทพี่โจอี้ที่เข้ามาช่วยเหลือจัดการธุระต่างๆ ตั้งแต่การย้ายโรงพยาบาลให้พี่โจอี้

ไปจนถึงดูแลค่ารักษาทั้งหมด และปัจจุบันนี้พี่โจอี้เขาก็อาการดีขึ้นมากๆ สามารถพูดเป็นคำๆ ได้แล้ว เช่นคำว่า ‘หิว’ หรือ ‘อิ่ม’ ซึ่งมันก็ทำให้คนในครอบครัวพี่โจอี้ลดความตึงเครียดลงด้วย ต้องขอบคุณพี่ทั้งสองท่านจริงๆ ครับ” แสดงว่าตอนนี้คอนเสิร์ตก็ยังจะมีอยู่ตามกำหนดการ ? “มีครับ ยังมีคอนเสิร์ตอยู่ และผมก็เห็นว่าเขากำลังจะมีบอลการกุศลกันด้วย

แต่เรื่องรายละเอียดอันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าจะจัดเมื่อไหร่ ผมทราบแค่เรื่องคอนเสิร์ตวันที่ 30″ พอมีการประกาศว่าจะจัดคอนเสิร์ตฟีดแบคของแฟนๆ เป็นยังไงบ้าง ? “มีหลายคนเลยครับที่สนใจ และก็ไม่ได้มองเรื่องความผิดพลาดของพี่โจอี้ที่เกิดขึ้น เหมือนเขาก็ให้อภัยกัน ถือว่ากระแสตอบรับดี แต่เราก็ต้องรอดูอีกทีว่าในวันที่ 30 จะมีคนเดินทางมาร่วมชมคอนเสิร์ตเยอะมากขนาดไหน”


เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมโจอี้ล่าสุดเมื่อไหร่ ?
“เมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ แต่จริงๆ เราก็จะมีน้องแฟนคลับคอยอัปเดตอาการของพี่โจโอ้ในกลุ่มบาซูตลอด เป็นการอัปเดตแบบวันต่อวันเลยครับ ซึ่ง ณ ปัจจุบันวันนี้ พี่โจอี้สามารถขยับปากได้แล้ว” ทางด้านของ เด็บบี้ เขาเป็นยังไงบ้างตอนที่ทราบข่าวนี้ ? “ผมกำลังจะบินไปหาเด็บบี้ที่อเมริกาในอีก 2 อาทิตย์นี้ครับ ตั้งใจจะไปเยี่ยมหลานอยู่แล้ว

และก็คงได้คุยกันเรื่องพี่โจอี้ แต่ในส่วนของคอนเสิร์ตผมคิดว่าเด็บบี้เขาอาจจะมาไม่ทัน เพราะน่าจะติดภารกิจเรื่องลูก แต่คงตามมาอีกทีในตอนหลัง ซึ่งถ้าถึงเวลาตอนนั้นเราก็คงค่อยๆ คิดกันอีกทีว่าอาจจะทำอะไรเพื่อช่วยเหลือพี่โจอี้ได้บ้าง” “ด้านความรู้สึกของเขาตอนที่ทราบข่าว บอกตรงๆ ครับ ตอนแรกผมคุยกับเด็บบี้ไม่รู้เรื่องเลย เพราะเขาร้องไห้ตลอด คือเขาตกใจมาก เพราะมันช็อกหลายตลบ

ตั้งแต่ตอนที่แกโดนจับ และอยู่ดีๆ ก็เป็นอัมพาตเข้าโรงพยาบาล พูดไม่ได้ เดินไม่ได้ แถมมีภาวะที่ยังไม่พ้นขีดอันตรายอีก มันก็เลยหลายอย่างมากจริงๆ ซึ่งตอนที่ทราบข่าวเด็บบี้เขาก็ร้องไห้ไม่หยุด ได้แต่หวังว่ามันจะดีขึ้นและค่อยๆ แก้ไขทุกอย่างไป” แบบนี้โอกาสที่จะได้เห็นบาซูกลับมาครบทั้ง 3 คน ก็อาจจะยากแล้ว ? “อย่างที่เราเคยบอกไปว่าจริงๆ ปีนี้เราอยากจะทำคอนเสิร์ต 20 ปี บาซู

แต่คุณหมอก็บอกว่าโอกาสที่พี่โจอี้จะกลับมาหายปกติ 100 เปอร์เซ็นต์ ค่อนข้างยาก แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันก็อยู่ที่ตัวคนไข้ด้วยครับ ถ้าคนไข้สู้และทำกายภาพบำบัดบ่อยๆ ก็ไม่แน่เหมือนกัน อาจจะมีโอกาสหายครับ”
เรื่องคดีความของโจอี้เราพอจะทราบความคืบหน้าบ้างไหม ? “เรื่องนี้เพื่อนสนิทของพี่โจอี้เป็นคนจัดการครับ แต่ทางตำรวจเขาก็เข้าใจและก็ได้ขอใบรับรองแพทย์ ซึ่งพอนำไปยื่นให้ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับสำหรับเรื่องคดี”

สุดท้ายอยากให้เราฝากคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ให้แฟนๆ มาร่วมชมกันเยอะๆ ? “ฝากด้วยนะครับ ใครที่เป็นแฟนคลับบาซู หรือศิลปินนักร้องยุค 90’s ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ เรามาเจอกันนะครับ ที่โรงเบียร์ตะวันแดง หากใครอยากจะช่วยกันหรือร่วมสนุกก็มากันเยอะๆ เพราะผมได้ข่าวมาว่าตอนนี้มีศิลปินที่ตอบตกลงจะมาร่วมโชว์มากถึง 20 ท่านแล้ว มากันเยอะๆ นะ และก็สามารถติดตามรายละเอียดเรื่องการขายบัตรได้ทางอินสตาแกรมครับผม”

สำหรับ กำปั้น บาซู มีชื่อจริงว่า พีระ พาณิชย์พงส์ โดยก่อนหน้านี้เคยใช้ชื่อ เอกประพันธ์ พานิชพงส์ และ คริชณะ พาณิชย์พงษ์ ตามลำดับ ก่อน กำปั้น มาทำงานกับวงบาซู  เขาเคยร้องเพลงตามเธค และไนต์คลับ มาก่อน จากนั้นแมวมองของ อาร์เอสฯ ไปพบเข้า จึงชวนกำปั้นมาทดสอบงาน และได้เข้ามาเป็นสมาชิกวงบาซูคนสุดท้าย บาซูมีผลงานอัลบั้มเต็มถึง 5 ชุดด้วยกัน นอกจากนี้ วงบาซู ยังมีอัลบั้มพิเศษอัลบั้ม Bazoo 2000 ที่บาซูไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานเพลงในประเทศไต้หวัน

และอัลบั้ม THE CELEBRATION ที่วงบาซูก็ร่วมร้องเพลง เท้าไฟ ในอัลบั้มนี้ด้วยเช่นกัน รวมทั้ง มีผลงานออกมาให้ได้ชมกัน 12 อัลบั้ม หลังจากนั้น วงบาซูก็ประกาศยุบวง และแยกย้ายกันไป แต่ถึงอย่างนั้น กำปั้น ก็ยังคงทำงานเพลงต่อไป โดยมารวมตัวกันกับเพื่อนๆ อีก 5 คน และกลายมาเป็นอัลบั้มที่ชื่อว่า แดนซ์ อาร์มี่ โดยมีเพลงกองพันเท้าไฟ เพลงชะ ชะ ช่า และต่อหน้าฉัน อดีตเพลงฮิตของวงดีทูบี

เป็นเพลงเปิดตัว ซึ่งกระแสตอบรับออกมาดี ทำให้แดนซ์ อาร์มี่ ปล่อยอัลบั้มที่ 2 คลอดออกมา โดยใช้ชื่อว่า Dance War  และหลังจากนั้น กำปั้น ก็ห่างหายจากวงการเพลงไป หันไปรับงานละคร ภาพยนตร์ และถ่ายแบบแทน ต่อมาในปี 2554 กำปั้น กลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้มเดี่ยวในสังกัด Bounce Music และปล่อยเพลงออกมาชื่อว่า ยังรักกันหรือเปล่า (I Want To Know) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

และเป็นที่รู้จักของคนฟังมากนัก กำปั้น กลับมาเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์อีกครั้ง ด้วยการตัดสินใจถ่ายแบบหวือหวา จนทำให้เกิดข่าวลือต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นดาราตกอับ ติดหนี้การพนัน ขายบริการ จนถึงขั้นติดเอดส์ ความโด่งดังและชื่อเสียง ล้วนไม่คงทนถาวรและยั่งยืนสำหรับดารานักร้องในวงการบันเทิง ที่ผ่านมาไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างแท้จริง เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ยุคสมัยเปลี่ยน

ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงตามเป็นเหมือนวัฏจักร นั่นคือ คลื่นลูกเก่าจากไปคลื่นลูกใหม่เข้ามาทดแทน จะเหลือไว้ก็เพียงความทรงจำ “การสร้างกระแส” เพื่อให้เกิดประเด็นร้อน เป็นหนึ่งวิธียอดฮิตของคนดังในวงการบันเทิงที่ต้องการให้ชื่อของตัวเองอยู่บนหน้าสื่อ หรือเป็นประเด็นให้มีคนพูดถึง ซึ่งผลลัพธ์ที่หวังจะได้ตามมาก็คือ “งาน” และ “เงิน” เช่นเดียวกับ “กำปั้น บาซู” ที่ขอโหนเกี่ยวกระแส

ตามคำแนะนำของคนใกล้ชิด เพื่อขอหวนคืนสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง ด้วยการถอดเสื้อผ้าถ่ายแบบโชว์เรือนร่างหลังจากหลบไปทำใจเพราะข่าวเสียหายบนหน้า 1 ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้รับกลับมาไม่ได้เป็นไปตามความคิด เพราะนอกจากจะมีชื่อโผล่ขึ้นบนหน้าสื่อให้คนได้เห็นกันแล้ว ข่าวเสียหายยังตามมารบกวนจิตใจเจ้าตัวเอง ไม่แพ้ข่าวฉาวที่ผ่านมา ก่อนการประกาศยุบวง “บาซู” ถือเป็นหนึ่งในนักร้องกลุ่มแห่งยุค 90

ที่มีผลงานติดหูติดตา และติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของประวัติศาสตร์เพลงไทยสากลที่ได้รับความนิยมทั้งเพลงและศิลปิน ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของความสำเร็จในชีวิตที่ กำปั้น ได้สัมผัสมา ซึ่งเขาได้นึกย้อนเล่าให้ฟังถึงความสำเร็จในอดีตของวงบาซูว่า “ตอนนั้นเราเป็นวงแดนซ์ที่ไม่เหมือนใคร เต้นแรง แรกก็หวั่นๆ ทุกคนในบริษัท รวมทั้งเฮียเองก็คิดว่า ออกไปตามกระแสเท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่ามีการตอบรับที่ดี รวมถึงได้ทำงานกับไต้หวัน และเป็นเบอร์แรกของ อาร์เอสฯ ที่ได้ออกซิงเกิ้ลเพลงภาษาจีนกลาง ทั้งหมด 10 อัลบั้ม แล้วผมก็มาออกอัลบั้ม Dance Army อีก 2 อัลบั้ม เท่ากับ 12 อัลบั้มในวงการเพลง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here